ระบบนี้เพื่อเธอที่รัก

    บทที่ 52 ชิปมั้ง

    ธีโอดอร์เดินตามทางลับไปเรื่อยๆ เขาในตอนนี้รู้สึกแปลกๆ ยิ่งเขาเดินลึกเข้าไปในทางเดินลับนี้มากขึ้นเท่าไหร่ เขารู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาหนักขึ้นเลื่อยๆ ร่างกายของเขาที่แข็งแรงกว่าคนปกติทั่วหลายเท่า


    “นี่มันอะไรกัน ทำไมเรารู้สึกหนักแบบนี้”


    ธีโอดอร์ไม่รู้ตัว ที่เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาหนักขึ้นในตอนนี้ เป็นเพราะว่าแรงโน้มถ่วงยิ่งมากขึ้นทุกครั้งๆที่เขาเดินเข้าไปลึกขึ้นเลื่อยๆ


    ธีโอดอร์ต้องการจะหันหลังกลับแต่ทว่า ทันทีที่เขาหันหลับกลับไปแล้วนั้น เขาพบว่าทางเดินที่อยู่ด้านหลังของเขาหายไป


    ใช่แล้วทางเดินหายไป มีเพียงแค่กำแพงสีขาวสะอาดที่อยู่ด้านหลังของเขาเท่านั้น


    “กะ กะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมมันกลายเป็นกำแพงแบบนี้!”


    ธีโอดอร์ใจไม่ดีเลย เขาเดินไปแตะกำแพงพบว่ามันเป็นกำแพงจริงๆ เขาพยายามลูบไปตามกำแพงเพื่อดูว่ามันจะมีกลไกอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า


    ธีโอดอร์เมื่อสำรวจกำแพงเสร็จแล้วเขาก็มองไปรอบๆ เขาเห็นอะไรบางอย่างติดอยู่บนเพดาน หากไม่เป็นเพราะว่าประสาทสัมผัสของเขาดีมากกว่าเก่ามากละก็ ไม่มีทางเลยที่เขาจะสามารถสังเกตเห็นมันได้


    “กล้องวงจรปิด ไม่ผิดแน่ๆนั่นคือกล้องวงจรปิด เราถูกจับได้แล้วว่าแอบเข้ามาที่นี่”


    ธีโอดอร์ถอนหายใจออกมา ใครจะไปคิดว่าระบบรักษาความปลอดภัยบ้านของยูริจะแน่นหนาขนาดนี้ แถมรู้สึกว่ามันจะทันสมัยมากๆด้วย


    ภายในห้องควบคุมบอร์ตันและเซลีนกำลังมองดูธีโอดอร์อยู่ด้วยความประทับใจ


    “คุณรู้สึกว่าเด็กคนนี้มีอะไรพิเศษไหม ฉันรู้สึกว่าเขาไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดาๆอย่างที่พวกเราคิด”


    บอร์ตันได้แต่พยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้น


    “ไม่มีเด็กธรรมดาคนไหนสามารถเดินเข้าไปในทางเดินลับได้เกินหนึ่งร้อยเมตร เด็กหนุ่มคนนี้เดินลึกเข้าไปมากกว่าสี่ร้อยเมตร แรงโน้มถ่วงที่สี่ร้อยเมตรขึ้นไปเทียบเป็นน้ำหนักแล้วมากกว่าสิบเท่า เด็กหนุ่มคนนั้นกำลังแบกรับน้ำหนักมากกว่าหกร้อยกิโลกรัมอยู่ในตอนนี้ และดูจากลักษณะท่าทางแล้ว เด็กหนุ่มแค่รู้สึกหนักเท่านั้นเอง”


    จากการประเมิณของบอร์ตัน เขาคาดว่าธีโอดอร์จะต้องแบกรับน้ำหนักได้มากกว่าหนึ่งตันแน่ๆ ขีดจำกัดของมนุษย์ที่สามารถแบกรับน้ำหนักได้คือราวๆห้าร้อยกิโลกรัม และนั่นหมายถึงมนุษย์ที่ฝึกฝนด้านนี้มาโดยเฉพาะ


    ร่างกายของธีโอดอร์ในตอนนี้ถือว่าแข็งแรงกว่าพวกแชมเปี้ยนยกน้ำหนักสองคนรวมกัน นี่สรุปได้ว่าธีโอดอร์อาจจะเป็นพวกที่มีพลังพิเศษเหมือนกับเขาและเซลีนก็เป็นได้


