ตอนที่ 3 : รหัสที่เริ่มเกินเลย
เสียงใบไม้ไหวตามแรงลมหน้าตึกคณะสังคมศาสตร์ยามบ่ายคล้อยทำให้แดดที่เคยแรงเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย นักศึกษาปีหนึ่งทยอยเดินออกจากห้องเรียนหลังเช็คชื่อวิชาสุดท้ายของวันเสียงคุยกันจอแจปะปนไปกับเสียงรองเท้ากระทบพื้นทางเดิน
ชัยยศเก็บสมุดลงกระเป๋าหันไปบอกลาไอ้ธีร์กับไอ้บอลที่กำลังจะไปเตะบอลกัน
“กูไม่ไปนะ วันนี้มีนัดกับพี่รหัส”
“อูยยยยย พี่รหัส หรือแม่ทูนหัวกันแน่วะ”
ไอ้บอลลากเสียงยาว
ไอ้ธีร์หัวเราะ
“ฝากสวัสดีพี่ปีใหม่ด้วย บอกว่าถ้าว่าง ๆให้มาคุมเชียร์พวกกูเตะบอลด้วย จะได้มีกำลังใจ”
“เออ ไปไกล ๆ เลยพวกมึง”
เขาส่ายหัว แต่ปากที่หุบยิ้มไม่ลงก็หักล้างคำด่าตัวเองในใจไปหมด
ั้แ่วันรับน้อง ถึงวันนี้ผ่านมาไม่กี่สัปดาห์พี่ปีใหม่กับเขาก็มีข้ออ้างให้ได้เจอกันเรื่อย ๆ
บางวันเธอเดินมาหาเขาหน้าตึกเรียน
บางวันเธอโผล่มาจากไหนไม่รู้ตอนเขากำลังจะไปโรงอาหาร
บางวันก็โทรเรียกให้ไปช่วยถือของที่ห้องชมรม
เขาเริ่มคุ้นกับน้ำหอมอ่อน ๆ กลิ่นเดิม
คุ้นกับเสียงหัวเราะของเธอ
คุ้นกับจังหวะก้าวเดินที่ไม่รีบร้อนแต่มั่นใจ
และวันนี้…เป็วันแรกที่เธอบอกว่าจะ“เลี้ยงข้าวน้องรหัสแบบจริงจัง”
ไม่ใช่ร้านข้าวแกงในมอ
แต่เป็ “ข้างนอก”
ใจเขาเต้นแรงั้แ่ก่อนเลิกเรียนแล้ว
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
พอเดินออกมาหน้าตึก เธอก็ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
วันนี้ปีใหม่ไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาเต็มยศแบบวันปกติแต่ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีอ่อนพับแขนขึ้นเล็กน้อย กางเกงยีนส์พอดีตัวรองเท้าผ้าใบคู่ดูดี ผมรวบหลวม ๆ เผยต้นคอขาวๆ นิด ๆ
แค่ชุดลำลองธรรมดาแต่บนตัวเธอกลับดูมีอะไรบางอย่างที่ดึงสายตาคนรอบข้าง
ชัยยศรู้สึกได้เลยว่ามีผู้ชายหลายคนแอบมอง
“มายืนเหม่ออะไรตรงนั้นน่ะ น้องยศ”
เธอหันไปเห็นเขาพอดี ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย สีหน้าไม่ตื่นเต้นแต่แววตากลับจับเขาอยู่ตลอด
“เอ่อ…เพิ่งเลิกเรียนครับ”
“รู้แล้วหละ” เธอหัวเราะ “ไปสิ หิวจะแย่แล้ววันนี้พี่บอกแล้วใช่ไหม ว่าพี่จะเลี้ยงข้าวน้องรหัสแบบดี ๆ หน่อย”
“ดีแบบไหนครับ?”
เธอไม่ตอบเป็คำ แต่ชูพวงกุญแจรถขึ้นมาแทน
เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ดังกรุ๊งกริ๊ง
“เดี๋ยวก็รู้”
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
รถที่เธอขับออกมาจากที่จอดไม่ใช่มอเตอร์ไซค์
ไม่ใช่รถสภาพเก่า
แต่เป็เก๋งญี่ปุ่นคันใหม่ที่ยังมีความเงาจากสีรถสะท้อนแดดจ้า
ชัยยศเผลอกลืนน้ำลายลงคอ
เขาไม่เคยนั่งรถส่วนตัวของใครแบบนี้มาก่อนนอกจากรถของผู้ใหญ่ในค่ายทหารเวลาโดนพ่อหิ้วติดรถไปธุระ
“ขึ้นสิ ยืนตะลึงอะไรอยู่”
เสียงเธอดึงเขาออกจากภวังค์
“ครับ…”
เขาเปิดประตูขึ้นนั่ง กลิ่นน้ำหอมในรถผสมกับกลิ่นหนังใหม่ของเบาะบรรยากาศทุกอย่างบอกชัดว่ารถคันนี้เป็พื้นที่ที่ “ไม่เหมือนโลกของเขา” เลย
“คาดเข็มขัดด้วยน้อง” เธอเอ่ยเตือน
เขารีบดึงเข็มขัดนิรภัยมาคล้อง แบบเก้ ๆ กัง ๆ
ปีใหม่เหลือบตามองแล้วหัวเราะ
“ทำไมทำหน้าเกร็งขนาดนั้น รถพี่ไม่กัดนะ”
“ก็…ผมไม่เคยได้นั่งรถแบบนี้นี่ครับ เคยแต่นั่งรถเมล์กับรถจิ๊ปทหาร”
“แบบนี้นี่แบบไหน”
“รถส่วนตัว…หรู ๆ แบบนี้”
เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย
“แค่รถญี่ปุ่นธรรมดาเอง สำหรับบ้านพี่มันก็ไม่ได้หรูอะไรขนาดนั้นหรอก”
ประโยคนั้นฟังดูเหมือนพูดเล่น ๆ แต่กลับสะกิดอะไรบางอย่างในใจเขา
ความต่าง
ระหว่างโลกของเขา กับโลกของเธอ
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ร้านอาหารที่พี่ปีใหม่พาเขามาอยู่ในห้างใหญ่ย่านไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย ร้านตกแต่งสวย แอร์เย็น เพลงเบา ๆ ลอยคลอช้อนส้อมวางเรียงอย่างเป็ระเบียบบนผ้าปูโต๊ะสีขาว
เขารู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในฉากละครที่เคยเห็นผ่านทีวีเก่า ๆในบ้านแฟลต
พนักงานพาไปนั่งที่โต๊ะริมกระจก สามารถมองเห็นวิวถนนข้างล่าง
ปีใหม่เปิดเมนูอย่างคล่องแคล่ว เหมือนมาที่แบบนี้บ่อยเป็ปกติ
“สั่งเลยนะ พี่เลี้ยงเอง”
“ร้านแบบนี้…จะแพงไหมครับ” เขาเผลอถามออกไปตามความคิด
เธอยกเมนูลง มองหน้าเขาตรง ๆ
“ก็แพงกว่าข้าวแกงในโรงอาหารอยู่แล้วล่ะ”
เขายิ้มแห้ง ๆ แต่ยังไม่กล้าหยิบเมนูขึ้นมาจริงจัง
แล้วเธอก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่จริงใจ
“ยศ…พี่ชวนมากินข้าว พี่ก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอยู่แล้วสิไม่งั้นจะเรียกว่าเลี้ยงได้ยังไง”
“ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นครับ แค่…กลัวพี่จะเปลืองเงิน”
“น่ารักดีนะ ที่คิดแบบนั้น” เธอว่า “แต่บางทียศก็ต้องยอมรับบ้างว่าชีวิตคนเราเกิดมาไม่เท่ากันพี่เกิดมาอยู่ในบ้านที่ไม่ต้องห่วงเื่นี้มากพี่ก็ใช้สิทธิ์ตรงนี้ในการดูแลคนที่พี่อยากดูแลบ้าง แค่นั้นเอง”
คำว่า “ดูแล” ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วตัดสินใจถามตรง ๆ
“พี่ปีใหม่ครับ…”
“หืม?”
