กาลเวลาในโถงถ้ำศักดิ์สิทธิ์ราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ คำอินทร์ถูกพันธนาการด้วยสองแขนอสูรที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็ก พละกำลังมหาศาลบีบอัดจนกระดูกทั่วร่างของเขาส่งเสียงลั่น เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีแดงก่ำทั้งสี่ของอสูรราชครู เห็นเพียงความบ้าคลั่งและความสุขสมที่ได้เห็นเหยื่อใกล้สิ้นลมหายใจ
"รู้สึกอย่างไรบ้าง...เ้าเด็กน้อย?" เสียงของอสูรราชครูดังกระหึ่มผิดเพี้ยนไปจากเดิม "นี่คือพลังที่แท้จริง! พลังที่เ้าและอาจารย์เฒ่าของเ้าไม่มีวันเข้าใจ!"
แขนของมันเริ่มออกแรงบีบมากขึ้น หวังจะหักกระดูกสันหลังของคำอินทร์ให้แหลกคามือ
"คำอินทร์!"
เสียงของหลวงปู่แก้วดังก้องขึ้น ท่านรู้ดีว่าด้วยพละกำลังที่เหลืออยู่ ท่านไม่อาจต่อกรกับอสูรตนนั้นซึ่งๆ หน้าได้อีกต่อไป
แต่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังที่สุด ปัญญาย่อมเป็อาวุธสุดท้าย!
แทนที่จะร่ายอาคมโจมตี ท่านกลับทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิ วางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนพื้นหินที่เย็นเยียบ หลับตาลง แล้วเปล่งวาจาด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธา
"โอ้ ปฐีเทวีผู้พิทักษ์...ดวงิญญาแห่งผืนแผ่นดินนี้...ข้า เ้าฟ้าแก้ว ผู้เคยผิดคำสัตย์ แต่บัดนี้ขอกลับใจพิทักษ์...ขอจงสดับฟังคำวิงวอนสุดท้ายของข้า! จงขับไล่เสนียดจัญไรตนนี้ให้พ้นไปจากนิวาสสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านด้วยเถิด!"
สิ้นเสียงนั้น หลวงปู่ได้ถ่ายเทพลังชีวิตที่เหลืออยู่เกือบทั้งหมดของท่านลงสู่ผืนปฐี!
วูมมมมมม!
ราวกับคำวิงวอนของท่านได้รับการตอบรับ! ทั่วทั้งโถงถ้ำพลันสั่นะเือย่างรุนแรง แสงเรืองรองสีฟ้าจากทะเลสาบและแสงสีทองจากมอสส์บนผนังถ้ำสว่างวาบขึ้นพร้อมกันราวกับตอบขาน
และแล้ว...ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด!
รากไม้ขนาดมหึมาที่ซ่อนตัวอยู่ในรอยแยกของผนังถ้ำมานานนับพันปี บัดนี้กลับมีชีวิตชีวาขึ้น! พวกมันพุ่งออกมาจากผนังราวกับอสรพิษั์ เข้าฉกรรัดพันตามแขนขาและลำตัวของอสูรราชครูอย่างรวดเร็ว
"อะไรกัน!" อสูรราชครูคำรามอย่างตกตะลึง มันพยายามสะบัดร่าง แต่รากไม้เหล่านี้เหนียวแน่นและแข็งแกร่งกว่าที่คิด มันถูกบีบรัดจากทุกทิศทาง ทำให้แรงที่จับตัวคำอินทร์ไว้คลายลงโดยไม่รู้ตัว
คำอินทร์ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้สูญเปล่า! เขาดิ้นสุดแรงจนหลุดออกมาจากพันธนาการได้สำเร็จ แล้วรีบถอยห่างออกมาตั้งหลัก หอบหายใจอย่างหนักหน่วง
"เ้าเฒ่าแก้ว! คิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกอย่างนั้นรึ!" อสูรราชครูคำรามอย่างเดือดดาล มันใช้แขนทั้งสี่ข้างฉีกกระชากรากไม้ออกเป็ชิ้นๆ แต่เมื่อฉีกเส้นหนึ่งออกไป ก็มีอีกสองเส้นพุ่งเข้ามารัดแทนที่ มันถูกรบกวนจนไม่อาจขยับตัวได้อย่างอิสระ
การต่อสู้ได้เปลี่ยนรูปแบบไปโดยสิ้นเชิง บัดนี้มันไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างคนสามคนอีกต่อไป แต่เป็มหาศึกระหว่าง "อสูรหนึ่งตน" ปะทะกับ "สองจอมอาคมและหนึ่งถ้ำศักดิ์สิทธิ์"!
คำอินทร์ตระหนักได้ในทันที ดาบของเขาไม่อาจสร้างาแฉกรรจ์ให้กับร่างอสูรนี้ได้ แต่ความเร็วและความคล่องตัวของเขาสามารถสร้างความได้เปรียบ
"ข้าจะเป็คนล่อมันเองขอรับหลวงปู่!" เขาะโบอก
ว่าแล้วเขาก็พุ่งทะยานเข้าไปอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้โจมตีตรงๆ แต่กลับใช้ท่าเท้า พยัคฆ์ซ่อนเงา วิ่งวนไปรอบๆ ร่างของอสูรราชครูที่กำลังพัวพันอยู่กับรากไม้ ล่อหลอกให้มันหันตาม สร้างความรำคาญและเปิดช่องว่าง
"เ้าหนูสกปรก!" อสูรราชครูหันมาไล่ทุบไล่ต่อยคำอินทร์ด้วยแขนทั้งสี่ข้างอย่างบ้าคลั่ง แต่คำอินทร์นั้นว่องไวดุจสายลม เขาหลบหลีกการโจมตีที่หนักหน่วงแต่เชื่องช้าเ่าั้ได้อย่างฉิวเฉียด
ตูม! ตูม! ตูม!
