มันถึงกับเมินเฉยต่อกฎเกณฑ์โดยสิ้นเชิง
เพียงแค่การปะทะกันชั่วพริบตาเดียวก็สามารถซัดเย่เฟยจนติดสถานะหมดสติได้แล้ว
“นี่คือพลังแห่งเทพเ้าอย่างนั้นเหรอ?”
ลู่เซิ่งพึมพำกับตัวเองพลางอดไม่ได้ที่จะค่อยๆ กำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น
ในขณะเดียวกันเมื่อเย่เฟยตกอยู่ในสถานะหมดสติ แผงสถานะของ ‘ร่างจำลองของกาเบรียล’ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด ค่าพลังต่อสู้จากเดิมที่มีอยู่ 0หน่วย กลับพุ่งสูงขึ้นเป็ 30 หน่วยทันที
และสกิลที่สามของเขา ‘พิธีเพลิงศักดิ์สิทธิ์ล้างบาป’ ก็้าพลังต่อสู้ 30 หน่วยพอดี
ลู่เซิ่งเหลือบมองเพียงแวบเดียวก็ออกคำสั่งกับกาเบรียลอีกครั้งโดยไม่ลังเล
“พิธีเพลิงศักดิ์สิทธิ์ล้างบาป!”
ตูม!!!
เพลิงศักดิ์สิทธิ์สีเงินบริสุทธิ์ร่วงหล่นลงมาจากสรวง์เพียงชั่วพริบตามันก็กลืนกินร่างของเย่เฟยไปทั้งตัว
“อ๊าก...”
เย่เฟยส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาอีกครั้งราวกับกำลังอดทนต่อความเ็ปอันแสนสาหัสหลอดเืของเขาเริ่มลดฮวบลงอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า
HP-374!
HP-399!
HP-356!
…
ในเวลาเดียวกันเมื่อเย่เฟยถูกโจมตี ลู่เซิ่งที่เดิมทีเหลือเืเพียงน้อยนิดกลับได้รับผลของการรักษามาแทน
HP+374!
HP+399!
HP+356!
…
“เฮ้ย... เล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?”
เมื่อเห็นว่ากาเบรียลสามารถเปลี่ยนความเสียหายที่สร้างใส่ศัตรูให้กลายเป็พลังรักษาฟื้นฟูกลับมาที่ตัวเองในสัดส่วนที่เท่ากันได้ลู่เซิ่งก็รู้สึกมีความสุขจนแทบจะสลบไปตรงนั้น
“ฉิบหายแล้ว!!!”
อีกด้านหนึ่งในที่สุดเย่เฟยก็เริ่มได้สติคืนมาจากอาการสิ้นสติ
เมื่อเห็นว่าหลอดเืที่เคยเต็มเปี่ยมของตัวเองกลับถูกร่างจำลองเทวทูตที่ลู่เซิ่งอัญเชิญมาสูบหายไปกว่า 2,000หน่วยในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
เขาใจนเกือบจะฉี่ราดกางเกงใครจะกล้าปะทะซึ่งหน้ากับร่างจำลองเทวทูตต่อไปล่ะ?
“เคลื่อนย้ายเงาพริบตา!”
ฟุ่บ!!
เพียงเท้าแตะพื้นเบาๆร่างของเย่เฟยก็ราวกับไร้น้ำหนักเขาทะยานขึ้นสู่กลางอากาศและทิ้งระยะห่างจากร่างจำลองเทวทูตออกไปหลายสิบเมตรทันที
แต่ในเมื่อลู่เซิ่งกดดันเขาได้ขนาดนี้แล้วมีหรือจะยอมปล่อยให้หนีไปง่ายๆ?
“คิดจะหนี? ฝันไปเถอะ!”
