ตอนที่ 5 เกมเริ่มต้น
หอดนตรี...เจียงหยา เมืองหยางชิง
“หยุดนะ! เ้ามาหาใคร” บ่าวรับใช้หน้าประตูทางเข้าหอดนตรีได้เอ่ยถาม
“ข้ามาหาเจียงหยาข้าเป็เพื่อนเจียงหยา ชื่อ “หลิวเฟย”เ้าไปบอกนางว่าข้ามาหา
แอ๊ด...เสียงดนตรีช่างบรรเลงเพลงอย่างไพเราะนางรำทั้งหลายต่างได้ร่ายรำเพื่อให้ลูกค้าได้ชื่นชมและพักผ่อนใจ เมื่อชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาร่างสูงสง่า ได้เดินผ่านเข้ามายังประตู หญิงสาวนางรำทั้งหลายได้ชะเง้อมองชายหนุ่มและต่างเดินเข้ามาต้อนรับ เชื้อเชิญให้ไปนั่งฟังเพลงบรรเลงสายตาที่นางรำทั้งหลายได้มองมายังชายหนุ่มรูปงาม ต่างเป็สายตาที่หวานชื่น
อะแอ้ม !!เมื่อเหล่านางรับได้เห็นหญิงสาวที่เดินตามหลังชายหนุ่มรูปงามมาถึงกับทำหน้าตาเลิกลัก
“เชิญเ้าค่ะ!”
หลิวเฟย กวาดตามองรอบๆบริเวณภายในหอดนตรีไม่คิดว่าพี่สาวที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาที่สำนักตู้ฟาง จะเก่งได้ถึงเพียงนี้รู้สึกดีใจ ที่พี่สาวคนนี้มีกิจการใหญ่โตได้ขนาดนี้
“หลิวเฟย!”
“ทำไมเ้าจะมาก็ไม่บอกข้าละข้าจะได้จัดเตรียมตอนรับให้ดีกว่านี้ ”หญิงสาวได้หันไปมองเสียงที่มาจากด้านหลัง
“ท่านพี่เจียงหยา ”
“ข้าคิดถึงท่านมากๆ ท่านพี่สบายดีหรือไม่? ”
“ข้าสบายดี ” แล้วเ้าละหลิวเฟย ?สายตาของหญิงสาวได้เหลือบไปมองหนุ่มรูปงามที่ยืนหุ่นสูงตระหง่านเหมือนต้นสนใหญ่สายตาที่คมคาย หน้าตาเคร่งขรึม มันช่างหล่อเหลาเสียจริง เจียงหยา คิดภายในใจ
“นี่ใครนะ! คนรักของเ้าหรือ?”
หญิงสาวเลิกลัก! มองหน้าชายหนุ่มที่รูปงามจริงๆ ตามที่คนอื่นได้บอกมาต้าหลงจ้องมองหญิงสาว คลี่ยิ้มเบาๆ ที่มุมปาก
เอ่อ ! เอ่อ ! “ เค้าคือสหายของข้าเองท่านพี่เจียงหยา”
“ข้าก็แอบดีใจกับเ้านึกว่าเป็คนรักของเ้าเสียแล้วนะเนี่ย” เจียงหยาเอามือปิดปากหัวเราะเบาๆ เอ็นดูน้องรัก ที่ไม่รู้ประสีประสาอะไร
เจียงหยาผู้ที่มีหน้าตาสะสวยเก่งเื่การร่ายรำและการพูดจาที่ไพเราะเอาใจเก่งทำให้มีลูกค้าต่างเข้ามาใช้บริการมากมาย ...
“เถ้าแก่เนี่ยะของเราช่างรวยจริงๆ” หลิวเฟยแอบแซวพี่สาวคนนี้พร้อมยิ้มด้วยความชื่นชม
“ เด็ก ๆ พาน้องรักของข้าทั้งสองคนไปยังที่พัก จัดเตรียมอาฮงอาหารให้พร้อมล่ะ หลิวเฟย ติดขัดอะไรบอกข้าได้นะ ไป…ไปพักผ่อนกันก่อนเถอะเดินทางกันมาเสียไกลเดี๋ยวเราต้องมีเรื่อยคุยกันเยอะแยะแน่นอน
“เอาน้ำสาดหน้านางซะ !!!”