“ผม…บ้านผมไม่ได้มีฐานะดีอะไรนะครับ พ่อเป็ทหารกลาง ๆอยู่แฟลตในค่าย ไม่ได้มีธุรกิจ ไม่ได้มีเงินเก็บเยอะ ผมเองก็ต้องประหยัดใช้ทุนตัวเอง ส่วนเื่โน้ต เื่ถ่ายเอกสาร เื่อะไรก็ตามในมหาลัย…ถ้าพี่ช่วยได้ก็ดีแต่ถ้าต้องใช้เงิน ผมคงช่วยออกได้ไม่มาก”
เขาพูดรวดเดียวจนจบ รู้สึกเหมือนยกหินก้อนใหญ่ลงจากอก
เขากลัว
กลัวว่าเธอจะมองเขาเปลี่ยนไป
กลัวว่าจะกลายเป็ “น้องรหัสจน ๆ ที่เกาะพี่กิน” ในสายตาใครบางคน
ปีใหม่มองหน้าเขานิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะเบา ๆ
“พี่รู้ั้แ่วันแรกแล้วว่ายศไม่ได้เป็ลูกคนรวย”
เขากะพริบตาปริบ ๆ
“รู้ได้ไงครับ”
“รองเท้า”
“ครับ?”
“รองเท้ายศวันรายงานตัวอะ มันขาวแต่สภาพมันเป็แบบคนใช้ของจนคุ้ม ไม่ใช่แบบลูกคุณหนูที่ซื้อใหม่ทุกเทอมแล้วก็…สายตาตอนมองกล่องขนมในโรงอาหารวันแรก พี่เห็นนะ ยศคงไม่รู้ตัว”
เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง
“แล้ว…พี่ไม่รู้สึกอะไรเหรอครับ”
“รู้สึกสิ” เธอเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ยิ้มมุมปาก
“รู้สึกว่าน้องรหัสพี่นี่ตรงดี ไม่ค่อยเสแสร้ง คบได้”
คำตอบเรียบง่าย แต่ทำให้หัวใจเขาอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
“พี่ไม่เคย้าให้ยศมาเป็ ‘เด็กในอุปการะ’ หรอก” เธอพูดต่อ“เป็น้องรหัส เป็เพื่อน เป็คนที่พี่ช่วยแนะนำเื่ชีวิตมหาลัย แค่นั้นก็พอแล้วส่วนเื่เงิน ถ้าพี่อยากเลี้ยง พี่ก็เลี้ยงเอง ไม่ได้คิดจะทวงคืน”
เธอทิ้งท้ายด้วยสายตาขี้เล่นนิด ๆ
“หรือถ้ายศอยากใช้คืน…ก็หาอย่างอื่นมาให้พี่แทนก็ได้”
“อย่างอื่น…แบบไหนครับ”
“ก็…ไว้คิดกันทีหลัง”
เธอหลบสายตาไปเปิดเมนูต่อ แต่แก้มกลับขึ้นสีจาง ๆ
เขาเองก็ใจเต้นจนต้องหันไปมองวิวข้างนอกแทน
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
หลังมื้อนั้น โลกของมหาวิทยาลัยเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนสำหรับชัยยศ
จากเดิมที่เขารู้สึกเหมือนเด็กต่างจังหวัดที่หลุดเข้าไปยืนอยู่ในเมืองใหญ่คนเดียว
ตอนนี้เขามี “พี่ปีสอง” คนหนึ่ง ที่เหมือนทั้งพี่เลี้ยง ทั้งเพื่อนทั้งคนที่คอยเปิดประตูโลกใบใหม่ให้ทีละบาน
เธอพาเขาไปรู้จักมุมเงียบ ๆ ในห้องสมุดที่ไม่ค่อยมีคน
สอนวิธีเช่าหนังสือเรียนมือสองราคาถูก
แนะนำร้านถ่ายเอกสารที่ให้เครดิตเด็กทุน
ช่วยจดตารางลงทะเบียนให้ไม่ชนกันมั่ว
วันไหนที่เขาเรียนวิชากว้าง ๆ ที่อาจารย์พูดเร็วเธอก็หอบเล็คเชอร์เก่ามาวางบนโต๊ะให้
“อันนี้พี่เรียนปีที่แล้ว เก็บไว้เผื่อใช้ อาจารย์คนเดิมเนื้อหาใกล้ ๆ กัน ยศอ่านไปก่อน ถ้ามีไม่เข้าใจค่อยถาม”
เล็คเชอร์ที่ขีดเส้นไฮไลต์สีต่าง ๆมีตัวหนังสือของเธอจดคำอธิบายสั้น ๆ แทรกไว้ตรงขอบกระดาษ
เขาใช้มันเหมือนมี “ทางลัด”ให้เข้าใจโลกของวิชาสังคมศาสตร์ง่ายขึ้น
หลายครั้งที่เขาก้มหน้าก้มตาอ่านแล้วเผลอยิ้มกับตัวเองตอนเห็นคำว่า
“ตรงนี้ออกข้อสอบชัวร์!”
หรือ
“อย่าหลับ่นี้นะ อาจารย์ชอบถามชื่อ”
รู้ได้ทันทีว่า เธอเองก็คงผ่าน่เวลา “ง่วง–เบื่อ–ไม่เข้าใจ”มาเหมือนกัน
ระหว่างบรรทัดเ่าั้
เขารู้สึกเหมือนตัวเองค่อย ๆ ได้รู้จักเธอมากขึ้น
แม้จะยังไม่รู้เื่ส่วนตัวของเธอมากนักก็ตาม
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
แต่ขณะที่ความใกล้ชิดกับพี่ปีใหม่เพิ่มขึ้นทีละน้อยระยะระหว่างเขากับนิ่มกลับค่อย ๆ ยืดออก
วิทยาลัยพยาบาลบังคับอยู่หอใน
ระเบียบเข้ม
โทรศัพท์ก็ต้องใช้เป็เวลาที่อนุญาต
บางคืนเขานั่งจดงานบนโต๊ะอ่านหนังสือในห้องเช่าเล็ก ๆนอกมหาวิทยาลัย มองโทรศัพท์เหรียญสาธารณะหน้าปากซอยแล้วลังเล
โทรดีไหม
จะรบกวนเธอหรือเปล่า
เธอจะเหนื่อยกับการฝึกหรือไม่
เขาผลัดวันไปเรื่อย ๆ จากทุกวัน → สัปดาห์ละครั้ง→ สองสัปดาห์ครั้ง
ใจเขายังคิดถึงนิ่ม
แต่ชีวิตประจำวันกำลังถูกดึงด้วยแรงกว่าที่อยู่ตรงหน้า
และใน “ตรงหน้า” นั้น
มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อปีใหม่
ยืนเด่นขึ้นทุกวัน
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ค่ำวันหนึ่งหลังสอบย่อยวิชาหนึ่งเสร็จ
ปีใหม่ส่งโน้ตใส่กระดาษแผ่นเล็ก ๆมาทางพวกปีหนึ่งที่นั่งอยู่มุมห้องสมุด
“คืนนี้ ว่างไหม”
เขาแอบเหลือบมองไปยังโต๊ะของเธอ เธอทำเป็ก้มหน้าอ่านหนังสือแต่ปลายปากกากระดกขึ้นลงเหมือนกำลังรอคำตอบ
เขาเขียนตอบสั้น ๆ
“ว่างครับ”
ไม่กี่นาทีต่อมา เพื่อนปีหนึ่งโต๊ะข้าง ๆ เดินมาเรียกเขา
“ไอ้ยศ พี่ปีใหม่ฝากบอกว่าให้มารอหน้าตึกคณะตอนหนึ่งทุ่มมีเื่จะชวนไปไหนสักที่”
คำว่า “ไปไหนสักที่” ทำให้หัวใจเขาเต้นแรง
หนึ่งทุ่ม…
ไม่ใช่เวลาปกติที่จะชวนไปกินข้าวแบบวันก่อน
เขาไม่เคยออกไปไหนกับผู้หญิงตอนกลางคืนในเมืองจริง ๆ สักที
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
หนึ่งทุ่มตรง
หน้าตึกคณะ
รถคันเดิมจอดรออยู่แล้ว
ปีใหม่ใส่ชุดลำลองอีกแบบหนึ่ง คราวนี้เป็เสื้อยืดเข้ารูปกับกางเกงยีนส์สีเข้มผมปล่อยยาว หูมีต่างหูเล็ก ๆ ระย้า
“ขึ้นสิ” เธอพูดสั้น ๆแต่แววตาส่งสัญญาณบางอย่างที่เขาอ่านไม่ออกดี
“พี่จะพาไปไหนครับ”
“ไปเปิดโลกหน่อยไหม น้องรหัส”
“เปิดโลก…อะไรครับ”
“โลกของเด็กมหาลัยจริง ๆ”
เธอขับรถออกไป ไม่ได้ตอบตรง ๆ
แต่จังหวะเพลงในรถที่เธอเปิดเบา ๆ กับแสงไฟข้างทางที่เริ่มพร่าทำให้เขาเดาได้คร่าว ๆ ว่าสิ่งที่รออยู่ไม่ใช่ร้านอาหารในห้างธรรมดา
รถคันนั้นเลี้ยวเข้าไปในซอยที่มีไฟนีออนสีจัดร้านรวงเปิดแสงสว่าง มีคนวัยรุ่นแต่งตัวจัดยืนคุยกันอยู่หน้าประตู ผับเล็ก ๆร้านเหล้า ร้านดนตรีสดเรียงกันไป
ป้ายไฟร้านหนึ่งส่องแสงโดดเด่น
ปีใหม่จอดรถใกล้หน้าร้านนั้น หันมามองเขา
“เคยเข้าผับไหมยศ”
เขาส่ายหัวทันที
“ไม่เคยครับ”
“ดีก็ดี จะได้เริ่มกับพี่เลย”
เธอยิ้มบาง ๆ แล้วลงจากรถ หยิบบัตรอะไรบางอย่างจากกระเป๋าเล็กที่พกติดตัวก่อนเดินนำเขาเข้าไปด้านในอย่างเคยชิน
เสียงเพลงดังทันทีที่ประตูเปิด
แสงไฟหลากสีวูบวาบ
กลิ่นเหล้า กลิ่นน้ำหอม กลิ่นควันบุหรี่ผสมปะปน
เขารู้สึกเหมือนตัวเองเดินเข้ามาในโลกอีกใบที่ไม่มีทางเห็นจากแฟลตนายทหาร
ปีใหม่พาเขาไปนั่งโต๊ะมุมหนึ่งไม่ใกล้เวทีเกินไปแต่ก็ไม่ใช่มุมอับ
“วันนี้ ให้พี่เลี้ยงยศอีกแล้วนะ” เธอพูดพลางโบกมือเรียกพนักงาน
“เอ่อ…ผมไม่ค่อยได้ดื่มนะครับ”
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวพี่จัดให้”
เธอสั่งเครื่องดื่มอย่างคล่องแคล่ว ชื่อแต่ละอย่างที่เธอพูดเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
ไม่นาน แก้วทรงสูงหลากสี ถูกนำมาวางบนโต๊ะ
แก้วของเขาเป็น้ำสีส้มใสมีน้ำแข็งลอยอยู่ดูไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
“ลองสิ แอลกอฮอล์ไม่แรงมากหรอก ตัวนี้เอาไว้ให้เด็กใหม่ลอง”
เขายกแก้วขึ้นจิบ รสชาติหวานปนเปรี้ยว ตามด้วยร้อนนิด ๆ ลงคอ
“เป็ไง” เธอมอง
“ก็…อร่อยดีครับ”
“งั้นก็ดื่มไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องคิดมากคืนนี้ไม่มีเรียนพรุ่งนี้เช้าอยู่แล้ว”
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
เพลงเปลี่ยนจากจังหวะช้าเป็เร็ว ดนตรีสดขึ้นเล่นแทนเทปเสียงหัวเราะจากโต๊ะอื่นดังแข่งกัน
ปีใหม่เล่าเื่ชีวิตมหาลัยปีหนึ่งของเธอให้เขาฟัง
“ตอนปีหนึ่ง พี่โง่กว่ายศอีกนะ เื่ลงทะเบียน ชนตารางไปสามวิชาต้องวิ่งวุ่นเปลี่ยนกันแทบตาย”
“จริงเหรอครับ ผมนึกว่าพี่ดูเก่งไปหมด”
“ไม่มีใครเก่งั้แ่เกิดหรอกยศ พี่ก็เคยหลง เคยเหงาเคยรู้สึกว่าไม่เข้ากับที่นี่เหมือนกัน”
คำพูดนั้นทำให้เขารู้สึกว่าช่องว่างระหว่าง “ลูกบ้านรวย” กับ“ลูกนายทหารแฟลตเก่า” ดูแคบลง
แก้วแรกหมดไปอย่างไม่รู้ตัว แก้วที่สองตามมา
หัวของเขาเริ่มอุ่น ๆ
