-BADFRIEND-
4
พวกฉันมานั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัยเหตุผลก็เพราะแอร์มันเย็นไง เพราะ่นี้่สอบที่ร้านเลยให้นักศึกษามาอ่านหนังสือได้แถมมีไวไฟให้เล่นฟรีๆอีก คือถ้ามึงไม่เกรงใจมึงจะนั่งทั้งวันทั้งคืนก็ได้
เออแอบบอกว่าตอนนี้ฉันกำลังคุยกับบีมอยู่แต่ไม่ได้บอกใครหรอกโดยเฉพาะนักรบเดี๋ยวมันขัดขวางฉันตอนแรกคิดว่าบีมจะไม่ทักมาแล้วก็เพราะนักรบพิมพ์ไปแบบนั้น แต่บีมก็ทักมาเรื่อยๆที่คุยก็ไม่ได้รู้สึกดีอะไรมากมายหรอกแต่ก็พอจะทำให้ไม่เหงามาก อิอิ
ครืดครืด
นั่นไงว่าแล้วบีมก็ทักมา
Beam: ทำไรอยู่
Bau: อ่านหนังสือๆ
Beam: อ่อ ตั้งใจนะครับ
Bua: ค่าาาา><
“คุยกับใครอ่ะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะมึง” ไอพีทที่นั่งอยู่ข้างฉันถามขึ้น
“เสือก” ฉันบอกพลางยักคิ้วให้มันก่อนจะหันไปมองนักรบที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่มันเงยหน้าขึ้นมาสนใจฉันนิดนึงก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านต่อ
“ผัวนั่งอยู่ทั้งคนยังกล้าคุยกับชู้เหรอมึงอ่ะ” อีผิงพูดขึ้น ผัวที่มันพูดถึงก็คือนักรบนี่แหละ แม่งจิ้นกันดีจริงๆ
“ผัวพ่องงง” อยู่เฉยๆไม่ชอบชอบให้โดนด่านะคนเราอ่ะ
“นั่นๆ หน้าแดงด้วย” ยัง ยังไม่หยุด แดงบ้าแดงบออะไรล่ะ หรือว่าแดงวะ แล้วกูจะหน้าแดงทำไมอ่ะ
“อ่านหนังสือไปมึงอ่ะเดี๋ยวกูก็แช่งให้เอฟซะนี่”
“ขอโทษคร้าบบ”
“เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” จะไปเช็คดูว่าหน้าแดงหรือเปล่า เอ้ย ไม่ใช่ ปวดฉี่เว้ย
ฉันบอกแล้วลุกเดินออกไปเข้าห้องน้ำเมื่อทำธุระเสร็จก็เดินกลับมาที่โต๊ะก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่านักรบมันกำลังจับโทรศัพท์ของฉันอยู่คือมันรู้รหัสฉันไง
“มึงทำอะไร” ฉันรีบแย่งโทรศัพท์ออกมาจากมือมันทันทีแต่ต้องใกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าหน้าจอมันค้างอยู่ที่
เมสเซนเจอร์!
“มันยังทักมึงมาอยู่เหรอ” มันที่หมายถึงก็คงจะเป็บีมสินะ เพราะมันเป็แชทล่าสุดที่ฉันคุย
“เออ ทำไม” มันทำเหมือนกับว่าไม่ชอบที่ฉันคุยกับบีมงั้นแหละ
“กูแค่ไม่อยากให้มึงคุยกับมัน” มันมองหน้าฉันนิ่ง ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจมันอยู่ดีว่าทำไมต้องห้าม
“กูขอเหตุผล” เพราะว่าสองคนนี้รู้จักกันบางทีที่มันห้ามอาจเป็เพราะมันรู้อะไรมากกว่าฉันไง หรือไม่ก็
“ไอ้รบมันหึงมึงไง” ประโยคที่ไอ้พีทพูดคือสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่ตอนนี้ไม่ได้อยากเข้าข้างตัวเอง แต่หัวใจฉันกลับเต้นไม่เป็จังหวะ
“เก็บปากไว้กินข้าวดีกว่าไหม” นักรบหันไปด่าไอ้พีทจนมันต้องเงียบปากไปเพราะรู้ว่ามันไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะเล่นด้วย
“ว่าไงล่ะเหตุผลของมึงอ่ะ” ฉันถามย้ำอีกครั้งถ้ามันมีอะไรที่ร้ายแรงฉันก็จะเลิกคุย
“ไม่มีแต่ถ้ามึงอยากคุยก็เื่ของมึง กูถือว่ากูเตือนมึงแล้ว” พูดจบมันก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ
“อะไรของมึงวะรู้อะไรก็บอกมาดิ ไม่ใช่มาห้ามไม่มีเหตุผลแบบนี้” จะพูดอะไรก็พูดไม่เคลีย
และมันก็ไม่ตอบฉัน
“นักรบมึงพูดให้เคลีย ทำไมต้องมาห้ามกูนักหนา” บอกเลยว่าตอนนี้อารมณ์ขึ้นสุดๆ
“อีบัวมึงเสียงดังไปแล้วนะ” อีผิงรีบห้ามคงเพราะฉันเริ่มจะเสียงดังจนคนในร้านเริ่มให้ความสนใจ
ฉันไม่ได้โกรธเื่ที่มันมาห้ามฉันหรอกแค่มันบอกเหตุผลดีๆมาฉันก็พร้อมจะเลิกคุยก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับบีมก็แค่คุยแก้เหงาไปงั้นแต่ดูมันพูดกับฉันสิ มันใช้อารมณ์คุยกับฉันก่อนเองนะ
“ถ้ามึงไม่พอใจที่กูห้ามมึงก็คุยกับมันไปสิ” มันบอกแค่นั้นก่อนจะลุกหนีไป
“ไอ้รบมึงกลับมาคุยให้รู้เื่ก่อน”
“เฮ้ยบัว ใจเย็นๆ” ไอ้พีทรีบจับไหล่ฉันให้นั่งลง
“มึงก็ดูมันดิเป็เชี่ยอะไรก็ไม่รู้” แม่งอารมณ์เสียทำไมต้องมาทะเลาะกันเพราะเื่ไม่เป็เื่ก็ไม่รู้นี่เป็ครั้งแรกเลยมั้งที่เราทะเลาะกันแล้วคุยกันไม่รู้เื่แบบนี้
“แล้วตกลงมึงคุยกับใครอยู่” มันถามเมื่อเห็นว่าฉันเริ่มสงบลงแล้ว
“บีมเพื่อนมันนั่นแหละ” ฉันบอกอย่างหงุดหงิดไม่มีอารมณ์อ่านหนังสือแล้วเนี่ย ไอ้เื่ที่ไม่เข้าใจก็จะให้มันติวให้แต่ตอนนี้มันหนีกลับไปแล้วไง
“เฮ้ย!ทำไมมึงไปคุยกับมันได้วะ” ทำไมมันต้องทำเสียงใขนาดนั้นด้วยอ่ะ
“ก็ เค้าทักกูมา”
“โธ่เว้ยกูไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอ้รบถึงห้ามมึง” ทำไมอ่ะผู้ชายคนนี้มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอแล้วพอจะมีใครอธิบายให้ฉันฟังได้มั้ยว่าเพราะอะไร