ซ่า ๆ! น้ำสาดกระเด็น หกเรี่ยราดพื้น ร่างที่บอบซ้ำมีร่องรอยาแทั่วร่างกายเืซิบ ๆ ที่ไหลทั่วใบหน้ามือและเท้าโดนพันธนาการด้วยเชือกที่รัดแน่น “ ยังไม่ตื่นอีกหรือ นางปีศาจ! ” ร่างกายเริ่มขยับเขยื่อน ด้วยความเ็ป สายตาจ้องมองไปข้างหน้า
“ข้าบอกให้ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
ไป่จิง ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ได้โดนพันธนาการมาเป็เวลาช้านานลู่หลานได้มองไปยังหญิงตรงหน้า “ เ้ากล้ามากนะที่ทำให้คนรักของข้ารังเกียจข้าเป็เพราะเ้าแท้ๆ ข้าเกียจเ้า!!!” ว่าแล้วลู่หลาน จัดการนางด้วยแส้
พรึบ ! โอ้ย !
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”
“เ้าอย่าหวังว่าข้าจะปล่อยเ้าไปลู่หลานเริ่มที่จัดการนางที่ละน้อย ๆ
เสียงโหวกเหวก โวยวาย ตามท้องถนนของกำแพงเมืองหยางชิงผู้คนต่างจอแจขวักไขว่ออกมาเดินจับจ่าย ซื้อของกันเต็มทั่วท้องถนน
เอ๊ะ ! นั้นมัน ! “พวกเ้า ดูสิ นั้นมันเป็เขี้ยวของพญาหมาป่าในตำนานไม่ใช่หรือ พวกเ้าดูสิมันช่างสวยงามซะเหลือเกินสีขาวที่มันกระทบแสงอาทิตย์ มันช่างมีมนต์สะกดซะจริง ข้าได้ยินเื่เล่าขานกันมานานมากแล้วนะแต่ข้าไม่คิดว่าข้าจะได้เห็นมัน ช่างเป็บุญตาของข้าเหลือเกิน” ชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาใกล้หัวเมืองหยางชิง ได้เอ่ยขึ้นมาด้วยความตกตะลึง
“แล้วทำไมวันนี้มันถึงถูกนำมาแขวนบนประตูเมืองกันละ เป็เพราะเหตุใดกันนะ?”
“ ต้องเป็แม่นางลู่หลาน เ้าสำนักเหวินจิ่ง แน่ ๆที่ฆ่าเ้าหมาป่าเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ”
กึก !
ชายหนุ่มผู้ปิดบังใบหน้า ด้วยหมวกและผ้าคลุมสีดำได้อำพลางตนไม่ให้คนของสำนักเหวิ่นจิงได้เห็น ได้หยุดชะงักกับสิ่งที่ได้ยินหันกลับไปมองตามเสียงที่ปรากฏขึ้น พลัน! สิ่งที่ได้เห็นตรงหน้าคือ “เขี้ยวพญาเพลิง“ วางอยู่บนหอคอยที่สูงเสียดฟ้าชายหนุ่มได้ตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็นมือสองข้างกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นเพิ่มเป็ทวีคูณ ที่ได้เห็นสิ่งตรงหน้ามันทำให้เขาเ็ปยิ่งนัก
“ลู่หลาน! เ้ากล้าทำกับข้ามากถึงเพียงนี้เลยหรือ!
“หลอกให้ข้าติดกับดักเ้างั้นหรือ” สายตาที่จ้องไปยังหอคอยสูงเสียดฟ้า มองสิ่งตรงหน้าด้วยสายตาที่ดุดันโกรธเกรี้ยว ชายหนุ่มรู้สึกเ็ปเป็อย่างมากเมื่อย้อนนึกไปเมื่อครั้งอดีต ที่ลู่หลานหญิงสาวที่ตนเคยมอบหัวใจให้กลับหักหลัง และทำร้ายตนเจียนตายเช่นนี้ยังกล้าเอามันมาประจานข้าตรงประตูเมืองเช่นนี้อีกหรือ!!
ชายหนุ่มนั่งจ้องมองแสงไฟจากตะเกียงที่ รำไรๆ ในเรือนพักของตนครุ่นคิดแผนการ เพื่อที่จะต้องนำเขี้ยวพญาเพลิงกลับคืนมาให้ได้ ปึ้ง ! เสียงประตูห้องก็ได้ถูกชายหนุ่มผลักออกก้าวเดินออกจากห้องเพื่อไปยังจุดหมาย คือหอคอยสูงเสียดฟ้าอีกครั้ง...
“นี่เ้าจะไปไหน! ต้าหลง...เสียงหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงักกับเสียงที่ได้ยิน
“หลิวเฟยเ้านั้นเอง ข้าก็นึกว่าใคร”
“เ้าจะไปไหน?”
