ทว่าก่อนจะถึงตัวเรือน พญาพรหมเสกกลับต้องหยุดชะงักลง แลสั่งคนของตนให้หยุดเช่นกัน เมื่อพระองค์ทรงเห็นร่างของสตรีสองนางนั่งอยู่ริมระเบียง เจ้านางซอมพอก้มหน้าก้มตาประกอบปลอกดาบในมือ โดยมีอีเอื้องสายนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องข้าง เจ้านางซอมพอดูซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด แต่แววตาแน่วแน่ของนางยังคงเดิม
“เจ้านางพักเสียหน่อยเถิดเพข้า ทำมาหลายวันแล้วหนา ประเดี๋ยวสายตาจะอ่อนล้าเอาได้นะเจ้าคะ” อีเอื้องเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“อีเอื้อง...มึงว่าป่านนี้ที่สุวรรณโคมคำ ขุนหลวงอินทร์ถวายจักทรงทำสิ่งใดอยู่ฤา” เจ้านางซอมพอตรัสถามเบา ๆ ราวมิได้ต้องการคำตอบ “แม่ญิงหนานเยว่ที่งดงามราวกับนางสวรรค์ผู้นั้น…คงอยู่ใกล้พระองค์ เอาอกเอาใจต่อกัน มึงคิดว่าพระองค์จักทรงลืมดอกซอมพอเมืองไกลเยี่ยงกูไปแล้วหรือไม่”
“โถ…เจ้านาง...ขุนหลวงท่านมิใช่คนเช่นนั้นดอกเพคะ” อีเอื้องรีบปลอบ แม้ในใจจะแอบหวั่นอยู่ไม่น้อยก็ตาม “วันนี้ทรงถามเช่นนี้หนที่สามแล้วหนา” อีเอื้องถอนหายใจแรง ๆ ด้วยความเหนื่อยใจ
“คนเราอายุแสนสั้นอย่างที่มึงเคยกล่าว...บางทีโชคชะตาอาจกำหนดให้กูเป็นเพียงทางผ่าน เมื่อพระองค์ได้พบกับคนที่คู่ควรกว่า ย่อมเป็นธรรมดาที่จะลืมเลือนกูที่รู้จักกันแค่เพียงไม่กี่เดือน” เจ้านางซอมพอวางปลอกดาบลงบนโต๊ะทรงงาน แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ “ข้าเหนื่อยเหลือเกินอีเอื้อง...เหนื่อยที่ต้องทำเป็นเข้มแข็ง ทั้งที่ใจข้าแหลกสลายไปตั้งแต่วันที่ขบวนเกียรติยศนั้นยังมาไม่ถึง”
พญาพรหมเสกที่ยืนแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ถึงกับใจกระตุก ความรู้สึกเจ็บปวดกัดกินหัวใจ ที่ได้มาเห็นเจ้านางผู้สูงศักดิ์กลับต้องมาทนทุกข์ถึงเพียงนี้ แลความรู้สึกโหยหาที่มีต่ออีเอื้องยิ่งทวีคูณ เมื่อเห็นนางยังคงซื่อสัตย์แลอยู่เคียงข้างไม่ทิ้งห่างผู้เป็นนายของตน
ชายหนุ่มกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ พระองค์เพิ่งเข้าใจเป็นครั้งแรกว่า ภายใต้กิริยาสง่างามของเจ้านางเวียงสรวง นางกลับแบกรับความหวาดหวั่นไว้มากเพียงใด หากเจ้าพี่อินทร์ถวายมาเห็นภาพนี้ด้วยตาตนเอง คงมิอาจให้อภัยตนที่ปล่อยให้นางต้องเดียวดายถึงเพียงนี้
ทรงสูดลมหายใจเข้า ก่อนจะตัดสินใจก้าวออกจากเงามืดหลังต้นไม้ใหญ่ เพื่อแจ้งข่าวที่อาจจะเปลี่ยนบรรยากาศอันโศกเศร้าให้เปลี่ยนไป
อีเอื้องสายหันไปเห็นเงาบุรุษที่มายืนอยู่เบื้องหน้าเรือนทรงงาน ใบหน้างามที่มันโหยหาจนเก็บฝัน ทำเอาหัวใจของมันแทบหยุดเต้น ด้วยไม่รู้ว่านี้คือความจริงหรือภาพฝันปรุงแต่งในใจตน ส่วนเจ้านางซอมพอเมื่อเห็นเช่นนั้น ก็ทรงรีบเช็ดหยาดน้ำที่หางตาออก คืนกลับสู่กิริยาเจ้านางผู้สูงศักดิ์ในฉับพลัน
