พวกเควินก็เดินเข้ามาจนถึงในโซนบริเวณส่วนนอกของป่าทับทิมที่มีรัศมีโดยรอบถึงหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรตรงจุดนี้จะมีอสูรวิณญาณั้แ่ระดับหนึ่งที่อยู่ขอบของป่าไปจนถึงระดับหกที่อยู่ระหว่างบริเวณส่วนนอกและส่วนกลางจะพบที่บริเวณนี้ แต่หากเป็อสูรวิณญาณระดับเจ็ดขึ้นไปจะพบในบริเวณส่วนกลางเข้าไป
"เควินพวกเราจะพักตรงจุดไหนกันวันนี้"
"เข้าไปอีกสักหน่อยตรงจุดที่มีอสูรวิณญาณระดับห้า พวกเราจะพักกันที่นั่น"
ทุกคนพยักหน้าเข้าใจตรงกัน พวกเควินใช้เวลาสักพักเดินฝ่าเข้ามาในป่าทับทิมระหว่างทางเต็มไปด้วยอสูรวิณญาณมากมายส่วยน้อยจะเป็นพวกรักสงบแต่ก็มีส่วนมากจะเป็นสายต่อสู้พวกมันเมื่อพบพวกเควินกำลังรุกล้ำเขตพวกมันมีหรือจะให้คนแปลกหน้ากล้าหาญเข้ามาในเขตของพวกมันออกไปอย่างง่ายดาย พวกอสูรวิณญาณสายต่อสู้ต่างๆก็กรูเข้ามาทำร้ายพวกเควิน
เควินก็เลยให้อาริเชียกับลาเวเรียได้ฝึกฝีมือโดยที่ไม่มีเขา คอเรนกับเรทีน่าคอยช่วยผลออกมาเป็นที่พอใจพรสวรรค์อันน่าตกตะลึงของอาริเชียก็ยังทำให้คอเรนกับเรทีน่าไม่ว่าจะมองเท่าไหร่ก็ไม่เคยชิน อาริเชียจัดการสังหารอสูรวิณญาณอย่างเด็ดขาดรวดเร็วร่างกายอันงดงามราวกับร่ายรำไปในสนามรบ ท่าทางที่ใช้สังหารอสูรวิณญาณลื่นไหลไม่มีสะดุดและเมื่อลงดาบเมื่อไหร่ก็จะมีร่างไร้วิณญาณของอสูรวิณญาณเมื่อนั้น
ทางด้านลาเวเรียก็ไม่น้อยหน้าเควินถึงกับพยักหน้าด้วยความพอใจหลังจากที่ได้รับทั้งโอกาสกลายเป็นแวมไพร์มาทั้งยังฝึกฝนวิชาดาบที่เควินเป็นคนคิดค้นขึ้นมาทำให้ลาเวเรียสังหารได้อย่างหมดจดเช่นเดียวกันถึงแม้คลื่นอสูรวิณญาณจะมามากมายเพียงใดก็จะต้องถูกสังหารกลับจนกลายเป็นร่างไร้วิณญาณ
คอเรนกับเรทีน่าที่ไม่มีบทบาทในการต่อสู่ก็คอยเก็บเอาผลึกที่สำคัญของอสูรวิณญาณ
ผ่านไปไม่นานการต่อสู้อันดุเดือดของอาริเชียกับลาเวเรียก็สิ้นสุดลงไปอย่างสวยงามนับว่าเป็นการเก็บประสบการณ์ที่สำคุญสำหรับสองคนแต่ว่าอสูรวิณญาณที่ต่อสู้ด้วยเป็นเพียงแค่ระดับหนึ่งถึงระดับสามเท่านั้น
"ไปต่อกันเถอะ"
ขณะที่เควินและพวกกำลังที่จะก้าวออกเดินเข้าไปในป่าทับทิมต่อก็มีเสียงตระโกนด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงการดูถูกเหยียดหยาม
"เฮ้ พวกเจ้าจะไปไหนก่อนจะไป พวกเจ้าทิ้งผู้หญิงและผลึกวิณญาณไว้เสียแล้วข้าจะฆ่าเจ้าให้ตายอย่างไม่เจ็บปวด"
พวกเควินไม่ได้สนใจแต่อย่างใดก้าวเดินตอไปเช่นเดิม ขณะที่การกระทำเช่นนั้นกลายเป็นจุดชนวนให้พวกโจรป่าเริ่มมีโทสะ
"ดูเหมือนว่าพวกมันจะทำเป็นไม่ได้ยินที่พวกเราพูดนะหัวหน้า"
"พวกเจ้าใครคนใดสามารถสังหารผู้ชายทิ้งและนำผู้หญิงกลับมาข้าจะให้เจ้าเลือกเอาต่อจากข้าคนหนึ่งก็แล้วกัน"
พวกโจรป่าเมื่อได้ยินหัวหน้าตนเองกล่าวเช่นนั้นแล้วก็ต่างโห่ร้องยินดีถึงแม้หญิงสาวที่พวกมันพบเห็นสามคนเดินร่วมทางกับชายหนุ่มสองคนนั้น และยังมีผ้าปิดใบหน้าอยู่แต่ก็ไม่ทำให้พวกมันรู้สึกเสียกำไรกลับดีใจจนเนื้อเต้นผู้หญิงพวกนั้นต้องไม่ใช่คนมีฐานะธรรมดาแต่น่าจะงดงามจนต้องตะลึงอย่างแน่นอน
"ไปพวกเรา ไปล่ามาให้หัวหน้าพวกเรากันเถอะ"
พวกโจรป่าเคลื่อนไหวร่างกายรวดเร็วราวกับผืนป่าคือที่วิ่งเล่นของพวกมันไม่นานก็เข้าประชิดพวกเควินเข้าล้อมพวกเขาเอาไว้ทุกทิศทุกทาง
"อย่ามาขวางพวกข้าถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่" เควินตวาดใส่พวกโจรป่าที่โอ้อวดพลังอำนาจของตน เขาก็เริ่มมีโทสะเช่นกันใครก็ตามที่จ้องมองกลุ่มพวกเขาราวกับเป็นทรัพย์สมบัติเคลื่อนที่อวดเบ่งอำนาจไม่ทำอะไรวันๆมันน่าสับสังหารให้ตายจริงๆไอ้พวกที่แต่ละวันไม่ทำอะไรอยู่แล้วยังคอยดักปล้นผู้ที่เข้ามาแสวงหาโชคลาปภายในป่าแห่งนี้อีก
ในตอนที่เควินพักการปกป้องกำแพงเพราะรอจัดงานหมั้นระหว่างเขากับอาริเชียที่กำลังเกิดขึ้นเขาก็ได้รับรายงานเกี่ยวกับกลุ่มโจรป่าที่คอยทำเรื่องชั่วร้ายคอยดักปล้นผู้หญิงและของมีค่าในป่าทับทิม กลุ่มไหนที่โชคร้ายก็จะโดนพวกมันดักปล้น ผู้ชายมีทางเดียวคือตาย ส่วนผู้หญิงก็มีทางเลือกเดียวเช่นกันคือกลายเป็นของเล่นของพวกมัน ทรัพย์สินที่พกติดตัวมาก็ต้องโดนพวกมันเก็บเกี่ยวไปจนหมด
เควินก็นึกสงสารชาวบ้านที่เป็นทั้งญาติมิตรสหายพ่อแม่พี่น้องของคนที่โดนกระทำการดังกล่าวพวกเขาคอยมาขอความเป็นธรรมให้ช่วยกำจัดพวกโจรป่าให้สิ้นซากแต่พวกขุนนางราชวงศ์คนอื่นๆก็ไม่ได้มีทีท่าจะไปสนใจอะไรสักอย่าง เควินจึงตัดสินใจส่งหนึ่งในอัศวินราตรีทมิฬและทหารของหน่วยตนเองมุ่งหน้าไปกำจัดพวกมันแต่เมื่อไปถึงแหล่งกบดานกลับพบเพียงที่พักกับเครื่องทรมานและผู้หญิงที่ใกล้ตายเต็มทีแล้วเท่านั้น
