"สู้ๆ..สู้ๆ..สู้โว้ยๆๆๆ..!!!" เด็กชายจูหงเฟยยกไม้ยกมือ แล้วส่งเสียงเชียร์เย้วๆให้กับเครื่องบินรบขับไล่เหล่านั้นออกมาอย่างสุดใจขาดดิ้น
ในตอนนี้เครื่องบินรบขับไล่ทั้ง 100 ลำ ต่างก็พากันระดมยิงกระสุนปืนกลอากาศยานเข้าใส่บรรดาเหล่าอสูรผึ้งแดงมรณะที่กำลังจะรวมฝูงกันอย่างหูดับตับไหม้
รายงานการคำนวนจาก AI ขององค์กร UN ; SW ในตอนนี้มีอสูรผึ้งแดงมรณะบินออกมาจากประตูมิติไต้หยานประมาณ 20,000 ตัวแล้ว และยังคงมีอสูรผึ้งแดงมรณะบินออกมาจากประตูมิติไต้หยานอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด
หากพวกมันสามารถรวมฝูงกันได้ หายนะย่อมต้องเกิดขึ้นกับเกาะไต้หยานอย่างหนักแน่นอน
อสูรผึ้งแดงมรณะถึงจะเป็นอสูรจากต่างโลก แต่มันก็ไม่อาจที่จะต้านทานหัวกระสุนขนาดใหญ่ของปืนกลอากาศยานจากเครื่องบินรบขับไล่ได้ พวกมันจึงถูกยิงจนต้องตกตายลงไปตัวแล้วตัวเล่า แต่จำนวนของพวกมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย กลับกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นไปเรื่อยๆจนแทบที่จะเต็มไปทั่วทั้งท้องฟ้าในบริเวณนั้นแล้ว
ในตอนนี้เครื่องบินรบขับไล่ฝูงที่ 1 จำนวน 100 ลำที่เข้าโจมตีประตูมิติรวมทั้งอสูรผึ้งแดงมรณะได้ใช้ทั้งจรวดมิสไซล์และกระสุนปืนกลอากาศยานไปจนหมดแล้ว เครื่องบินรบขับไล่ฝูงที่ 1 จึงต้องบินกลับไปที่ฐานบิน เพื่อเติมจรวดมิสไซล์และกระสุนปืนกลอากาศยานแล้วกลับมาโจมตีอีกครั้งในรอบถัดไป
โดยมีเครื่องบินรบขับไล่ฝูงที่ 2 อีก 100 ลำ ซึ่งขึ้นบินจากฐานบินมาเตรียมพร้อมเอาไว้แล้วล่วงหน้า ได้ทำการบินเข้าไปโจมตีอสูรผึ้งแดงมรณะอย่างต่อเนื่องในทันที
แต่น้ำน้อยย่อมไม่สามารถดับกองไฟใหญ่ได้ ในขณะนี้เหล่าบรรดาอสูรผึ้งแดงมรณะมันได้เริ่มรวมฝูงกันได้แล้ว ด้วยจำนวนที่มากถึง 40,000 ตัว และยังมีเพิ่มออกมาจากประตูมิติไต้หยานอีกเรื่อยๆ
ติ๊ด..!!! หน้าจอ LED ขนาดใหญ่ในห้องวอร์รูมแทรกภาพของท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดของประเทศจีนาขึ้นมา ท่านนายพลจางเฉินจึงทำความเคารพด้วยการวัทยาหัตถ์ จากนั้นจึงมีเสียงพูดมาจากท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดว่า "ท่านปรมาจารย์หลินครับ ผมต้องขอเชิญท่านปรมาจารย์หลินพร้อมกับท่านผู้อาวุโสจูเดินทางมาที่กองบัญชาการทหารสูงสุดโดยด่วนครับ ตอนนี้ท่านปรมาจารย์อี้ ก็กำลังจะเดินทางมารวมตัวกันที่กองบัญชาการทหารสูงสุดเช่นเดียวกันครับ"
"ตกลง..ข้าจะรีบเดินทางไปที่นั่นทันที" ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางตอบรับคำ
"ท่านผู้อาวุโสจูขอรับ พวกเราต้องไปที่กองบัญชาการทหารสูงสุดในนครหลวงปักกิ่ง เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่สงครามกับพวกอสูรอย่างเต็มรูปแบบขอรับ" ลุงอัคคีหลินของจูหงเฟยกล่าวอธิบาย
"แล้วครอบครัวของผมล่ะครับลุงอัคคีหลิน จะให้พวกเขาไปหลบภัยอยู่ที่ไหนกันครับ" จูหงเฟยถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงครอบครัวของเขา
ในตอนนี้ท่านนายพลจางเฉินจึงพูดขึ้นว่า "ครอบครัวของท่านผู้อาวุโสจูควรที่จะไปนครหลวงปักกิ่งกับพวกเราด้วยครับ"