“เจ้าพรหมเสก!” อีเอื้องอุทาน เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยความระคนกันระหว่างความดีใจและความฉงน “พระองค์... มาถึงที่นี่ได้อย่างไรกันเพคะ” อีเอื้องจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังก้าวเท้าขึ้นเรือน บนมวยผมยังปักปิ่นเงินที่มันมอบให้แทนใจ
ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมมิตอบในทันที ทรงก้าวเข้าไปทรุดองค์หมายก้มลงกราบแทบบาทเจ้านางซอมพอตามจารีตพี่น้อง แต่นางกลับรีบก้มตัวลงรับมือนั้นไว้ไม่ให้ตกถึงพื้น ด้วยยามนี้เจ้าพรหมเสกหาใช่ราชบุตร แต่เป็นถึงท้าวพญานั่งเมือง
“พญาพรหมเสกอย่าทำเช่นนี้ ยามนี้ข้าเจ้ามียศศักดิ์ต่ำต้อยกว่าพระองค์นัก ทำเช่นนี้มิควรเลยหนา”
“เจ้านาง…ข้าพเจ้าขอประทานอภัย ที่เข้ามาโดยมิได้บอกกล่าว แลล่วงเกินได้ยินคำตัดพ้อของเจ้านาง”
เจ้าพรหมเสกสบตาเจ้านางซอมพอด้วยแววตาที่หนักแน่น “เจ้านาง...อย่าได้ทรงมีพระทัยเป็นอื่น หรือคิดว่าเจ้าพี่อินทร์ถวายจักลืมเลือนสัญญาไปเสีย ยามนี้สุวรรณโคมคำมิใช่เพียงผลัดแผ่นดินใหม่ แต่มันคือการวางรากฐานท่ามกลางคลื่นลมที่เชี่ยวกราก ทั้งศึกในที่ยังคุกรุ่นจำต้องจัดสรรอำนาจ แลศึกนอกที่พยายามแทรกแซง เจ้าพี่ต้องกรำศึกหนักในหอคำหลวงจนแทบมิได้พักผ่อน ที่มิได้ส่งขบวนขันหมากมานั้น มิใช่เพราะเปลี่ยนใจ แต่เพราะพระองค์ทรงให้เกียรติเจ้านางยิ่งนัก ทรงต้องการให้เรื่องภายในสงบนิ่งเสียก่อน เพื่อจักได้จัดขบวนเกียรติยศมารับเจ้านางให้สมฐานะมเหสีคู่บัลลังก์ อย่างสมศักดิ์ศรี มิใช่รับมาท่ามกลางความวุ่นวายพระเจ้าข้า”
เจ้านางซอมพอนิ่งฟัง แม้ในใจจะเริ่มคลายความกังวลลงบ้าง แต่เงาของแม่ญิงหนานเยว่ยังคงติดตรึงใจ “แล้วแม่ญิงผู้นั้นเล่า…นางเป็นบำเหน็จศึกจากเจ้าม้าเหล็ก พระองค์ทรงเป็นขุนหลวงแห่งสุวรรณโคมคำ ย่อมต้องแต่งตั้งนางอันเป็นธิดาแคว้นใหญ่เพื่อเชื่อมสัมพันธ์อันดี”
“นั่นเป็นเพียงกลทางการเมืองพระเจ้าข้า นางเองก็เป็นเพียงตัวหมากที่ชาวเยว่ต้องการส่งมาหมายผูกมัดเรา แต่สำหรับเจ้าพี่อินทร์ถวาย...หัวใจของพระองค์นั้นมีเพียงเจ้านางซอมพอผู้เดียว ข้าพเจ้าขอเอาเกียรติของราชบุตรเป็นประกัน”
“คำพูดของพญาพรหมเสกนั้น ข้าเจ้าเข้าใจดีแล้ว ขอบใจนักที่เดินทางไกลมาเพื่ออธิบายความให้กระจ่างแจ้ง แต่กระนั้น ข้าเจ้าก็หาได้น้อยเนื้อต่ำใจไม่ หากต้องไปเป็นเพียงสนมใต้เบื้องบาทเจ้า ด้วยเวียงสรวงนั้นเป็นเพียงเมืองเล็ก ไหนเลยจะเทียบได้กับแคว้นใหญ่เช่นหนานเยว่ ที่มีหน้าที่สำคัญเป็นถึงรัฐกันชนให้กับสุวรรณโคมคำ”
แม้นางจะบอกว่าไม่น้อยเนื้อต่ำใจ แต่ทุกคำพูดที่เอ่ย ล้วนตอกย้ำให้จมลึกไปกับความคิดของตนเอง
“เจ้านางโปรดเชื่อข้าเถิด อย่าทรงตำหนิตนเองให้ต้องทุกข์ใจ ทุกอย่างที่ข้าเอ่ยออกไปล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น”
“ขอบคุณในน้ำใจพ่อพญายิ่งนัก ที่สู้เดินทางไกลมาเพื่อพูดในสิ่งเหล่านี้ ดูพระองค์จักห่วงใยข้าเจ้าเสียยิ่งกว่าองค์อินทร์ถวายเสียแล้วกระมัง” นางยิ้มให้เขาแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ “ข้าเจ้าเองก็พูดออกมาด้วยความเข้าใจในสถานะตน มิใช่พูดเพราะความน้อยใจ ข้าเจ้ามิได้หมายต่อตำแหน่งสูงส่ง ต่อให้เป็นเพียงสนมเบื้อล่างพระแท่นบัลลังก์ ข้าเจ้าก็ยินดียิ่งแล้ว ขอแค่เป็นคนที่ไม่ถูกลืมก็พอ การได้พบพระองค์ในวันนี้ มันช่างทำให้ข้าสุขใจนัก อย่างน้อยก็รู้ความเคลื่อนไหวจากเมืองไกล”
พญาพรหมเสกอยู่พูดคุยจนทำให้บรรยากาศที่อึดอัดก่อนนี้ เริ่มผ่อนคลายลง เจ้านางซอมพอจึงขอตัวเข้าไปสงบจิตใจในหอวิหารพร้อมข้ารับใช้คนอื่น ทิ้งพญาพรหมเสกให้อยู่กับอีเอื้องสายเพียงลำพังในเรือนทรงงาน ด้วยรู้ดีว่าท้าวพญาผู้นี้มาถึงเวียงสรวง คงมิใช่เพียงเพื่อมาปลอบโยนนาง
เมื่อสตรีสูงศักดิ์เดินลับหายจนพ้นสายตา ชายหนุ่มจึงหันมามองสตรีที่ตนเฝ้าคิดถึงมาตลอด แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับอ่อนแสงลง “เอื้องสาย...กูมาที่นี่…มิใช่เพียงเรื่องของพี่กู" ทรงยั้งคำพูดถึงความรู้สึกที่ยากจะทนอัดอั้นต่อไปได้ ทรงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อร่วบรวมความกล้าในใจตน “ยามนี้กูเป็นเจ้าผู้ครองเวียงชัยแล้ว แม้จะเป็นหัวเมืองเหนือห่างไกลแต่กูก็จักปกครองดูแลให้มั่นคง กูอยากจะมาทูลขอต่อเจ้านางซอมพอ...รับเอาตัวมึงไปอยู่เสียด้วยกันที่เวียงชัย ไปเป็นสนมท้าวนางคู่ใจกู มึงจักมิต้องลำบากเป็นนางกำนัลรับใช้ผู้ใดอีก มึงจักยินดีไปอยู่ด้วยกันกับกูหรือไม่”
อีเอื้องนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ มันจ้องดวงหน้างามของบุรุษตรงหน้าราวตกอยู่ในห้วงฝัน ดวงตาของมันสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น มันโผเข้าสวมกอดคนตรงหน้าด้วยความดีใจ อยากสัมผัสอายอุ่น กลิ่นแป้งร่ำกลิ่นเหงื่อไคลของบุรุษที่มันหลงรัก เพื่อให้แน่ใจว่าที่คือเจ้าพรหมเสกตัวจริง มิใช่มายาภาพฝัน แต่เพียงชั่วขณะมันกลับถอยห่าง พร้อมหุบยิ้มแล้วก้มหน้ามองต่ำ
อีเอื้องสายคุกเข่าลงหมอบกราบพระบาทของพญาพรหมเสก ด้วยใจรักแลภักดี “ขอบพระทัยในความเมตตาเอ็นดูของพระองค์ที่มอบให้ข้าเจ้าพระเจ้าข้า...แต่ข้าเจ้ามิอาจรับน้ำใจนี้ไว้ได้ในยามนี้”
พญาพรหมเสกขมวดคิ้ว หัวใจของพระองค์กลับหนักอึ้งราวหินใหญ่หล่นทับ “เหตุใดกัน?…นี่มึงมิได้คิดเช่นเดียวกันกับกูดอกหรือ…”
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH