นิยายเื่นี้เป็ภาคต่อจากเื่อาจารย์เ็ากับศิษย์ชั่วช้า
เพื่อความสนุกและฟินสุดๆ ควรอ่านเื่เสนาบดีเ้าจะหนีไปไหน(ภาคแดนมนุษย์)
ตามด้วยเื่อาจารย์เ็ากับศิษย์ชั่วช้า(ภาคแดนเซียน) ก่อนค่ะ
และสุดท้ายคือเื่บุรุษน่าตาย(ภาคแดนเทพ) ค่ะ
วันที่เขียน 27 ตุลาคม 2566
เฉินมู่อิ๋งกำลังจะสู้กับศิษย์สำนักซ่อนจันทร์พลัน! กระบี่ดำของเขาก็พุ่งเข้ามารับศึกแทนเสียแล้วเพราะพวกเซียนพวกนั้นยังมัวตกตะลึงอยู่เลย มันจึงไม่โจมตีคนพวกนั้นตอนทีเผลอเพราะเ้านายไม่ได้สั่งให้มันฆ่า สั่งให้มันแค่ ‘จัดการ’เท่านั้น มันจึงแค่ประมือกับเซียนเ่าั้เหมือนแมวหยอกหนูอย่างไรอย่างนั้นมันพุ่งมารับมือกับเซียนสาวที่คิดจะฆ่าเ้านายมันมันฟันเสียจนกระบี่เซียนของพวกนางแตกละเอียด ตู้ม! ตู้ม!ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!ตู้ม!...
ซ้ำยังฟันกระบี่เซียนที่พวกนางขี่อยู่ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!...
ทำให้พวกนางตกลงไปเบื้องล่างทันที“อ้า!”
ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! พวกนางตกกระแทกพื้นดินอย่างอเนจอนาถยิ่งเมื่อจัดการศัตรูให้เ้านายแล้วกระบี่ดำก็บินไปอยู่ข้างๆ เ้านายส่งเสียง “วิ๊ง!”
“ดีๆ ทำดีมาก”เฉินมู่อิ๋งชมมัน ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกถึงพลังจากไพลินิญญาที่ส่งมาให้เขาพลังกลุ่มนี้ไหลจากติ่งหูซ้ายไปรวมกันที่ท้องน้อยหมุนวนอยู่ครู่หนึ่งแล้วพุ่งขึ้นไปตามกระดูกสันหลังพุ่งขึ้นไปที่หน้าผากทำให้กระดูกหน้าผากที่ยังเหลืออีกนิดเปลี่ยนเป็กระดูกเซียนทันทีกระบี่เทพมารก็ไม่ได้ดึงพลังนั้นมาแม้แต่น้อยมัน้าให้เ้านายของมันบรรลุขั้นเช่นกัน
ทันทีที่กระดูกและเืเนื้อของเฉินมู่อิ๋งเปลี่ยนเป็เซียนทั้งตัวร่างเขาก็เปล่งแสงสีน้ำเงินออกมา แสงนี้ทำให้ทุกคนมองเป็ตาเดียว “นั่น!”
“เกิดอะไรขึ้น?”
เฟยเทียนก็มองไปเช่นกันนางเห็นเมฆบนฟ้าหมุนวนแล้วรวมตัวกันหนาแน่นยิ่งทำให้ท้องฟ้าในบริเวณนี้มืดครึ้มลงทันตา ราวกับเป็กลางคืนอย่างไรอย่างนั้นฟ้าร้องดังครืนนนน---
สายฟ้าแลบแปร๊บปร๊าบอยู่ในกลุ่มเมฆปรากฎการณ์เช่นนี้ทำให้ผู้คนตกตะลึงแตกตื่น “เกิดอะไรขึ้น!?”
