เมื่อเ้าหญิงเทย่าและองครักษ์ทั้งสองนายมาถึงบ้านของบุญแล้ว อารียาได้เข้าไปเตรียมน้ำดื่มในครัวเพื่อจะนำมาเสิร์ฟให้ทุกคน ขณะที่ทั้งสี่ยืนอยู่ในห้องรับแขก เ้าหญิงเทย่าจึงได้ถามบุญด้วยความร้อนใจ
“แล้วคนที่เธอบอกว่าเหมือนหญิงในภาพมากอยู่ที่ไหนหรือคะ?”
“หม่อมฉันขอดูภาพอีกทีนะเพคะ”
บุญบอกองค์หญิง เ้าหญิงเทย่าจึงหยิบม้วนภาพในกระเป๋าของเธอออกมายื่นให้บุญ
บุญคลี่ภาพออกแล้วนำมาเทียบกับหน้าเธอเองโดยหันภาพไปทางองค์หญิง ก่อนจะยิ้มและถามองค์หญิง
“เหมือนหม่อมฉันมั๊ยเพคะ?”
องค์หญิงถอนหายใจ
“ก็แค่คล้ายเธอนิดหน่อย แต่ว่าไม่เหมือนเลยค่ะ คิดจะแกล้งอะไรเราอีกหรือคะ? คุณเทพธิดาอัจฉรา”
“หม่อมฉันไม่ใช่เทพธิดา และไม่ได้แกล้งองค์หญิงด้วยนะเพคะ”
คราวนี้เธอเอาที่รัดผมออกและปล่อยผมยาวสลวยของเธอไว้ข้างหลังแล้วนำรูปมาเทียบกับหน้าเธออีกครั้ง บุญยิ้มและถามองค์หญิง
“แล้วถ้าแบบนี้ล่ะเพคะ เหมือนหรือเปล่าเพคะ?”
องค์หญิงและองครักษ์ทั้งสองถึงกับตะลึงเมื่อเห็นว่าหน้าบุญดูเปลี่ยนไป บุญซึ่งเดิมมีใบหน้าที่สวยอยู่แล้วยังสวยยิ่งขึ้นได้อีก เวลานี้เธอช่างราวกับเ้าหญิงในนิทาน และมีโครงหน้าที่คล้ายกับหญิงในภาพซึ่งปล่อยผมยาวเหมือนกัน
“คล้ายมากขึ้นเลยค่ะ อย่างที่ชาวบ้านหลายคนบอก แต่ก็ยังไม่ได้เหมือนมากอย่างที่เธอพูดหรอกนะ เธอยังสวยกว่าหญิงในภาพมากเลย”
องค์หญิงให้ความเห็น ทำให้บุญถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ
“ถ้าอย่างนั้นคราวนี้ครั้งสุดท้ายแล้วนะเพคะ”
บุญพูดแล้วหันหลังให้องค์หญิงก่อนจะจัดผมใหม่ให้เหมือนกับหญิงในภาพทุกอย่าง โดยมีองค์หญิงและองครักษ์ทั้งสองยืนดูด้วยความสงสัยว่าเธอจะแสดงอะไรให้ดูอีก
“คนที่หม่อมฉันบอกองค์หญิงว่าเหมือนผู้หญิงในภาพนี้มาก…”
บุญพูดแล้วจึงค่อยๆหันมาหาองค์หญิงด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมเหมือนหญิงในภาพ
“ความจริงก็คือ...หม่อมฉันเองเพคะ”
บุญเทียบรูปกับหน้าของเธอ ทำให้ทั้งองค์หญิงและองครักษ์ใในความเหมือนกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยนของหญิงทั้งสอง เพราะผมและแสงเงาในภาพได้ปิดบังรูปหน้าที่เหมือนกับบุญจนไม่มีใครดูออกในคราวแรก จนกระทั่งบุญจัดผมของเธอให้เหมือนในรูปจึงได้เห็นถึงความเหมือนของหญิงทั้งสองอย่างชัดเจน
“ใช่จริงๆด้วยค่ะ ราวกับเป็คนๆ เดียวกันเลย…ถ้าอย่างนั้น ก็เป็เธอเองสินะ เด็กหญิงที่หายสาบสูญไปเมื่อ 22 ปีที่แล้ว”
เ้าหญิงเทย่าพูด ขณะนั้นอารียากำลังยกถาดถ้วยน้ำและเหยือกน้ำออกมาจากครัวและได้ยินที่องค์หญิงพูดเข้าพอดีจึงหยุดฟังด้วยสีหน้าที่ใ
“หม่อมฉันไม่ใช่เด็กคนนั้นหรอกเพคะ เพราะทั้งพ่อและแม่ของเด็กได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ไปเมื่อ 22 ปีที่แล้วในวันที่เด็กหายตัวไป แต่ว่าแม่ของหม่อมฉันยังมีชีวิตอยู่นะเพคะ”
บุญปฏิเสธข้อสันนิษฐานขององค์หญิง
เพล้ง!