เสียงเพลงเริ่มเหมือนมาไกล ๆ แต่ในขณะเดียวกันทุกอย่างกลับคมชัด
ใบหน้าของปีใหม่ใกล้ขึ้น
รอยยิ้มของเธอชัดขึ้น
ดวงตาที่มองมาก็เหมือนจะอ่านใจเขาได้
เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย มือหนึ่งยันโต๊ะอีกมือเขี่ยหลอดในแก้วของตัวเองเล่น
“รู้ไหมยศ…ที่พี่เลือกมาหาน้องรหัสบ่อย ๆไม่ได้เป็เพราะว่างอย่างเดียวนะ”
เขากะพริบตาปริบ ๆ
“แล้วเพราะอะไรครับ”
เธอยิ้ม
“เพราะน้องรหัสพี่…น่ารักดี”
หัวใจเขาเต้นแรงจนรู้สึกได้จริง ๆ
“ผม…ก็แค่คนธรรมดา”
“ก็พี่ชอบอะไรธรรมดา ๆ แบบนี้แหละ”
เธอพูดเหมือนเื่ปกติ แต่สายตากลับไม่มีความล้อเล่น
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
เวลาผ่านไป แก้วที่สามตามมา เขาเริ่มหัวเราะง่ายขึ้น พูดมากขึ้นเผลอเล่าเื่บ้านในค่ายทหาร เื่พ่อ เื่สมศักดิ์ สมเกียรติ เื่นิ่มด้วย
“นิ่มเหรอ”
ปีใหม่ทวนชื่อนั้น
“ครับ เพื่อน…ที่โตมาด้วยกัน”
“พิเศษไหม”
เขาหยุดคิดนิดหนึ่ง
ภาพเด็กผู้หญิงผูกหางม้าวิ่งเล่นในค่ายทหารลอยมาในหัวตามด้วยภาพนิ่มในชุดนักเรียน ม.ศ.5 หน้าวันไปดูผลสอบ
“พิเศษ…ครับ” เขาตอบอย่างสัตย์จริง “แต่่นี้ไม่ค่อยได้เจอ”
ปีใหม่มองหน้าเขาอย่างประเมินบางอย่าง
ไม่แสดงสีหน้าอิจฉาหรือไม่ชอบใจออกมาตรง ๆ
เธอยกแก้วขึ้นจิบแล้ววางลงเบา ๆ
“โลกมหาลัยมันกว้างกว่าค่ายทหารถูกไหมยศ”
“ครับ”
“มีคนใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตเราได้เสมอ บางที…คนที่อยู่ใกล้เราที่สุดในวันนี้อาจจะไม่ใช่คนเดิมกับเมื่อวานก็ได้”
คำพูดนั้นเหมือนคำแนะนำ…หรือคำเตือน…หรือคำชวน
เขาแยกไม่ออก
แต่เขารู้แค่ว่า…สายตาเธอในตอนนั้นจับอยู่ที่เขาไม่ปล่อย
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
เมื่อเสียงเพลงเริ่มดังขึ้นกว่าเดิม ผู้คนลุกไปเต้นหน้าฟลอร์ปีใหม่ลุกขึ้นยืน ยื่นมือมาทางเขา
“ไปเต้นกันไหม”
“ผมเต้นไม่เป็ครับ”
“ใครเขามานับสเต็ปกันในผับล่ะยศ แค่ขยับให้มันเข้ากับเพลงพอแล้ว”
เขามองมือที่เธอยื่นมา
ลังเลเล็กน้อย
แต่สุดท้ายก็ยื่นมือไปจับ
ผิวมือเธออุ่นและนุ่มกว่าที่คิด
บนฟลอร์เต้น แสงไฟแฟลชวิบวับทาบลงบนใบหน้าเธอเป็จังหวะเพลงเร่งเร้าร่างกายให้เคลื่อนไหวตามจริง ๆแม้เขาจะรู้ว่าตัวเองเต้นได้แค่โยกไปมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
ปีใหม่เข้ามาใกล้กว่าเดิม
แขนของเธอเฉียดแขนเขา