เขาออกคำสั่งไล่ล่าแก่กาเบรียลอีกครั้ง
คราวนี้ลู่เซิ่งไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายมากนัก
เพราะเขายังไม่คุ้นเคยกับทั้งเก้าสกิลของกาเบรียลดีพอไม่รู้ว่าแต่ละอย่างมีผลลัพธ์อย่างไร หรือควรจะใช้คอมโบแบบไหน
แทนที่จะเข้าไปสุ่มสั่งการแบบมั่วซั่วจนไปขัดจังหวะความลื่นไหลในการใช้สกิลของกาเบรียลสู้ปล่อยให้กาเบรียลแสดงฝีมือได้อย่างอิสระยังจะดีเสียกว่า
เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งจึงปล่อยมือไม่เข้าไปแทรกแซงอีก
และเมื่อลู่เซิ่งปล่อยให้เป็อิสระกาเบรียลก็หลุดพ้นจากพันธนาการโดยสิ้นเชิงเขาชูมือขึ้นอัญเชิญโซ่ตรวนสีทองยาวหลายสิบเมตรที่มีหนามแหลมคมติดอยู่ที่ปลายโซ่ออกมากลางอากาศ
หลังจากนั้นเขาก็เล็งไปที่เย่เฟยที่กำลังหลบหนีแล้วสะบัดแขนเหวี่ยงโซ่ตรวนที่เพิ่งอัญเชิญออกมานั้นออกไปอย่างแรง
[โซ่ตรวนลงทัณฑ์!]
ฟุ่บ!
วินาทีต่อมาโซ่ตรวนแหวกอากาศราวกับมีตา มันพุ่งไปปักที่ไหล่ของเย่เฟยด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
ฉึก!!
HP-522!
“อ๊าก...”
หนามแหลมคมปักลึกเข้าไปในไหล่ของเย่เฟยความเ็ปแสนสาหัสแผ่ซ่านออกมา ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาลดวูบลงทันที
ส่วนกาเบรียลก็อาศัยแรงดึงจากโซ่ตรวนพุ่งตัวเพียงพริบตาเดียวก็กลับมาประชิดตัวเย่เฟยได้อีกครั้ง
“นี่... นี่มันตัวบ้าอะไรกัน ทำไมถึงมีสกิลโกงๆ เยอะขนาดนี้?”
“แล้วร่างจำลองเทวทูตนี่เห็นชัดๆ ว่าแค่เลเวล 50 แต่ทำไมฉันถึงต้านทานผลจากสกิลของมันไม่ได้เลย”
“ไม่ได้การ จะปะทะตรงๆ กับไอ้ตัวนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเืลดเร็วเกินไปแม้แต่ฉันก็ต้านไม่ไหวแน่”
เมื่อมองไปยังกาเบรียลที่ตามติดเหมือนเงาตามตัวสลัดอย่างไรก็ไม่หลุด สีหน้าของเย่เฟยก็ย่ำแย่ถึงขีดสุด
ตอนนี้เืที่เคยมีมากกว่า 7,000 หน่วย เหลือไม่ถึง 4,000แล้ว!
แต่เขาก็ยังไม่เลือกที่จะปะทะกับกาเบรียลตรงๆ
เพราะเขาไม่ใช่คนโง่เขามองออกว่าร่างจำลองเทวทูตนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริงๆแต่เป็เพียงสิ่งอัญเชิญบริสุทธิ์ ต่อให้มันตายไปก็ไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อลู่เซิ่งเลย
“จับโจรต้องจับหัวหน้า”
เมื่อคิดได้ดังนั้นเย่เฟยจึงกัดฟันกรอด ไม่สนใจกาเบรียลที่ไล่ตามหลังมาอีกต่อไปเขาหันหัวหอกพุ่งเป้าไปที่ลู่เซิ่งทันที
แต่เขาไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจอันโง่เขลาครั้งนี้กำลังจะทำให้เขาเดินหน้าเข้าสู่ความตายอย่างกู่ไม่กลับ...
“ย่างก้าวเงามายา!”
ฟุ่บฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ...
เขาใช้สกิลเร่งความเร็วเฉพาะตัวของนักฆ่าความเร็วของเย่เฟยเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ทิ้งไว้เพียงภาพติดตาเป็สายพุ่งเข้าหาลู่เซิ่งอย่างบ้าคลั่งจนทิ้งระยะห่างจาก ‘ร่างจำลองเทวทูต’ได้สำเร็จ!
“ตายซะ!”
เมื่อมองเห็นลู่เซิ่งอยู่ในระยะประชิดใบหน้าของเย่เฟยก็ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาเงื้อมีดสังหารในมือขึ้นสูงเตรียมที่จะปลิดชีพอีกฝ่ายในทันที
“หึๆ ไร้ประโยชน์น่า!”
ทว่าั้แ่ต้นจนจบเมื่อเผชิญกับการจู่โจมซึ่งหน้าของเย่เฟยลู่เซิ่งกลับไม่มีสีหน้าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขากลับแสยะยิ้มอย่างเ็า
วินาทีต่อมาเขาโบกมือเรียกครั้งหนึ่ง
“อัญเชิญ ร่างจำลองเทวทูตหกปีก!”
วืบ...
แสงสีทองเจิดจ้าปรากฏขึ้นอีกครั้งกลางอากาศ
เพียงชั่วพริบตาร่างจำลองเทวทูตที่เพิ่งถูกเย่เฟยทิ้งห่างไปหลายร้อยเมตรกลับถูกลู่เซิ่งอัญเชิญมาปรากฏกายตรงหน้าพร้อมกับใช้สกิลประหลาดที่ทำให้เย่เฟยถึงกับหน้าถอดสี
“โล่แห่ง์!”
วืบ...
แสงสว่างอันบริสุทธิ์ส่องประกายไปทั่วผืนฟ้าอีกครั้ง
รอบกายของลู่เซิ่งปรากฏโล่แสงโปร่งใสขึ้นมาทันที
วืบ...
[ดูดซับ!]
[ดูดซับ!]
[ดูดซับ!]
……
น่าสงสารเย่เฟยที่งัดวิชาทั้งหมดออกมาใช้เพื่อการโจมตีปลิดชีพครั้งนี้แต่มันกลับตกลงบน ‘โล่แห่ง์’ และถูกดูดซับไปจนสิ้นซากไม่สามารถสะกิดผิวลู่เซิ่งได้เลยแม้แต่เส้นขนเดียว
“ไอ้ระยำเอ๊ย!”
ถึงจุดนี้เย่เฟยไม่อาจเก็บกดความอัดอั้นตันใจได้อีกต่อไปเขาโกรธแค้นจนคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง
เป็เพราะร่างจำลองเทวทูตที่ลู่เซิ่งอัญเชิญมามันขี้โกงเกินไปไม่เพียงแต่พลังโจมตีจะสูง สกิลจะแกร่ง แถมยังเมินเฉยต่อกฎเกณฑ์ได้และยังมีสกิลฮีลกับสกิลป้องกันอีก นี่มันไร้จุดบอดแบบ 360องศาชัดๆ
[พายุพิพากษา!]
ฟิ้วฟิ้ว ฟิ้ว...
จังหวะนั้นเองกาเบรียลก็ปล่อยอีกหนึ่งสกิลออกมาร่างอันมหึมาเริ่มหมุนคว้างอยู่กับที่ราวกับลูกข่างดาบกางเขนั์ในมือสาดส่องรัศมีสีทองออกมานับไม่ถ้วน ดูแล้วช่างงดงามตระการตาแต่กลับแฝงไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น
ฉึก!
ฉึก!
ฉึก!
HP-720!
HP-630!
HP-880!
…
ตัวเลขดาเมจพุ่งกระฉูดออกมาจากเหนือหัวของเย่เฟยเป็สาย
เมื่อเห็นว่าเืของตัวเองลดต่ำลงเรื่อยๆจนเข้าสู่ขีดอันตรายที่ต่ำกว่า 2,000 หน่วย!
“แย่แล้ว! ไอ้ตัวนี้มันน่ากลัวเกินไป ถ้าขืนยื้อเวลาต่อไปบึงเหม็นเน่าแห่งนี้คงได้กลายเป็สุสานของฉันแน่!”