"เพราะสถานการณ์ในตอนนี้ การที่ครอบครัวของท่านผู้อาวุโสจูอยู่ใกล้ๆกับเหล่าท่านปรมาจารย์ยุทธ์เช่นท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางและท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุณ ย่อมต้องปลอดภัยยิ่งกว่าสถานที่ใดๆบนโลกใบนี้ครับ"
จูหงเฟยครุ่นคิด "อืม..ก็จริงอย่างที่ท่านนายพลจางว่า ปรมาจารย์ยุทธ์พวกนี้ อยู่ต่ำกว่าก็แค่แรงค์ S เท่านั้น"
"ที่ลุงเฉินบอกมา พวกแรงค์ S หรือเซียนนั้นถึงจะโดนขีปนาวุธนิวเคลียร์ระเบิดเข้าใส่ พวกเขาก็ยังไม่ตาย ถึงแม้จะบาดเจ็บสาหัสก็ตามเถอะ"
"แรงค์ A หรือปรมาจารย์ยุทธ์ก็คงจะต้องมีดีอยู่บ้างไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน ตอนนี้พวกปรมาจารย์ยุทธ์คิดว่าเราเป็นลูกศิษย์ของลุงเฉิน ดังนั้นพวกเขาก็จะต้องปกป้องเราและครอบครัวของเราอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูแน่ๆ"
"หึๆๆ..มีสุดยอดอาวุธเดินได้เป็นบอดี้การ์ด เรานี่ช่างยิ่งใหญ่ซะจริงๆ หึๆๆ.." จูหงเฟยคิดในในแล้วแอบอมยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ
"ตกลงครับ ท่านนายพลจาง เดี๋ยวผมจะรีบไปบอกพ่อกับแม่ แล้วก็คุณตาของผมนะครับ"
"ไม่ต้องครับ ผมส่งนายทหารไปแจ้งให้ครอบครัวของท่านผู้อาวุโสจูทราบเรียบร้อยแล้วครับ" ท่านนายพลจางเฉินกล่าว
แล้วในอีก 30 นาทีต่อมา จูหงเฟยรวมถึงครอบครัวก็ได้นั่งอยู่บนเครื่องบินสุดหรูที่เหมือนกับเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ของท่านผู้นำประเทศอเมรากา เพื่อที่จะเดินทางไปยังศูนย์บัญชาการทหารสูงสุดในนครหลวงปักกิ่ง
แกร๊งๆๆๆๆ....!!!! แกร๊งๆๆๆๆ....!!!! แกร๊งๆๆๆๆ....!!!!
"นี่..เจ้าหนูจูให้ทุกคนออกไปจากห้องประชุมบนเครื่องบินลำนี้ก่อน ข้ามีเรื่องที่จะต้องพูดกับไอ้เจ้าหยางน้อย"
"โห..ลุงเฉินครับ บทจะมาก็มา ผมตกใจหมดเลย แต่ก็ยังดีกว่ามาตอนที่ผมกำลังหลับฝันหวานอยู่นิดนึง" จูหงเฟยโวยลุงเฉินของเขา
"เอาเถอะ..รีบทำตามที่ข้าบอก แล้วตอนที่ข้าพูดกับเจ้าหยางน้อย ให้เจ้าพูดตามข้าเป๊ะๆนะ อย่านอกเรื่อง" ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคกล่าวดักคอจูหงเฟย
"ทุกท่านครับ..ผมมีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยเป็นการส่วนตัวกับลุงอัคคีหลิน ขอให้ทุกท่านช่วยออกไปจากห้องประชุมนี้สักครู่ได้ไหมครับ" จูหงเฟยบอกกับทีมงานของ UN : SW ทุกคนที่กำลังติดตามสถานการณ์การต่อสู้บริเวณประตูมิติทั้ง 7 ประตูอยู่ในห้องประชุมบนเครื่องบิน
เมื่อทุกคนรวมถึงท่านนายพลจางเฉินได้ออกไปจากห้องประชุมแล้ว จูหงเฟยก็พูดกับท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางว่า "นี่..เจ้าหยางน้อย ตอนนี้ปรมาจารย์ยุทธ์คนอื่นๆอีก 19 คนอยู่ที่ไหนกันบ้าง"
"อ้อ..พวกเขากระจายกันไปเฝ้าอยู่ตามประตูมิติทั้ง 7 ประตู กับอยู่ตามชัยภูมิที่สำคัญต่างๆน่ะขอรับ ท่านผู้..อา..ว..ว.." ยังไม่ทันที่ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางจะพูดจบประโยค เขาก็เบิกตาโตเป็นไข่ห่าน หายใจติดๆขัดๆ เหงื่อเย็นๆไหลซึมออกมาเต็มไปหมดทั่วทั้งใบหน้าและแผ่นหลัง ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางกำลังอยู่ในอาการซ็อค..อย่างอภิมหาซ็อค..
ทั่วทั้งโลกสีน้ำเงินใบนี้ ผู้ที่จะกล้าเรียกเขาว่า *เจ้าหยางน้อย* มีเพียงแค่ผู้เดียว นั่นก็คือ ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคนั่นเอง..