หลังกลับไปถึงที่แคมป์พวกคินหันมาสนใจแฟรรี่
“ขอให้ข้าแนะนำตัวเองก่อนนะ” เซลิน่าพูดขณะที่เธอหยุดบินและลอยอยู่เหนือพื้นอย่างสบาย “ข้าชื่อเซลิน่า ฉันเป็แฟรรี่จากป่าเอล์ฟ”
คินยิ้มและยิ้มกลับ “ดีใจที่ได้รู้จักครับ เซลิน่า ฉันชื่อคิน ส่วนเพื่อนๆ ของฉันก็คือ ธีร์ ก้อง นนท์ พิมพ์ และมินท์” คินไล่แนะนำตัวไปทีละคน
“สวัสดีครับ เซลิน่า” ธีร์กล่าว “ยินดีที่ได้รู้จัก เรายินดีที่จะช่วยเหลือคุณในการออกจากสถานการณ์นี้”
เซลิน่าพยักหน้าและหันไปหาพิมพ์ “ขอบคุณมาก พวกเ้าเป็ผู้ที่กล้าหาญและมีจิตใจดีมาก ”
“เราทุกคนอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเหลือกันและกัน” พิมพ์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ฉันชื่อพิมพ์”
“สวัสดีครับ เซลิน่า” ก้องกล่าวพร้อมกับยิ้ม “ฉันชื่อก้อง”
“ผมชื่อนนท์” นนท์กล่าวเสริม
มินท์ยิ้มและกล่าว “สวัสดีค่ะ เซลิน่า ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
เซลิน่ารู้สึกถึงความอบอุ่นจากการต้อนรับของกลุ่มคิน และกล่าว “ขอบคุณพวกเ้าทุกคนมาก”
แฟรรี่เริ่มอธิบายถึงที่มาของเธอและไซครอปในดันเจียนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“จริงๆ แล้วข้าและเ้าไซครอปมาจากป่าเอล์ฟ ซึ่งเป็โลกที่แยกต่างหากจากดันเจียนนี้” เธอพูดพร้อมกับบินวนไปรอบๆ “ดันเจี้ยนนี้เป็เหมือนการทับซ้อนกันของโลกต่างๆ พื้นที่ของป่าเอล์ฟได้ถูกดันเจียนนี้ครอบคลุมเข้าไป จึงทำให้พวกเราเข้ามาอยู่ที่นี่โดยไม่ตั้งใจ”
ธีร์ขมวดคิ้ว “แล้วพวกไซครอปมาจากที่นั่นด้วยหรือ?”
แฟรรี่พยักหน้า “ใช่แล้ว ไซครอปพวกนี้ไม่ได้มาที่นี่โดยบังเอิญเช่นกัน พวกมันถูกมาจากป่าเอล์ฟโดยาาเทอร์ของพวกมัน าาเทอร์เชื่อว่าการจับพวกเราแฟรรี่แล้วนำไปให้เขากินจะช่วยเพิ่มพลังเวทให้กับมัน ซึ่งเป็ความเชื่อที่ผิด แต่ด้วยเหตุนี้ทำให้ไซครอปพยายามจับพวกเราตลอดเวลา”
พิมพ์ถาม “แล้วทำไมาาเทอร์ถึงมีความเชื่อนั้น?”
