บทที่15 ตั้งแก๊งหม่าเฟีย
เช้าวันถัดมาแสงอาทิตย์ยังไม่ทันพ้นขอบฟ้าดีหลินเสี่ยวเฉินก็ลุกขึ้นจากที่นอนอย่างรวดเร็วความตื่นเต้นทำให้เขาแทบไม่รู้สึกง่วงงุนแม้แต่น้อยหลังจากล้างหน้าอย่างลวก ๆเขาก็รีบเรียกหลินอวี้หลานก่อนที่ทั้งสองจะมุ่งหน้าไปยังลำธารหลังหมู่บ้าน
ระหว่างทางเด็ก ๆ อีกหลายคนก็ทยอยวิ่งตามมา บางคนยังหาวหวอด ๆบางคนสวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยดีนักแต่ทุกคนล้วนมีสีหน้าคาดหวังเหมือนกัน
เมื่อไปถึงลำธารภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนหยุดนิ่งไปพร้อมกันน้ำที่เคยไหลเอื่อยบางเบาบัดนี้ถูกกักเก็บไว้เหนือฝายหินที่พวกเขาสร้างขึ้นระดับน้ำสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดกลายเป็แอ่งน้ำขนาดเล็กที่สะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็ประกายระยิบระยับเสียงน้ำกระทบหินดังแ่เบา สม่ำเสมอ และไพเราะอย่างไรก็บอกไม่ถูก
“มัน…มันได้ผลจริง ๆ!”เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนที่เสียงฮือฮาจะตามมาแทบจะทันที เด็ก ๆต่างพากันวิ่งเข้าไปใกล้ บางคนย่อตัวลงเอามือแตะน้ำ บางคนหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ
หลินอวี้หลานยืนมองภาพนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ ดวงตาเบิกกว้างหันไปมองน้องชายของตน
หลินเสี่ยวเฉินเองก็ยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่งมองผลงานของตนด้วยสายตานิ่งลึก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยด้วยความภาคภูมิใจมันสำเร็จแล้วจริง ๆ แม้จะเป็เพียงฝายเล็ก ๆแต่ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งรอบตัวได้
“พี่เสี่ยวเฉินเก่งจริง ๆ” เด็กคนหนึ่งหญิงร้องขึ้นแล้วคนอื่น ๆ ก็พากันเอ่ยตาม เสียงชื่นชมดังขึ้นไม่ขาดสายบางคนมองเขาด้วยสายตาเหมือนมองวีรบุรุษตัวน้อย
หลินเสี่ยวเฉินไม่ได้ปฏิเสธ เขาเพียงยิ้มบาง ๆแล้วปล่อยให้เสียงเ่าั้ผ่านไปแต่ไม่นานนักสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นเล็กน้อย
เขามองไปยังเด็ก ๆที่ยืนล้อมรอบก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอย่างผู้นำ “หลังจากนี้พวกเราต้องจัดการเื่นี้ให้ดี”
เด็ก ๆ เงียบลงทันที หันมาฟังอย่างตั้งใจ
หลินเสี่ยวเฉินกวาดสายตามองทุกคนช้า ๆ ก่อนจะพูดต่อ “พวกเราจะตั้งกลุ่มกัน”
คำพูดนั้นทำให้เด็กหลายคนมองหน้ากันอย่างงง ๆ
“กลุ่มอะไรหรือ” มีคนถามขึ้น
“เรียกว่ามาเฟีย” หลินเสี่ยวเฉินตอบสายตามองพวกเด็กอย่างมุ่งมั่น
คำศัพท์ใหม่นี้ทำให้ทุกคนงงหนักกว่าเดิม บางคนขมวดคิ้วบางคนเอียงคออย่างไม่เข้าใจ พวกเขาไม่เคยได้ยินคำพูดที่มีสำเนียงแปลก ๆอย่างนี้มาก่อน ต่างคนต่างมองหน้ากันแล้วถามขึ้นมาพร้อมกันว่า “หม่าเฟียคืออันใด”
“นั่นน่ะสิหม่าเฟียอะไรกัน หมู่บ้านพวกเราไม่มีม้าสักหน่อย” เด็กชายที่อายุน้อยที่สุดพูดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ (ภาษาจีนคำว่าหม่า 马 แปลเป็ภาษาไทยคือม้า)
“ไม่ใช่หม่าเฟีย พวกเ้าต้องออกเสียงให้ถูก มันออกเสียงว่ามาเฟียยูโน้ว” หลินเสี่ยวเฉินถอนหายใจออกมาคราหนึ่งแต่ก็เข้าใจว่าเด็กพวกนี้ไม่เคยได้ยินภาษาต่างประเทศมาก่อนก็ไม่คุ้นชินเป็ธรรมดา
คำแรกไม่เท่าไหร่ คำต่อไปทำเอาเด็ก ๆ ถึงกับตาถลน “อะไร โน้ ๆหรือพี่เสี่ยวเฉิน”
เขาจึงอธิบายต่ออย่างใจเย็น โดยใช้คำง่าย ๆ ให้เหมาะกับวัยของพวกเขา“มันคือการรวมกลุ่มกันของคนที่ช่วยกันดูแลสิ่งสำคัญและในขณะเดียวกันก็มีสิทธิ์ได้รับผลตอบแทนจากสิ่งนั้นฝายนี้คือผลงานของพวกเราเพราะฉะนั้นพวกเขาควรเป็คนดูแลมัน”
