ตอนที่ 13 ดาวนำโชค (2)
แต่งงานกันมาแล้วสี่ปี ครอบครัวของหลิวเอ้อร์จู้ก็ยังไม่มีลูกเสียที ว่ากันว่าหลังจากอัญเชิญภาพนั้นไป เดือนที่สองภรรยาก็ตั้งท้อง...ทั้งที่จริงแล้วเป็ภรรยาของเขาที่กินยาจีนบำรุงร่างกายจนดีขึ้นต่างหาก
หลิวสุ่ยฟาที่ปวดเอวจนลุกไม่ขึ้น พอติดภาพที่ผนัง ก็ลุกขึ้นมาได้...แต่จริงๆ แล้วเป็เพราะได้พักผ่อนเพียงพอแล้วต่างหาก
ทว่ายิ่งทุกคนเล่าต่อมันก็ยิ่งพิลึกพิลั่นขึ้นทุกที เพียงแค่เล่าลือออกไปมันก็ควบคุมไม่ได้เสียแล้ว เกือบทุกครัวเรือนล้วนมีภาพดังกล่าว กระทั่งหญิงสาวที่แต่งงานเข้ามาจากหมู่บ้านอื่นจำนวนหนึ่งก็นำภาพภาพนี้กลับไปยังบ้านพ่อแม่ของตน
เดิมทีปราชญ์เฒ่าเพียงแค่ฟังคนอื่นเขาพูดมาเลยรู้สึกสนุกดี จึงหลอกลวงทุกคนเสีย คิดไม่ถึงว่าด้วยเหตุนี้ถึงได้มีงานเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งงาน ปกติแล้วเขาไม่มีงานอดิเรกอะไร ชอบดื่มเหล้าขาวแกล้มถั่วลิสง มาวันนี้เหล้าของเขาจากที่ราคาแค่สองหยวนห้าเหมาก็ขึ้นเป็สิบหยวน บางครั้งกับแกล้มก็เป็ขาเป็ดครึ่งตัวอะไรทำนองนั้น
เขานับเป็คนแปลกประหลาดของหมู่บ้าน ถึงแม้ว่าขาจะหัก แต่ทุกๆ วันก็ต้องทำความสะอาดตนเอง ผมขาวโพลนทั่วทั้งศีรษะ เอาจริงเอาจัง และไม่มีทายาทสืบสกุล แต่กลับพูดจาด้วยรอยยิ้มจนตาหยีเสมอ เขาเคยดูดวงชะตาตัวเองว่ายามแก่เฒ่าจะมีความผาสุก ได้เสวยสุขในภายภาคหน้า เป็โชคชะตาที่ทุกข์ตรมก่อนหอมหวานคราหลัง
คนในหมู่บ้านหัวเราะเยาะเขา หัวเราะให้กับความไม่เข้าพวกของเขา หัวเราะให้กับชะตาชีวิตที่ไม่ดีแต่กลับฝันหวาน คนชราขาหักคนหนึ่งจะไปมีความสุขในบั้นปลายชีวิตได้อย่างไรเล่า...