ไหล่เกือบชนกัน
ในความมึนจากแอลกอฮอล์และเสียงเพลง เขารู้สึกเพียงว่าโลกทั้งใบเหลือแค่คนตรงหน้า
สายตา ัั กลิ่นน้ำหอม
ทุกอย่างของเธอเหมือนห่อหุ้มเขาไว้
เขาไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จนกระทั่งรู้ตัวอีกทีพวกเขาก็กลับมานั่งที่โต๊ะแล้ว
ปีใหม่หยิบกุญแจรถขึ้นมา หมุนเล่นในมือ
“ยศ เมาไหม”
“ก็…มึน ๆ ครับ แต่ยังไหว”
เขายังพูดรู้เื่ รู้ตัวว่าอยู่ที่ไหน
“ดีแล้ว พี่ไม่ชอบคนเมาหนักจนควบคุมตัวเองไม่ได้”
เธอจ้องหน้าตรง ๆ
“แต่พี่ชอบ…คนที่กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ”
หัวใจเขากระตุกวูบ
เธอลุกขึ้น หยิบกระเป๋าใบเล็กพาดบ่า
“ไปส่งยศกลับหอพักนะ”
“ครับ”
เขาลุกตาม ทั้งที่รู้ดีว่าจังหวะก้าวของตัวเองเริ่มไม่มั่นคงนักแต่ยังพอควบคุมได้
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
บนรถขากลับ บรรยากาศเงียบกว่าตอนมาแสงไฟถนนลอดกระจกเข้ามาเป็เส้น ๆ
ปีใหม่ไม่ได้เปิดเพลง
มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงลมหายใจของเขาที่ดังในหูตัวเอง
“ยศ”
“ครับ…”
“คืนนี้ ถ้าไม่ได้กลับหอ…จะมีใครเป็ห่วงไหม”
คำถามนั้นทำให้เขาได้สติขึ้นมาวูบหนึ่ง
เขานึกถึงห้องเช่าของตัวเอง
นึกถึงพ่อที่อยู่กรุงเทพคนละฝั่ง
นึกถึงนิ่มที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ผับกับผู้หญิงอีกคน
“ก็คง…ไม่มีใครรู้ครับ”
เขาตอบช้า ๆ
ปีใหม่พยักหน้าเหมือนได้คำตอบที่้า
“พี่มีคอนโดแถวนี้ ห้องว่าง คืนนี้ไปที่นั่นก่อนก็ได้เดี๋ยวค่อยให้พี่เรียกรถกลับให้ตอนเช้า ถ้ายศไม่อยากขับอะไรกลับตอนมึน ๆ แบบนี้”
เขารู้ดีว่า ข้อเสนอแบบนั้นหมายความว่ายังไง
เขาไม่ใช่เด็กไร้เดียงสา
เขาเคยได้ยินเื่ “ขึ้นคอนโดผู้หญิงตอนดึก” จากเพื่อนในค่ายมาก่อน
สมองส่วนนึงบอกให้ถอย
อีกส่วนหนึ่งถามเบา ๆ
“แล้วมึงอยากถอยจริงเหรอ”
เขาหันไปมองปีใหม่
เธอไม่ได้ยื่นมือมาดึง
ไม่ได้บังคับ
ไม่ได้ใช้คำพูดหว่านล้อมอะไรเพิ่ม
เธอเพียงแค่มองตรง ๆ
ปล่อยให้เขาเลือก
เขากลืนน้ำลายลงคอ
รู้สึกถึงความร้อนบางอย่างในอกที่ไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์เท่านั้น
“…ไปก็ได้ครับ”
คำตอบหลุดจากปากเขาเบากว่าที่คิด แต่ชัดพอให้เธอได้ยิน
มุมปากของปีใหม่ยกขึ้นช้า ๆ
“ดี”
รถเลี้ยวออกจากเส้นทางที่ควรจะพาไปหอพัก
