หยู่ถงผุดยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนจะเสนอข้อแลกเปลี่ยนกับรัชทายาทแห่งหนานเจียง นางเชื่อว่าคนฉลาดอย่างรัชทายาท ต้องรับข้อเสนอที่นางได้เสนอไปแน่ แต่...กระนั้น นางก็ยังมิอาจวางใจได้ ผู้คนในยุคโบราณเ้าเล่ห์นัก นางจะต้องคิดแผนสำรองไว้ดีที่สุด
เมื่อกลับมาที่ลี่หลินตาย หยู่ถงพบเห็นเพียงความว่างเปล่า สงสัยเ้าเมืองจะนำศพลี่หลินไปสืบสวนต่อแล้วสินะ ครุ่นคิดอยู่สักพัก นางจึงรีบเดินกลับไปที่พัก พอไปถึงก็พบกับความเงียบสงัด ไม่มีผู้ใดอยู่เลยสักคน คิ้วบางขมวดชนกันเป็ปม เหลียนเปาและเจียอีหายไปไหนนะ
มู่หยางเดินออกมาจากบ้านเ้าเมืองด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง แววตาลึกลับไม่มีผู้ใดรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ใต้เท้าผู่เย่วเดินตามหลังเขาออกมา เห็นมู่หยางเงียบนิ่งจึงเกิดความสงสัยขึ้นจึงเอ่ยถาม
“มู่หยาง เ้ากำลังคิดอะไรอยู่รึ ? คนของข้าบอกกับข้าว่า เ้ารู้จักแม่นางลี่หลินผู้นั้นรึ? ”
“ท่านพ่อ ข้าไม่ได้คิดอะไร ข้าเพียงแค่สงสัย ไยคนร้ายถึงข้านางโเี้เช่นนั้น ? ”
ใต้เท้าผู่เย่ว มองมู่หยางไม่ละสายตา แม้ว่าตนจะเลี้ยงดูมู่หยางมาั้แ่เด็ก แต่ตนไม่เคยรู้ได้เลยว่า มู่หยางกำลังครุ่นคิดมีแผนอะไรอยู่ในหัว เื่หยกหงส์นั่น เป็ไปได้รึ? ที่มู่หยางจะไม่รู้
“ยามนี้ ที่เป่ยหลงผู้คนกำลังให้ความสนใจหยกหงส์ของท่านหญิงหม่าเย่วเล่อ บางที แม่นางลี่หลินอาจจะรู้เื่หยกหงส์ก็เป็ได้ เ้ามาอยู่ที่นี่นานหลายวัน เ้าสืบได้เื่อย่างไรบ้าง ? ข้าจะได้นำเื่นี้ไปทูลฝ่าา”
“ท่านพ่อ ข้า ...”
“ท่านแม่ทัพ !!!” มู่หยางยังพูดไม่ทันจบ หยู่ถงที่กำลังเดินมาหาเขาก็ร้องเรียกเขาเสียงดังมาแต่ไกล ใต้เท้าผู่เย่วหันไปมองหน้านางด้วยสีสายตาที่ขุ่นเคือง
หยู่ถงเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ มู่หยาง สายตาคมเพ่งพินิจใต้เท้าผู่เย่ว มีบางอย่างสะดุดตาของนาง สายตาเลื่อนขึ้นไปสบเข้ากับแววตาเย็นเยียบของใต้เท้าผู่เย่ว ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ
“ท่านแม่ทัพ ข้าตามหาท่านตั้งนาน” หยู่ถงหันไปพูดกับมู่หยาง ใต้เท้าผู่เย่วถึงกับขมวดคิ้วสงสัย ไยนางถึงไม่ทำความเคารพเขา ยังมีทีท่าเหมือนจะไม่รู้จักตนอีก
“ข้าบอกเ้าแล้วมิใช่รึ? ว่าข้ามาคุยราชกิจกับท่านพ่อของข้า”
หยู่ถงชะงักไปครู่หนึ่ง นึกคิดถึงคำพูดก่อนหน้านั้นของเหลียนเปา ชายวัยกลางคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าตน คือใต้เท้าผู่เย่ว บิดาของท่านแม่ทัพสินะ เมื่อครู่ที่นางมองสำรวจดูแล้ว ใต้เท้าผู้นี้มิใช่คนธรรมดา และ นางก็ไม่ได้ทำความเคารพ ใต้เท้ากำลังสงสัยในตัวนางอยู่แน่ๆ
“คารวะท่านใต้เท้าเ้าค่ะ” มือเล็กประสานกันแน่น ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นไปส่งยิ้มให้กับใต้เท้าผู่เย่ว สายตาคมดั่งมีดยังคงจ้องที่ร่างบาง ทุกกิริยาของใต้เท้าผู่เย่วล้วนตกอยู่ในสายตาของมู่หยาง
“ท่านพ่อ ฮูหยินของข้าสุขภาพไม่ค่อยดีนัก ข้าต้องขอตัวพานางกลับไปพักผ่อนก่อนขอรับ”
“เ้าพานางกลับไปพักเถิด อย่าลืมเื่ที่ได้คุยกันไว้”
“ขอรับท่านพ่อ” มู่หยางกุมมือเล็กเดินกลับไปที่พัก ใต้เท้าผู่เย่วยังคงมองตามหยู่ถงไป สายตาที่นางมองมาที่ตนไม่เหมือนหยู่ถงคนเดิมเลยแม้แต่น้อย
“นางคือบุตรสาวของท่านหญิงหม่าเย่วเล่อจริงๆ ใช่หรือไม่ ? ”
ใต้เท้าผู่เย่วหันไปถามชายชุดดำที่กำลังยืนหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ชายชุดดำเดินออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าใต้เท้า ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก
“ใช่ขอรับ แต่...ข้าน้อยได้เข้าไปตรวจค้นภายในห้องพักของนางแล้ว ไม่มีแผนผังสร้างเรือขอรับ”
“เป็ไปได้อย่างไร ?!!! แล้วบุรุษที่ได้ไปตามที่จุดนัดหมาย เ้าจัดการเรียบร้อยแล้วหรือยัง?!!!”
ใต้เท้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัก หากแผนผังสร้างเรือไม่ได้อยู่ที่นางแล้วจะอยู่ที่ใดกัน มือหยาบกำหมัดแน่นอย่างโกรธเคือง ลูกสะใภ้ของตนร้ายกาจนักนะ
“มีคนมาช่วยบุรุษผู้นั้นไว้ได้ขอรับ” ได้ยินเช่นนั้นแล้ว ใต้เท้ายิ่งโกรธมากกว่าเดิม นางรู้อย่างนั้นรึ? ว่านี่คือแผนลอบสังหารแย่งหยกหงส์มา หยู่ถงผู้นี้ฉลาดยิ่งนัก
“เรียกคนของเรากลับมาให้หมด คืนนี้ข้าจะกลับไปที่เจ้อเจียง !!!”
สิ้นประโยค ใต้เท้าก็สะบัดแขนเสื้อเดินกลับเข้าไปข้างใน ตนจะต้องตามหาแผนผังสร้างเรือของตระกูลหม่าให้พบ จะให้ฮ่องเต้ทรงทราบเื่นี้ไม่ได้
กลับมาถึงที่พัก มู่หยางรีบลากหยู่ถงเข้าไปในห้อง ก่อนจะเดินไปปิดประตูห้องแต่ละบานให้หมด หยู่ถงถึงกับงุนงงกับกิริยาแปลกๆ ของเขา มีเื่สำคัญที่อยากจะพูดคุยกับนาง หรือ เขาอยากจะอุ่นเตียงกับนางกันแน่
“ถงเอ๋อร์ ส่งกริชของเ้ามาให้ข้า” เสียงเข้มเอ่ยบอก น้ำเสียงจริงจังอย่างน่าแปลกใจ หยู่ถงเท้าเอวแล้วแบมือไปตรงหน้าของเขา
“ท่านนั่นแหละที่จะต้องส่งกริชมาให้ข้า” มู่หยางมีสีหน้าใเล็กน้อย นางรู้รึ? ว่าเขาเป็คนสลับกริชนั่นมา เขาบอกให้นางอยู่รอที่นี่ ไยถึงได้ดื้อไปที่นั่นกันนะ
“ถงเอ๋อร์ เื่นี้คือเื่ใหญ่ รีบส่งกริชนั่นมาให้ข้า หากฮ่องเต้ทรงทราบเื่นี้เ้าจะถูกลงโทษอย่างทรมาน”
หยู่ถงถอนหายใจแรง แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะไม้เล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะรินชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น เื่ที่เกิดขึ้นนางย่อมรู้ดีกว่าคนอื่นใด เห็นสีหน้าที่เป็กังวลของมู่หยางกำลังมองมาที่ตนอยู่นั้น นางถึงกับถอนหายใจแรงอีกครั้ง
“ท่านรู้ทุกอย่างดีอยู่แล้วใช่หรือไม่? มิเช่นนั้นท่านคงไม่ช่วยข้าเช่นนี้ ข้ารู้ว่าท่านเป็ห่วงข้ามากเพียงใด แต่ข้าอยากจะให้ท่านรู้ไว้ว่า ข้ากำลังจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง”
มู่หยางเกิดความสงสัย ยังคงเหมือนเฉกเช่นทุกครั้ง เขามิอาจรู้ได้ว่านางกำลังคิดที่จะทำอะไรอยู่ เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้านาง ก่อนจะนั่งยองๆ ลงตรงหน้า ั์ตาคมเจือความเป็ห่วงเป็ใยจ้องมองนางไม่กะพริบตา
“เ้าคิดที่จะทำอะไรกันแน่ ? ถงเอ๋อร์ ~” มือหนากุมมือเล็กแน่น ขออย่าให้นางบอกเหมือนอย่างที่เขาคิดเลย
“แผนที่ข้ากำลังจะบอกท่าน ข้าขอแลกกับทหารลับห้าพันนายของท่านที่กำลังฝึกทักษะต่อสู้อยู่บนเขาเฉิงซางได้หรือไม่ ? ข้ารู้ ว่าท่านคงรู้ความคิดของข้าแล้ว”
มู่หยางถึงกับแน่นิ่งไป แววตากระตุกวูบ นางรู้ได้เยี่ยงไรว่าเขามีกองกำลังลับอยู่บนเขาเฉิงซาง ? สิ่งที่เขาไม่อยากจะให้มันเกิดคือาระหว่างแคว้น แต่...ฮูหยินของตนกำลังจะทำให้สิ่งที่เขากลัวมันเกิดขึ้น หยู่ถงเหมือนจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า
“ทหารเ่าั้คือแผนสำรองของข้า ท่านก็มีจุดประสงค์เหมือนกันกับข้ามิใช่รึ ? ”
ั์ตาลึกลับสั่นไหวอีกครั้ง นางพูดแบบนี้ นั้นก็หมายความว่า นางรู้ว่าเขาคิดที่จะทำอะไรอยู่ ครุ่นคิดอยู่สักพัก เขาจึงปรับสีหน้าให้เป็ปกติที่สุด
“ถงเอ๋อร์ ข้ารักเ้ามานาน รักเ้ามาโดยตลอด ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำร้ายเ้าได้ เ้าจะต้องอยู่กับข้าแบบนี้ไปตลอดชีวิต”
มือหนากุมมือหยู่ถงแน่น เหมือนกลัวว่านางจะจากตนไปได้ทุกเมื่อ เขาอยู่ไม่ได้หากไม่มีนาง มู่หยางยอมสละชีวิตให้นางได้
“ท่านแม่ทัพ หากเื่นี้จบลงเมื่อใด ท่านเห็นดีที่จะย้ายไปใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างข้าที่เมืองหลานชีหรือไม่ ? ”
คิ้วหนาขมวดชนกันแน่น คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวเขาไม่หยุด ไฉนนางถึงอยากย้ายไปอยู่ที่นั่นกัน ? นางจะต้องมีแผนอะไรแน่ๆ จึงถามตนเช่นนั้น
“เ้าอยู่ที่ใด ข้าจะอยู่ที่นั่นกับเ้า แต่...”
“ท่านเชื่อในตัวข้าหรือไม่ ? ข้าคือต้นเหตุ ข้าจะต้องจบเื่นี้ด้วยตัวข้าเอง ข้ารู้ว่าท่านไม่ปล่อยให้ข้าเป็อะไรไปง่ายๆ ”
มือนุ่มเล็กลูบไล้แก้มสากเขาไปมา มู่หยางดึงร่างบางเข้ามาสวมกอด ในเมื่อพวกเขามิอาจหลีกเลี่ยงได้ เขาก็จะสู้เคียงข้างนาง
“ถงเอ๋อร์ ข้ารักเ้า ข้าจะไม่ปล่อยมือเ้าเด็ดขาด เ้าบอกข้าได้หรือไม่ ? ว่าเ้ากำลังมีแผนอะไร? ”
“ข้ามีแผน ...” หยู่ถงค่อยๆ เล่าถึงแผนการที่นางกำลังจะลงมือทำให้มู่หยางฟัง ในตอนแรกเขาก็ไม่เห็นด้วยกับแผนการของนาง เพราะมันเสี่ยงอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่เมื่อนางอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียดและให้เขาคอยช่วยนางอยู่ห่างๆ มู่หยางจึงยอมให้นางได้ทำตามแผนการของนาง
คืนนั้น ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ ร่างบางผลัดเปลี่ยนอาภรณ์อย่างมิดชิด มู่หยางเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ ก่อนจะหยิบเอายาออกมาทาที่แผลให้นาง แววตาจ้องมองไปที่แผลที่อยู่บนแขนนางอย่างเป็ห่วง เป้าหมายที่นางจะลงมือในคืนนี้ คือคนที่เขารู้จักดีกว่าใคร คนผู้นั้นฉลาดนัก เขากลัวว่านางมิอาจรับมือกับคนผู้นั้นได้
“คนผู้นั้นมีนิสัยเยี่ยงไร ข้าได้เล่าให้เ้าฟังหมดแล้ว หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ให้เ้ารีบหาทางเอาตัวรอดออกมา เข้าใจหรือไม่ ? ”
หยู่ถงพยักหน้าเบาๆ อย่างเข้าใจ มู่หยางยื่นกริชอีกอันให้กับนาง ใบหน้าเรียวสวยมีสีหน้างุนงงเล็กน้อย ก่อนจะหยิบเอากริชนั่นมาดมดู ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอย่างชอบใจ
“กริชนี่มียาพิษเคลือบอยู่ ท่านคิดว่าข้าอยากจะฆ่าคนผู้นั้นจริงๆ รึ ? ”
มู่หยางกระตุกยิ้มที่มุมปาก ฮูหยินของตนฉลาดเกินคนจริงๆ วิธีนี้เขาเรียนรู้จากนางมิใช่รึ ? เขารู้ว่านางไม่ฆ่าคนผู้นั้น และ นางก็จะมีวิธีจัดการของนาง ที่เขายื่นกริชนั่นให้ก็เพื่อให้นางเอาไว้ป้องกันตัวในยามที่คับขันต่างหากเล่า
“หึ ! ข้ารู้ว่าฮูหยินของข้ามักจะทำอะไรที่คนอื่นคาดไม่ถึงอยู่เสมอ”