“ทำไมวะ” ฉันถาม
“ก็ไอ้นี่มันชอบจีบหญิงไปทั่วไงพอมันได้แล้วก็ทิ้ง หรือเรียกว่าฟันแล้วทิ้งนั่นแหละ”
“บีมนี่อ่ะเหรอ” ฉันถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ คือตอนที่ฉันคุยแม่งโคตรสุภาพบุรุษอ่ะมันเป็เื่จริงเหรอเนี่ย
“ไอ้นี่มันเ้าเล่ห์ทำดีหวังฟันเท่านั้นแหละ ซื่อๆอย่างมึงไม่ทันมันหรอก” เออแอบด่ากูเฉย
“กูก็เคยได้ยินเื่ของมันมาเหมือนกัน” อีผิงที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้น ทำไมทุกคนรู้แล้วฉันต้องไม่รู้คนเดียวด้วยเนี่ย
“ไอ้รบมันเป็ห่วงมึงแหละมันถึงได้ห้ามมึงอ่ะ” อยู่ๆก็รู้สึกผิดขึ้นมาที่ไปอารมณ์เสียใส่มันแต่มันไม่ยอมบอกฉันตรงๆเองนี่
“แล้วทำไมมันไม่บอกกูตรงๆ”
“ถ้าเป็มึงมึงจะเอาเื่เหี้ยๆของเพื่อนตัวเองมาเล่าให้คนอื่นฟังป่ะ”
ฉันนั่งฟังและพยายามจะคิดตามถ้าเป็ฉันก็คงทำไม่ได้หรอก
“มันสองคนก็เป็เพื่อนกันั้แ่ปีหนึ่งมึงจะให้มันมานั่งเผาเพื่อนเหรอ มึงก็รู้ว่ามันเป็คนยังไง”
เป็คนดีนักรบเป็ผู้ชายที่ดีมากคนนึงถึงมันจะชอบกวนตีนก็เถอะจนบางทีก็แอบหวั่นไหวเวลามันทำดีด้วยใครไม่ชอบคนดีบ้างล่ะ
“นี่สรุปแล้วกูผิดใช่ป่ะ” ถามทั้งที่ก็รู้คำตอบอยู่แล้ว เมื่อกี๊ก็ใส่มันไปเต็มแม็กเลยเป็ไงสุดท้ายใครผิด บัวไงจะใครล่ะ
“เออ/เออ” ประสานเสียงกันเลยทีเดียวเชียว
ฉันกลับมาบ้านอย่างเซ็งๆจะไม่ให้เซ็งได้ไงหนังสือก็อ่านไม่รู้เื่ไหนจะต้องมาทะเลาะกับนักรบอีกตอนนี้ไม่รู้จะง้อมันยังไงเลย ไอ้นี่ยิ่งใจแข็งอยู่ด้วยมันเคยทะเลาะกับเพื่อนั้แ่ปีหนึ่งจนป่านนี้มันยังไม่ค่อยจะคุยกันเลยเอาไงดีวะเนี่ย ไม่เคยต้องง้อใครก่อนด้วยอ่ะ
ครืดครืด
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าเป็บีมทักมาคือไม่ได้ตอบั้แ่อยู่ที่ร้านแล้วเพราะถ้าเป็คนแบบนั้นฉันก็ไม่อยากจะยุ่งด้วยเท่าไหร่ฉันเปิดแชทขึ้นมาแต่เป็แชทของนักรบก็เห็นว่ามันออนอยู่ ลองทักดีไหมอ่ะแล้วมันจะตอบไหม
Bua: มึงเข้าใจเนื้อหาที่จะสอบไหม
ฉันตัดสินใจกดส่งไปด้วยใจสั่นระรัวเพราะตื่นเต้นซึ่งมีอะไรให้ตื่นเต้นก็ไม่รู้แล้วดูฉันถามอะไรมันไปวะ ก่อนจะค้างอยู่หน้าแชทมันเพื่อรอมันตอบแต่ปรากฏว่า มันออฟไลน์ใส่ทันทีที่ฉันส่งไปเลยจ้าาาา แม่งดีไปอีกแล้วกูจะทำไงเนี่ยยย ฉันลองโทรหามันทั้งที่รู้ว่ามันไม่รับหรอกและมันก็ไม่รับจริงๆ ให้ตายเหอะ ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยว่ะ
23.46 น.