มวลเมฆหมุนวนราวกับน้ำวนเฟยเทียนมองแล้วยิ้ม พึมพำเสียงเบา “ในที่สุดนังหนูอิ๋งก็จะบรรลุเป็เทพแล้ว!ดีจริงๆ ดีจริงๆ”
นางเอาถุงคุนเฉียนออกมาใบหนึ่งแล้วโยนให้“อิ๋งเอ๋อร์ เ้ารับนี่ไป เก็บไว้ให้ดีๆ ล่ะ”
เฉินมู่อิ๋งรับถุงใบนั้นมาอย่างงงๆเขารีบเก็บมันใส่แหวนคุนเฉียนเอาไว้ก่อน ผู้คนมองดูท้องฟ้าแล้วพูดกันว่า“หรือว่า์จะช่วยลงทัณฑ์นางมาร!?”
“เฮอะ! ์ลงทัณฑ์บิดาเ้าซิ” เฟยเทียนด่า“ศิษย์ข้ากำลังจะกลายเป็เทพแล้วต่างหากล่ะ”
“เป็เทพ!” ผู้คนตกตะลึงอึ้งงันไปพวกเขามองมวลเมฆที่หมุนวนราวกับน้ำวนอย่างตกตะลึงยิ่ง เซียนหลายๆ คนที่เคยเห็นปรากฎการณ์ประตู์เปิดออกย่อมรู้ดีว่านี่คือปรากฎการณ์ที่ประตู์กำลังจะเปิด!
สายฟ้าผ่า เปรี้ยง! ลงมาใส่เฉินมู่อิ๋งที่ตัวเปล่งแสงสีน้ำเงินลานตาสายฟ้าเ่าั้ถูกดูดหายไปไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวที่จะเล็ดลอดออกไปทำให้เฟยเทียนถึงกับตะลึงงัน “โอ้!”
สายฟ้าผ่าลงมาอีกเปรี้ยง! แล้วก็อีก เปรี้ยง!สายฟ้าถูกดูดหายไปไม่เหลือหลอ ทำให้เฟยเทียนยิ้มชอบใจ “โอ้! ดีๆ”
เฉินมู่อิ๋งไม่รู้สึกถึงความเ็ปแม้แต่น้อยรู้สึกว่าร่างกายกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เหมือนผลัดกระดูกล้างิญญาอย่างไรอย่างนั้น ไพลินิญญาร้องเรียก “เสี่ยวเฮยมานี่”
กระบี่ดำพุ่งเข้าไปตรงหน้าผากเ้านายทันทีมันหายวับไป เฉินมู่อิ๋งยกมือลูบๆ ตรงหน้าผากที่รู้สึกเจ็บๆ ตึงๆเพราะแรงที่พุ่งเข้ามาเมื่อกี้ เขามองกระบี่ดำที่อยู่ในห้วงจิต มันลอยอยู่ใกล้ๆกับร่างจิตของไพลินิญญา
สายฟ้าผ่าลงมาอีกเปรี้ยง! ผู้คนตกตะลึงปากอ้าตาค้าง “4 สายแล้ว!”
สายฟ้าผ่าลงมาอีกเปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!...
คราวนี้ผ่าลงมานับไม่ถ้วนเลยทีเดียวผ่าเสียจนบริเวณนี้เกิดแสงวูบวาบ มีเสียงดังก้องราวกับเกิดวิกฤติการณ์โลกาวินาศอย่างไรอย่างนั้นผ่าเสียจนพวกเซียนทั้งหลายถอยกรูดไปไกลเลยทีเดียว
“ใช่ประตู์เปิดที่ไหนกัน! นี่มัน์ลงทัณฑ์ต่างหาก!” ศิษย์สำนักซ่อนจันทร์คนหนึ่งพูดขึ้นมา“เ้าเด็กนั่นต้องถูก์ลงทัณฑ์จนตกตาย! ตายไปเสีย! ตาย! ตาย! ตาย!”