“ข้าจะไปหอคอยสูงเสียดฟ้า กำแพงเมืองหยางชิง”
“ เ้าจะไปทำไมกัน”
“วันนี้ ข้าได้ไปดูลาดเลามา ข้าก็ได้เห็นว่า สิ่งที่ข้ากำลังตามหาอยู่มันอยู่ที่นั้นมันปรากฏอยู่บนหอคอยสูง ข้าจะนำมันกลับมาให้จงได้”
“เ้าไม่รู้หรือ ว่านี่คือกับดักของนาง! ถ้าเ้าออกไปตอนนี้ เท่ากับว่าเ้าไปตายข้าว่าในเวลานี้เรายังไม่สามารถเอาตัวรอดกันได้เลย เ้าจะเอาอะไรไปสู้กับนางได้ในเมื่ออาวุธชิ้นนี้ของเ้าก็โดนนางทำลายไม่เหลือชิ้นดีเราควรเก็บชีวิตที่เหลือเอาไว้ก่อนดีกว่า....หากเ้าคิดจะไปเอาเขี้ยวพญาเพลิงคืนตอนนี้ก็เหมือนกับเ้าได้พาตัวเองไปตายถึงที่นะ”…ด้วยความโกรธจนไม่ลืมหูลืมตาชายหนุ่มกลับลืมคิดในสิ่งที่หลิวเฟยได้พูด “ เ้าจงใจเย็นๆก่อน ค่อยๆ คิดกันดีกว่า ข้าว่าเ้าอย่าวู่วามสิ ” ด้วยอารมณ์โกรธที่มีอยู่ในใจ เขากลับนิ่งลงและรับฟังในสิ่งที่หลิวเฟยเตือนสติ
ชายหนุ่มได้ออกมานั่งริมระเบียง เพื่อรับลมเย็นๆตรงน้ำตกที่ไหลริน มันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น และต้องรอบคอบให้มากกว่านี้ไม่งั้นจะเสียการใหญ่ไป
“คุณชายขอรับ้ารับน้ำชาหรือไม่?” ปีศาจรับใช้ของเจียงหยาเอ่ยถาม
“ไม่เป็ไร ขอบใจเ้ามาก”
“ข้าขอถามเ้าหน่อย”
“ว่ามาได้เลยขอรับ”
เอ่อ ...”วันนี้ข้าได้มีโอกาสเข้าไปยังหัวเมืองได้เห็นสิ่งหนึ่งแขวนอยู่บนกำแพงเมืองหยางชิง ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกัน ?
“นายท่านขอรับ มันคือ…เขี้ยวพญาเพลิงของปีศาจหมาป่า ที่แม่นางลู่หลานได้ฆ่าตาย เมื่อหลายสิบปีก่อนข้าก็จำไม่ค่อยได้ อยู่ดี ๆ ก็มีการแขวนไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีนะขอรับ”
อืม...
“ขอบใจเ้ามาก”
“เขี้ยวพญาเพลิงเป็สมบัติที่ล้ำค่าของราชันหมาป่าที่ข้าเคยพลาดท่าเสียทีให้เ้า เป็เพราะข้าไว้ใจแต่คราวนี้ข้าจะไม่มีวันให้เป็แบบนั้นอีกแน่นอน”
ลู่หลาน !!
“ข้ามีธุระขอตัวก่อน”
“ ต้าหลง เ้าจะไปไหนกัน! ”ชายหนุ่มได้ออกเดินไปโดยมิได้พูดอะไรออกมา
“งั้นข้าก็มีธุระขอตัวเช่นกัน” สองคนต่างแยกย้าย…กันไปคนละทิศ ละทาง
กา กา กา สิ้นแสงตะวันที่คล้อยต่ำลง ความมืดมิดไร้ขอบเขตห้อมล้อมรอบตัวชายหนุ่ม เหลือเพียงความเงียบงันที่คอยอยู่เป็เพื่อนข้าต้าหลงแอบย่องไปยังกำแพงเมืองหยางชิง” ข้ารู้ว่านี่คือกับดักของเ้า ลู่หลานแต่ข้าจะต้องสืบหาความจริงให้ได้ ” ชายหนุ่มะโขึ้นไปยังกำแพงเมืองหยางชิง เพื่อที่จะสืบหาความจริง
ทันใดนั้น!มีปีศาจตนนึงโผล่ออกมาจากเหนือกำแพงเมือง ชายหนุ่มได้เห็นก็ได้ถอยออกมาตั้งหลัก เพราะตนในตอนนี้คาถาอาคมก็ไม่แกร่งกล้าเหมือนเช่นเคย...
