บทที่ 34 เจอกันวันสุดสัปดาห์ (รีไรต์)
เหวยเจารู้สึกประหลาดใจ เขาจำได้ว่าพี่สะใภ้คนนี้มีงานประจำ ทำไมถึงไม่สะดวกไปทำงานแล้วล่ะ?
“พี่สะใภ้ครับ ทำไมพี่ถึงไม่สะดวกไปทำงานแล้วล่ะ?” หรือว่าที่ทำงานรังแกเธอตอนที่สามีไม่อยู่บ้าน แล้วไล่เธอออกหรือเปล่า?
“ฉันลาออกเอง งานนั้นทำแล้วน่าเบื่อ”
เหวยเจาอ้าปากค้าง จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าภรรยาของพี่ชายคนนี้ช่างเอาแต่ใจ งานดี ๆ แบบนี้บอกไม่ทำก็ไม่ทำ คนอื่นอยากได้จนหัวแทบแตกยังไม่ได้งานแบบนี้เลย
“สหายเหวย ถ้าที่บ้านคุณมีผลผลิตทางการเกษตรที่ขายได้ก็ลองเอามาขายดูนะคะ ผักสดถั่วลิสงอะไรก็ได้ แต่ถ้าขายตรง ๆ อาจจะได้เงินไม่มาก ถ้าแปรรูปสักหน่อยจะดีกว่ามาก”
“เช่น ถั่วลิสงต้มแล้วตากแห้ง ทำเป็ถั่วลิสงห้ารส ทำเป็กับแกล้มเหล้า หรือมันเทศก็เอามาย่างขายได้ ไปขายที่สถานีรถไฟที่คนพลุกพล่าน มันเทศย่างสุกหนึ่งหัวราคาจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า”
เหวยเจาฟังจนตะลึง ลืมเื่ที่เธอลาออกจากงานอย่างใจร้อนไปชั่วขณะ
มาถึงที่จอดรถแทรกเตอร์แล้ว เหวยเจาเอาจักรยานของเธอขึ้นไป อวิ๋นซานก็ะโขึ้นไปด้วย เธอก็สงสัยเหมือนกัน เขาบอกไม่ใช่เหรอว่าถ้ามีทางเลือกก็คงจะไม่ออกมาขายมันเทศ แต่ทำไมมีรถล่ะ?
“สหายเหวย รถแทรกเตอร์คันนี้เป็ของคุณเหรอคะ?”
“ไม่ใช่ครับ เป็ของหน่วยงานบริหารชุมชน ่นี้ผมช่วยขนถ่านหินให้หมู่บ้านหลายแห่ง เลยยืมรถของหน่วยงานมาใช้ชั่วคราว”
ระหว่างทางไม่มีใครพูดอะไร เมื่อกลับมาถึงหน้าบ้านพักคนงาน อวิ๋นซานพูดกับเหวยเจาว่า “สหายเหวย แวะกินข้าวด้วยกันก่อนไหมคะ คราวที่แล้วต้องขอบคุณที่คุณช่วยเหลือ พ่อแม่ฉันก็พูดถึงหลายครั้งแล้ว บอกว่าถ้ามีโอกาสอยากเชิญคุณมากินข้าวที่บ้าน”
เหวยเจารีบตอบว่า “ไม่เป็ไรหรอกครับ ช่วยบอกคุณลุงคุณป้าให้ด้วยนะครับ ว่ารอให้สุยอันกลับมาก่อน ผมค่อยมารบกวน งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะ ที่บ้านรอผมกลับไปหั่นเนื้อทำเกี๊ยวอยู่”
อวิ๋นซานจึงได้แต่พูดว่า “ก็ได้ค่ะ ขับรถกลับดี ๆ นะคะ”
เหวยเจาะโขึ้นรถแล้วขับออกไป
อวิ๋นซานหันหลังกลับเตรียมเข้าบ้านพัก ถงเสี่ยวอวี้ยืนรออยู่ที่ประตูบ้านพัก พอเห็นอวิ๋นซานก็ร้องเรียกเธอ
“ซานซาน…”
ไฟถนนไม่ค่อยสว่าง ถงเสี่ยวอวี้เดินออกมาจากเงามืดอย่างกะทันหัน ทำให้อวิ๋นซานใ ทำไมเมื่อกี้เธอถึงไม่ส่งเสียง? คงแอบฟังอยู่นานแล้วสินะ?
“เสี่ยวอวี้ ทำไมเธอมาอยู่ตรงนี้ล่ะ? ฉันใหมดเลย”
ถงเสี่ยวอวี้สายตาวาบขึ้น “เมื่อกี้ฉันมองไม่ชัด ว่าแต่ซานซานทำไมเธอกลับมาพร้อมกับเหวยเจาล่ะ?”