มุ่งหน้าไปยังถนนอีกเส้น
ตรงไปยังคอนโดที่เธอพูดถึง
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ห้องของปีใหม่อยู่ชั้นสูงพอสมควรจากระเบียงมองลงไปเห็นแสงไฟเมืองกรุงเทพกระพริบเป็จุด ๆ ราวกับทะเลดาวกลับหัว
ภายในห้องจัดเรียบง่าย แต่สวยและเป็ระเบียบ
มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบที่เขาเริ่มคุ้น
“นั่งก่อนสิ เดี๋ยวพี่เอาน้ำมาให้”
เขานั่งลงบนโซฟา นึกถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
นี่ไม่ใช่โลกของนิ่ม
ไม่ใช่โลกของค่ายทหาร
ไม่ใช่โลกของพ่อ
มันคือโลกอีกใบ
ที่มีแค่เขากับเธอในคืนนี้
ปีใหม่วางแก้วน้ำเปล่าลงบนโต๊ะตรงหน้า แล้วนั่งลงข้าง ๆ
“มึนมากไหม”
“ก็มึน…แต่ยังรู้ตัวครับ”
“ดีแล้ว”
เธอหันมามองเขาใกล้ ๆ ดวงตาเธอไม่มีแสงไฟวิบวับแบบในผับแต่กลับสะท้อนเงาเขาชัดเจนกว่าเดิม
“ยศรู้ใช่ไหม ว่าพี่ไม่ได้เมา”
เขาพยักหน้า
“พี่รู้ว่ากำลังทำอะไร พี่ชวนยศมา เพราะพี่อยากชวนไม่ใช่เพราะพลาด หรือเพราะเหล้า”
ประโยคนั้นชัดเจนจนไม่มีอะไรให้ตีความไปทางอื่น
หัวใจเขาเต้นแรงจนรู้สึกเจ็บหน้าอกนิด ๆ
“แล้ว…ยศล่ะ” เธอถามต่อ น้ำเสียงช้าลง
“ยศอยากอยู่ที่นี่…เพราะอะไร”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบออกมาอย่างตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่เขาทำได้
“เพราะผม…อยากอยู่กับพี่ปีใหม่ครับ”
เธอหลับตาลงชั่ววินาที เหมือนรับคำตอบนั้นเข้าไปในใจ
จากนั้นจึงโน้มตัวเข้ามาใกล้
มือของเธอยกขึ้นแตะที่แก้มเขาเบา ๆ
“งั้น…คืนนี้ เราก็ไม่ต้องเป็แค่พี่รหัส–น้องรหัสกันหรอกนะ”
เสียงรถกระบะคันหนึ่งแล่นผ่านริมแม่น้ำโขงทำเอาเก้าอี้เหล็กที่ชัยยศนั่งอยู่สั่นแ่ ๆ เขาสะดุ้งเล็กน้อยหลุดออกจากภาพในหัวที่ชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
กาแฟในแก้วกระดาษเย็นชืดไปแล้ว
ลมจากแม่น้ำยังพัดเหมือนเดิม
แต่ในอกเขากำลังร้อน…ด้วยความทรงจำ
“คืนนั้นเอง…”
เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
คืนที่เขาเดินเข้าไปในห้องของปีใหม่
คืนที่เขาตอบว่า “ไปก็ได้ครับ”
หลังจากนั้น ชีวิตเขา ก็ไม่ใช่ของตัวเองล้วน ๆ อีกต่อไป
เขาหลับตาลงอีกครั้ง
ปล่อยให้สายน้ำพาเขาย้อนกลับไปยังคืนนั้น…
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
— จบตอนที่ 3 —