“ท่านฉลาดจริงๆ ที่รู้ความคิดของข้าได้” ก่อนที่หยู่ถงจะเดินออกจากห้องไป มือหนาก็ได้คว้าแขนให้นางหันกลับมา ริมฝีปากร้อนทาบลงไปริมฝีปากบางอย่างลึกซึ้ง มู่หยางจูบนางอยู่นานจึงยอมถอนริมฝีปาก แววตาที่เป็กังวลมองตามแผ่นหลังของนางไป
“หยงโห่ว !!! ตามปกป้องนางอย่างเงียบๆ !!!” เสียงเข้มเอ่ยบอกอย่างเ็า หยงโห่วที่หลบอยู่บนชายตาก็รีบร่อนตัวหายตัวไป
ฟื้นจากความตายในครานี้ หยู่ถงฉลาดยิ่ง บางครั้งตัวเขาเองก็มิอาจเดินตามแผนการของนางทัน นางวางแผนอย่างชาญฉลาด และ นางก็รู้ไปหมดเสียทุกอย่าง ราวกับว่านางมิใช่หยู่ถงที่แสนดีคนเดิมในเมื่อก่อน นางวางยาพิษหยงโห่ว คือยาพิษที่ไม่มียาถอน หยงโห่วเติบโตมากับเขา มู่หยางรู้ดีว่าหยงโห่วเป็คนอย่างไร
เขามีเหรินซุ่ยที่สามารถถอนยาพิษทุกชนิดได้ เหรินซุ่ยเป็สมุนไพรที่หาได้ยากที่สุด ห้าปีเหรินซุ่ยถึงงอกออกมาครั้ง หรืออาจจะต้องรอนานไปอีกสิบปี และ งอกที่เดียวเท่านั้น ก็คือบนยอดเขาที่ท่านอาจารย์ผู้นั้นอาศัยอยู่ ท่านอาจารย์เป็คนมอบเหรินซุ่ยให้กับเขา มู่หยางจึงใช้เหรินซุ่ยนี้ช่วยชีวิตของหยงโห่วไว้ เหรินซุ่ยเหลืออยู่ไม่มาก เขาจะเก็บไว้ให้กับหยู่ถง
เพื่อให้นางเชื่อสนิทใจ มู่หยางจึงได้บอกให้หยงโห่วคอยติดตามปกป้องนางอยู่ห่างๆ ยามนี้เขาจะสูญเสียคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้ ากำลังจะเกิดขึ้น ยิ่งมีคนมาช่วยเท่าใด จะยิ่งเป็การดี ครู่นั้น ก็ได้มีอีกาบินมาทิ้งจดหมายลับที่หน้าต่าง มู่หยางมองช้ายแลขวาก่อนจะเดินไปหยิบเอาจดหมายลับนั่นมาเปิดอ่าน
หยู่ถงมาดักรอใต้เท้าผู่เย่วอยู่ในรถม้า ได้ยินเสียงเท้าคนเดินมาอยู่ไม่ไกล มือเล็กจึงดึงเอากริชใต้อาภรณ์ออกมา ใต้เท้าเดินมาออกด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง กำลังจะเดินขึ้นไปรถม้าก็เห็นรอยเท้าที่อยู่ใกล้ๆ บริเวณรถม้า ทำให้ผู่เย่วรู้ได้ทันทีว่ามีคนกำลังนั่งอยู่ข้างในรถม้า ใต้เท้าหยุดชะงักก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับทหารที่เดินตามตนมาเข้าไปข้างใน
ใต้เท้าเดินเงียบๆ ขึ้นไป มืออีกข้างหยิบเอาเข็มพิษออกมา แล้วปล่อยพุ่งไปข้างหน้า หยู่ถงหลบเข็มยาพิษนั่นได้อย่างว่องไว ร่างบางนอนราบลงไป แล้วเตะไปที่เท้าของใต้เท้า กระชากร่างของใต้เท้าเข้ามาข้างใน ก่อนจะรัดคอแล้วเอากริชจ่อไปที่คอของใต้เท้าผู่เย่ว