การหลับใหลในครั้งนี้ของถังเป่าช่างเป็การหลับสนิทยิ่งนัก ทั้งร่างของนางราวกับลูกหมูน้อยที่กำลังหลับปุ๋ย ไม่ว่าภายนอกจะเกิดอะไรขึ้น แม้แต่ตอนที่แพทย์หญิงหลายคนช่วยกันทำความสะอาดาแและร่างกายให้นางอย่างระมัดระวัง นางก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
จักรพรรดิคังซีโอบอุ้มลูกน้อยที่พระองค์ทรงโปรดปรานยิ่งนักไว้ในอ้อมอก โดยไม่ยอมปล่อยมือวางลง
กระทั่งเพื่อถังเป่า จักรพรรดิคังซียังทรงประทับบนเกี้ยวที่ปกติแทบจะไม่เคยใช้ ทรงยอมโยกเยกไปมาั้แ่ตำหนักเย็นจนกลับมาถึงตำหนักเฉียนชิงซึ่งเป็ที่ประทับพักผ่อนของพระองค์
พระองค์อุ้มถังเป่ามาประทับบนเตียงคัง *[1] ใต้หน้าต่างในหออุ่นตะวันออก ลูกหมูน้อยในอ้อมอกทำปากจั๊บ ๆ พลิกตัวไปมา ทั้งยังส่งเสียงกรนเบา ๆ อีกด้วย
จักรพรรดิคังซีทอดพระเนตรด้วยความปรีดา แต่ในขณะเดียวกันก็ทรงมีความกังวลอยู่บ้าง
จึงทรงเรียกหมอหลวงที่ติดตามมา แล้วตรัสถามเสียงเบาว่า "องค์หญิงน้อยหลับสนิทเช่นนี้ จะไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่"
หมอหลวงที่ติดตามมาจากตำหนักเย็น แอบยกระดับความสำคัญของถังเป่าขึ้นในใจอีกขั้น แล้วตอบเสียงเบาว่า
"ฮ่องเต้โปรดวางพระทัย ประการแรกคือองค์หญิงน้อยทรงเหนื่อย ประการที่สองคือทรงไว้วางใจในตัวพระองค์อย่างยิ่ง จึงหลับได้สนิทเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ"
"อีกทั้งบนร่างกายขององค์หญิงน้อยมีาแเก่าอยู่ไม่น้อย หาก้าบำรุงร่างกายให้ดี นอกจากยาบำรุงและอาหารบำรุงแล้ว องค์หญิงน้อยควรจะรับประทานให้ดี นอนให้หลับ และออกกำลังกายให้มาก จึงจะค่อย ๆ ดีขึ้นพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อได้ยินคำว่า ‘าแเก่า’ ใบหน้าของจักรพรรดิคังซีก็ฉายแววหม่นหมองวูบหนึ่ง
พระองค์หันไปตรัสถามเหลียงจิ่วกง "คนที่ส่งไปสืบยังไม่กลับมาอีกหรือ"
แม้จะทรงมั่นใจแล้วว่าถังเป่าคือบุตรสาวของพระองค์ เป็องค์หญิงน้อยผู้สูงศักดิ์ในพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ แต่เื่ที่นางมีาแมากมายถึงเพียงนี้ ท้องที่กินไม่อิ่ม และไม่มีแม้แต่คนคอยรับใช้ข้างกาย... สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จักรพรรดิคังซีทรงปรารถนาจะทราบโดยเร็ว
เหลียงจิ่วกงเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก แล้วตอบเสียงเบา "บ่าวเพิ่งจะเร่งรัดคนไป ยังไม่กลับมาเลยพ่ะย่ะค่ะ..."
อย่าว่าแต่ฮ่องเต้เลย แม้แต่ในใจของเขาก็ร้อนรนจนแทบทนไม่ไหว เหตุใดจึงยังไม่กลับมาเสียที
ในตอนนั้นเอง มีขันทีน้อยคนหนึ่งโผล่หัวออกมาที่ประตูหออุ่นตะวันออก
เหลียงจิ่วกงตื่นเต้นขึ้นมาทันที "ฮ่องเต้ กลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ! กลับมาแล้ว!"
นึกไม่ถึงว่า สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาตำหนิจากจักรพรรดิคังซี
องค์หญิงน้อยยังหลับอยู่!
