เสียงครางผ่านกำแพง

    ตอนที่ 50: คืนนิรันดร์ของสมาคมมืด

    ตอนที่ 50: คืนนิรันดร์ของสมาคมมืด

    สัมผัสท่อนเอ็นดิบร้อนขยายตัวใหญ่โตของคุณอาชานนท์สถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีที่สอดเสียดแทรกลึกกดพรวดเข้าในร่องรักของฉันจากด้านหน้า พร้อมๆ กับแรงกระแทกกระทั้นเอวสอบจากด้านหลังของนรินทร์อัยการคู่หูรุ่นพี่ ท่ามกลางวงล้อมออร์จีหมู่ BDSM ของสมาคมมืดใต้แสงไฟสลัวสีทอง ปลุกประสาทสัมผัสความกระสันเสียวปานจะขาดใจของฉันให้ระเบิดออกทันที ร่างกายขาวผ่องสั่นเทาเด้งสะโพกบิดส่ายสวนรับท่อนเอ็นใหญ่ร้อนระอุของชายทั้งสองอย่างร่าร้อนลืมสิ้นเกียรติยศชื่อเสียงและศีลธรรมของกฎหมายบ้านเมือง


    เพดานโดมโค้งมนสะท้อนเงาของกระจกเงา 360 องศาเบื้องบนเผยภาพประวัติศาสตร์สวาทมโหฬาร BDSM ของสมาชิกทั้ง 16 คนที่กำลังพัวพันนัวเนียเปลือยเปล่าแลกเปลี่ยนน้ำรักและรส BDSM กันอย่างบ้าคลั่ง 


    ฉันเหลือบมองเพื่อนสตรีข้างกายที่บัดนี้ไร้สิ้นเสื้อผ้าปกปิด มีนเกลผู้ประกาศข่าวคนสวยร่วมสัมผัสสวาทกับพศินและกัปตันเอกอย่างนัวเนีย ใบหน้าหวานหยดเปรอะคราบน้ำรักสลับกับ BDSM พันธนาการ ดาหวันไฮโซสาวผู้สูงศักดิ์กรีดร้องกระสับกระส่ายยอมศิโรราบแทบเท้าบอดี้การ์ดอัคและธีร์ รินรดาแสนรัญจวนแนบเนื้อกับแพรวานักสืบและกวิน ส่วนแพทย์หญิงลัลน์ลลินจิตแพทย์สาวนอนตาปรือครางลั่นขณะโดนรัฐมนตรีวิทูรและสลับสับเปลี่ยนคู่ราคะ ทุกคนเป็นผู้กุมชะตาขั้วอำนาจภายนอก แต่ใน BDSM โดมเสียงนี้ พวกเราคือทาส BDSM บาปที่เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ พันธนาการความลับนี้เหนียวแน่นมั่นคงกว่ารัฐธรรมนูญและสนธิสัญญาใดๆ บนโลกใบนี้


    เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องกังวานสะเทือนห้องโถงโดมซับเสียงปิดตายดัง ตั่บ... ตั่บ... ตั่บ... บล๊วบ... ถี่รัวและดุดันอย่างไร้เสียงรบกวนสะท้อนออกไปสู่ภายนอก ทุกแรงกระแทก เสียงครางเสียงถอนหายใจกระเส่า แผ่วเบากลับกังวานชัดเจนดั่งเสียงกระซิบข้างใบหูปลุกเร้าตัณหาลับให้พวยพุ่งเดือดพล่านถึงขีดสุด


    "อ๊า... พี่นรินทร์... ลุงนนท์... อ๊า! สองท่อนเอ็นสอดแทรกร่องรักร่องสวาท BDSM ของณิชาแน่นเกินไปแล้ว... ฮื้อ... เสียวจะขาดใจแล้วค่ะคุณอา... อ๊า..."


