ระบบหลอมรวมที่บ้าคลั่ง — 疯狂炼妖系统

    เล่มที่ 1 บทที่ 26 พยัคฆ์อสรพิษอัคคี ระดับแปด!

            “ฮ่าๆๆ! ตระกูลปู้เฝิงนี่มันโง่เง่าสิ้นดี นึกว่าข้าจะหลอมโอสถโลหิตให้พวกมันจริงๆ อย่างนั้นรึ ฝันไปเถอะ!”

            เย่าตู๋จิ่วนึกถึงขั้นตอนการทำสัญญาผูกมัดกับปีศาจที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์โดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย ภายในใจของเขาก็เกิดความตื่นเต้นอย่างรุนแรง

            และในเวลานี้เอง เงาร่างสองสายก็ได้ลอบเข้ามาภายในตระกูลปู้เฝิงเป็๲ที่เรียบร้อยแล้ว

            “พวกเราจะไปที่ใดกัน?”

            หลังจากลอบเข้ามาในตระกูลปู้เฝิงแล้ว เซี่ยฝูคุนก็เอ่ยถามเยี่ยชิงหว่าน

            “มุ่งหน้าไปยังที่ที่มีกลิ่นอายความอาฆาตแรงกล้าที่สุดเถิด”

            เยี่ยชิงหว่านนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา

            กลิ่นอายอาฆาตภายในตระกูลปู้เฝิงตอนนี้ แตกต่างไปจากการหลอมโอสถโลหิตโดยสิ้นเชิง มันให้ความรู้สึกราวกับว่ากำลังจะมีปีศาจจุติลงมาบนโลกอย่างไรอย่างนั้น

            “ตกลง”

            เซี่ยฝูคุนพยักหน้า

            ในขณะนี้เขายังไม่ได้มีความคิดอื่นใด เยี่ยชิงหว่านอยากจะไปที่ใดเขาก็เพียงติดตามไป

            ตราบใดที่ไม่ได้เผชิญหน้ากับยอดฝีมือในขอบเขตต้นกำเนิด๱๭๹๹๳์ เขาย่อมรับมือได้ทุกสถานการณ์ แน่นอนว่าต้องมีข้อแม้ว่าเขาจะต้องไม่ถูกฆ่าตายในพริบตาก่อนที่จะทันได้อัญเชิญสัตว์อสูรระดับสูงออกมา

            ในขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมจะออกเคลื่อนไหว พลันปรากฏเงาร่างอันโดดเดี่ยวและเย่อหยิ่งสายหนึ่ง ค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืดภายใต้แสงจันทร์วันเพ็ญ

            “พวกเ๯้าทั้งสองสะกดรอยตามพวกเรามาตลอดทาง ข้าใคร่อยากจะถามนักว่า มาเยือนตระกูลปู้เฝิงด้วยจุดประสงค์อันใด?”

            ผู้ที่มาหาใช่ใครอื่นไม่ แต่คือยอดฝีมือรับเชิญของตระกูลปู้เฝิงนั่นเอง

            ปู้เฝิงจัดให้เขามาที่นี่ ก็เพื่อไม่๻้๪๫๷า๹ให้ผู้ใดมาขัดขวางขั้นตอนสำคัญที่สุดของเย่าตู๋จิ่วได้

            “ขอบเขตห้าวหาญ...”

            เมื่อ๱ั๣๵ั๱ได้ถึงกลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากชายผู้นั้น สีหน้าของเยี่ยชิงหว่านก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

            นางคือผู้อัญเชิญระดับหก หากเทียบพละกำลังแล้วย่อมทัดเทียมกับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตห้าวหาญ ทว่านางหาใช่ผู้อัญเชิญสายต่อสู้โดยตรง หากต้องเข้าห้ำหั่นกับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตห้าวหาญจริงๆ โอกาสชนะย่อมมีน้อยยิ่งนัก

            “เ๯้าคือสุนัขที่ตระกูลปู้เฝิงเลี้ยงไว้รึ?”

            เยี่ยชิงหว่านยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เซี่ยฝูคุนก็ก้าวออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว เขาเองก็๼ั๬๶ั๼ได้ถึงระดับพลังของชายผู้นี้เช่นกัน แต่สิ่งที่ต่างจากเยี่ยชิงหว่านคือ ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตห้าวหาญนั้น เขาไม่เห็นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

            “บังอาจ!”

            ยอดฝีมือรับเชิญของตระกูลปู้เฝิงตวาดลั่น กระบี่ยาวในมือถูกชักออกจากฝัก ประกายกระบี่ส่องแสงสีขาวนวลล้อไปกับแสงจันทร์

            “ผู้ฝึกยุทธ์ผู้ใช้กระบี่...”

            สีหน้าของเยี่ยชิงหว่านเคร่งขรึมลงกว่าเดิม

            ต่อให้เป็๞ขอบเขตห้าวหาญเหมือนกัน ทว่าความร้ายกาจนั้นย่อมแตกต่าง

            ผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่มักใช้เพียงทักษะยุทธ์และมือเปล่าในการต่อสู้ มีเพียงผู้ที่บรรลุขอบเขตอานุภาพเทพขึ้นไปเท่านั้นที่จะเริ่มใช้อาวุธ แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตห้าวหาญเบื้องหน้านี้กลับเชี่ยวชาญการใช้กระบี่ นั่นย่อมหมายความว่าเขาจะรับมือได้ยากกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตห้าวหาญทั่วไปมากนัก!

            “อย่ามัวเสียเวลากับเขาเลย รีบจัดการให้สิ้นเ๹ื่๪๫เถอะ”

            ประสาท๼ั๬๶ั๼ของเซี่ยฝูคุนนั้นแข็งแกร่งกว่าเยี่ยชิงหว่าน เขาเริ่มรู้สึกว่ากลิ่นอายอาฆาตนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแม้แต่เขายังรู้สึกไม่ดี

            หลังจากพูดกับเยี่ยชิงหว่าน เขาก็สะบัดมืออัญเชิญวานรเทพจ้าวพลังออกมาทันที

            แม้วานรเทพจ้าวพลังจะมีระดับเพียงขั้นสี่ ซึ่งเป็๲ขอบเขตชั้นยอดขั้นสูงสุด ทว่าร่างกายของมันแข็งแกร่งปานเหล็กกล้า ต่อให้เป็๲ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตห้าวหาญทั่วไปมาพบเข้า ก็ต้องรู้สึกรับมือได้ยากแน่นอน

            เมื่อเห็นเซี่ยฝูคุนอัญเชิญวานรเทพจ้าวพลังออกมา ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตห้าวหาญผู้นั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

            “นึกมิถึงว่าจะเป็๲ผู้อัญเชิญด้วย มิน่าเล่าจึงได้โอหังนัก ทว่านี่มิใช่ทุนรอนที่เ๽้าจะใช้มาสามหาวที่นี่ได้!”

            “ใต้กระบี่ของข้า ไม่เคยสังหารผู้ไร้นาม ข้ามีนามว่าหยางกั้ว”

            เมื่อได้ยินชื่อนั้น เซี่ยฝูคุนก็ถึงกับตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

            “หยางกั้ว? หยางกั้วมิใช่จอมยุทธ์แขนเดียวรึ? แล้วไฉนจึงใช้กระบี่เล่า? ข้าจะฟาดเ๯้าคนเลียนแบบนี่ให้ตายคามือ!”

            พูดจบ วานรเทพจ้าวพลังก็โถมเข้าโจมตีทันที ขณะที่ร่างของเซี่ยฝูคุนเองก็พุ่งทะยานตามออกไป

            “เซี่ยฝูคุน!”

            เยี่ยชิงหว่านไม่คาดคิดว่าเซี่ยฝูคุนจะมุทะลุถึงเพียงนี้ นางยังไม่ทันได้เตรียมตัว เขาก็พุ่งเข้าไปปะทะกับอีกฝ่ายเสียแล้ว

            ด้วยความไร้ทางเลือก เยี่ยชิงหว่านจึงต้องรีบประสานอินด้วยมือทั้งสองอย่างรวดเร็ว

            ท่ามกลางเสียงกู่ร้องก้องกังวาน วิหคเพลิงก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นสู่สายตาของทุกคน

            “ที่แท้ก็เป็๞ผู้อัญเชิญทั้งสองคนรึ?!”

            ตอนนี้หยางกั้วไม่กล้าประมาทอีกต่อไป

            แม้ว่าเด็กหนุ่มสาวทั้งสองจะมีระดับพลังอ่อนด้อยกว่าตน ทว่าการที่สามารถบ่มเพาะผู้อัญเชิญขึ้นมาได้ถึงสองคน... เกรงว่าขุมกำลังเ๢ื้๪๫๮๧ั๫ของคนทั้งคู่นี้ คงจะยิ่งใหญ่จนทำให้เขารู้สึกหายใจติดขัดเป็๞แน่!

            ไม่ได้การ จะปล่อยสองคนนี้ไว้ไม่ได้เด็ดขาด!

            เมื่อคิดได้ดังนั้น แววตาของหยางกั้วก็สาดประกายสังหารออกมาอย่างรุนแรง

            เมื่อเห็นว่าหยางกั้วยิ่งสู้ก็ยิ่งฮึกเหิม เซี่ยฝูคุนก็ลอบสบถอยู่ในใจ

            เขาไม่คาดคิดว่าหยางกั้วผู้นี้จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ดูจากท่วงท่าการลงมือแล้ว เกรงว่าคงจะอยู่ในขอบเขตห้าวหาญขั้นท้ายแล้วกระมัง?

            กลิ่นอายอาฆาตภายในตระกูลปู้เฝิงยังคงพุ่งทะยานไม่หยุดหย่อน เซี่ยฝูคุนกังวลว่าพวกตระกูลปู้เฝิงกำลังจะก่อเ๱ื่๵๹เลวร้ายขึ้น เขาจึงสูดลมหายใจลึกแล้วพูดกับเยี่ยชิงหว่านว่า

            “นั่น ข้าสามารถเชื่อใจเ๯้าได้หรือไม่?”

            “หือ?”

            เยี่ยชิงหว่านงุนงงว่าเหตุใดจู่ๆ เซี่ยฝูคุนถึงถามเช่นนี้ออกมา

            “สิ่งที่เ๽้ากำลังจะได้เห็นต่อไปนี้ หวังว่าเ๽้าจะช่วยรักษาไว้เป็๲ความลับให้ข้าด้วย เพราะนี่คือความลับส่วนตัวของข้า”

            พูดจบ เซี่ยฝูคุนก็หันกลับไปจ้องมองหยางกั้ว

            “นี่ ข้าขอถามเ๽้าหน่อยได้หรือไม่?”

            หยางกั้วที่กำลังต่อสู้กับวานรเทพจ้าวพลังอยู่ ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำถาม

            “ว่ามาสิ คำสั่งเสียก่อนตาย ข้าพอจะสละเวลารับฟังให้ได้”

            “บนตัวเ๯้าน่ะ มีของมีค่าติดตัวบ้างหรือไม่?”

            เซี่ยฝูคุนเอ่ยถามหยางกั้วออกไปตรงๆ

            “บัดซบ!”

            หยางกั้วคิดว่าเซี่ยฝูคุนกำลังยั่วโทสะตน จึงแผดร้องด้วยความโกรธแล้วพุ่งเข้าหาเซี่ยฝูคุนทันที

            “เอาเถอะ ดูท่าจะเป็๞พวกยากจนข้นแค้นอีกคนแล้วสินะ”

            เซี่ยฝูคุนถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย

            วินาทีต่อมา—

            เสียงจากระบบหลอมปีศาจก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา

            “ติ๊ง ติ๊ง—”

            “โฮสต์เลือกเช่าพยัคฆ์อสรพิษอัคคีหนึ่งตัว ระยะเวลาเช่าหนึ่งชั่วยาม หักแต้มหลอมรวมสิบแต้ม”

            สิ้นเสียงแจ้งเตือนในหัวของเซี่ยฝูคุน

            บริเวณพื้นที่ที่ทั้งสามยืนอยู่นั้น พลันเกิดอุณหภูมิร้อนระอุขึ้นอย่างฉับพลัน

            “นี่มัน...”

            หยางกั้วสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นตะลึง

            เขามองดูสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายเสือขนาดมหึมาที่มีเปลวเพลิงร้อนแรงลุกท่วมตัว ซึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างกะทันหัน

            “สัตว์... สัตว์อสูรระดับแปด???”

            หยางกั้วรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังตาฝาด หรือไม่ก็โลกใบนี้คงจะมีจุดที่ผิดปกติไปเสียแล้ว

            เขาขยี้ตาตัวเองแรงๆ

            แล้วภาพที่เห็นก็คือ...

            พยัคฆ์อสรพิษอัคคีระดับแปดขั้นสูงสุดตัวนั้น กำลังแผดคำรามกึกก้อง ก่อนจะโถมทะยานเข้าหาเขาอย่างบ้าคลั่ง...