เซียนหลายๆ คนเริ่มคล้อยตามศิษย์สำนักซ่อนจันทร์บางทีนี่อาจจะเป็์ลงทัณฑ์ก็ได้ เ้าเด็กนั่นฆ่าอาจารย์ตัวเอง์คงทนดูไม่ไหวจึงได้คิดลงทัณฑ์มันให้ตกตาย!
ฟ้าผ่าเสียจนฟ้าะเืแผ่นดินแทบทลายผ่าอยู่นานมาก ผ่าจนคนอื่นเริ่มเชื่อแล้วว่า นี่คือ ‘์ลงทัณฑ์’หาใช่ ‘ประตู์เปิด’ ไม่ มีเพียงเฟยเทียนคนเดียวเท่านั้นที่ยิ้มชอบใจ“ศิษย์ข้าต้องแข็งแกร่งกว่าใครแน่นอน ฮ่าๆๆๆ...”
จนกระทั่งสายฟ้าหยุดผ่า กลางน้ำวนมวลเมฆปรากฏแสงส่องลงมาแสงนั้นดูดร่างของเฉินมู่อิ๋งที่เปล่งแสงสีน้ำเงินลอยขึ้นไปผู้คนตกตะลึงเสียจนบื้อใบ้ไปหมด มีคนหนึ่งหลุดอุทานออกมา “เป็ประตู์จริงๆ!”
แสงนั้นหดสั้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งหายวับไป ร่างของเฉินมู่อิ๋งก็หายไปเช่นกัน มวลเมฆครึ้มสลายไปทันใดท้องฟ้ากลับมาสว่างอีกครา เฟยเทียนหัวเราะร่า “ฮ่าๆๆๆ มันกลายเป็เทพแล้วดีจริงๆดีจริงๆ”
ผู้คนยังคงตกตะลึงอึ้งงันไปเฟยเทียนหัวเราะแล้วลอยลงไปยืนบนพื้นยอดเขาจากนั้นนางก็วาดผนึกอาคมสีดำออกมาครอบคลุมยอดเขาอีกครั้งนางไม่สนใจพวกเซียนเ่าั้เลยสักนิด พวกมันล้วนเป็มดปลวกสำหรับนางเพียงแต่เ้าคนๆ นั้น ที่แท้แล้วเ้าคนๆ นั้นเป็ร่างแยกของเผ่าจิติญญาหรือนี่!
นางไม่รู้ว่ามันส่งร่างแยกนั้นมาเพื่อการใดแต่หากไม่ส่งผลกระทบถึงนางและครอบครัวนางก็คร้านจะสนใจพวกเซียนกว่าจะหายตกตะลึงก็ผ่านไปพักใหญ่ กว่าพวกมันจะตั้งสติได้ก็คงผ่านไปอีกนานทีเดียว นางเดินผ่านเขตอาคมรอบกระท่อมเข้าไปเดินเข้าไปในห้องนอนเห็นสามีกับลูกๆ กำลังหลับกันอยู่นางจึงเดินไปนั่งลงบนเตียงอย่างแ่เบายิ่ง แล้วเอนตัวลงนอนข้างลูกชายคนโตกอดลูกเอาไว้อย่างมีความสุข
ส่วนเซียนพวกนั้นเดี๋ยวพวกมันหมดแรงแล้วก็จากไปเองนั่นแหละ พวกมันก็ยังคงทำอะไรนางไม่ได้อยู่ดี
ณกลางฟ้ากระจ่างดาวผืนหนึ่ง มีดินแดนกว้างใหญ่อยู่กลางฟ้ากระจ่างดาวดินแดนแห่งนี้คือดินแดนของเผ่าจิติญญา ใจกลางดินแดนมีตำหนักโอ่อ่าหลังใหญ่โตเรียงรายกันอยู่ ดวงแสงสีม่วงอมดำพุ่งลิ่วไปยังตำหนักหลังหนึ่งแล้วรวมเข้ากับร่างที่นอนอยู่บนเตียงกลางห้อง ตู้ม!
เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าจะถล่มแผ่นดินจะทลายทำให้เฉินจื้อกับจิงจ้านที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องถึงกับสะดุ้งโหยง!
“องค์าา!” พวกเขาอุทานพร้อมกัน รู้สึกถึงกลิ่นอายกดดันที่แผ่ออกมาจากในห้องกดดันเสียจนพวกเขาเข่าทรุดลงไป ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!
เข่าทรุดลงไม่พอตัวยังถูกกดเสียจนต้องหมอบติดพื้นแล้ว ร่างกายพวกเขาราวกับจะถูกบดให้แหลกละเอียดเกิดความเ็ปไปทั้งร่าง ทำให้พวกเขาเปล่งเสียงร้องออกมา “อ๊ากกกก---”
“อ๊ากกกก---”
พวกเขาพยายามฝืนยันตัวขึ้นแต่ก็ทำไม่ได้เลย
ภายในห้อง ร่างที่นอนอยู่บนเตียง ลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบราวกับกระบี่มองไปเขายันตัวลุกขึ้นนั่ง สีหน้าเหี้ยมเกรียมยิ่ง! ทำให้ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรบึ้งตึงยิ่งนัก
“ชาติก่อนก็เป็เ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งทำข้าเสียแผนซ้ำยังทำให้ข้ารู้สึกหลงรักบุรุษอีก!ชาตินี้ก็เป็เ้าเด็กชื่อเฉินมู่อิ๋งอีกแล้ว ที่ทำให้ข้าเสียแผน จนต้องหลอมรวมกับจิตาซ้ำยังทำให้ข้าหลงรักมันอีก ชื่อเฉินมู่อิ๋งนี้ช่างเป็เสนียดกับข้าเสียจริง!” เสียงทุ้มกังวานไพเราะปานระฆังชั้นดีดังออกมาจากริมฝีปากสีแดงระเรื่อแต่น้ำเสียงนั้นหากใครฟังเป็ต้องขนหัวลุกแน่นอน นั่นเป็น้ำเสียงที่โกรธจัดจนโทสะท่วมฟ้าแล้ว!
“ข้า หยางเจียงหยุน(杨江云)จะไม่มีทางปล่อยทั้งเ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งคนนั้นกับเ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งคนนี้ไปแน่! ข้าจะต้องฆ่ามันให้ได้!” หยางเจียงหยุนะโอย่างอาฆาตแค้นเขาที่เป็บุรุษทั้งกายทั้งใจกลับเกิดจิตพิศวาสหลงรักบุรุษด้วยกันเพียงเพราะเ้าเด็กมนุษย์อ่อนแอคนหนึ่งกับเซียนอ่อนแออีกคนหนึ่งที่มีชื่อเหมือนกันว่า‘เฉินมู่อิ๋ง’ แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ปล่อยพวกมันไปแน่นอนเ้าเซียนคนนั้นย่อมอยู่ที่โลกพันเล็กลำดับที่ 2,900 แน่นอนส่วนเ้าเด็กมนุษย์เฉินมู่อิ๋งนั้น มันคงตายและไปเกิดใหม่นานแล้วแต่ต่อให้มันไปเกิดที่ใดเขาก็จะตามหาตัวมันให้เจอและฆ่ามันให้ตายด้วยน้ำมือของเขาเองทั้งยังจะทำลายิญญาพวกมันให้สิ้นซากด้วย โทษฐานที่ทำให้องค์าาผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาเกิดจิตวิปริตผิดเพี้ยนกลายเป็รักชอบบุรุษขึ้นมา
เขาสำรวจดวงจิตตัวเองพบว่ามีิญญาอาฆาตติดมาด้วยเขาจึงทำลายิญญาอาฆาตนั้นในพริบตาเดียว โพล๊ะ!