ฉันอยู่หน้าคอนโดนักรบในเวลานี้ด้วยชุดนอนคือจะนอนแล้วไงแต่มันนอนไม่หลับ คิดมากเื่มันนี่แหละรู้สึกไม่ดีไงไม่รู้ก็อย่างที่บอกว่าไม่เคยทะเลาะกับมันแล้วไม่คุยกันแบบนี้มาก่อนและไม่อยากปล่อยให้มันค้างคาด้วย
“นี่กลัวผัวงอนจนต้องมาในเวลานี้เลยเหรอวะ” ไอ้พีทที่ออกมาเปิดประตูให้ถามขึ้น สองคนมันอยู่คอนโดเดียวกันซึ่งเป็คอนโดของไอ้พีทนี่แหละ
“ก็เพื่อนมึงแม่งปิดกั้นกูทุกทางอ่ะ” ฉันบอกก่อนจะเดินผ่านมันไปและตรงไปห้องของนักรบ
ก๊อกก๊อก ก๊อก
ฉันเคาะประตูแต่ไม่ได้เรียกมันเดี๋ยวมันรู้ว่าเป็กูแล้วไม่ยอมมาเปิดประตูให้แน่
“ไม่ได้ล็อก” นักรบะโออกมา มันคงจะคิดว่าเวลานี้คงจะไม่มีใครมาหานอกจากไอ้พีทแหละ
แอด
ฉันค่อยๆเปิดประตูเข้าไปก็พบว่ามันนั่งเล่นเกมในมือถืออยู่บนเตียงมันหันมามองฉันแปปนึงก่อนจะหันไปสนใจเกมต่อ ใจมันหวิวๆเหมือนกันแฮะสายตาที่มันมองว่างเปล่าเหมือนฉันเป็อากาศเลย เพราะอย่างนี้แหละฉันถึงไม่อยากจะทะเลาะกับมันแล้วค้างคาแบบนี้นักรบเป็คนเดียวที่เพื่อนทุกคนในกลุ่มไม่อยากจะทะเลาะด้วย
“จะสอบอยู่แล้วยังมัวแต่เล่นเกมนะมึง” ฉันบอกก่อนจะนั่งลงบนเตียงข้างๆมัน แต่มันไม่ตอบฉันนั่งเงียบอยู่แบบนั้นรอให้มันเล่นเกมให้จบก่อนให้คุยตอนนี้ก็ไม่รู้เื่อยู่ดี
ฉันนั่งรอมันเกือบยี่สิบนาทีก่อนมันจะวางโทรศัพท์ลงแล้วหันมามองหน้าฉันนิ่งอยู่ๆก็ทำอะไรไม่ถูก อึดอัดแปลกๆ ไม่ชอบสายตามันตอนนี้เลย
“มีไร” สั้นๆได้ใจความ
“มึงโกรธกูอ่อ” ฉันถามตรงประเด็น จะได้เคลียๆกันสักที
“ทำไมกูต้องโกรธ” มันหันหน้าหนี แหม่ ไม่ได้โกรธเลยค่ะแบบนี้
“ไม่โกรธแล้วทำไมไม่ตอบแชทกูโทรมาก็ไม่รับ” ก็รู้ว่าผิดไงแต่ก็ไม่ได้ผิดไปหมดทุกอย่างเปล่าวะมันเองก็ผิดที่ไม่ยอมบอกอะไรกับฉันเอง
“กูไม่ว่าง”
“ทั้งที่มึงออนอยู่เนี่ยนะ”
“เออ กูไม่อยากคุย” มันหันมาบอกฉันด้วยหน้านิ่งๆของมันเหมือนเดิม
“แต่กูจะคุยวันหลังมีอะไรมึงก็บอกกูตรงๆดิ ถ้ามึงไม่พูดกูจะเข้าใจมึงเหรอว่าคิดอะไรอยู่อ่ะ”
“....”
“มึงเป็เพื่อนกูนะเว้ยกูก็ต้องเชื่อมึงอยู่แล้วเปล่าวะ”
“....”