    “ถ้าเดาไม่ผิด เจ้าหนูนี่จะต้องมีพลังพิเศษเกี่ยวกับพละกำลังแน่ๆ”


    บอร์ตันพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ เขาในตอนนี้รู้สึกโล่งอกขึ้นมาหน่อยหนึ่ง หากบอร์ตันเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มธรรมดาๆละก็ เขาคงจะให้ยูริบอกเลิกกับธีโอดอร์อย่างแน่นอน แม้ว่าเธอจะเกลียดเขาก็ตามแต่ นี่ก็เพื่อตัวของเธอเอง


    ทว่าธีโอดอร์เป็นคนที่มีพลังพิเศษ เรื่องปัญหาความแต่งต่างจึงไม่ใช่ปัญหา


    และในขณะนั้นเองที่บอร์ตันและเซลีนกำลังมองดูธีโอดอร์อยู่ ธีโอดอร์พยายามที่จะพูดอะไรบางอย่าง เซลีนหันไปหาบอร์ตันก่อนที่จะพูดขึ้น


    “คุณลืมเปิดไมค์รึเปล่า”


    “อ่าจริงด้วยซิ”


    บอร์ตันลืมเปิดไมค์ ธีโอดอร์พยายามที่จะพูดกับเขาผ่านทางกล้องวงจรปิด ทว่าบอร์ตันและเซลีนไม่ได้เปิดไมค์ ทำให้พวกเขาไม่ได้ยินที่ธีโอดอร์พูด และในทางกลับกัน ธีโอดอร์เองก็ไม่ได้ยินที่พวกเขาพูดเหมือนกัน


    ธีโอดอร์ในตอนนี้ได้แต่นั่งลงไปที่พื้น เขาถอดใจที่จะพูดกับกล้องวงจรปิดแล้ว


    “หรือว่ากล้องจะไม่ใช่แบบเก็บเสียง ไหนๆก็ติดตั้งทั้งทีแล้วแทนที่จะติดตั้งแบบรับเสียง ขี้งกจริงๆ”


    บอร์ตันได้ยินที่ธีโอดอร์พูด เขาได้แต่คิ้วกระตุกก่อนที่จะตะโกนใส่ไมค์


    “ใครว่าฉันขี้งก! ฉันแค่ลืมเปิดไมค์ กล้าดียังไงว่าพ่อแฟนสาวตัวเองแบบนี้!”


    ธีโอดอร์ตื่นตระหนก เขารีบลุกขึ้นยืนตัวตรง เขามองไปที่กล้องวงจรปิด ก่อนที่จะยิ้มและหัวเราะออกมา


    “อ่า อืมมม คือว่า”


    ธีโอดอร์ไม่รู้จะพูดต่อไปยังไงดี เขารู้สึกกระอักกระอ่วนที่ถูกพ่อแฟนสาวของตัวเองจับได้แบบนี้ บอร์ตันที่เห็นสีหน้าท่าทางของธีโอดอร์ช่วยไม่ได้ที่จะคิดถึงตัวชิปมั้ง ธีโอดอร์ให้ความรู้สึกเหมือนกับสัตว์ตัวเล็กๆไร้พิษภัย แต่อย่าให้โกรธเชียวจากชิปมั้งจะกลายเป็นเสือชีต้าขึ้นมาทันที


    เซลีนเห็นแบบนั้นเธอได้แต่หัวเราะออกมา ก่อนที่จะพูดขึ้น


    “รู้แล้วว่าทำไมยูริถึงได้ตกหลุมรักเด็กหนุ่มคนนี้ ยูริแพ้ของน่ารักๆซะด้วยซิ บอร์ตัน ฉันคิดว่าเราแกล้งเขาพอแล้ว”


    บอร์ตันพยักหน้า เขาไม่รู้ทำไมรู้สึกผิดขึ้นมาที่แกล้งธีโอดอร์แบบนี้


    “ช่วยไม่ได้ละนะ เจ้าหนูฉันจะปิดระบบการป้องกันตัว เดินถอยออกมาจากทางเดินจะเจอทางขึ้น รออยู่ตรงนั้นหลังจากขึ้นมาแล้วเข้าใจไหม อย่าเดินไปไหนโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเจ็บตัวละก็”


    ธีโอดอร์ได้แต่พยักหน้า นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่มาบ้านแฟนของตัวเอง จะว่ายังไงดี มันเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนจริงๆ