ท่านแม่
ท่านแม่
น้ำเสียงเย็นเรียบนิ่งเอ่ยเรียกมารดาเป็นครั้งที่สอง สายตาของจับจ้องร่างโทรมเหงื่อหายใจเหนื่อยหอบ ที่ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นหรือลืมตามามองนาง ที่ยืนค้ำร่างนอนอยู่
“ท่านแม่รั่วหนานมาหาท่าน”
คราวนี้หญิงสาวเพิ่มน้ำเสียงของนางให้ดังขึ้นกว่าเก่าพร้อมโน้มลงไปเขย่าร่างมารดาก่อนจะยืนกลับมาเมื่อคนที่นอนอยู่ดูจะตื่นขึ้นมาอย่างที่นางต้องการ ก่อนมุมปากเล็กจะยกสูงกวาดตามองใบหน้าเยิ้มเหงื่อ รอบปากเปื้อนชาดทาปากไร้ความงดงามทีนางพยายามดูแล
ส่วนฮูหยินเสิ่นที่โดนปลุกก็ลนลานลุกนั่งควานหาผ้ามาคลุมร่างเปลือย เต็มไปด้วยรอยรักที่ชายชู้ฝากเอาไว้ระหว่างนั้นสายตาของนางก็มองใบหน้าบุตรสาวด้วยใจระทึกความรู้สึกหวาดหวั่นฉายชัดออกมาจากดวงตาของนางจางอิ๋นกลืนน้ำลายเหนียวลงคอด้วยความยากลำบาก ก่อนจะพยายามฉีกยิ้มกว้างเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“อะ อาหนานเจ้าเข้ามาตะตะตั้งแต่เมื่อกัน”
“ทำไมหรือเจ้าค่ะท่านกลัวว่าลูกจะเห็นเรื่องไม่ควรเห็นหรือ”
ความรู้สึกของเสิ่นรั่วหนานตอนนี้ราวเสือติดปีกที่บินเหนือคนทั้งจวนรวมถึงมารดา ที่ก่อนหน้านี้เหนือกว่านางในทุกด้านพร้อมสายตาเหลือบจ้องร่างที่นั่งบนเตียงต่ำกว่านางมากนัก
“แม่แม่จะคิดเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไรกัน” คนมีความผิดพยายามกลบเกลื่อนทั้งที่สายตาของบุตรสาวทำนางรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เหงื่อแตกพลัก
“แต่ท่านไม่ต้องห่วงหรอกนะเรื่องที่ท่านทำนั่น ข้าไม่เอาไปบอกท่านพ่อ ตอนนี้หรอกเจ้าค่ะ”
รั่วหนานโน้นใบหน้าของนางเข้าไปใกล้มารดาพร้อมเอ่ยเบาก่อนจะยืดตัว หันหลังมองห้องคล้ายสนามรบของมารดาและชายชู้ของนางท่าทางที่ผู้เป็นมารดาแสดงออกมานั้น ชัดเจนว่าหวาดกลัวคราวนี้ไม่ว่านางต้องการสิ่งใดมีหรือว่ามารดาจะไม่ให้
“จริงหรือเจ้าจะไม่บอกท่านพ่อจริงๆ ใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะลูกจะไม่บอกท่านพ่อ หากท่านแม่...ช่วยลูกบางเรื่อง”
“ได้! ย่อมได้แน่นอนเจ้าพูด เจ้าพูดมาแม่ยอมทำตามเจ้ามทุกอย่าง”เสิ่นรั่วหนานเหลือบมองมือข้างที่มารดาจับแน่นพร้อมออกแรงบีบเป็นระยะด้วยรอยยิ้มสมใจเสียงเว้าวอนของมารดาทำรั่วหนานอยากจะหัวเราะให้ก้องห้องก่อนนางจะหันหลังมาแล้วเอ่ย ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นที่พยายามเก็บเอาไว้ให้มิด
“ท่านแม่เรื่องของลูกนั้นไม่มีอะไรยากแม้แต่นิดท่านเพียงอยู่ข้างลูก อย่าให้ชายชู้ของท่านรังแกลูกมากนัก และลงโทษเขาเล็กๆ น้อยๆเวลาที่เขาหาเรื่องลูก เห็นหรือไม่ว่าสิ่งที่ลูกขอไม่ยากเลย”
จางอิ๋นก้มลงครุ่นคิดในคำขอของบุตรสาวก่อนนางจะเงยมองใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มของบุตรสาวก่อนจะพยักหน้ารับพร้อมกับเอ่ยรับคำขอของนาง