เมื่อไม่นานมานี้ยังบอกเธออยู่เลยว่าเหวยเจาคนนั้นน่าสงสัยว่าจะเป็คนโจรขโมยของ
อวิ๋นซานตอบ “บังเอิญเจอระหว่างทาง เขาเลยมาส่งฉัน”
ถงเสี่ยวอวี้งุนงงมาก “ซานซาน…เธอใจอ่อนให้หลินสุยอันแล้วเหรอ? เธอให้อภัยเขาแล้วเหรอ? ไม่กี่วันก่อนเธอไม่ได้ไปงานแต่งงานของหลินเวย ไปไหนมา? จดหมายของเธอเขียนแล้วหรือยัง?”
อวิ๋นซานเข็นจักรยานเดินเข้าไปข้างใน พลางตอบเธอ “เสี่ยวอวี้ เธออย่าเข้าใจผิดสิ ฉันกับเหวยเจาบังเอิญเจอกันจริง ๆ เขาจะมาส่งฉันให้ได้ ฉันไม่อยากเถียงกับเขาไปมาบนถนนใหญ่ ก็เลยขึ้นรถไป จริง ๆ ไม่มีอะไรอื่นหรอก”
ถงเสี่ยวอวี้เม้มปาก “ไม่มีก็ดีแล้ว ฉันแค่กลัวเธอจะใจอ่อน”
“งานแต่งงานของหลินเวย ฉันตั้งใจจะไปอยู่แล้ว แต่ว่าเธอก็น่าจะรู้นะว่าที่บ้านฉันมีเื่นิดหน่อย ครอบครัวลุงคืดไม่ดีกับครอบครัวฉันไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ถูกตำรวจจับไปแล้ว่ะ พวกเรากลัวว่าพวกเขาจะมาหาถึงบ้าน ก็เลยออกไปอยู่ข้างนอกสองวัน”
“ขอโทษด้วยนะ หลินเวยโกรธหรือเปล่า?”
“ไม่ถึงกับโกรธหรอก ฉันสัญญากับเธอว่าอีกไม่กี่วันจะลากเธอไปเจอเธอให้ได้และเลี้ยงข้าวเป็การขอโทษ” ถงเสี่ยวอวี้พูดติดตลกครึ่งหนึ่ง “ดังนั้น ซานซาน เธอห้ามผิดนัดอีกนะ”
“ได้ ถึงตอนนั้นฉันจะขอโทษเธออีกที”
ถงเสี่ยวอวี้ทำท่าทางงอน ๆ “เธอต้องเลี้ยงข้าวพวกเราดี ๆ เธอไม่รู้หรอก ที่เธอหายไปไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้ ฉันแทบจะเป็บ้า เหวยเจานั่น ฉันถามเท่าไหร่ก็ไม่ยอมบอก แค่บอกว่าเธอกับครอบครัวปลอดภัยดี ให้ฉันสบายใจได้”
อวิ๋นซานหัวเราะ “ฉันไม่เป็ไรจริง ๆ พวกนั้นโดนตำรวจจับแล้ว ฉันก็กลับมาแล้ว”
“...วันนั้นฉันไปรอเธอที่หน้าบ้านตั้งนาน ฉันตามหาเธอทุกที่ ทั้งไปที่โรงงาน แล้วก็ไปที่ถนนเจี้ยนเซ่อ ฉันเป็ห่วงเธอมาก กลัวว่าเธอจะเป็อะไรไป”
“หลินเวยก็เหมือนกัน พอรู้ว่าเธอไม่มาก็ไปถามเพื่อน ๆ ทุกคน วันรุ่งขึ้นก็มาถามฉันว่า เธอกลับมาหรือยัง”
อวิ๋นซานพูดว่า “เป็ความผิดของฉันเอง ฉันจะเลี้ยงข้าวพวกเธอแน่นอน”
ถงเสี่ยวอวี้ยิ้มออกมา “รู้ตัวก็ดีแล้ว ตอนนั้นพวกเราจะไปกินร้านอาหารใหญ่นะ ไม่ใช่แค่ซาลาเปาสองลูกแล้วจบ”
อวิ๋นซานรับปากว่า “เอาสิ ไม่มีปัญหา”
พูดพลางเดินขึ้นบันได อวิ๋นซานพูดเหมือนทุกครั้งว่า “ดึกแล้ว เสี่ยวอวี้ เธอกลับไปพักผ่อนเถอะ”
แต่ถงเสี่ยวอวี้กลับพูดว่า “พูดถึงเื่นี้ พวกเราไม่ได้นอนด้วยกันนานแล้ว ไม่ได้คุยกันดี ๆ เลย”
อวิ๋นซานยิ้มพลางส่ายหน้า “ตอนนี้ไม่ได้แล้ว ฉันต้องนอนกับช่านช่าน ฉันกลัวทำลูกตื่น ไม่งั้นถ้าเธออารมณ์เสียขึ้นมา ก็ไม่ต้องนอนกันพอดี”
ถงเสี่ยวอวี้จำต้องกล่าวว่า “ก็ได้ เอาเป็ว่ามะรืนนี้เป็วันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันจะมาหาเธอ แล้วก็ชวนหลินเวยแล้วไปกินข้าวด้วยกัน”
“ตกลง”
......
เที่ยงนี้เหวยเจาขายของได้ 20 กว่าหยวน ทำให้เฉินเจาเม่ยแม่ของเขาอารมณ์ดี เธอนึกว่าไอ้ลูกชายโง่ ๆ ของเธอจะขายได้ราว ๆ 5-6 หยวน ซึ่งนั่นก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
เหวยเจาไม่ได้รับความดีความชอบไว้คนเดียว “จริง ๆ แล้ว ต้องขอบคุณภรรยาของพี่สุยอัน ถ้าไม่ได้เธอช่วย ผมคงขายได้ไม่กี่หยวนหรอก”
เฉินเจาเม่ยสงสัย “ทำไมล่ะ?”
เหวยเจาเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟังเฉินเจาเม่ยฟัง จู่ ๆ เธอก็ตบขา “เด็กผู้หญิงคนนี้มีแววเป็เถ้าแก่!”
เหวยเจาใปฏิกิริยาของแม่จนชามข้าวเกือบหลุดมือ “อะ อะไรนะครับ? เถ้าแก่เหรอ? ผมว่าเธอน่าจะหางานทำดี ๆ มากกว่า”
เหวยเสวี่ยน้องสาวเลยพูดแทรก “แล้วทำไมพี่สะใภ้ถึงลาออกจากงานล่ะ?”
เหวยเจาพูดพร้อมสีหน้าที่รู้สึกเสียดาย “เธอบอกว่าไม่มีอิสระ”
เหวยเสวี่ยถามต่อ “แล้วเธอตั้งแผงลอยขายอะไร? ได้เงินเยอะไหม?”
เหวยเจาพูดว่า “พี่ก็ไม่รู้ว่าเธอได้เงินเยอะไหม แต่ฟังจากที่เธอพูดเหมือนจะได้เยอะ เธอขายเสื้อผ้า ไม่นานก็ขายหมด”
ถึงแม้ว่าเฉินเจาเม่ยจะรู้สึกเสียดายงานประจำที่ลาออกไปขายของข้างทาง แต่เธอก็ไม่ได้รังเกียจการขายของข้างทาง เธอหันไปบอกกับเหวยเจาว่า “พรุ่งนี้เอาถั่วลิสงกับมันเทศที่บ้านไปขายด้วยแล้วกัน”
เหวยเจานึกถึงคำแนะนำของอวิ๋นซานจึงพูดว่า “พี่สะใภ้บอกว่า เอาถั่วลิสงไปทำเป็ถั่วลิสงห้ารสแล้วเอามันเทศไปย่าง จะขายได้ราคาดีกว่า…”
ยังไม่ทันพูดจบ แม่ของเขาก็พูดขัดว่า “ได้ พรุ่งนี้แกก็ทำแบบนั้นแหละ”
“แต่ผมทำถั่วลิสงห้ารสไม่เป็”
“งั้นแกไปถามภรรยาสุยอันสิ”
“แม่ เธอเป็ภรรยาของเพื่อนผมน่ะ ผมไปหาเธอแบบนี้ไม่ดีหรอก คนอื่นจะนินทาเอา”
“หนูไปเอง มะรืนนี้เป็วันหยุด หนูจะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด เดี๋ยวหนูจะไปหาพี่สะใภ้คนนั้นเอง” เหวยเสวี่ยยกมืออาสา
เฉินเจาเม่ยมองเธอด้วยสายตาตำหนิ “แกอย่าบอกนะว่าแกอยากจะออกไปเที่ยว?”
เหวยเสวี่ยส่ายหัวทันที “ไม่ใช่ ๆ ไม่ใช่แน่นอน หนูทำเพื่อครอบครัวต่างหาก”
เฉินเจาเม่ยมองลูกคนรองด้วยสายตาตำหนิพร้อมกำชับว่า “เจอหน้าพี่สะใภ้ก็ต้องรู้จักมารยาท อย่าทำตัวไม่น่ารัก รู้ไหม?”
เหวยเสวี่ยพยักหน้า “รู้แล้วค่ะ”
ฟังไปฟังมาเหวยเจาก็เริ่มรู้สึกว่ามันแปลก ๆ “แม่ ต่อไปพวกเราจะมาตั้งแผงลอยขายของเหรอ?”
เฉินเจาเม่ยด่าทันที “ไม่ตั้งแผงลอยขายของแล้วแกจะทำอะไร? แกจะไปเป็กรรมกรหรือเป็เถ้าแก่? ก่อนที่แกจะหางานทำได้ ก็ไปตั้งแผงลอยขายของให้ฉัน พอขายมันเทศ ถั่วลิสงหมดแล้วก็ไปจับปลาในแม่น้ำมาขายซะ!”