นั่นก็หมายความว่ามีคนส่งข้อความมาบอกพวกโจรป่าเหล่านี้ล่วงหน้าทำให้พวกมันย้ายที่กบดานใหม่ได้ทัน ภารกิจครั้งนั้นของเควินที่ให้ไปก็ต้องล้มเลิกไปเห็นได้ชัดว่าไม่เพียงกลุ่มโจรพวกนี้ปล้นสะดมมานานแต่ยังมีคนใหญ่คนโตคอยเป็นเบื้องหลังให้
เมื่อพวกมันกล้ามายืนต่อหน้าเขาแล้วคิดเหรอว่าเควินจะปล่อยให้พวกมันได้ใจกันอีกครั้ง
"อาริเชีย ท่านพี่ คอเรน เรทีน่าเตรียมพร้อมต่อสู้เมื่อมีโอกาสแล้วก็ไปทำลายพวกมันให้หมดวันนี้เลยดีกว่า พวกมันก็โผล่หน้ากันมาขนาดนี้ก็ไล่สังหารจนไปถึงแหล่งกบดานมันจะเป็นอะไรไป" เควินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
"อย่างพวกแกจะทำอะไรได้มีแต่เด็กและพวกผู้หญิง….."โจรป่าที่กำลังกล่าวด้วยท่าทางเยาะเย้ยก็เงียบลงพร้อมกับศีรษะที่หล่นร่วงจากบ่ากระแทกพื้น มันคือการโจมตีที่เฉียบขาดของเรทีน่าเธอก็ไม่อยากจะเปลืองคำพูดกล่าวโต้ตอบแต่จะใช้มีดสั้นเป็นคนกล่าวแทน
"พวกเจ้าชั่งกล้านัก"โจรป่าเมื่อเห็นพวกพ้องตายไปอย่างไม่ทันตั้งตัวพวกมันทั้งหมดก็รีบกระโจนเข้าใส่พวกเควินจากรอบทิศทาง
เคร้ง!
เคร้ง!
เสียงปะทะกันระหว่างพวกเควินกับพวกโจรป่าดังขึ้นการต่อสู้อันดุเดือดก็เริ่มเปิดฉาก แต่ต่อสู้กันมาได้ไม่ถึงห้าวินาทีฝ่ายโจรป่าก็กลายเป็นร่างไร้วิณญาณไปถึงเจ็ดคนทำให้พวกมันเดือดดาลเป็นอย่างมากพวกมันลดความประมาทลงแล้วพุ่งเข้าปะทะด้วยแรงทั้งหมดที่มีทันที
"ระวังด้วยพวกมันลดความประมาทลงไปแล้ว"เควินส่งเสียงเตือนพวกอาริเชีย
"ตาย! เจ้าพวกเด็กอวดดี"
พวกเควินไม่มีใครเก็บออมฝีมือเอาไว้อีกปลดปล่อยเคล็ดวิชาต่างๆออกมาสับสังหารพวกโจรป่าที่พุ่งเข้าประชิดตัวพวกเควินรับมือได้อย่างไม่เปลืองแรงค่อยๆปล่อยเคล็ดวิชาออกมาทีละท่า ร่างไร้วิณญาณของโจรป่าก็เพิ่มมากยิ่งขึ้นเมื่อเควินคิดว่าคงควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว
"อาริเชีย ท่านพี่ฝากทางนี้ด้วยข้าจะไปจัดการเจ้านั่น"เควินชักดาบที่ข้างเอวขึ้นไปบนดาบเหาะไปหาหัวหน้าโจรป่าทันที
หัวหน้าโจรป่ายิ้มเยาะขึ้นมามือซ้ายกำดาบแปลกประหลาดเอาไว้ จากนั้นก็ใช้ดาบนั้นฟาดเข้าที่อากาศธาตุ
เควินเมื่อเห็นอย่างนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้น ครุ่นคิดบางอย่างทำไมหัวหน้าโจรป่าต้องฟาดฟันดาบออกไปที่อากาศธาตุแบบนั้นกันละ จากนั้นเควินก็ทำหน้าแตกตื่นหันหน้ากลับไปหาพวกอาริเชียตระโกนสุดแรง