เหลียงจิ่วกงที่เพิ่งรู้สึกตัวรีบเอามือปิดปากตนเองทันที
"บ่าวถวายบังคมฮ่องเต้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี" ขันทีน้อยที่กลับมาคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อทำความเคารพ
เขาเป็คนฉลาด เมื่อเห็นว่าถังเป่ายังคงหลับปุ๋ย จึงลดเสียงให้ต่ำลง เพราะเกรงว่าจะรบกวนบรรพบุรุษน้อยผู้นี้
ถังเป่าหลับอย่างไม่ค่อยสงบนัก นางขมวดคิ้วน้อย ๆ และบิดตัวไปมา จักรพรรดิคังซีจึงรีบตบหลังนางเบา ๆ
"ว่ามา สืบรู้อะไรมาบ้าง"
ขันทีน้อยจึงรายงานข้อมูลที่สืบมาได้ทีละเื่
"องค์หญิงน้อยเป็บุตรของหยวนซื่อ กุ้ยเหรินที่ถูกส่งตัวไปยังตำหนักเย็นในตอนนั้นพ่ะย่ะค่ะ"
"หยวนกุ้ยเหรินเพิ่งจะทราบว่าตนเองตั้งครรภ์หลังจากที่ถึงตำหนักเย็นแล้ว แต่ในตอนนั้นนางไม่ได้ป่าวประกาศ ต่อมาหลังจากให้กำเนิดองค์หญิงน้อยได้ไม่นาน หยวนกุ้ยเหรินก็สิ้นพระชนม์เนื่องจากตกเื ั้แ่นั้นมาองค์หญิงน้อยจึงถูกเลี้ยงดูโดยหูมัวมัวและนางกำนัลฟางเสียในตำหนักเย็นพ่ะย่ะค่ะ"
หลังจากฟังจบ จักรพรรดิคังซีทรงถามอย่างเฉียบคมว่า "ในเมื่อมีคนคอยรับใช้ แล้วเหตุใดถังเป่าถึงได้รับาเ็หนักเพียงนี้? ทั้งยังไม่มีข้าวจะกิน ไม่มีเสื้อผ้าที่เหมาะสมจะสวมใส่?"
ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ทรงเห็นกับตาว่าสภาพแวดล้อมในตำหนักเย็นนั้นย่ำแย่ยิ่งนัก
ขันทีน้อยยิ่งก้มหน้าต่ำลง เสียงเริ่มสั่นเครือ "หูมัวมัวและฟางเสียรับใช้อย่างไม่ใส่ใจ ถึงขั้นลงมือทุบตีองค์หญิงน้อยเพียงเพราะตนเองอารมณ์ไม่ดีพ่ะย่ะค่ะ..."
บ่าวกล้าทุบตีเ้านาย?
นี่เป็เื่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในพระราชวังต้องห้าม! เพียงแค่คิดก็รู้แล้วว่าฮ่องเต้จะทรงกริ้วเพียงใด
เป็ไปตามคาด จักรพรรดิคังซีทรงคิดจะปัดถ้วยน้ำชาบนโต๊ะให้ตกลงพื้นตามสัญชาตญาณ เพื่อระบายความโกรธเกรี้ยวของพระองค์
ทว่าพอจะยกมือขึ้น น้ำหนักที่กดทับอยู่ในอ้อมอกก็ทำให้พระองค์ทรงได้สติ
ถังเป่ายังอยู่ตรงนี้นี่นา
จักรพรรดิคังซีผู้ซึ่งนอกจากตอนที่รัชทายาทยังเล็กเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เคยอุ้มแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่เคยอุ้มบุตรธิดาของตนเองอีกเลย "..."
นี่คือ ความสุขของคนเป็พ่อในตำนานอย่างนั้นหรือ?
อย่างไรก็ตาม ถังเป่าเป็บุตรสาวของพระองค์ไม่ผิดแน่!
พระองค์ถามขันทีน้อยอีกครั้ง "แล้วถังเป่าเกิดเมื่อใด"
ดูจากลักษณะแล้ว อายุของถังเป่ายังน้อยมาก แต่เพราะนางขาดสารอาหารมาเป็เวลานาน จึงดูตัวเล็กกว่าเด็กในวัยเดียวกัน จักรพรรดิคังซีจึงไม่แน่ใจเื่อายุของนาง
ขันทีน้อย "องค์หญิงน้อยประสูติเมื่อวันที่เจ็ด เดือนสิบสอง ปีที่ยี่สิบแปดพ่ะย่ะค่ะ"
เหลียงจิ่วกงคำนวณในใจเงียบ ๆ "ฮ่องเต้ หากเรียงตามลำดับ องค์หญิงน้อยควรจะเป็ลำดับที่สิบสี่พ่ะย่ะค่ะ"
ทว่าในขณะนี้ ตำแหน่งองค์หญิงสิบสี่ในวังมีคนครองอยู่แล้ว
นั่นคือองค์หญิงน้อยที่ประสูติจากจางเจียผินในปีที่สามสิบ
จักรพรรดิคังซีทรงคำนวณแล้วเช่นกัน หลังจากทรงนิ่งคิดครู่หนึ่งจึงตรัสว่า "ใครอยู่ เตรียมร่างราชโองการ บอกว่าข้าพบองค์หญิงสิบสี่แล้ว ส่วนองค์หญิงน้อยที่ประสูติจากจางเจียผิน ให้เรียงลำดับใหม่เป็องค์หญิงสิบห้า ให้คนทั้งวังหลังได้รับรู้"
ในเมื่อเื่ราวในอดีตถูกสืบทราบชัดเจนแล้ว การที่คนเป็พ่อจะมอบฐานะให้ลูกสาว ย่อมเป็เื่ปกติธรรมดายิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น พ่อผู้นี้คือจักรพรรดิคังซี พระองค์ยิ่งไม่ต้องกังวลถึงความคิดของผู้อื่น
จากนั้นจักรพรรดิคังซีทรงนึกถึงคนอีกกลุ่มหนึ่ง จึงตรัสด้วยน้ำเสียงเ็าว่า "นอกจากนี้ ให้นำตัวคนที่เคยรับใช้ในตำหนักเย็นมาให้หมด ข้าอยากจะเห็นนักว่าคนประเภทใดถึงได้มีความกล้าบ้าบิ่นเช่นนี้!"