“ทำไมต้องมาทะเลาะกันแบบนี้ด้วยวะ” ฉันยกมือขึ้นเสยผมตัวเองพลางระงับอารมณ์นี่ฉันมาง้อมันหรือมาชวนมันทะเลาะอีกรอบวะเนี่ย ก็ดูมันดิไม่ยอมพูดอะไรสักคำ
“นี่มึงมาเพื่อด่ากูเหรอ” มันถาม ฉันจึงส่ายหน้ากลับไปให้
“กูจะมาขอโทษ”
“ที่พูดมาทั้งหมดมีประโยคไหนมีคำว่าขอโทษอยู่วะ” มันทำหน้าเอือมใส่
“ก็นี่ไง ขอโทษ!” ฉันกระแทกเสียงใส่มัน หมั่นไส้ แม่งให้กูพูดคนเดียวอยู่ได้
“จริงใจมาก”
“ก็ขอโทษไงแล้วอีกอย่างมึงก็ผิดเหมือนกันแหละ” งานนี้ผิดทั้งคู่โว้ยยยแต่กูผิดมากกว่าไงเลยต้องมาง้อมันเนี่ย
“กูผิดอะไรมึงเองอ่ะที่มาโวยวายกูก่อน กูก็บอกด้วยความหวังดีไหม” มันทำหน้างงไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันพาดพิงถึง
“เออค่า กูผิดเองมึงเป็ห่วงกูอ่ะดิ ใช่มะๆ”
“กูไม่อยากให้ไอ้บีมมันหน้ามืดตามัวมาเอาคนอย่างมึงต่างหาก”
“ไอ้เชี่ยรบปากมึงนี่นะ” ฉันกำลังจะตบหัวมันแต่พอดีว่านึกขึ้นได้ว่ากำลังมาง้อมันอยู่
“ปากกูทำไม”
“เปล่าว่าแต่มึงหายโกรธกูแล้วใช่ป่ะ” ฉันทำตาปริบๆไปให้มันสงสาร
“ยัง”
“อะ อ้าว”
“เลี้ยงชาบูกูก่อนเดี๋ยวกูหาย”
“ตลอดเลยมึงอ่ะไถเงินกูตลอด” แม่งหากินกับกูเนี่ยแหละ
“มึงจะไม่เลี้ยงก็ได้กูไม่ได้บังคับมึงนี่” มันบอกก่อนจะตีหน้านิ่งเหมือนเดิม
จ้าาาาาจะไม่เลี้ยงก็ได้แต่พอไม่เลี้ยงก็ไม่หายโกรธกูอีก นี่กูมีทางเลือกอื่นไหมบอกที
“เหมือนกูมีทางเลือก”
“....” นั่นไม่คุยกับกูอีกละไง ไอ้นี่มันเป็ผู้ชายแบบไหนวะเนี่ย ทำไมใจน้อยจังวะ
“เออๆเดี๋ยวพรุ่งนี้กูเลี้ยง อย่าขี้งอนมากได้ป่ะ”
“ดีมากเด็กน้อย” มันยิ้มก่อนจะเอามือมาโยกหัวฉันไปมาฉันปัดมือมันออกก่อนผลักหัวมันคืนอย่างหมั่นไส้ก่อนจะเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาก็พบว่ามันจะตีหนึ่งแล้ว
“กูกลับละนะเสียเวลานอนกูชะมัด” เอาจริงๆที่นอนไม่หลับเสียเวลากว่าอีกตอนนี้ก็คงจะได้นอนแบบไม่คิดอะไรละ
“เออๆ ขับรถดีๆ” มันบอกก่อนจะโบกมือไล่
“ไม่คิดจะชวนกูนอนด้วยเหรอ” ก่อนออกจะห้องไม่วายต้องกวนประสาทมันก่อน
“ไปไกลๆเลยมึงชอบแย่งผ้าห่มกู” เื่ผ้าห่มนี่มันบ่นทุกครั้งเวลาที่ฉันมานอนกับมันคือก็ไม่รู้ไงแต่รู้ตัวอีกทีคือตอนตื่นผ้าห่มมาอยู่บนตัวกูได้ไงไม่รู้
“เออๆพรุ่งนี้เจอกัน” ฉันโบกมือลาก่อนจะเดินลงมาอย่างอารมณ์ดีผิดกับตอนที่มาลิบลับ
อดคิดไม่ได้เหมือนกันนะว่าถ้าเป็คนอื่นฉันจะยอมมาง้อมันแบบนี้ไหมหรือว่าเพราะเป็มันฉันถึงได้ยอม
-TBC-