ิญญาอาฆาตสูญสลายไปแต่ก็ทำให้เขาเกิดอาการดวงจิตาเ็เล็กน้อยเนื่องเพราะิญญาอาฆาตนี้เกิดจากจิตของเขาเองเขากระอักเืออกมาคำหนึ่ง เืสาดพ่นเปื้อนริมฝีปากและอาภรณ์เขายกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเืแล้วร้องสั่งว่า “เตรียมน้ำร้อน”
“พะ...พะ...”เฉินจื้อพยายามจะขานรับ แต่ก็ขานไม่ค่อยออกแรงกดดันนั้นทำเขาแทบเปล่งเสียงไม่ได้เลย หยางเจียงหยุนรู้สึกตัวจึงเก็บกลิ่นอายกดดันกลับมาเฉินจื้อกับจิงจ้านจึงรู้สึกตัวเบาขึ้น พวกเขารีบลุกขึ้นยืน ขานรับพร้อมกันว่า“พะย่ะค่ะ”
เฉินจื้อรีบเข้าไปในห้องอาบน้ำใช้พลังทำให้น้ำทั้งสระร้อนขึ้น แล้วจัดเตรียมเครื่องอาบน้ำให้องค์าาไม่กี่อึดใจเขาก็เตรียมเสร็จแล้ว จึงกุมมือร้องบอกอยู่ที่ประตูอีกด้านซึ่งเชื่อมต่อกับห้องนอนขององค์าา“น้ำร้อนแล้วพะย่ะค่ะ”
“อืม” หยางเจียงหยุนพยักหน้าลุกออกจากเตียง เดินไปเปิดประตู เดินเข้าไปในห้องอาบน้ำอันกว้างใหญ่ เห็นเฉินจื้อยืนกุมมือคารวะอยู่จึงมองอย่างเ็าเฉินจื้อถูกกลิ่นอายกดดันจนเข่าทรุดลงไปอีกครั้ง ปึก! ปึก!
เขารู้สึกว่าพลังขององค์าาเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาลยิ่งนักทำให้เขาหลุดอุทานออกมาว่า “หลอมรวมแล้ว!”
“ใช่! หลอมรวมแล้ว” หยางเจียงหยุนพยักหน้า สีหน้าเ็ายิ่งจิตาทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นก็จริง แต่มันก็ทำให้จิตใจเขาเปลี่ยนเป็เหี้ยมโหดขึ้นหลายเท่าเช่นกันเขาอุตส่าห์วางแผนสร้างร่างแยกนำจิตากับจิติญญาของเขาใส่รวมไว้ด้วยกันเพื่อกำจัดจิตาออกไปแผนการของเขาเกือบจะสำเร็จอยู่แล้วเชียวถ้าไม่เป็เพราะชาติที่แล้วเ้าเด็กมนุษย์อ่อนแอเฉินมู่อิ๋งคนนั้นทำให้เขาเสียแผนเขาคงกำจัดจิตาออกไปได้แล้วแท้ๆ เขาฝึกวิชา ‘จิตไร้รัก’ เพื่อกำจัดจิตา ชาติที่แล้วก็เกือบจะสำเร็จแล้วเชียวหากว่าเขาไม่เจอเ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งคนนั้น เขาก็คงกลายเป็ฮ่องเต้ที่ไม่มีฮองเฮาหรือนางสนมใช้ชีวิต ‘ไร้รัก’ ไปจนตายเมื่อไร้ความรัก จิตาก็จะถูกขังอยู่ในร่างแยกร่างนั้นไปตลอดส่วนจิติญญาของเขาก็จะกลับสู่ร่างหลักโดยแยกจากจิตาไปตลอดกาล
แต่นี่เ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งหน้าตางดงามคนนั้นทำให้เขาเกิดจิตรักใคร่ปรารถนาทำให้จิตาไม่อาจแยกจากจิติญญาของเขาได้ ซ้ำยังเกิดิญญาอาฆาตขึ้นเสียอีกดังนั้นเขาจึงหลอมสร้างร่างแยกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