"หลบเร็วเข้า" ทันทีที่ได้ยินเสียงของเควินทั้งสี่คนก็หลบออกไปคนละมุม เมื่อพวกเขาหลบสำเร็จไปไม่นานทั้งสี่คนที่งุนงงว่าทำไมเควินต้องทำแบบนี้ไม่กี่วินาทีต่อมาพวกเขาก็เข้าใจในทันทีจุดที่พวกเขายืนอยู่กลายเป็นรอยฟันดาบมากถึงร้อยกว่ารอยและลึกลงไปจนกลายเป็นเหว พวกโจรป่ารู้จังหวะดีก็ทำการหลบไปก่อนแล้วจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร
เควินหับควบกลับมาในตอนนี้เขาก็มีโทสะอย่างชัดเจนมันคิดจะสังหารพวกเขาให้ตายในขณะที่ตอนแรกจะจับเป็นพวกเขา เขาประมาทพวกโจรเหล่านี้มากเกินไป ดาบที่มันใช้มีชื่อว่าดาบตัดมิติมันสามารถโจมตีผ่านความว่างเปล่ากำหนดทิศทางและพลังการทำลายได้ในตัวมันเองการโจมแต่ละครั้งไม่อาจรับรู้ได้ด้วยตาเปล่า
ดาบที่อันตรายแบบนี้ถ้าเป็นแค่พวกมันคงไม่มีปัญหามาใช้ได้อย่างแน่นอนมีเพียงสิ่งเดียวที่คิดได้ตอนนี้คือพวกมันต้องมีคนหนุนหลังและพวกนั้นต้องเป็นคนระดับสูงอย่างแน่นอน
ถึงเวลานั้นแล้วสินะที่ต้องใช้สิ่งนั้นแล้วละเคล็ดวิชาดาบจิตวิณญาณแห่งรุ่งอรุณที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้แต่ก็ถ่ายทอดให้แก่ลาเวเรียแค่คนเดียว วิชานี้เขาเก็บเอาไว้ใช้ยามที่จวนตัวจริงเพราะมันคือเคล็ดวิชาที่สุดยอดที่สุดในตอนนี้ของเขาแล้ว
"เจ้าเด็กอวดดี ข้านึกว่าเจ้าเป็นพวกเด็กชนชั้นสูงที่มั่นใจในฝีมือออกมาแสวงหาโชคลาปเสียอีกแต่ไม่ใช่ ข้าก็นึกว่าใบหน้าของเจ้าดูคุ้นๆอยู่บ้างแต่ไม่นึกว่าเจ้าจะเป็น วีรบุรุษสีแดง"
"หึ โจรป่าไร้ศีลธรรมทำตัวไร้ประโยชน์ยังรู้จักข้านี่ข้าแปลกใจกับเจ้าจริงๆ ยังดีที่เจ้ายังมีตาอยู่"
"ข้าได้ยินมาว่าเจ้าออกเดินทางในฐานะทูตของทางจักรวรรดิรุ่งอรุณมุ่งหน้าไปทางใต้นิ จุดประสงค์คงไม่น่าจะเป็นมากไปกว่าขอเป็นพันธมิตรเพื่อเชื้อเชิญให้มาขับไล่ปีศาจและมารอสูรในสงครามครั้งใหญ่ที่ใกล้จะปะทุเต็มที่แล้ว แต่น่าเสียดายที่เจ้าเป็นผู้ชายข้าจะให้โอกาสเจ้าทิ้งผู้หญิงไว้กับข้าแล้วข้าจะสังหารเจ้าอย่างไม่เจ็บปวด"
"เจ้าเชื่อไหมว่าเคยมีคนคิดจิตอกุศลกับผู้หญิงของข้าแล้วรอดกลับไปแบบยังมีชีวิตได้สักคน คนแบบไม่เคยมีมาก่อนจงจำไว้" ................