    ฉันกรีดร้องครางหวานหลงตัวบิดส่ายสะพานโค้งมือเรียวสวยทั้งสองข้างถูกดึงตรึงโยงไว้กับเสาพันธนาการ BDSM สีทองอร่ามหัวเตียงหมุนอัจฉริยะที่กำลังหมุนตัววนช้าๆ รสรัก 3P อันเร่าร้อนและดิบเถื่อนของคุณอาสถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีที่กระแทกเอวสอบสอยย้ำครูดจุดเสียวภายในกึ่งกลางลำตัวของฉันสลับประสานกับแรงกระแทกบดขยี้ของนรินทร์จากด้านหลัง บีบคั้นเอาน้ำรักใสๆ ให้หลั่งไหลทะลักเยิ้มซึมเปียกเปื้อนโคนขาขาวผ่องเนียนนุ่ม


    นรินทร์อัยการคู่หูของฉันครางสั่นเครือ แววตาคมกริบของเขาเต็มไปด้วยความหึงหวงและไฟตัณหาพลุ่งพล่าน สอยสะโพกซอยเอวกระหน่ำแทรกท่อนเนื้ออุ่นร้อนเข้าใส่ช่องทางรักของฉันอย่างป่าเถื่อนหนักหน่วงระบายราคะที่เก็บกดสะสมมานานปี


    "ณิชา... อ๊า... ร่องคุณฟิตตึงหัวแก่นกายผมเหลือเกิน... ผมรักคุณ... อ๊า... อ๊า..." นรินทร์ครางระเส่าพ่นคำรักสลับซอยถี่รัวบดขยี้สะโพก


    ลุงนนท์โน้มตัวประชิดใบหน้าสลัวของฉัน กุมขยำทรวงอกอวบเต่งตึงบี้ขยี้หัวนมสีชมพูตึงชันชุ่มน้ำลาย BDSM ปลาบปรือเปี่ยมราคะบงการเหนือกว่าประหนึ่งองค์ตุลาการสูงสุดใน BDSM แห่งนี้ เขาขยับใบหน้าไปชิดใบหูแดงซ่านของฉัน กระซิบ Dirty Talk สั่งการเสียงเย็นดุดันบงการ "บอกสมาคมมืดสิคะอัยการคนสวย... ว่าอำนาจทางกฎหมายของจำเลยพ่ายแพ้ต่อบทลงทัณฑ์ราคะของอาสถาปนิกใหญ่ BDSM คนนี้ชั่วนิรันดร์แล้ว"


    "ณิชา... ณิชายอมจำนน BDSM สยบรักแก่คุณอาชานนท์แล้วค่ะ... อ๊า... กฎหมายสู้สัมผัสเสียวซ่านของคุณอาไม่ได้แล้ว... กระแทกณิชาแรงๆ เลยค่ะ... อ๊า... อ๊า..." ฉันกรีดร้องครางหลงหมดมาดยอมพ่นคำลามกสารภาพราคะออกมากระทบประสาทสัมผัสของนรินทร์และวิทูรที่ยืนมองและบำบัดสาวๆ รอบข้าง


    เสียงดนตรี Sub-bass BDSM สั่นกระแทกผ่านสะโพกกลมกลึงพุ่งตรงขึ้นสู่แกนสมองปลุกปั่นไฟตัณหาความร่านร้อนของทุกคนจนถึงจุดระเบิด สมาชิกชายและหญิงทั้ง 16 คนเร่งเร้าจังหวะสอดใส่ซอยสะโพกกระแทกกระทั้นโกลาหลถี่รัวเสียงเฉอะแฉะกระสับกระส่ายของกลีบเนื้อชุ่มฉ่ำดังก้อง บล๊วบ... บล๊วบ... บล๊วบ... สนั่นโดมเก็บเสียง


    ความเสียวสะท้านพุ่งทะลานสู่ขีดสุดพร้อมๆ กัน นรินทร์เกร็งสะโพกกระตุกปลดปล่อยฉีดพ่นน้ำรักอุ่นร้อนขาวขุ่นทะลักแน่นช่องทางรักส่วนหลังจนร้อนวาบไปทั่ว ขณะที่ลุงนนท์ก็กระหน่ำซอยสะโพกถี่กระชั้นหนักหน่วงย้ำสี่ห้าครั้งสุดท้ายเกร็งตัวปล่อยฉีดพ่นน้ำรักขาวขุ่นไหลทะลักพุ่งอัดแน่นเข้าสู่จุดลึกสุดร่องสวาทส่วนหน้าของฉันจนเอ่อล้นนองเต็มผิวโคนขาขาวผ่อง สมาชิกทุกคนรอบเตียงหมุนต่างกรีดร้องครางสั่นสะท้านปลดปล่อยน้ำรักอุ่นร้อนขาวขุ่นไหลทะลักเปียกปอนนองเปื้อนเต็มพื้นหนังสีทองประหนึ่งสรวงสวรรค์ราคะ BDSM ใต้ดินอันงดงามวิจิตรตระการตา