“จัดการมัน ๆ เ้าจิ้งหรีดน้อย จัดการฝั่งตรงข้ามซะ” เสียงหลิวเฟย ะโ โวยวาย เพื่อที่จะให้จิ้งหรีดตัวที่ตัวเองพนันชนะทุกคนต่างห้อมล้อมกันเพื่อดูผลการต่อสู้ของเ้าตัวน้อย
“ไอหยา”
เ้าจิ้งหรีดน้อยได้หงายท้องไปแล้วหญิงสาวถึงกับเหงื่อตก! เงินก้อนสุดท้ายที่มีติดตัว ได้นำออกมาแข่งขันหมดแล้ว
“แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดีตายแน่ ๆ ข้าจะทำอย่างไรดีละ เงินข้าไม่เหลือสักตำลึงแล้ว!ข้าอยากได้เงินเยอะๆ แต่ตอนนี้ข้าไม่เหลือเงินสักตำลึงเดียว!! ” หญิงสาว เดินคอตกกลับไปยังหอดนตรี โดยมิได้มองสิ่งรอบตัวใด ๆ
“หลิวเฟย! หลิวเฟย! …นั้นเ้าใช่หรือไม่? ”
หญิงสาวเงยหน้ามองคนที่อยู่เบื้องหน้า
“ ต้าโหยว! ใช่เ้าหรือไม่? ”
“ใช่ๆ ข้าเอง ”ต้าโหยวพ่อค้าพาณิชย์ ร่ำรวยจากการค้าขายเป็พ่อค้าคนกลางที่ยิ่งใหญ่ ในเมืองหยางชิง หนุ่มที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยรูปร่างและฐานะ ที่มั่นคง ได้เข้ามาทักทายสหายเก่า “ข้ากับเ้าไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
“ เ้ามาทำอะไรที่นี่หรือ? ”
“ข้ามาทำธุระหนะ”หญิงสาวได้บอกต้าโหยวไป
“แล้วเ้าล่ะมาทำอะไรที่นี่ ?”
อ๋อ! “ข้ามาตรวจกิจการ การค้าของข้า ทุกเช้าข้าก็มาเดินตรวจความเรียบร้อยเก็บเงินค่าเช่าที่ไงละ?” หญิงสาวหันไปมองบ่อนที่ตัวเองได้เข้าไปใช้บริการมาเออ... “มันรวมทั้งไอ้เ้านี้ด้วยใช่หรือไม่?
“บ่อนนะหรือ”
“ใช่ ” “มันเป็ของข้าเองข้ารวยใช่ไหมละ” ...
หญิงสาวยิ้มเจื่อน อืม… “คงใช่มั้ง”
“ เ้ามาที่เมืองหยางชิงทั้งทีข้าขอเป็เ้ามือพาเ้าไปขี่ม้าชมเมือง พาไปกินของอร่อย เ้าสนใจจะไปกับข้าหรือไม่?” หญิงสาวยังคงมีความเบื่อหน่าย..เพราะบ่อนเ้าไงต้าโหยว..
อืม “ก็ไปสิ เ้าจะพาข้าไปไหน” ....
“คุณชาย! ดึกมากแล้วนะขอรับ เหตุใดท่านถึงมาอยู่ลำพังเช่นนี้ ไม่เข้าไปข้างในเรือนรับรอง ท่านกำลังรอคุณหนูหลิวเฟยอยู่หรือขอรับ” ปีศาจรับใช้ของเจียงหยาเอ่ยถามเพราะเห็นว่าชายหนุ่มได้นั่งตรงนี้ั้แ่ยังไม่พลบค่ำ
“ ตะกี้ข้าเห็นนางกำลังขี่ม้าพูดคุยอยู่กับคุณชายต้าโหยว อยู่ที่ตลาดนะขอรับ เห็นคุยกันอย่างสนุกสนานเลยคงน่าจะอีกนานนะขอรับ”
สิ่งที่เขาได้ยินจากปีศาจรับใช้ของเจียงหยาบอก ถึงกับนิ่งเงียบไปรอยยิ้มของเขาช่างชวนให้รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจปีศาจรับใช้ถอยกรูดออกมา.....