แฟรรี่ตอบ “าาเทอร์เป็ผู้ที่ทรงพลังในโลกของมัน แต่เขาก็ยังไม่รู้จักพลังที่แท้จริงของแฟรรี่และวิธีที่พวกเราทำงานในโลกของเรา มันเชื่อว่าการกินสิ่งมีชีวิตที่มีพลังเวทสูงสามารถเพิ่มพลังของมันได้ ซึ่งมันเป็ความเชื่อที่ทำให้เกิดความยุ่งเหยิงและอันตราย”
ก้องถามว่า “แล้วเธอจะกลับไปป่าเอล์ฟยังไง”
เซลิน่าหันไปที่ก้องเมื่อเขาถามถึงวิธีการกลับไปยังป่าเอล์ฟ
“การกลับไปที่ป่าเอล์ฟไม่ใช่เื่ง่าย” เซลิน่าตอบ “เพราะดันเจียนที่เราอยู่ตอนนี้เป็ดันเจียนทับซ้อน ซึ่งหมายความว่ามันเชื่อมต่อกับสถานที่ต่างๆ ในหลายโลก”
“สิ่งที่ฉันต้องทำคือค้นหาและเปิดประตูเชื่อมต่อที่สามารถพาเรากลับไปยังป่าเอล์ฟ แต่ตอนนี้มันยากมากเพราะเรายังไม่ได้ค้นพบเส้นทางที่แน่นอน” เซลิน่ากล่าวเพิ่มเติม
เซลิน่าหันไปมองพวกคินด้วยรอยยิ้ม “ถ้าพวกเ้าช่วยข้าสำรวจและหาทางกลับไปที่ป่าเอล์ฟได้ ฉันก็ยินดีพาพวกเ้าไปเยี่ยมชมป่าเอล์ฟด้วย”
เธอพูดด้วยความตื่นเต้น “ป่าเอล์ฟเป็สถานที่ที่สวยงามและเต็มไปด้วยความลึกลับ มันเป็ที่ที่มีเวทมนตร์บริสุทธิ์และสัตว์มายาอันแปลกตาอยู่มากมาย ข้าคิดว่าพวกเ้าจะได้พบกับประสบการณ์ที่น่าทึ่งแน่นอน”
มินท์ตาเป็ประกายเมื่อได้ยินเื่นี้ “ป่าเอล์ฟดูน่าสนใจมาก! เราอาจจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับเวทมนตร์และธรรมชาติ”
“ใช่ครับ” ธีร์เสริม “ถ้าการเดินทางไปที่ป่าเอล์ฟจะช่วยให้เราได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยก็ถือว่าเป็ข้อเสนอที่ดี”
ก้องและนนท์พยักหน้าเห็นด้วยและรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สำรวจป่าเอล์ฟหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในดันเจียนนี้
เซลิน่าเธอรู้สึกดีใจที่ได้รับการตอบรับ และพวกเขาทั้งหมดเริ่มเตรียมตัวสำหรับการสำรวจและค้นหาทางกลับไปยังป่าเอล์ฟ
หลังจากที่เซลิน่าพูดคุยกับพวกคินเสร็จสิ้นและได้รับการตอบรับที่จะช่วยเหลือ เธอรู้สึกดีใจและเล่าเื่ราวเกี่ยวกับป่าเอล์ฟให้พวกเขาฟัง
เซลิน่าบินลงมาใกล้ๆ พวกคินและเริ่มพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหลงใหล
"ป่าเอล์ฟเป็สถานที่ที่น่าอัศจรรย์มากนะ" เซลิน่าพูด "มันตั้งอยู่ในเขตของโลกที่เราเรียกว่าดินแดนของพวกเอล์ฟ ซึ่งเป็ที่อาศัยของเผ่าเอล์ฟและสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์อื่นๆ"
"ป่าเอล์ฟมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากป่าทั่วไป ต้นไม้สูงใหญ่และมีความหลากหลายของพืชพรรณที่มีพลังเวทมนตร์อันลึกลับ บรรยากาศที่นั่นเต็มไปด้วยความสงบและความสดชื่น"