เด็ก ๆ เริ่มพยักหน้าตามทีละคน
“ั้แ่วันนี้ทุกคนผลัดเวรกันมาเฝ้าฝายเพื่อไม่ให้ใครมาทำลายและเพื่อดูแลให้มันอยู่ในสภาพดี” เขาพูดต่อ“ส่วนเื่สำคัญที่สุดคือเื่น้ำหากมีผู้ใดที่ไม่ใช่พวกเ้าหรือครอบครัวของพวกเขามาตักน้ำจากฝายแห่งนี้จะต้องจ่ายค่าตอบแทนเล็กน้อย...หนึ่งเฟินต่อครั้ง”
เด็กบางคนอ้าปากค้างเล็กน้อย บางคนมองหน้ากันอย่างตื่นเต้นสำหรับพวกเขาแล้วเงินหนึ่งเฟินไม่ใช่เื่เล็ก
หลินเสี่ยวเฉินพูดต่ออย่างชัดเจนว่า“เงินที่ได้จากตรงนี้ข้าจะไม่เอาแม้แต่เฟินเดียวทุกคนสามารถนำไปแบ่งกันเป็รายได้ของครอบครัว”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที จากความงงกลายเป็ความตื่นเต้นจากความลังเลกลายเป็ความกระตือรือร้น แต่ก็ยังมีเด็กบางคนที่ดูไม่แน่ใจ
“หากชาวบ้านคนอื่นไม่ยอมจ่ายจะทำอย่างไร” หวงหยางถามขึ้นในใจของเขาคิดว่าอย่างไรก็ต้องมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน
คำถามนี้ทำให้หลายคนเงียบลงทันที หลินเสี่ยวเฉินเองก็หยุดไปเล็กน้อยเขามองไปยังฝายก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ก่อนหน้านี้ข้าไปคุยกับพวกผู้ใหญ่แล้วแต่พวกเขาก็ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยไม่มีผู้ใดเห็นคุณค่าของมัน ฝายนี้พวกเราเป็คนสร้างขึ้นด้วยแรงของตัวเอง ทุกขั้นตอนั้แ่ต้นจนจบไม่มีผู้ใหญ่คนไหนเข้ามาช่วยเลยมันไม่ใช่ของที่ตกลงมาจากฟ้าและไม่ใช่ของส่วนรวมที่ใครจะมาใช้โดยไม่ทำอะไรเลยได้ถ้าใครจะมาใช้ก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรม”
หลังจากที่ได้ยินคำอธิบายเด็กน้อยหลายคนก็เริ่มพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
เขาอธิบายต่อว่า “แิและแบบของฝายนี้เป็สิ่งที่ข้าคิดขึ้นมาเองถือเป็ลิขสิทธิ์ของข้า หากมีผู้ใดคิดจะมาทำลายหรือพยายามลอกเลียนโดยไม่ขอข้าก็พร้อมจะไปแจ้งกับทางการ”
เด็กชายรู้ดีว่าในสมัยนี้ไม่มีกฎหมายเื่ลิขสิทธิ์ไม่มีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ใดทั้งนั้นแต่ชาวบ้านเองก็หาได้รู้กฎหมายทั้งหมดไม่ดังนั้นคำพูดนี้ต่อให้ไม่ใช่ความจริงแต่ก็คิดว่าน่าจะใช้ขู่ได้ไม่มากก็น้อย
เด็ก ๆ หลายคนมองเขาด้วยความรู้สึกใหม่บางอย่างที่มากกว่าความชื่นชมมันคือความเชื่อมั่น เขาไม่ได้พูดต่อยืดยาวเพียงแต่ปล่อยให้ทุกคนยืนคิดกันเงียบ ๆท่ามกลางเสียงน้ำที่ไหลผ่านฝาย
ไม่นานนักเด็กคนหนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมา “เอาตามที่ท่านว่าพวกเราจะดูแลฝายนี้เป็อย่างดี”
จากนั้นทุกคนก็เห็นด้วยและพูดเป็เสียงเดียวกัน “ใช่ พวกเราเอาด้วย”
หลินเสี่ยวเฉินมองภาพนั้นแล้วไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงแค่หันกลับไปมองฝายของพวกเขา แอ่งน้ำเล็ก ๆที่สะท้อนแสงแดดยามเช้าบัดนี้ไม่ได้เป็เพียงแหล่งน้ำธรรมดาอีกต่อไปแต่มันกำลังจะกลายเป็จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหมู่บ้านแห่งนี้
ด้านหลังสุดหลินอวี้หรานมองน้องชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจั้แ่ที่หลินเสี่ยวเฉินฟื้นขึ้นมานางก็รู้สึกได้ว่าเด็กคนนี้เปลี่ยนไปมากฉลาดขึ้นมากทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เรียนหนังสือ นั่นทำเอานางมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา
“หากว่าเสี่ยวเฉินได้เรียนหนังสือกับอาจารย์ดี ๆเขาจะไปได้ไกลถึงเพียงไหนกันนะ” หญิงสาวพึมพำเบา ๆ