ณจวนขุนนางระดับกงแห่งสกุลเหวย
“เพราะคุณหนูของข้างามหยาดจนได้รับฉายาโฉมสะคราญอันดับหนึ่งแห่งต้าเฉิง ไม่แปลกที่จะมีบุรุษอื่นมาตามตอแยทั้งเสนอตัวขอดูแลคุณหนูของข้าในฐานะสามี แต่กับบุรุษที่ใจกล้าหน้าด้านถึงขั้นมาแอบอ้างว่าตนเองเป็สามีของคุณหนูข้าเองก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็ครั้งแรกเ้าค่ะ”
อาเหยาไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาประจบประแจงเอาใจเ้านายสาวแต่อย่างใดทว่าสิ่งที่นางว่ามาล้วนเป็ความจริงทั้งนั้นแต่เดิมคุณหนูของนาง...งามพิลาศดุจดอกเหมยในเหมันต์ อันฉายาที่ว่า 'โฉมสะคราญอันดับหนึ่งแห่งต้าเฉิง' ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาเองมั่ว ๆ ล้วนได้มาจากผลการลงคะแนนที่ผู้คนในเมืองต้าเฉิงร่วมกันลงนาม แล้วนำไปจัดลำดับสาวงามประจำปีและแน่นอนว่าั้แ่ที่แตกเนื้อสาว คุณหนูของนางได้ครองฉายานี้มาตลอดหกปีเต็ม
คราที่คุณหนูแต่งออกเรือนแทบไม่มีคนนอกทราบข่าว พอทราบข่าวอีกคราก็เป็ตอนที่คุณหนูของนางต้องแต่งกับป้ายิญญาและโลงศพของคุณชายเหวยไปเสียแล้วบุรุษที่ได้ยินข่าวคราวไล่หลัง ต่างนึกเสียใจที่ไม่รีบไปสู่ขอเสียั้แ่เนิ่น ๆ
ด้วยเหตุนี้จึงมักมีบุรุษมากหน้าหลายตาจ้องจะชุบมือเปิบอยู่ร่ำไป บ้างก็เสนอตัวขอเป็สามีใหม่ของคุณหนูอยู่บ่อย ๆชายไร้สมองพวกนั้นช่างไร้ยางอายยิ่งนัก เพราะเห็นว่าคุณหนูของนางเป็หม้ายั้แ่ยังสาวและไม่มีสามีมาคอยตามรัก ตามหึงหวง ตามใส่ใจดูแล บุรุษเ่าั้จึงได้ใจแล้วผลัดเปลี่ยนแวะเวียนกันเข้ามาหยอกแหย่คนงามอย่างไร้จิตสำนึกทำราวกับว่าคุณหนูของอาเหยาเป็แค่ดอกไม้ริมทาง!
โชคดีที่คุณหนูรู้ความไม่ยอมลดตัว และไม่เหยียดเรียวขาออกไปให้สัมภเวสีพวกนั้นไขว่คว้าไม่เสียแรงเลยจริง ๆ ที่อาเหยาเฝ้ารับใช้ เฝ้าปรนนิบัติและเทิดทูนยกให้คุณหนูเป็ยอดสตรีเพียงหนึ่งเดียวในต้าเฉิงที่งดงามจากภายในสู่ภายนอก
“อย่าพูดอะไรให้มากความนักเลยอาเหยาเอาเป็ว่าเ้า...รีบพาพวกนางเล็ก ๆ เอาภาพพวกนี้ไปแขวนลอยให้ทั่วเพดานเสียเถอะข้าอยากชมโฉมหน้าของสามีสักหน่อย”
พอกลับมาถึงจวนสกุลเหวยหลินซูเฟยหาได้เอนกายนอนพักผ่อน แต่นางกลับสั่งให้สาวใช้ในจวนไปขุดคุ้ยหาภาพวาดเสมือนของสามีออกมาให้หมด หนำซ้ำยังสั่งให้แขวนว่อนไปทั่วตัวเรือนเรียกได้ว่าเพียงเดินไปสามก้าว ก็จะเห็นใบหน้าของสามีผู้ล่วงลับได้ง่าย ๆ
แต่น่าแปลกเหลือเกิน!ที่ภาพวาดเสมือนแต่ละภาพ ล้วนแตกต่างกันออกไปตามฝีมือของจิตรกรนางสะดุดตาเข้ากับภาพหนึ่ง ที่บนนั้นแต้มด้วยหมึกสีดำปนแดงบุรุษในภาพหาได้สง่างามและองอาจ คนในภาพนับว่าตาขีดคอสั้น หัวล้าน ลงพุงหนำซ้ำโหงวเฮ้งยังอัปมงคลอีกต่างหาก!