    รุ่งอรุณวันใหม่ค่อยๆ สาดส่องผ่านระบบปรับแสงกระจกเงาอัจฉริยะใต้ดินเข้ามาสลัวๆ อบอุ่น เผยให้เห็นภาพความเหนื่อยล้าอิ่มเอมใจของสมาชิกทั้ง 16 คนที่นอนระทดระทวยเปลือยกายกอดก่ายกันเหนื่อยหอบหายใจรดระรวยเต็มพื้นเตียงหมุนสีทองและพรมกำมะหยี่สีแดงหนานุ่ม ท่ามกลางกลิ่นคาวรักหวานหอมระเหยและน้ำมันสวาท BDSM ชวนฝัน


    ผมยืนมองผลงานสถาปัตยกรรมบาปชิ้นเอกชิ้นล่าสุด โดมเก็บเสียงและระบบกระจกเงาสะท้อนภาพทุกมุมมองของความสุขสม BDSM ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นโครงสร้างของอำนาจที่ตรึงประสาทวิญญาณของบุคคลสำคัญในโลกสว่างไว้ในเงามืดชั่วนิรันดร์


    ผมขยับสายตากรอบแว่นสายตาให้เข้าที่ สวมเสื้อคลุมผ้าไหมซาตินหรูหราสีแดงเข้มกลับมาสวมหน้ากากคุณอาสถาปนิกใหญ่ผู้ภูมิฐานแสนสุภาพเรียบร้อยและใจดีอบอุ่นอีกครั้ง ผมเอื้อมมือหนาไปแก้กุญแจมือทองคำและปลดพันธนาการ BDSM ข้อมือเรียวสวยของณิชารีย์ มินตรา กิรณา ดาหวัน รินรดา หมอลิน และแพรวาออกช้าๆ ลูบไล้ปลอบโยนศีรษะและไหล่บางเนียนของพวกเธออย่างทะนุถนอมประคับประคอง


    พวกเธอและสมาชิกชายทุกคนต่างลืมตาปรือสบตาจ้องมองผมด้วยแววตารักใคร่เสน่หาและยอมจำนนศิโรราบอย่างราบคาบชั่วนิรันดร์ ทุกคนพ่ายแพ้ต่อรสรักและไฟตัณหา BDSM ในโดมเก็บเสียงใต้ดินแห่งนี้ไปเสียแล้ว ความตึงเครียดของโลกภายนอกถูกกิเลสราคะกลืนกินจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ


    "ขอบคุณสตรีแสนสวยและสุภาพบุรุษทุกท่านสำหรับการพิพากษาคดีร่วมรักที่แสนวิเศษที่สุดในค่ำคืนนี้ครับ..." ผมเอ่ยเสียงทุ้มหวานอบอุ่นบงการเหนือกว่าประหนึ่งพระเจ้าผู้ลิขิตชะตาชีวิตของทุกคน "ความลับ ความสุขสม และพยานรัก BDSM ค่ำคืนนี้จะถูกเก็บรักษาและจารึกไว้ในเงามืดชั่วนิรันดร์... แลกกับการที่พวกเราจะร่วมกันสนับสนุน คุ้มครอง และดูแลเครือข่ายสมาคมมืดของเราให้ยิ่งใหญ่ไร้ผู้ต่อต้านตลอดไปนะครับเด็กดีทั้งหลาย"


    สมาชิกทั้งหมดลอบยิ้มละมุนพยักหน้ายอมรับกติกา BDSM บาปอย่างยินดีพร้อมสยบยอมก้มหัวให้แก่แท่นบัลลังก์สถาปัตยกรรมราคะนอกระบบของผมอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน...