เหลียงจิ่วกงรับคำ ในใจคิดว่า องค์หญิงน้อยผู้นี้ดูท่าจะได้เลื่อนฐานะขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้ว!
...
ราชโองการของจักรพรรดิคังซีแพร่กระจายไปทั่วทั้งราชสำนักและวังหลังอย่างรวดเร็ว
หลายคนต่างประหลาดใจว่า เหตุใดจึงมีองค์หญิงสิบสี่โผล่มาอีกคน?
องค์หญิงสิบสี่คนก่อนไม่ใช่บุตรสาวของจางเจียผินหรอกหรือ ตอนนี้กลับกลายเป็องค์หญิงสิบห้าไปเสียแล้ว?
ซี้ด ฟังดูแล้ว เื่นี้ต้องมีเบื้องลึกเื้ัแน่นอน
แต่นี่เป็เพียงองค์หญิงน้อยคนหนึ่ง หลายคนฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไป
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ปฏิกิริยาในวังหลังนั้นรุนแรงกว่ามาก
...
ตำหนักหย่งโช่ว
ตำหนักหลักที่นี่คือห้องบรรทมของหนิวฮู่ลู่กุ้ยเฟย ส่วนจางเจียผินพักอยู่ที่ตำหนักข้าง
อากาศในเดือนหกเริ่มมีความร้อนระอุ ลมเอื่อย ๆ พัดยอดไม้ ทำให้ใบไม้บนกิ่งส่งเสียงสวบสาบ
หลันซี นางกำนัลระดับสูงคนสนิทของหนิวฮู่ลู่กุ้ยเฟย รีบเดินเข้ามาจากด้านนอกด้วยฝีเท้าที่รวดเร็ว
จางเจียผินกำลังนั่งอยู่เบื้องล่างของกุ้ยเฟย ทั้งสองกำลังสนทนาเื่ตลกขบขัน ในมือถือพัดกลมโบกเบา ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของหลันซีที่เดินเข้ามาดูไม่ปกติ จางเจียผินผู้รู้ความจึงรีบลุกขึ้นโดยไม่ต้องรอให้หนิวฮู่ลู่กุ้ยเฟยตรัส
"รบกวนพระนางมานานถึงเพียงนี้ หม่อมฉันเริ่มจะเกรงใจแล้วเ้าค่ะ"
หนิวฮู่ลู่กุ้ยเฟยตรัสด้วยรอยยิ้ม "ไม่เป็ไรหรอก เพราะเ้ามา ข้าถึงรู้สึกว่ามีคนคุยด้วยเพื่อฆ่าเวลา"
นางคิดว่าหลันซีมีเื่สำคัญจะแจ้ง จึงไม่ได้ห้ามการจากไปของจางเจียผิน
นึกไม่ถึงว่า หลันซีกลับเอ่ยขึ้นว่า "พระนางเ้าคะ เื่นี้เกี่ยวข้องกับจางเจียผินด้วยเ้าค่ะ"
หนิวฮู่ลู่กุ้ยเฟยเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ แล้วมองไปที่จางเจียผิน "ในเมื่อเป็เช่นนั้น เ้าก็อยู่ฟังด้วยเถิด"
จางเจียผินย่อมไม่ปฏิเสธ ยิ้มแล้วกล่าวว่า "ดูท่าวันนี้หม่อมฉันจะมีวาสนา ได้ขอจิบน้ำชาจากพระนางอีกสักถ้วยแล้วเ้าค่ะ"
เมื่อหลันซีแจ้งเนื้อหาในราชโองการของจักรพรรดิคังซี พระชายาทั้งสองที่เดิมทีดูสงบนิ่ง ต่างก็ลุกขึ้นนั่งตัวตรง สีหน้าเผยความตกตะลึงออกมา
"สิบสี่น้อยกลายเป็องค์หญิงสิบห้า?!"
"นังแพศยาหยวนซื่อคนนั้น ยังแอบให้กำเนิดองค์หญิงน้อยในตำหนักเย็นอีกหรือ!?"
*[1] เตียงคัง หรือเตียงอุ่น เป็เตียงที่มีระบบการเติมความร้อนด้วยถ่านด้านล่าง ช่วยให้เตียงอบอุ่น