“ได้!! ย่อมได้!แม่รับปากเจ้า เพียง เพียงเจ้าไม่บอกพ่อเจ้า แม่รับปากเจ้าทั้งหมด”
“เช่นนั้นลูกไม่รบกวนเวลาพักผ่อนท่านแล้ว”
เด็กสาวเดินออกจากห้องนอนมารดาด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี ถึงขั้นเผื่อแผ่รอยยิ้มหวานนั้นให้บ่าวรับใช้ สร้างความแปลกใจไปตามกันไม่เว้นเส้าจิ่งที่เดินตรวจตราดูบ่าวรับใช้ทำงาน
จนยามค่ำคืนที่เข้าไปหาฮูหยินเสิ่นแล้วเห็นนางดื่มสุราด้วยท่าทางสีหน้ากังวล กวงเส้าจิ่งจึงได้รู้ว่าเหตุใดคุณหนูเสิ่น ถึงได้จิกจัดเขาเมื่อวานเพราะว่านาล่วงรู้ความลับของเขาและมารดา
‘เสิ่นรั่วหนานเจ้าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้าหรือ ในเมื่อเจ้ารู้ความลับข้า ข้าก็จะทำให้เจ้าไม่กล้าเอาเรื่องนี้มาพูดกับข้าอีก’
ถึงก่อนหน้านี้เส่าจิ่งบอกกับจางอิ๋นว่าเขาไม่เกรงกลัวบุตรสาวนางแต่ตลอดหายวันมานี้เขากลับยินยอมให้นางแกล้งตามคำขู่ที่นางข้มขู่กับมารดานางเอาไว้ราวกับว่าก่อนหน้านี้เขาไม่ได้รับรู้เรื่องราวพวกนี้มาก่อนเลยทำให้คุณหนูใหญ่อารมณ์ดี ไม่หาเรื่องบ่าวตัวเล็กให้หวาดกลัวขวัญหนี
วันนี้เขาก็ยังต้องทำหน้าที่บังคับม้าพานางออกไปด้านนอก ขนของสารพัด ทั้งยังใช้ถ้อยคำแหน็บแหนมด่าทอสารพัดโดยที่ไม่อาจจะตอบโต้อะไรนางได้
“ชั่วช้า เลวทรามคนไร้ศีลธรรม”
เส้าจิ่งกำบังเหียนในมือแน่นความรู้สึกคุกรุ่นที่ตลอดหลายวันมานี้ต้องเผชิญ ทำใบหน้าเขาบึ้งตึง หงุดหงิดขนาดที่ระบายกับมารดาของนาง ก็ไม่อาจลดทอนความรู้สึกที่มีนี้ไม่ได้ดวงตาขุ่นเคืองมองไปทางด้านหลังที่มีผ้าม่านกั้นก่อนจะก้มลงมองก้อนหินหลายก้อนที่ตกอยู่ ก็ขยับปากไร้เสียง สาปแช่งคนด้านในที่จนตอนนี้ก็ยังปาหินใส่เขา พร้อมคำด่ามากมายที่ออกมาจากปากของนาง
นัยน์ตาเฉียบคมหันกลับมามองเส้นทางออกแรงฟาดหลังม้าให้วิ่งเร็วขึ้นอีกจะได้ถึงจวน แล้วหลุดพ้นจากสตรีนางนี้เสียที
ทว่าเมื่อเขากำลังวิ่งผ่านแนวป่าห่างไกลเส้นทางระหว่างเข้าเขตเมืองชั้นในพลันดวงตาของเขาที่มองเส้นทางนั้นก็เบิกขึ้นเล็กน้อยความคิดจะจัดการเด็กสาวเมื่อหลายวันก่อน ก็ดันผุดเข้ามาในหัวพร้อมกับรอยยิ้มเกรียมผุดขึ้นมาบนใบหน้า ก่อนจะหันมองคนที่อยู่ด้านใน แล้วบังคับหัวรถม้าให้เลี้ยวเข้าไปทางในป่า
‘ดูสิเจ้าเป็นภรรยาข้าแล้วจะยังเอาเรื่องข้าไปบิดาเจ้าอยู่อีกหรือไม่’
ส่วนเสิ่นรั่วหนานที่นั่งไม่รับรู้อยู่ด้านในก็ยิ้มกว้างอารมณ์ดีกินขนมในมือสบายใจ พลางคิดหาคำด่าทอพ่อบ้านประจำจวนไม่ขาดความสุขที่มีในช่วงตลอดหลายวันนี้ ทำนางยิ้มกว้าง ตลอดวันเพลาเรื่องก่นด่าบ่าวในเรือน แล้วมาด่าทอบ่าวชายด้านนอกนั่นแทน
ยู้ววว
หัวคิ้วเรียวได้รูปขมวดชนกันเมื่อได้ยินเสียงด้านนอกเหมืองให้ม้าหยุดก่อนจะแหวกม่านมองดูข้างทาง แต่กลับต้องสงสัยหนักเมื่อตรงที่นางอยู่นั้นเป็นเส้นทางไม่คุ้นเคย ทั้งยังรกทึบราวกับว่าที่ผ่านมาเส้นทางนี้ไม่เคยมีใครผ่านมาก่อน
“เจ้าหยุดรถทำไม”
“...”
“นี่ข้าถามเจ้าไม่ได้ยินหรืออย่างไรเจ้าสวะ”
“ขอรับ”
“ข้าถมว่าเจ้าหยุดรถทำไม”
รั่วหนานมองคนที่แหวกม่านมองนางพร้อมแย้มยิ้มมองนาง นัยน์ตาแวววาวมากเล่ห์ที่เขามอง ทำขนอ่อนในกายลุกชันไปทั้งตัวก่อนจะเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวเมื่อเขาค่อยๆคลานเข้ามาในรถม้าด้วยท่าทางราวราชสีห์จ้องจะตะครุบเหยื่อเช่นนางท่าทางคุกคามที่เสิ่งแสดงเสียวไปทั้งแผ่นหลังเผลอถอยหลังหนีจนติดผนังรถม้าไร้หนทางไปต่อ
“นะ นั่นเจ้าจะทำอะไร”
“หึคุณหนูนี่ท่านกลัวหรือ ข้าเป็นเพียงบ่าว ท่านจะกลัวข้าด้วยเรื่องอะไร”
“แล้ว แล้วนี่เจ้า เจ้าวเข้ามาทำไม”
นางยื่นมือข้างหนึ่งออกไปอีกข้างก็คลำไปทั่วพร้อมเบี้ยงตัวหลบชายร่างใหญ่ที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ
“หึท่านอยากรู้หรือว่าข้าเข้ามาทำไม”
“เจ้าออกไปนะ ออกไปข้าบอกให้ออกไปไม่อย่างนั้นไม่อย่างนั้นข้าจะ จะบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อดูซิว่าคราวนี้เจ้าจะจัดการอย่างไร”
“เช่นนั้นไหนๆเจ้าก็จะบอกท่านพี่แล้ว เจ้าก็บอกเรื่องของเจ้ากับข้าไปด้วยแล้วกัน”
กรี๊ดดด
“ปล่อยข้านะข้าบอกให้ปล่อย ไอชาติชั่วปล่อยข้านะ ปล่อยกรี๊ด”
คุณหนูเสิ่นหวีดร้องสุดเสียงนางพยายามผลักร่างใหญ่โต ของพ่อบ้านประจำจวนออกจากร่างพลางเบือนใบหน้าหนีใบหน้าของเขาที่ขยับมาใกล้ หมายจะจูบสูดดมกลิ่นกายของนางดวงตาตระหนกเหลือบมองด้านล่างเมื่อตรงกลางระหว่างขา มีท่อนขาใหญ่แทรกเข้ามาแหวกบังคับให้นางต้องอ้าขาออกมา
“อื้ออ อื้ออ่อยอ่อยอ้า อื้ออ” เสียงอู้อี้ในลำคอดังออกมาจากคนตัวเล็กมือทั้งสองของนางพยายามผลัก ดันท่อนใหญ่ที่กำลังบีบคางนางอย่างแรงแล้วบังคับให้อ้าปากรับเรียวลิ้นของเขา ก่อนจะส่งเสียงร้องออกมาสุดแรงเมื่อชุดที่นางสวมอยู่โดยเขาถอดออกไปอย่างรวดเร็ว เผยผิวเนื้ออกขาวผ่อง
“อื้ออฮึกปล่อยข้านี่ปล่อยข้านะ”
“คุณหนูท่านอย่าร้องไห้เจ็บคอเลย ตรงนอกจากท่าน ข้าและเจ้าม้าตัวนั้นแล้วก็ไม่มีใครได้ยินอีกแล้ว”
“เจ้ามันชั่วคอยดูข้าจะบอกท่านพ่อ”