    เมื่อถึงเวลาแปดโมงเช้า ระบบกระจกเงาปรับระดับความสว่างส่องสว่างขึ้นช้าๆ ทุกร่างต่างทะยอยลุกขึ้นชำระล้างผิวกาย ขัดคราบสวาทออก สวมหน้ากากและสูทหรูหรา กลับคืนสู่สถานะอธิบดี รัฐมนตรี อัยการ จิตแพทย์ และบุคคลผู้ทรงเกียรติในแวดวงสังคมภายนอก ทุกคนขึ้นไปสวมบทบาทโลกสว่างอันมีเกียรติยศ แต่ความจริงแท้คือร่างกายและจิตวิญญาณของพวกเขายังคงหมุนวนผูกมัดอยู่บนเตียงทอง BDSM ใต้ดินแห่งนี้ตลอดกาล


    บัดนี้ พันธนาการแห่งสมาคมมืดได้รับการสถาปนาและปกป้องขีดสุดของความมั่นคง สื่อมวลชน การเมือง และกฎหมายบ้านเมืองประสานสอดรับร้อยเรียงกันกลมเกลียวในเงามืดแห่งความเงียบงันชั่วนิรันดร และอาณาจักรราคะของผมจะครองโลกมืดนี้ตลอดกาลอย่างไม่มีผู้ใดอาจล่วงรู้หรือขัดขืนพ้นภัย


    รอยยิ้มแสนอบอุ่นทว่าแฝงอำนาจอันน่าเกรงขามของคุณอาชานนท์ สถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีประทับแน่นอยู่ในหัวใจของทุกคน ค่ำคืนออร์จีหมู่ 16 คนบนเตียงกลมหมุนสะท้อนกระจกอัจฉริยะใต้โดมเก็บเสียงปิดตายเป็นประจักษ์พยานแห่งอำนาจดิบราคะนอกระบบที่สมบูรณ์แบบที่สุด ความสัมพันธ์เชิงวิชาชีพ สื่อ สมาคม และกฎบัตรอาญาถูกลบล้างด้วยพันธนาการกามสวาทที่ถอนตัวไม่ขึ้น พวกเราต่างตระหนักดีว่าในแสงแดดยามเช้าข้างนอกพวกเราคือผู้คุมกฎ แต่ในเงามืดคฤหาสน์ของลุงชานนท์พวกเราคือสมุนรักและเหยื่อสวาท BDSM ของพระเจ้าชานนท์ชั่วนิรันดร์


    รัฐมนตรีวิทูรนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งปกติเคยยืนสั่งการอยู่ในสภาและทำตัวน่าเกรงขามต่อหน้าราษฎร บัดนี้กลับนอนหอบหายใจรดระรวยหมดสภาพอยู่บนพื้นเตียงหมุนอัจฉริยะทองคำ ผิวกายเปียกปอนไปด้วยคราบเหงื่อและน้ำรัก BDSM มากมาย แววตาของเขาที่มองขึ้นมายังผมเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรงและสมยอมศิโรราบต่ออำนาจราคะอย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปร เช่นเดียวกับอภิสิทธิ์และพศินที่สยบยอมต่อกติกา BDSM ลับของสมาคมอย่างหมดสิ้น


    ความลับและ BDSM ร่วมรักค่ำคืนของพวกเราทั้ง 16 คนกลายเป็นพันธนาการที่แน่นหนาที่สุดในการค้ำจุนอาณาจักรใต้ดินของลุงชานนท์ สถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีให้มั่นคงยิ่งใหญ่ ทุกบท BDSM ราคะที่ผ่านพ้นไปล้วนเปรียบดั่งการลงนามในสนธิสัญญาสามัคคี BDSM ร่วมคดีบาปที่ไม่มีผู้ใดคิดจะทรยศหักหลัง เพราะทุกคนต่างยินดีเสพสุขในเงามืดชั่วนิรันดร์ใต้บัลลังก์ราคะนี้อย่างราบคาบและยอมจำนนรักตลอดไป

    คล้ายกับเรื่องเสียงครางผ่านกำแพง ที่คุณอ่าน