นำจิตาิญญาอาฆาตและจิติญญาของเขาใส่ไว้ในร่างแยกอีกครั้ง จากนั้นก็ส่งร่างแยกไปเกิดยังโลกแห่งนั้นอีกหนที่เลือกโลกแห่งนั้นก็เพราะว่าง่ายต่อการส่งร่างแยกไปนั่นเอง ิญญาอาฆาตทำให้บิดาเกลียดชังเขานี่ก็เป็แผนการหนึ่งเพื่อให้ตัวเองถูกเกลียดชังจากผู้คน เมื่อถูกเกลียดชังจิตใจก็จะไร้ความรัก ยิ่งลิขิตให้ชะตาของร่างแยกพบเซียนนำพาไปฝึกฝนจิตใจก็จะยิ่งไร้รักมากยิ่งขึ้น
แผนของเขาใกล้จะสำเร็จเต็มทีแต่แล้วเ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งคนนั้นก็โผล่มาทำให้แผนการของเขาพังพินาศไม่มีชิ้นดีแผนฝึกฝน ‘จิตไร้รัก’ พังไม่เป็ท่าซ้ำยังทำให้เขาหลงรักเ้าเด็กคนนั้นขึ้นมาอีก เพียงเพราะว่ามันมีชื่อว่า ‘เฉินมู่อิ๋ง’ เหมือนกับเ้าเด็กมนุษย์หล่อเหลาคนนั้นซ้ำร้ายเขายังยินยอมหลอมรวมกับจิตาเพียงเพราะอยากจะปกป้องเ้าเด็กเซียนคนนั้นเสียอีก!นี่มันช่างบัดซบสิ้นดี!
แผนการของเขาพังไม่เป็ท่าก็เพราะเ้าเด็กเฉินมู่อิ๋ง2 คนนั่น! น่าตายนัก พวกมันล้วนน่าฆ่าให้ตาย! สมควรสับให้เป็หมื่นๆ ชิ้น บดขยี้ิญญาพวกมันให้เป็ผุยผง!
เฉินจื้อที่ได้ยินเช่นนั้นก็ปากอ้าตาค้างเติ่ง!หลอมรวมแล้ว!เช่นนั้นก็หมายความว่าแผนการขององค์าาพังพินาศไปแล้ว!
“เฉินจื้อเ้าออกไปเสีย” หยางเจียงหยุนสั่งพลางสะบัดมือทีหนึ่งเฉินจื้อก็ปลิวกลิ้งออกไปทันที “หว๋าาาาา...”
เขากลิ้งออกไปจนพ้นห้องอาบน้ำประตูก็ปิดลงตามหลัง เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาอย่างมึนงงไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรให้องค์าาไม่พอใจหรือ? ฮือๆๆๆๆ...
จิงจ้านมองเฉินจื้อที่ถูกโยนออกมาเขาจึงเข้าไปกระซิบกระซาบข้างๆ “เ้าไปทำให้อะไรให้องค์าาโมโหรึ?”
“ข้าไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย”เฉินจื้อกระซิบตอบ เขายังงงๆ ไม่หายว่าตัวเองทำอะไรให้องค์าาไม่พอใจหรือ?
หยางเจียงหยุนไล่เฉินจื้อออกไปเพียงเพราะแซ่ของมันที่ออกเสียงเหมือนกับเ้าเด็กสมควรตาย2 คนนั่น ‘เฉินมู่อิ๋ง!’ เขาเห็นเ้าเฉินจื้อแล้วพาลนึกถึงเ้าเด็ก2 คนนั้นขึ้นมาทันที นึกแล้วก็โมโหยิ่งนัก ดังนั้นจึงพาลไม่อยากเห็นเ้าเฉินจื้อไปด้วยหากว่าเฉินจื้อรู้ว่าสาเหตุเป็เพราะแซ่ของตัวเองเขาคงอยากขออนุญาตบรรพบุรุษในหลุมศพทั้งหลายขอเปลี่ยนแซ่ชั่วคราวจนกว่าองค์าาจะหายโมโหนั่นแหละ
“ว่าแต่องค์าาตื่นขึ้นมาแล้วเช่นนี้หมายความว่าแผนการสำเร็จแล้วซินะ?” จิงจ้านกระซิบถาม เฉินจื้อด่า“สำเร็จกับผีซิ! หลอมรวมแล้วต่างหากเล่า!”