“ฮ่าฮ่าคุณหนูท่านนี่ช่างน่าขันยิ่งนัก ท่านคิดว่าบิดาท่านจะกลับมาเร็ว ๆ นี่หรือไม่แน่ตอนเขากลับมา ก็อาจจะเป็นวันรับขวัญหลานที่จะเกิดมาของท่านและข้าก็ได้ท่านว่าเช่นนั้นหรือไม่ ฮ่าฮ่าคุณหนู”
กวงเส้าจิ่งหัวเราะก้องห้องในรถม้าดวงตาของเขาจ้องร่างสั่นเทา ด้วยความสะใจ ก่อนจะก้มลงซุกเต้านมเล็กเต่งส่วนปลายแข็งขัน พร้อมสอดมือเข้าไปใต้กระโปรงยาว สำรวจร่างหญิงสาวไปทั่วเพียงปลายนิ้วสัมผัสแหวกเข้าไปกลางกลีบแคมเล็ก ก็รับรู้ถึงน้ำเหนียวเปียกแฉะเยิ้มเต็มนิ้วมือของเขา ก่อนจะสอดเข้าไปภายในรูตอดคับแน่น
“อื้อออร้า เอาออกไปนะเจ้าเอามันออกไปนะ”
จ๊วบ
“อื้ออเฮือกอึก อร้า...อื้ออ เอาอะอะ ออกไปนะอื้ออ”นำเสียงกระเส่าดังออกมาพร้อมมือทั้งสองของนางพยายามดันมือใหญ่ออกจากร่องแคมเล็กซ่านวาบของนาง
เสิ่นรั่วหนานแอ่นอกของนางสูงร่างกายบิดเร่าไปมา ส่งเสียงดังก้องห้องในรถม้า ดวงตาของนางเยิ้มปรือใบหน้าเหยเกความรู้คล้ายร่างกายชาทำมือทั้งสองของนางอ่อนแรงปล่อยจากท่อนแขนที่กระหน่ำแทงเข้ามาภายในไม่หาย เพียงไม่นานก็สั่นเกร็งกระตุกปล่อยสายน้ำออกมา พร้อมเสียงหวีดร้องสุดเสียวจนแสบไปทั้งลำคอ
“อร้าง..อร้าอ่ะอ่ะอื้ออ ข้า เจ้าอร้าง..”
“ดูสิว่าเจ้าชอบขนาดไหนเสิ่นรั่วหนาน”
สิ้นเสียงทุ้มเหี้ยมเกรียมร่างของเส้าจิ่งก็กระโจนใส่กายบางเขาบีบบังคับนางให้รับจูบร้อน พร้อมรูดสาวท่อนลำเตรียมพร้อมเสียบเข้าไปในร่องอุ่น
เพียงแก่นเนื้อลำยาวเข้าไปในร่างบอบบางกายนางก็สะท้านสั่น เสียงร้องเจ็บปวดปนกระเส่าดังออกมาไม่ขาดก่อนความเจ็บปวดกลางกายจะเปลี่ยนเป็นซาบซ่าน พร้อมความรู้สึกวาบหวามเข้ามาแทนที่นางตอบรับคนตัวใหญ่ด้วยท่าทางเงอะงะ แม้ร่างกายตอบรับแต่ใจนางต่อต้านไม่ยินยิม พร้อมสายตาชิงชังก็มองใบหน้าที่สุดแสนจะรังเกียจนั้นไม่ละไปไหน
“แฮกแฮก อร้า...”นัยน์ตากลมฉ่ำคลอน้ำใส มองคนที่ดึงแท่งยาวน่ารังเกียจออกจากร่างกายนางแล้วสาวปล่อยน้ำออกมาก่อนจะเงยมองใบหน้านาง แล้วพูดถ้อยคำเสียดแทงใจออกมา
“หากท่านอยากบอกบิดาคงมีแค่ติดปีกบินไปหาเขาแล้วละคุณหนู อ๋อแต่ก่อนไปก็ลองคิดดูว่าบุตรวไม่เอาไหนอย่างเจ้าวันๆหาแต่เรื่องใส่ร้ายบ่าวเขาจะเชื่อหรือไม่”
“เจ้า!!”