เป็เช่นนี้นางจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสามีของนางมีรูปหน้าค่าตาค่อนไปทางไหน มีภาพใดบ้างเล่าที่พอจะเชื่อถือได้? (-__-")
เห้อ!คิดไปคิดมาก็ปวดหัวเปล่า ๆ มิสู้พักผ่อนเอาแรงเสียหน่อยจะดีกว่า
หลินซูเฟยเดินอ้อยอิ่งไปทิ้งตัวลงนอนอยู่บนแคร่ไม้พร้อมกับทอดถอนหายใจแ่เบา นางค่อย ๆ หลับตาพริ้มอย่างเชื่องช้าทำให้แพขนตาสบประสานกันจนแนบสนิทไร้ช่องว่างแต่แล้วโสตสมองเ้ากรรมก็ไม่ยอมให้นางได้พักผ่อนเสียนี่ นั่นก็เพราะอยู่ดี ๆหลินซูเฟยดันเผลอไปนึกถึง่เวลาอันแสนยากลำบากของตนเข้า
ในอดีตนางเป็เพียงเด็กหญิงกำพร้าที่ถูกคนทางบ้านทอดทิ้งปีนั้นบิดาและมารดาของนางสิ้นใจตายด้วยโรคระบาดพี่น้องของนางก็มีชะตากรรมเช่นเดียวกับบิดามารดรมีเพียงนางผู้เดียวที่ผ่านพ้นคราวเคราะห์มาได้ แต่ก็มิวายถูกป้าแท้ ๆ เลี้ยงทิ้งเลี้ยงขว้างสุดท้ายก็ขายนางเพื่อแลกกับหมูหนึ่งตัว
ใช่แล้วล่ะฟังไม่ผิดแน่นอน หนึ่งชีวิตของนางมีค่าเทียบเท่ากับหมูแค่ตัวเดียว!
ด้วยป้าแท้ ๆมีความคิดที่ว่า หากเลี้ยงซูเฟยไว้ก็รังแต่จะเปลืองข้าวปลาเปล่า ๆประเมินดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ก็พบว่าหากเลี้ยงเด็กคนนี้ไว้ในบ้านก็จะมีแต่เสียกับเสีย ครั้นจะใช้นางออกไปทำมาหากิน แล้วรอขูดเงินจากนางก็คงเป็ไปได้ยาก เพราะตอนนั้นซูเฟยยังเล็กนักแต่ถ้าแลกหลานสาวไร้ประโยชน์กับหมูอ้วน ๆ ตัวหนึ่ง อย่างน้อย ๆปากท้องของคนเป็ป้าก็จะอิ่มหมีพีมันไปหลายเดือน เป็เช่นนี้ยังจะมีเหตุผลอันใดอีกเล่าที่จะไม่ส่งตัวซูเฟยให้กับสำนักฮวนอี๋
สำนักฮวนอี๋ คือสำนักบุญที่แสวงหาผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมบทบาทของสำนักฮวนอี๋ก็คือ ตระเวนจับเด็กไร้บ้านเอามาชุบเลี้ยงนอกจากนี้ยังรับซื้อเด็กน้อยที่พวกครอบครัวเล็ก ๆ ไม่้าเลี้ยงดูมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ที่ครอบครัวของคนยากจน เลือกนำลูกหลานของตัวเองเอามาขายแลกเงิน บ้างก็แลกสิ่งของจากสำนักฮวนอี๋
นี่ถือเป็วงจรอุบาทว์ที่มีอยู่จริงในแผ่นดินของแคว้นเฉียนเหลียง!
เด็ก ๆคนไหนที่หน้าตาไม่ค่อยดีนัก จะถูกเลี้ยงดูส่งเดช เมื่ออายุครบ 10 ปี หรือประเมินแล้วว่าสามารถใช้แรงงานได้พวกเขาเ่าั้จะถูกขายในราคาสูงให้กับจวนขุนนางเพื่อเข้าไปเป็บ่าวไพร่
สำหรับเด็กที่หน้าตาดีรูปร่างดี จะถูกชุบเลี้ยงอย่างดี เพื่อขายให้กับพวกครอบครัวชนชั้นกลางตลอดจนครอบครัวชนชั้นสูงที่ไม่มีบุตรและ้าอุปการะเด็กซึ่งการขายเด็กให้ครอบครัวอุปถัมภ์จะได้รับค่าหัวที่สูงมากส่วนเด็กน้อยพวกที่ไม่ได้เื่ จะถูกส่งไปขายเป็แรงงานทาสที่โรงค้าทาสเถื่อนตามตะเข็บชายแดนหรือไม่ก็ตามหัวเมืองใหญ่ ๆ
เรียกได้ว่าเป็กิจการค้ามนุษย์อย่างครบวงจรก็ถือว่าไม่ได้เกินจริง!