วันนี้เสี่ยวจือจือเห็นภาพวาดภาพหนึ่งในโรงเรียนอนุบาล ในภาพนั้นมีเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งคล้ายกับตัวเองมาก ด้านซ้ายเป็เอ้อร์หู่ แต่ด้านขวาเป็เสี่ยวฮวาอย่างนั้นเหรอ เสี่ยวฮวาไม่ได้ตัวใหญ่ขนาดนั้นเสียหน่อย ใหญ่ได้แค่ครึ่งเดียวของตัวที่อยู่ในภาพเอง
“ครูคะ นี่คือหนูเหรอคะ” เสี่ยวจือจือเอ่ยถามอย่างใคร่รู้
ใบหน้าของหลี่โหย่วเหมยแดงเถือกไปยังใบหู เธอได้ยินว่าหากดูภาพนี้แล้วจะตั้งท้องได้ เลยแอบเชิญมาหนึ่งภาพ แต่เธอเป็สะใภ้ใหม่ที่เพิ่งจะแต่งเข้ามา จึงรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง
“ใช่แล้วจ้ะ ปราชญ์เฒ่าคนหนึ่งในหมู่บ้านเป็คนวาด ครั้งหน้าครูจะสอนพวกเธอวาดภาพเสือดีไหมจ๊ะ” หลี่โหย่วเหมยกระดากอายจึงเปลี่ยนเื่คุย
เสี่ยวจือจือพอได้รู้ว่าในหมู่บ้านมีคุณปู่คนหนึ่งวาดภาพเธอ จึงดีใจยิ่งนัก คุณปู่คนนั้นต้องชอบเธออย่างแน่นอน ระหว่างพักกลางวัน เธอเลยแอบพาเอ้อร์หู่กับเสี่ยวฮวาหนีออกจากโรงเรียนอนุบาล
ยามที่เสี่ยวจือจือเดินไป ปราชญ์เฒ่าก็กำลังอาบแดดอยู่ตรงทางเข้าหอประชุมของที่ทำการหมู่บ้าน
ในหมู่บ้านยังมีคนที่ขึ้นชื่อเื่เสเพลอยู่อีกคน ชื่อหยางชีจิน ชอบเดินเตร็ดเตร่อยู่ในหมู่บ้านยามกลางวันแสกๆ หยางชีจินไม่หยิบจับงานการอะไร เอ้อระเหยลอยชายไปวันๆ และมักชอบลักเล็กขโมยน้อย ข่มเหงรังแกผู้อื่น
เมื่อเห็นว่าในกระเป๋าเสื้อของปราชญ์เฒ่ามีขวดเหล้าดีกรีแรงอยู่ จึงเอื้อมมือไปแย่งมา
“ตาปราชญ์เฒ่า แกบอกว่าตัวแกทำนายโชคชะตาได้ไม่ใช่เหรอ ทำนายว่าตัวแกเองจะมีความสุขในบั้นปลายชีวิต อย่างนั้นก็ลองทำนายดูสิว่าฉันจะเอาเหล้าขวดนี้มาคืนแกรึเปล่า” หยางชีจินพูดไปพลางเปิดฝาขวดเหล้าเตรียมดื่มไปด้วย
ปราชญ์เฒ่าโกรธจนสั่นเทิ้มไปทั้งตัว “กะ กะ แก...”
หยางชีจินหัวเราะลั่น เห็นปราชญ์เฒ่าตัวสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ใบหน้าซีดเผือด จู่ๆ ก็เอื้อมมือชี้นิ้วไปยังด้านหลังของเขา เขายิ่งหัวเราะร่ายิ่งกว่าเดิม ตาแก่นี่ยังจะหลอกลวงกันได้อีกเรอะ
ทันใดนั้นขาของหยางชีจินพลันหนาวสะท้านขึ้นมา ทันทีที่เขาก้มลงมองก็เจอเข้ากับงูลายพร้อยตัวยาวเหยียดกำลังเลื้อยขึ้นมาบนขาเขาอย่างเชื่องช้า...
หยางชีจินใจนฉี่ราด เหล้าในมือของเขาตกลงบนพื้น แต่กลับไม่แตกเพราะเสี่ยวจือจือะโลงมาและเอื้อมมือคว้าไว้ได้ทัน
เธอยื่นเหล้าขาวให้คุณปู่คนนั้น พลางเอ่ยถาม “คุณปู่คะ ปู่เป็คนวาดภาพเหรอคะ คุณปู่วาดภาพเอ้อร์หู่ของหนูได้เหมือนมากเลยค่ะ แต่คุณปู่วาดรูปเสี่ยวฮวาไม่เหมือน คุณปู่อยากจะไปอยู่บ้านหนูไหมคะ หนูจะเอาเสี่ยวฮวาไปให้คุณปู่วาดเองค่ะ”
ปราชญ์เฒ่าพยักหน้าโดยไม่ลังเลเลยสักนิด ถึงแม้ว่าขาของเขากำลังสั่นอยู่ก็ตาม
เขาเชื่อว่านี่แหละคือความสุขในบั้นปลายชีวิตของเขา เพราะต่อให้คนในหมู่บ้านจะเห็นใจเขาแค่ไหน ทว่าแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยมีคนถามเขาว่าอยากจะไปอยู่ที่บ้านของพวกเขาหรือไม่