"ในป่าเอล์ฟมีเมืองเอลฟ์ที่สวยงามและซ่อนอยู่ในป่าลึก เมืองนั้นเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ประณีตและมีมนต์เสน่ห์ ที่นั่นพวกเอลฟ์จะใช้เวทมนตร์ในการรักษาสมดุลของธรรมชาติและปกป้องป่าไม่ให้ถูกทำลาย"
"นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และการบูชาเทพเ้าที่เป็ส่วนสำคัญของวัฒนธรรมเอลฟ์ พวกเขาเชื่อว่าเทพเ้าของพวกเขาเป็ผู้สร้างและปกป้องดินแดนแห่งนี้"
"น่าเสียดายที่่นี้มีปัญหาเพราะว่ามอนสเตอร์จากดันเจียนที่ทับซ้อนกันเข้ามารบกวน และการที่ไซครอปจับตัวฉันไปก็เป็ผลมาจากความเชื่อที่ผิดๆ ของพวกมันว่าการกินฉันจะทำให้พวกมันมีพลังเวทมากขึ้น"
"เมื่อพวกเ้ามาช่วยข้าได้สำเร็จ ข้ารู้สึกขอบคุณมาก และหวังว่าการไปเยี่ยมป่าเอล์ฟจะทำให้พวกเ้าได้เห็นความสวยงามและความมหัศจรรย์ของที่นั่น"
เซลิน่าพูดเสร็จและยิ้มให้พวกคินที่นั่งฟังอยู่ด้วยความสนใจ ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นกับเื่ราวที่เธอเล่าและเริ่มจินตนาการถึงการเดินทางที่จะเกิดขึ้นในป่าเอล์ฟ
"ขอบคุณที่เล่าเื่ราวให้เราฟังค่ะ เซลิน่า" คินกล่าว "เราตั้งตารอที่จะได้ไปเยือนป่าเอล์ฟและเห็นความงามที่คุณพูดถึง"
"ใช่ค่ะ" มินท์เสริม "มันฟังดูน่าตื่นเต้นมาก"
หลังจากการเล่าเื่ที่สนุกสนานและเป็ประโยชน์ พวกคินก็เริ่มเตรียมตัวสำหรับการพักผ่อนในคืนนี้ โดยมีเซลิน่าที่บินไปหาที่พักที่ปลอดภัยของเธอ คินและเพื่อนๆ ต่างรู้สึกดีที่ได้ทำความรู้จักกับเซลิน่าและได้เรียนรู้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับป่าเอล์ฟ
คินรับหน้าที่เฝ้ายามอีกครั้ง ขณะที่เพื่อนๆ ของเขายังคงนอนหลับสนิท คินตื่นตัวและคอยระวังภัยรอบข้าง ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มคิดถึงสิ่งที่เขาต้องทำต่อไปและการเดินทางที่รออยู่ข้างหน้า
เมื่อเช้าเริ่มสาง พวกธีร์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับการเตรียมตัวสำหรับการเดินทางและสำรวจดันเจียนต่อไป พร้อมกับแผนการที่จะไปเยี่ยมป่าเอล์ฟตามคำเชิญของเซลิน่า
การเฝ้ายามของคินสิ้นสุดลงเมื่อเพื่อนๆ ตื่นขึ้นมา พวกเขาเริ่มจัดเตรียมสัมภาระและพูดคุยถึงแผนการของวันนี้ ขณะที่พวกเขาเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปยังดันเจียนใหม่และการผจญภัยที่รออยู่
เช้าของวันถัดไปเริ่มต้นด้วยบรรยากาศที่สดใสและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่พวกคินไม่มีอาหารเช้า ขณะที่เซลิน่าบินลงมาจากที่พักและยิ้มให้พวกเขา
"สวัสดีทุกคน" เซลิน่าทักทาย "วันนี้ข้าจะพานนท์กับก้องไปเก็บผลไม้และตักน้ำจากแหล่งน้ำในดันเจียนป่านี้ เพื่อให้พวกเ้าได้ลิ้มลองรสชาติของผลไม้ป่าและน้ำสะอาดที่นี่"
"ดีเลยครับ" นนท์กล่าวพร้อมกับยิ้ม "พวกเรายังไม่มีอาหารเช้าจะกินเลยในวันนี้"