หมัดอสูรทุบพื้นถ้ำจนสั่นะเื เศษหินกระจายไปทั่ว แต่ก็ไม่เคยโดนตัวคำอินทร์เลยแม้แต่ปลายเล็บ
ขณะเดียวกัน หลวงปู่แก้วที่นั่งสมาธิอยู่ก็ยังคงทำหน้าที่สนับสนุนต่อไป ท่านไม่ได้ใช้อาคมโจมตี แต่กลับเริ่มสวด "พระคาถาชินบัญชร" ด้วยน้ำเสียงที่ก้องกังวาน พุทธานุภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของบทสวดได้แผ่กระจายไปทั่วทั้งถ้ำ มันไม่ได้ทำอันตรายต่ออสูรโดยตรง แต่กลับไปเสริมพลังให้กับ "จิติญญาของถ้ำ"
รากไม้ที่พันธนาการร่างอสูรพลันแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว! มอสส์บนผนังถ้ำส่องแสงจ้าจนอสูรราชครูต้องหรี่ตาทั้งสี่ลงด้วยความเ็ป!
"อ๊าคคค! เสียงน่ารำคาญนี่มันอะไรกัน!" ราชครูคำรามอย่างเ็ป
การประสานงานของสองศิษย์อาจารย์และถ้ำศักดิ์สิทธิ์กำลังได้ผล พวกเขากำลังค่อยๆ บั่นทอนพลังของอสูรร้ายลงทีละน้อย
"คำอินทร์!" หลวงปู่ส่งกระแสจิต "พลังของมันไม่ได้ไร้ขีดจำกัด! สังเกตที่อักขระบนแขนขวาของมัน! ทุกครั้งที่มันใช้พลัง อักขระนั่นจะเรืองแสงขึ้น! นั่นคือแก่นของอาคมอสูร! คือหัวใจของมัน!"
คำอินทร์เบิกตากว้าง เขามองตามที่หลวงปู่บอกและก็เห็นจริงดังว่า อักขระสีดำบนแขนขวาของอสูรราชครูที่เคยใช้ปลดปล่อยพลัง บัดนี้มันกำลังเต้นเป็จังหวะราวกับหัวใจ และทุกครั้งที่มันทุบตีหรือคำราม อักขระนั่นก็จะสว่างวาบขึ้น
พวกเขาเจอจุดอ่อนแล้ว!
บัดนี้พวกเขามีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่การจะเข้าถึงเป้าหมายนั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลย อสูรราชครูรู้ตัวว่าอักขระนั้นคือจุดอ่อน มันจึงใช้แขนข้างนั้นป้องกันตัวเป็อย่างดี
"ต้องสร้างโอกาส!" คำอินทร์คิดในใจ
เขามองไปยังหลวงปู่แล้วพยักหน้าให้กันหนึ่งครั้ง ทั้งสองเข้าใจแผนการตรงกันโดยไม่จำเป็ต้องเอ่ยคำพูด
หลวงปู่หยุดสวดคาถาชินบัญชรชั่วครู่ แล้วรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายชี้ไปยังแท่นศิลาจารึกโบราณ "จงตื่นขึ้น...อารักษ์แห่งบรรพชน!"
แท่นศิลาจารึกพลันส่องสว่างเรืองรองด้วยแสงสีทองเจิดจ้าที่สุดเท่าที่เคยปรากฏ! แสงนั้นสว่างจ้าจนบดบังทุกสิ่งทุกอย่างในถ้ำ มันคือการดึงดูดความสนใจที่สมบูรณ์แบบ!
อสูรราชครูใกับแสงที่จ้าจนแสบตา มันหันหน้าและยกแขนทั้งสี่ขึ้นป้องกันตามสัญชาตญาณ เปิดช่องว่างที่แขนขวาซึ่งเป็ที่อยู่ของอักขระมรณะเป็เวลาเพียงเสี้ยววินาที!
และเสี้ยววินาทีนั้น...ก็เกินพอสำหรับคำอินทร์!
เขาทะยานร่างไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต ดาบคู่กายในมือถูกอาบด้วยแสงสีฟ้าจากทะเลสาบและแสงสีทองจากแท่นศิลา จนตัวดาบเรืองรองขึ้นมาราวกับอาวุธของทวยเทพ
เขาไม่ได้เล็งไปที่ลำตัวหรือศีรษะ แต่เป้าหมายของเขามีเพียงหนึ่งเดียว...
อักขระบนแขนขวาของอสูรราชครู!
"จบสิ้นกันแค่นี้แหละ!!!"
ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือของคำอินทร์พุ่งตรงไปยังหัวใจของอสูรด้วยความเร็วสูงสุด...คมดาบอยู่ห่างจากอักขระสีดำนั้น...เหลือเพียงไม่ถึงหนึ่งคืบ!