ก่อนหน้านี้เพื่อความสะดวกในการพูดคุย บรรดาฮูหยิน คุณหนู และคุณชายทั้งหลายจึงแยกที่นั่งกันบัดนี้เมื่อทั้งสามกลุ่มมารวมตัวกันที่ศาลาไฉ่ชิงลานบ้านก็เต็มไปด้วยความคึกคักและสดใสในทันที
“พวกเจ้าช่างมีชีวิตชีวาเสียจริง”
นายท่านใหญ่เผยก็ปรากฏตัวขึ้นด้วยเช่นกันเขาลูบเคราพร้อมรอยยิ้ม พลางประสานมือคำนับท่านผู้อาวุโสแล้วเอ่ยว่า“ท่านผู้อาวุโสสบายดีหรือขอรับ?”
ดวงตาของหญิงชราแจ่มใสและมีชีวิตชีวามากนางยิ้มพลางยื่นมือไปจับมือเขา “สบายดี สบายดีนัก!”
ฮูหยินรองเผยเห็นเขาเดินเข้ามาก็กล่าวหยอกล้อว่า“ท่านผู้อาวุโสให้เกียรติมางานชมดอกไม้และงานชมสวนของข้าแล้วไฉนท่านพี่จึงมาแย่งความเด่นดังของข้าเล่าเจ้าคะ?”
หญิงชราเอื้อมมือไปจับมือนางพลางเอ่ยแก้ตัวแทนด้วยรอยยิ้มร่าว่า“ข้าเพียงมาดูลูกหลานตัวน้อยๆ เหล่านี้”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ได้ขอรับข้าจะไม่รบกวนความเพลิดเพลินในการชมดอกไม้ของพวกท่านแล้ว” นายท่านใหญ่เผยในฐานะผู้ดูแลครอบครัวย่อมมีเรื่องวุ่นวายมากมายจึงเรียกเผยรุ่นจือมา “จัดการคนดูแลงานให้ดี อย่าได้ละเลยแขก”
“ขอรับ ท่านพ่อ” เผยรุ่นจือพยักหน้ารับคำแล้วหันไปยิ้ม เขากล่าวกับกับฮูหยินรองเผยว่า “อาสะใภ้รองอยากให้อารองมาด้วยหรือขอรับ?”
“ไม่ต้องเลย ขนาดพี่ใหญ่ยังแย่งความเด่นดังไม่ได้ เขาก็ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย!”ฮูหยินรองเผยโบกมือและพยุงท่านผู้อาวุโสขึ้นมาจากนั้นก็กล่าวพลางแย้มยิ้มว่า “ท่านผู้อาวุโสมีสิ่งใดก็บอกข้าได้เลยเจ้าค่ะ”
กล่าวกันว่าท่านผู้อาวุโสมาในครั้งนี้ด้วยเหตุผลบางประการได้ยินมาว่างานชมดอกไม้ได้รวบรวมหญิงสาวจากตระกูลดังเกือบครึ่งเมืองสืออันมารวมกันไว้ในที่แห่งนี้จึงอยากจะมาดูพวกนางและทดสอบฝีมือการปักผ้า
ปักผ้าหรือ?
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจท่านผู้อาวุโสอยากจะดูคุณหนูทั้งหลายปักผ้าหรือ?
“เมื่อตอนข้ายังเด็ก ที่เมืองสืออันมีช่างปักผ้าสกุลเย่ปรากฏตัวขึ้นฝีมือการปักผ้าของนางนั้นยอดเยี่ยมและมีเคล็ดลับเฉพาะตัวนางได้นำกลุ่มหญิงสาวให้กลายเป็นหนึ่งในช่างปักผ้าที่ได้รับเลือกให้ถวายงานและนำความรุ่งโรจน์อันยิ่งใหญ่มาสู่เมืองสืออัน ในยุคนั้น สตรีทุกคนในเมืองสืออันล้วนเชี่ยวชาญการปักผ้า...”
ท่านผู้อาวุโสเล่าเรื่องราวในอดีตของเมืองสืออันมากมายก่ายกองเจ็ดสิบแปดสิบปีผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปมากงานปักผ้าของเมืองสืออันก็เสื่อมถอยลงไปนานแล้ว
“เรื่องเก่าๆ ก็ไม่ขอพูดถึงแล้ว มันผ่านไปแล้วเพียงแต่ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูในสมัยนี้มีหลายคนปักผ้ากันไม่เป็นอย่างนั้นหรือ?”ท่านผู้อาวุโสตบไม้เท้าของตนด้วยความไม่พอใจ แล้วกล่าวว่า “แม่หนูทั้งหลายยิ่งนับวันยิ่งทำตัวอ่อนแอลงเรื่อยๆ แบบนี้ใช้ไม่ได้!”
“ท่านผู้อาวุโสหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?” ฮูหยินรองเผยถามอย่างระมัดระวังนางเองก็ไม่ถนัดงานปักผ้าเช่นกัน!
หญิงชรากวาดสายตามองบรรดาเหล่าเด็กน้อยที่ยืนเรียบร้อยอยู่เบื้องหน้าแล้วโบกมือพลางกล่าวว่า “วันนี้ก็ในท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้นานาพรรณนี้ให้เลือกฉากตามใจชอบ แล้วปักผ้าเสีย!”
อะไรนะ?นี่ทำให้ทุกคนตกใจไปตามๆ กันเพราะที่แห่งนี้มีไม่กี่คนที่เชี่ยวชาญการใช้เข็มและด้าย
ท่านผู้อาวุโสเตรียมพร้อมมาอย่างดีเพียงแค่โบกมือ บ่าวรับใช้ก็ยกโครงปักผ้าขนาดเล็กจำนวนมากเข้ามาพร้อมกับด้ายไหมหลากสี และเข็มปักผ้าขนาดต่างๆ
พี่เลี้ยงสองคนลงมาเชิญคุณหนูรุ่นเยาว์ทุกคนให้ขึ้นไปด้านบนแล้วแจกอุปกรณ์ให้ ราวกับกำลังไล่เป็ดขึ้นคานเพื่อให้เริ่มปักผ้า
เย่ชิงชิงถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างเงียบเชียบหวังว่าอีกฝ่ายจะปล่อยนางไป เพราะนางยังเด็กอยู่ แต่ก็ไม่สำเร็จ
“หนึ่งหรือสองชั่วยามนั้นค่อนข้างเร่งรีบ ปักไม่เสร็จไม่เป็นไรเพียงแต่มีคุณชายมากมายมองดูอยู่เช่นนี้แม่หนูทั้งหลายจงแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมาให้ดีเถิด”
หญิงชราเผยรอยยิ้มจนเห็นเหงือกดูเหมือนจะเน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ แถมยังให้เหล่าคุณชายมามุงดูอีก?ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วหมู่หญิงสาวในทันที
“โชคดีที่ข้าไม่ใช่เด็กผู้หญิง” อี้เหวินฉวินโบกพัดไปมาด้วยสีหน้ายินดีปรีดาพลางขยิบตาให้เผยฉางสี่
เผยฉางสี่กำลังกำเข็มปักผ้าไว้แน่นจ้องมองเขาเขม็ง เมื่อเห็นเขามีสีหน้าปลาบปลื้มก็ยิ่งหมั่นเขี้ยว นางกล่าวว่า“ถ้าเจ้าเป็นเด็กผู้หญิง ท่านป้าอี้คงต้องปวดหัวจนตายแน่เพราะเจ้าคงจะแต่งงานออกไปไม่ได้เสียที!”
“นี่ เจ้าเป็นเด็กผู้หญิงต่างหากที่ควรจะกังวลเรื่องแต่งงานไม่ได้” อี้เหวินฉวินเบะปาก แล้วหันไปมองหาเคออิ๋งอิ๋ง “แม่นางเคอผู้นั้นไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย”
“ไปหาแม่นางเคอของเจ้าไป!” เผยฉางสี่กรอกตา
เมื่อเติบโตขึ้นปัญหาต่างๆ ก็เพิ่มมากขึ้น นางรู้ว่าอิ๋งอิ๋งชอบพี่รองของนางไม่เพียงแต่นางเท่านั้น คุณหนูอันและคุณหนูหลิ่วเองก็เช่นกันแถมยังมีข่าวลือว่าอิ๋งอิ๋งอาจจะได้เป็นพี่สะใภ้รองในไม่ช้าด้วยเหตุนี้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกนางจึงได้รับผลกระทบอย่างมาก แค่นี้ก็วุ่นวายอยู่แล้วเจ้าคนโง่นี่กลับจะเข้าไปยุ่งด้วยอีก!
เผยฉางสี่หวังว่าพี่รองของนางจะแต่งงานโดยเร็วนางจะได้ไม่ต้องมาติดอยู่ตรงกลางเช่นนี้นางมีลางสังหรณ์ว่าหลังจากงานชมสวนครั้งนี้จบลง ทุกสิ่งทุกอย่างคงจะลงตัวในไม่ช้า
ในเวลานั้นเผยรุ่นจือก็โผล่มาอยู่ข้างๆ เย่ชิงชิง เขามองดูอย่างขบขัน“เสี่ยวชิงชิง มือเจ้าเป็นอะไรไป?”
เย่ชิงชิงจ้องมองปลายนิ้วอันขาวผ่องของตนที่มีจุดดำเล็กๆ อยู่สองสามจุด นั่นคือผลงานการฝึกปักผ้าของนางเมื่อสองวันก่อน
หากปักอีกครั้งในวันนี้นิ้วนางคงพรุนไปหมด ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน!เย่ชิงชิงหดมือกลับแล้วเงยหน้าถามเขาว่า “ข้าขอตัวกลับก่อนได้หรือไม่?”
“ไม่ได้” เผยรุ่นจือประสานมือซ่อนในแขนเสื้อพลางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ท่านผู้อาวุโสกำลังสนุกหากทำให้หมดสนุกคงไม่ดี”
ดูเหมือนจะมีเหตุผล?ในเมื่อไม่มีผู้ใดหลบหนี ผู้ที่ออกไปคนแรกย่อมเป็นที่จับตามากคงจะอับอายมากน่าดู
เย่ชิงชิงผู้รักสงบมาโดยตลอดจำใจหยิบเข็มและด้ายขึ้นมาอย่างไรเสีย นางก็มาในฐานะแขก และยังเป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดเพียงแค่ทำตามหน้าที่ไปก็พอ
จะทำอย่างไรให้ปักผ้าเสร็จอย่างรวดเร็วโดยที่นิ้วมือยังคงสมบูรณ์?เรื่องนี้ยังเป็นปัญหา
เย่ชิงชิงครุ่นคิดอยู่นานจู่ๆ ก็เกิดประกายความคิดแวบหนึ่งในสมองในที่สุดนางก็คิดแผนการที่ยอดเยี่ยมออกมาได้