คงเพราะเคราะห์ดีกระมังที่ซูเฟยเกิดมาหน้าตาดีั้แ่เด็กนางจึงเติบโตอยู่ในสำนักฮวนอี๋ด้วยการถูกชุบเลี้ยงที่ดีกว่าเด็กคนอื่น ๆครั้นอายุได้เพียงเจ็ดขวบเศษ ๆ คนจากสกุลหลินก็มาซื้อตัวซูเฟยไปอุปถัมภ์
ปีนั้นฮูหยินใหญ่ของตระกูลหลินสวดมนต์ขอพรที่อารามหลวงจิ่ววั่งอยู่นานนับเดือนอธิษฐานวิงวอนขอให้นายท่านหลินได้เลื่อนขั้นเป็รองหัวหน้ากรมพระคลังเสียทีหรือที่รู้จักกันดีในตำแหน่งซานหู่ปู้ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เป็ผลจนกระทั่งมีนักบวชท่านหนึ่งชี้แนะว่า ให้ฮูหยินใหญ่รับอุปการะเด็กกำพร้าหนึ่งชีวิตไม่นานพรที่ขอจะสัมฤทธิผล
เจียวม่านถิงได้ยินดังนั้น ไหนเลยจะรอช้า รีบชวนหลินหย่งเสวียนผู้เป็สามีให้ไปที่สำนักฮวนอี๋โดยเร็วที่สุด หมายจะเลือกเด็กหนึ่งคนเอามาอุปถัมภ์เลี้ยงดูตามคำแนะนำของนักบวชปริศนา
ครั้นได้เห็นโฉมหน้าของเด็กหญิงผู้มีนามว่าซูเฟยเจียวม่านถิงก็เกิดถูกชะตาั้แ่แรกเห็นประการที่หนึ่งเป็เพราะนางหนูซูเฟยดูงดงามและโดดเด่นกว่าเด็กวัยเดียวกันประการที่สองซูเฟยมีรูปหน้าค่าตาคล้ายคลึงกับหลินลู่เอ๋อร์ผู้เป็บุตรสาวสุดที่รักของฮูหยินใหญ่กับนายท่านหลินเป็อย่างมากเรียกได้ว่าหากมองเผิน ๆ อาจเข้าใจผิดได้ ว่าพวกนางเป็พี่น้องฝาแฝดของกันและกัน
นับั้แ่นั้นเป็ต้นมา...
เด็กน้อยผู้ด้อยโอกาสก็ถูกเปลี่ยนชื่อแซ่ให้เป็หลินซูเฟยและกลายเป็คุณหนูสามแห่งจวนขุนนางหู่ปู้หลินซูเฟยถูกเลี้ยงดูอย่างดีในจวนขุนนางระดับสูงเพราะนางรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวและรู้จักสำนึกในบุญคุณจึงมีแต่คนเอ่ยปากชมนางอยู่บ่อย ๆ
ตลอดมาหลินซูเฟยวางตัวดีและไม่เคยหาความเดือดเนื้อร้อนใจมาให้คนตระกูลหลิน เป็เช่นนี้นางจึงได้รับความรักและความเมตตาจากคนในจวนสกุลหลินเป็อย่างมาก เว้นเสียแต่คุณหนูรองหลินลู่เอ๋อร์ที่ร้ายกาจและใจแคบกับซูเฟยยิ่งนัก เหตุผลก็มาจากคุณหนูรองหลิน เอาแต่คิดว่า...หากวันนั้นบิดามารดาของตนไม่รับคนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างหลินซูเฟยมาเลี้ยงดูตนคงเป็สตรีเพียงหนึ่งเดียวและเป็ลูกแมวตัวน้อย ๆที่ได้รับความรักความเอ็นดูจากท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ชายจนไม่มีจุดสิ้นสุดและไร้ข้อจำกัด
เพราะมีตัวอัปรีย์อย่างหลินซูเฟยแท้ๆ ความรักที่สมควรเป็ของนางแค่คนเดียว จึงถูกแบ่งแยกออกไปเป็ของใครอีกคน!!!