หลังจากที่ได้สนทนาแบบเปิดอกกับแม่ของตนแล้ว เหมยซีก็สบายใจเป็นอย่างมาก ดูผ่อนคลายกว่าเก่าเยอะ แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี ตาชั่งมันเอี่ยงไปเอนมาตลอด ครอบครัวก็รัก สามีก็ถวิลหา
" โอ้ย.... ปวดหัวฉันจะทำอย่างไรดี แต่ช่างเถอะตอนนี้เมื่อได้กลับมาแล้วตนจะอยู่กับครอบครัวให้ได้มากที่สุดด ถึงแม้ว่านางอยากกลับไปก็ไม่รู้จะกลับวิธีไหน เพราะนางเองก็ไม่รู้ว่าจะกลับไปหาอี้อ๋องได้ยังไง ปริศนานี้ใครจะช่วยชี้นำก็ยังไม่รู้
" แม่ข่า....... เหมยซีอยากกินคุ๊กกี้ฝีมือแม่คะ ไม่ได้ทานนานมากแล้วด้วย และช่วงบ่ายๆ หยางหยุนจะขับรถพาลูกไปมหาวิทยาลัยเพื่อพบอาจารย์และเพื่อนที่คณะได้ไหมคะ " เหมยซีขออนุญาตมารดาด้วยรู้ว่าต้องเป็นห่วงนางเป็นแน่หากไปคนเดียว
" ได้สิลูก ไปกับหยางหยุนแม่วางใจได้เสมอ ว่าไม่มีใครกล้ารังแกลูกของแม่เป็นแน่ รายน้ันนะสายบู้ " พูดจบก็หัวเราะขำกันทั้งสองแม่ลูก
ณ มหาวิทยาลัย....................
บรรดาเหล่านักศึกษาที่ได้เจอเหมยซีอีกครั้งถึงกับพากันแตกตื่นโดยเฉพาะหนุ่มๆ แต่ก็ยังมีนิสิตที่เข้ามาใหม่ไม่ได้รู้จักเหมยซี ก็ยังพากันซุบซิบว่านางฟ้าคนนี้เป็นใครกัน
เพื่อนในคณะได้ข่าวจากหยางหยุนแล้วว่าจะพาเหมยซีมา ก็พากันมาคอยที่หน้าคณะ พร้อมช่อดอกได้ในมือถือไว้รอแทบทุกคน จนสองสาวมองหน้าและหัวเราะ
" ผ่านมานานขนาดนี้แกก็ยังคงฮอตไม่เลิกเลยนะเพื่อนรัก ดูตาบรรดาหนุ่มๆ สิเหมือนคนถูกล็อตเตอรรี่ก็ไม่ปาน แต่ฉันขอได้มั้ยเหมยซีว่าอย่าตัดรอนบรรดาเพื่อนๆ และหนุ่มๆ เลยรับดอกไม้ไว้เถอะ
หากแกตัดสินใจจะไปครั้งหนึ่งพวกเขาก็สมปาราถนาที่เจ้าหญิงยอมรับช่อดอกไม้เป็นครั้งแรก " หยางหยุนบอกเพื่อด้วยใจบริสุทธิ์ เหมยซีพยักหน้ารับปาก และความวุ่นวายก็บังเกิดทุกคนพยายามยื่นช่อดอกไม้กันจนหยางหยุนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไปแล้ว
" หยุด.... เงียบเดียวนี้เลยนะถ้าหากยังอยากให้เหมยซีรับช่อดอกไม้ พวกนาย นาย และนายๆๆๆ ทั้งหลายต่อแถวเรียงหนึ่งเดี๋ยวนี้ หากมีคำพูดอะไรให้พูดได้ไม่เกินคนละหนึ่งนาทีเท่านั้น ตกลงมั้ย" บรรดาหนุ่มรีบรับคำและปฏิบัติในทันที
จนเวลาล่วงเลยไปสักพักใหญ่ๆ เหมยซีก็โทรศัพท์บอกให้ที่บ้านนำดอกไม้การ์ดและของขวัญกลับบ้าน เหมยซีไปพบปะเพื่อนในคณะ และไปทำความเคารพอาจารย์ของตน ทุกคนที่ได้เห็นเหมยซีอีกครั้งก็ดีใจกันมาก บางคนถึงกับร้องไห้ก็มี
เวลาล่วงเลยไปสักพักเหมยซีและหยางหยุนก็ขอตัวกลับก่อนเพราะเสียพลังงานจากงานรับดอกไม้ช่วงแรกไป หยางหยุนได้ขับรถมาส่งเหมยซีและได้ทานอาหารเย็นพร้อมครอบครัวเหมยซีอีกครั้ง และได้ขออนุญาติกลับไป
เมื่อถึงเวลานอน เหมยซีดื่มนมอุ่นๆที่แม่เตรียมมาให้ทุกครั้งก่อนเข้านอน และในฝันเสียงที่คุ้นเคยก็ได้เรียกขานเหมยซีจากห่วงนิทรา " เหมยซี..... เหมยซี... เจ้าได้ยินที่ข้าเรียกเจ้าหรือไม่ " เหมยซีค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาและมองสำรวจรอบๆ เป็นลานกว้างดอกไม้สวย นาๆพันธุ์ เต็มไปหมด
" สวยจริงๆ ที่นี้สวยงามมากเหมือนสวรรค์เลย" เหมยซีที่ยังตะลึงกับบรรยากาศและยังไม่ได้สังเกตุใครเรียกขานนาง
" เหมยซี.... ข้าขอบใจเจ้ามากที่ช่วยดูแลร่างกายของข้า ได้ช่วยล้างแค้นแทนข้าและดูแลมารดาของข้า ข้าขอบใจเจ้าจริงๆ " เหมยซีมองไปยังเสียงที่กล่าวขอบคุณนาง นั้นเจ้าของร่างนิ
" เจ้า เหมยซี เจ้ายังอยู่ หรือว่าเจ้าจะกลับไปยังร่างเดิมของเจ้าแล้ว" พูดจบก็เจ็บแปล็บที่หัวใจ
" ข้าเคยบอกเจ้าแล้วนะ ว่าตัวข้าละทิ้งร่างกายนั้นแล้ว และข้าก็หมดห่วง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าทำให้ข้าทำให้วิญญาณของข้าได้มาอยู่ยังที่สงบสุข เพื่อรอคอยที่จะได้เกิดใหม่อีกครา ครั้งนี้ที่ข้ามาหาเจ้า จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว และข้าก็มาบอกถึงวิธิการที่เจ้าจะกลับไปยังอดีตเพื่ออยู่ครองคู่กับคนรักของเจ้า หรือเลือกที่จะอยู่กับครอบครัว นั้นเป็นสิ่งที่เจ้าต้องเลือกเอง หาผู้ใดคิดแทนเจ้าได้" เหมยซีได้ฟังก็ทั้งดีใจและเสียใจในคราวเดียวเพราะกันนางต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
" เจ้าจงบอกข้ามาเถอะว่าข้าจะกลับไปได้อย่างไร มีวิธีการใดที่จะกลับไป ส่วนข้าจะกลับไปหรือรั้งอยู่ที่นี้ข้าคงต้องขอเวลาคิดอีกหน่อย เพราะไม่อยากห่างจากครอบครัวแล้วก็ยังไม่อยากห่างจากอี้อ๋อง" เหมยซีกลุ้มใจเป็นนักหนา ทางเดินข้างหน้านางต้องลิขิตเอง
" ก็ได้เอาเป็นว่าข้าจะบอกว่าช่วงเวลาใดที่เจ้าสามารถกลับไปได้ แต่โอกาสที่จะกลับไปมีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากพลาดแล้วไม่สามารถเรียกร้องได้อีก " เหมยซีพยักหน้าเข้าใจสิ่งที่นางสื่อ
" เดือนหน้าจะเป็นเดือนที่พระจันทร์สว่างที่สุดและใหญ่ที่สุดในรอบร้อยปี เมื่อถึงเวลานั้นจะมีแสงส่องนำทางเจ้าไปหากจากเลือกที่จะเปิดประตูบานนั้นก็หมายถึงเจ้าได้กลับไปอดีตแล้ว แต่หากเจ้ายังลังเลหรือเลือกที่จะอยู่ที่นี้ เมื่อแสงสีขาวค่อยๆ จางหายไปจนหมดลงไปนั้น ก็หมายความว่าเจ้ากลับไปหาอี้อ๋องไม่ได้อีกแล้ว ข้ามาเพื่อบอกเจ้าได้เพียงเท่านี้ ส่วนการตัดใจขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วนะเหมยซี ข้าขอบใจเจ้าอีกครั้ง ข้าไปแล้วนะ"
วิญญาณเหมยซีเจ้าของร่างได้หายไปพร้อมกับที่เหมยซีสะดุ้งตื่นขึ้นมา ภาพในฝันนั้นเหมือนจริงมากเหมือนกลับครั้งแรกที่เจอนาง นางมาเพื่อช่วยบอกว่าข้าสามารถกลับไปได้และโอกาสมีเพียงครั้งเดียว แต่เดือนหน้ามันสั้นนัก ว่าแล้วเหมยซีก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าวันเวลาไหนที่พระจันทร์สว่างและดวงโตที่สุด
" อีกไม่นานแล้วหรือนี้ที่ต้องเลือก วันที่ 20 เดือนหน้าคือวันที่ต้องตัดสินใจเลือก" เหมยซีได้แต่จ้องพระจันทร์บนท้องฟ้าไม่วางตา เหลือเวลาไม่มากแล้ว