“หลอมรวมแล้ว!” จิงจ้านใเสียจนเข่าอ่อนยวบแผนการณ์ที่องค์าาวางเอาไว้ผิดแผนไปได้อย่างไร!?
ณ ประตู์ เฉินมู่อิ๋งผ่านลำแสงจ้าสว่างเสียจนเขาต้องหลับตาลงจนกระทั่งได้ยินเสียงดังแว่วๆ ว่า “โอ้! เทพบรรลุขึ้นมาใหม่!”
เขาจึงลืมตาขึ้นมองพบว่าตัวเองยืนอยู่บนพื้นหินสีเขียวที่สุกสว่างเป็ประกายราวกับมรกตน้ำงามพื้นที่นี้มองไปกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เขาเห็นคนกลุ่มหนึ่งมีไอสีขาวจางๆล้อมรอบตัวคนเ่าั้ ไอสีขาวนี้คล้ายกับกลิ่นอายของอาจารย์กู่เสียนฟางที่เป็เทพไม่มีผิดเช่นนั้น ‘คน’ เหล่านี้ย่อมเป็เทพเหมือนกับอาจารย์กู่แน่นอน
“หือ?แสงสีน้ำเงิน?” คนหนึ่งในกลุ่มคนเ่าั้อุทานออกมา คนอื่นๆ ก็มองจ้องเช่นกัน“ไยจึงเป็สีน้ำเงิน? หากเป็ธาตุน้ำย่อมเป็สีฟ้ามิใช่รึ?”
“หรือว่าจะเป็เทพชั้นสูง?”
“เ้าจะบ้ารึเขาเป็เทพใหม่จะเป็เทพชั้นสูงได้อย่างไร?”
“นั่นซิ”
“หรือว่าเป็พลังธาตุน้ำที่ผิดปกติ?”
“ผิดปกติอย่างไร?”
“อย่างเช่นธาตุน้ำแต่กลับกลายเป็น้ำแข็งเหมือนอย่างเทพคนนั้นเมื่อปีก่อนนู้นอย่างไรล่ะ”
“อืม ก็อาจเป็ได้แต่ว่าของเทพคนนั้นเป็สีฟ้าจางๆ จนแทบจะเป็สีขาวไม่ใช่รึ”
“อันนี้ก็อาจจะผิดปกติจากสีฟ้ากลายเป็สีน้ำเงินอย่างไรล่ะ”
“อืม”
ฯลฯเสียงพูดคุยดังหึ่งๆเฉินมู่อิ๋งที่ถูกจ้องมองจึงกวาดตามองคนเ่าั้แล้วมองตัวเองเขาพบว่ารอบตัวเขาเปล่งแสงสีน้ำเงินออกมา เขาจึงคิดเก็บ แสงสีน้ำเงินก็หายวับไปทันที
“น้องชาย”บุรุษคนหนึ่งเรียกพลางเดินเข้ามาใกล้ เฉินมู่อิ๋งมองบุรุษคนนั้นอย่างระวังตัวบุรุษคนนั้นยิ้มแย้มให้อย่างเป็มิตรแล้วพูดว่า “ข้าชื่อจางเย่าหยาง (张耀炀) ข้าเป็เทพจากแดนเทพเป่ยต้าไห่ (北大海 มหาสมุทรเหนือ)”
“แดนเทพเป่ยต้าไห่?”เฉินมู่อิ๋งทวนคำอย่างงงๆ จางเย่าหยางถาม “น้องชายมาจากที่ไหนรึ?”
เฉินมู่อิ๋งไม่ตอบมองคนๆ นั้นอย่างระวังตัว จางเย่าหยางยิ้มแล้วอธิบายว่า“น้องชายเป็เทพใหม่เพิ่งบรรลุผ่านประตู์มา คงจะยังงงๆ อยู่กระมัง มาเถอะมานั่งตรงนี้ซิ ข้าจะอธิบายเื่แดนเทพให้เ้าฟัง”
เฉินมู่อิ๋งไม่ได้เดินตามไปเขาทำเพียงยืนมองคนๆ นั้นอยู่ตรงนั้น ทำให้จางเย่าหยางถึงกับเกาหัวแกรกๆ“เ้าช่างระวังตัวเสียจริง ข้าไม่ทำอะไรเ้าหรอกน่า เอางี้ เ้าฟังนะ แดนเทพแบ่งเป็ 5 ทวีปใหญ่ มีแดนเทพจงยางต้าไห่ (中央大海มหาสมุทรกลาง) เป็ศูนย์กลาง แล้วก็มีแดนเทพเป่ยต้าไห่ หนานต้าไห่ (南大海 มหาสมุทรใต้) ตงต้าไห่ (东大海 มหาสมุทรตะวันออก) แล้วก็ซีฟางต้าไห่ (西方大海 มหาสมุทรตะวันตก)แต่ละแดนเทพมีเมืองย่อยอีกนับไม่ถ้วน แต่ละเมืองมีาาปกครองแต่ละเมืองก็มีกองกำลังของตัวเอง ส่วนทั้งห้าดินแดนก็มีกองกำลังเป็ของตัวเอง อย่างเช่นข้าอยู่ในกองกำลังแดนเทพเป่ยต้าไห่ ข้ามารออยู่ที่นี่ก็เพื่อคัดเลือกเทพใหม่เข้าร่วมกองกำลังเป่ยต้าไห่”
“ทำไมต้องเข้าร่วมกองกำลังด้วยล่ะ?”เฉินมู่อิ๋งถาม จางเย่าหยางจึงอธิบายว่า“ก็เพื่อที่จะได้รับทรัพยากรในการฝึกฝนพลังน่ะซิ หากเข้าร่วมกับกองกำลังก็จะได้รับทรัพยากรฝึกฝนเพียงแต่ต้องแลกกับการทำงานปกป้องดินแดน ก็คล้ายๆ กับทหารนั่นแหละ”
“อ่อ”เฉินมู่อิ๋งพยักหน้าเข้าใจ แล้วบอกว่า “เช่นนั้นขอข้าคิดก่อนล่ะกัน”
เขาบอกแล้วก็เดินห่างออกไปทันทีจางเย่าหยางจึงไม่ตามไปคุยด้วยอีก เ้าเด็กนั่นท่าทางก็บอกชัดแล้วว่าไม่ไว้ใจใครง่ายๆช่างเป็เด็กที่ระวังตัวเสียจริง เฮ้อ...
เฉินมู่อิ๋งเดินห่างออกมาแล้วก็แอบเอาถุงที่อาจารย์เฟยเทียนให้มาออกมาดูเขาเห็นหินสีเขียว ข้างในหินมีแสงระยิบระยับแวววาวแสงนี้เหมือนกับแสงระยิบระยับที่เขาเห็นอยู่รอบๆ ตัว มันลอยอยู่ในอากาศเมื่อเขาสูดลมหายใจเข้าไป แสงระยิบระยับเ่าั้ก็ลอยเข้าไปในจมูกของเขาด้วยแสงพวกนั้นไหลลงไปผ่านปอดแล้วไหลไปรวมตัวกันอยู่ตรงท้องน้อยเขารู้สึกว่าตรงจุดตันเถียนของเขากลายเป็พื้นที่ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่แสงระยิบระยับเ่าั้เข้าไปรวมตัวกันอยู่ตรงจุดนั้นเขายังไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเรียกว่า ‘จุดรวมกำเนิด’
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