เซลิน่าบินนำทั้งสองไปยังบริเวณที่เต็มไปด้วยผลไม้ป่าและแหล่งน้ำที่สะอาดเซลิน่าชี้ไปที่ต้นไม้ที่มีผลไม้ที่มีสีสันสดใส "ที่นี่คือที่ที่เราจะเก็บผลไม้ เหล่านี้เป็ผลไม้ป่าที่มีรสชาติหวานและกรอบ"
นนท์และก้องเริ่มเก็บผลไม้ที่เซลิน่าชี้ให้ พวกเขาต้องระมัดระวังไม่ให้ทำให้ผลไม้หล่นหรือเสียหาย ขณะเดียวกันเซลิน่าบินไปตักน้ำจากแหล่งน้ำที่ใสสะอาด
"น้ำที่นี่มีรสชาติสดชื่นมากค่ะ" เซลิน่าพูดขณะตักน้ำลงในภาชนะ "มันจะทำให้เ้ารู้สึกสดชื่นและมีพลัง"
เมื่อพวกเขากลับมาที่แคมป์พร้อมกับผลไม้และน้ำ"ขอบคุณเซลิน่าที่พาเรามาเก็บผลไม้และน้ำ" คินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ไม่เป็ไรเลย" เซลิน่าตอบ "ข้าดีใจที่พวกเ้าชอบผลไม้และน้ำที่นี่"
ทุกคนรู้สึกอิ่มเอมและพร้อมที่จะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความกระตือรือร้น พวกเขาพูดคุยกันถึงแผนการที่จะเยี่ยมชมป่าเอล์ฟและเตรียมตัวสำหรับการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นที่รอคอยอยู่ข้างหน้า เซลิน่าเริ่มอธิบายถึงการเดินทางไปยังป่าเอล์ฟและประตูเชื่อมที่พวกเขาต้องผ่าน
“พวกเ้าต้องรู้จักประตูเชื่อมก่อนนะ” เซลิน่ากล่าวขณะยิ้มให้ทุกคน “มันไม่ใช่ประตูธรรมดาที่เราจะเห็นได้ในทุกๆ วัน”
“ประตูเชื่อมจะมีลักษณะเป็วงกลมใหญ่ที่ทำจากเถาวัลย์และดอกไม้ป่า มันจะเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ และมีพลังเวทมนตร์ไหลเวียนอยู่รอบๆ” เซลิน่าชี้แจงพร้อมกับใช้มือวาดภาพประตูในอากาศ “เมื่อพวกเ้าเข้าใกล้ประตูนี้ คุณจะรู้สึกถึงความอบอุ่นและพลังที่แผ่ออกมา”
“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเป็ประตูเชื่อมที่ถูกต้อง?” คินถามด้วยความสนใจ
“สิ่งที่คุณต้องสังเกตคือดอกไม้ที่ประตูค่ะ” เซลิน่าตอบ “ดอกไม้เหล่านี้จะบานเฉพาะเวลากลางวัน และมีสีสันที่สดใส ถ้าเ้าเห็นดอกไม้ที่กำลังบานและเปล่งแสงสีฟ้า แสดงว่าคุณพบประตูเชื่อมที่ถูกต้องแล้ว”
“อีกอย่างคือพวกเราต้องระวังไม่ให้มีศัตรูหรือมอนสเตอร์เข้าใกล้ประตูเชื่อม เพราะมันจะทำให้ประตูไม่สามารถใช้งานได้” เซลิน่าเตือน “พวกเราอาจจะต้องจัดการศัตรูหรือป้องกันไม่ให้พวกมันเข้ามาใกล้”
“เข้าใจแล้ว” ธีร์กล่าว “ถ้าเจอประตูเชื่อมเราก็จะเตรียมพร้อมจัดการกับศัตรูที่อาจจะมาใกล้”
“แน่นอน” เซลิน่ายิ้ม “เมื่อพวกเ้าพร้อมแล้ว เราจะเริ่มเดินทางไปยังป่าเอล์ฟกัน”
ทุกคนในทีมรู้สึกตื่นเต้นและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการผจญภัยที่รอคอยอยู่ข้างหน้า พวกเขาเตรียมตัวและเก็บของก่อนที่จะออกเดินทางตามเซลิน่าไปยังป่าเอล์ฟที่น่าตื่นเต้น