เอิ่ม... “ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”
“เป็อย่างไรบ้างเ้าสนุกหรือไม่? ”
“สนุกมากเลยต้าโหยวขอบใจเ้ามานะที่วันนี้ได้พาข้าไปเดินตลาด ขี่ม้า พาไปกินของอร่อยที่ตลาด ”
“ ไม่เป็ไรหรอก กว่าข้ากับเ้าจะได้มีวาสนามาเจอกันมันก็นานอยู่นะ เ้ามาที่หยางชิงทั้งที วันนี้ข้าจะพาเ้าชมเมืองหยาง ม้าที่เ้าขี่ตัวนี้ข้ายกให้เป็ของขวัญเ้านะถ้าครั้งหน้าเ้าได้มาเยือนที่นี่อีกเ้าจะได้ใช่มันอย่างแน่นอนเ้ารู้หรือไม่ว่าเ้าม้าตัวนี้มันมีราคาที่แพงมาก เ้าดูที่เกือกม้าซิ ข้าติดอัญมณีให้มันด้วยนะเพราะข้าไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปทำอะไรดี! ”
“เ้าเลยเอาไปซื้ออัญมณีมาให้ม้าเนี่ยนะ! ”
หญิงสาวรู้สึกเสียดายเงินยิ่งนักทำไมสำหรับนางเงินเพียงน้อยนิด มันถึงได้หามายากเย็นเช่นนี้ แต่สำหรับต้าโหยวดูมันเป็เื่เล็กน้อยสินะ คนเราบุญวาสนาช่างต่างกันเสียจริงหญิงสาวได้แต่พึมพำในใจ
เอ่อ! เอ่อคือ! เอ่อคือว่า! เ้า!
“ต้าโหยวเ้ามีอะไรจะคุยกับข้าหรือข้ารับฟังอยู่”
“เ้า… มีคนที่เ้ารักแล้วหรือไม่? ”
“ข้ายังไม่มีหรอก คนรง คนรักอะไรกันข้าออกจะยุ่งซะขนาดนี้ แล้วอีกอย่างก็คงไม่มีใครมารักคนอย่างข้าหรอก ”
ไม่จริง! ไม่จริง! มันต้องมีสิ…
เมื่อได้ฟังดังนั้นชายหนุ่มยิ้มแก้มปริ รู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น “จริงหรือเปล่า ที่เ้ายังไม่มีคนรัก”
“จริงสิ”ข้าจะไปโกหกเ้าทำไมกัน
“แล้วเ้าอยากเป็เถ้าแก่เนี๊ยะหรือไม่” ต้าโหยวได้เอ่ยถามหลิวเฟย ออกมา
“เถ้าแก่เนี๊ยะหรือ ?”
“ใครจะไม่อยากเป็บ้าง ข้าก็อยากเป็เถ้าแก่เนี๊ยะกับเขาเหมือนกันแต่คงไม่มีวาสนา “
“เ้ามีวาสนาแน่นอน งั้นเ้าแต่งงานกับข้าไหม” ต้าโหยวพูดทีเล่นที่จริง
“เ้าก็ตลกแล้วนะต้าโหยวงั้นเรามาแต่งงานกันไหมละ”หญิงสาวขำขันกับสิ่งที่ตนได้พูดออกไป จนต้าโหยวเขินอาย มือบิดไปมาคิดว่าหญิงสาว้าแต่งงานกับตนเป็แน่ ต้าโหยวรู้สึกตัวเองมีความหวัง...ในครั้งนี้
“อ้าวเด็ก ๆ จุดพลุฉลองสิ!! ” เหล่าคนรับใช้ของต้าโหยว เมื่อเถ้าแก่พูดก็จุดพลุกันใหญ่อย่างสนุกสนาน เสียงพลุดังกึกก้องไปทั่วหัวเมืองกุบกับ กุบกับ เสียงม้าสองตัว หยุดนิ่งตรงหน้าหอดนตรี
“วันนี้ข้าสนุกมากเลย”
“ ข้าก็เช่นกัน” ต้าโหยว…เอ่อ สิ่งที่ข้าพูดออกไปเื่แต่งงานเ้าอย่าคิดมากนะข้าแค่พูดเล่นเฉยๆ ”
“ แต่ข้าจริงจังนะ!” ชายหนุ่มทำหน้าเหยเกเหมือนจะร้องไห้ออกมา ถึงหน้าหอดนตรีแล้วหลิวเฟยดึกมากแล้วเ้ากลับไปพักผ่อนก่อนนะมือชายหนุ่มได้ยกขึ้นมาแล้วเผยมือออกให้หญิงสาวได้ยึดเกาะแต่กลับมีมืออีกคู่ได้ยื่นออกมาดึงประชิดัักับมือหญิงสาวแล้วได้ดึงหญิงสาวลงมาจากหลังม้าตัวนั้น จนทำให้หญิงสาวััได้ว่ามือที่เย็นและรอยยิ้มที่ยิ้มอยู่ในเงามืดมันดูแปลกชอบกล เยือกเย็นจนขุนลุก
“เ้าเป็ใครกัน!” ต้าโหยว ได้หันไปมองที่มาของฝ่ามือนั้น...