ทันใดนั้นได้เกิดเสียงดังขึ้น ทั้งสี่คนจึงหันไปมองตามเสียงทันทีพร้อมกัน ปรากฏว่าเป็อารียาที่ทำถาดหล่นจนน้ำหกกระจาย โชคดีที่ถ้วยและเหยือกน้ำทำจากแสตนเลสจึงไม่มีอะไรแตกเสียหาย แต่เธอยังคงยืนนิ่งด้วยสีหน้าที่ซีดเผือก
“แม่!”
บุญเห็นอารียามีอาการผิดปกติจึงะโเรียกเธอ
เสียงเรียกของบุญทำให้อารียาได้สติขึ้นมาและเห็นว่าตนเองทำถาดและถ้วยน้ำดื่มตกจนน้ำนองพื้น
“หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันไปยกน้ำมาให้ใหม่เพคะ”
อารียากล่าวกับเ้าหญิงเทย่าขณะที่นั่งลงเก็บภาชนะที่กระจายอยู่บนพื้นกลับมาวางบนถาดโดยองครักษ์ทั้งสองรีบเข้าไปช่วยเธอ แล้วอารียาจึงยกถาดกลับเข้าไปในครัวโดยองครักษ์ทั้งสองยังคงตามเธอไปด้วยเพื่อหาผ้ามาช่วยเช็ดน้ำบนพื้น
องค์หญิงหันมาพูดกับบุญที่กำลังยืนมองตามหลังอารียาและคิดอะไรอยู่
“แต่เราคิดว่าข้อสันนิษฐานของเราถูกนะคะ ดูเหมือนว่าแม่ของเธอจะรู้เื่อุบัติเหตุในครั้งนั้นซะด้วยสิ บางทีคุณอารียาอาจเป็คนช่วยเธอมาจากที่เกิดเหตุในคืนวันนั้นก็ได้ เธอคิดเหมือนเราหรือเปล่าคะ? คุณอัจฉรา…ความจริงเธอเป็คนที่ฉลาดกว่าเรามาก เรารู้ว่าตอนที่ท่านพิสุทธิ์เลี่ยงที่จะตอบคำถามของเรา เธอเองก็ต้องเข้าใจเื่ราวทั้งหมดได้ในทันที เพียงแต่เธอไม่ยอมเชื่อท่าน เธอรักคุณอารียามากเกินกว่าที่จะยอมเชื่อว่าคุณอารียาไม่ใช่แม่แท้ๆของเธอ จริงหรือเปล่าคะ? คุณอัจฉรา…ท่านเทพธิดาแห่งโชค”
บุญหันมามองเ้าหญิงเทย่าที่รอฟังคำตอบของเธอ แต่บุญกลับไม่ตอบคำถามองค์หญิง
“หม่อมฉันขอไปดูแม่ก่อนนะเพคะ แล้วหม่อมฉันจะกลับมาให้คำตอบองค์หญิงเพคะ”
บุญพูดอย่างอ่อนน้อมก่อนจะคืนรูปให้เ้าหญิงเทย่าและเดินเข้าไปในครัวสวนทางกับองครักษ์สองนายที่ได้ไม้ถูพื้นกับถังน้ำติดมือกลับมา
เ้าหญิงเทย่ามั่นใจว่า แม้แต่บุญเองก็ไม่เคยรู้ว่าตนเองเป็ใคร เธอจึงได้ปฏิเสธมาตลอด หากอารียายอมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีตบุญถึงจะยอมรับว่าตัวเธอคือเทพธิดา และตอนนั้นก็เหลือเพียงการขอให้เธอเดินทางไปประเทศซานเตียเรส แผนขององค์หญิงจึงจะสำเร็จ แต่ปัญหาใหม่ขององค์หญิงในตอนนี้ก็คือ เธอรู้ว่าั้แ่เด็กบุญยังไม่เคยอยู่ห่างจากอารียาได้เกินครึ่งวันเลย