ที่ตรอกเล็กระหว่างบ้านสกุลฟู่กับสกุลจ้าวเด็กชายฟู่เจียนจื่อวัย สี่ขวบกำลังขี่คอบ่าวรับใช้วัยสิบสามเพื่อปีนขึ้นไปบนกำแพงรั้ว
“คุณชายน้อยหยุดเถอะเ้าค่ะ เดี๋ยวนายหญิงใหญ่ทราบเื่จะดุเอานะเ้าคะ” เหมียนฮวาพี่เลี้ยงสาวห้ามปรามใจนางเต้นโครมครามกลัวคุณชายน้อยจะตกลงมาได้รับาเ็และโทษจากการไม่ดูแลเขาให้ดีคงจะตกแก่นางแน่นอน
“ยุ่ง!ถ้ากลัวนักก็ไปเลยไป๊” เด็กชายทำปากยื่นออกคำสั่งโดยมีลูกบ่าวในบ้านวัยหกขวบและแปดขวบอีกสองคนพยักหน้าเห็นพ้องด้วยอย่างนึกสนุกสายตาของเด็กทุกคนกำลังจับจ้องอยู่ตรงรังมดแดงบนต้นไม้ที่อยู่ติดริมรั้ว
“รีบๆสอยมันลงมาเถอะน่า” คุณชายจ้าววัยเก้าขวบผู้เป็เพื่อนเล่นในบางครั้งสำทับอย่างเร่งเร้า“เ้าไม่อยากฟังเสียงนกมันร้องหรือยังไง”
บนพื้นใกล้ๆกันนั้นเองมีรังนกวางอยู่ลูกนกขนเพิ่งจะเริ่มขึ้นสามตัวกำลังขยับตัวหนีหลายมือที่บีบและขยำร่างกายอ่อนนุ่มของพวกมัน
ฟู่เจียนจื่อแม้กล้าๆกลัวๆ ที่จะตีรังมดให้ตกลงมา หากใช้ให้บ่าวทำจ้าวฉินเล่อก็คงจะกล่าวเหน็บว่าเขาขี้ขลาดตาขาวกลัวแม้กระทั่งมดตัวเล็กๆ อีกเื่นี้เขายอมไม่ได้อยู่แล้ว!
เสียงให้กำลังใจดังถี่ขึ้นเด็กชายสูดลมหายใจแรงเพื่อปฏิบัติภารกิจอันห้าวหาญในชีวิต
“พวกเ้าจะรังแกสัตว์ทำไม”จินป๋ายไช่ส่งเสียงขัดขึ้น นางเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้กลุ่มเด็กแรกทีเดียวก็คิดว่าจะตรงเข้าไปบอกความประสงค์ว่ามาขอพบนางเหม่ยกับบ่าวเฝ้าประตูใหญ่ของบ้านสกุลฟู่แต่นางกลับได้ยินเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานระหว่างที่เดินมาถึงต้นตรอกด้วยความอยากรู้ว่าพวกเขามีความสุขด้วยเื่อะไรจึงได้ตัดสินใจเดินลัดเลาะมาตามแนวกำแพงทำให้ได้รู้และเห็นว่ากำลังมีคนจะเอามดลงมากัดนกน้อยเล่น
“เ้าเป็ใครอย่ายุ่งกับเื่ของคนอื่น” จ้าวฉินเล่อยืดคอตั้งบ่าแสดงอำนาจที่เขามี
คุณชายน้อยสกุลฟู่ที่ยังไม่ทันได้รังมดะโลงจากคอบ่าวรับใช้ทันทีเมื่อสบโอกาสเถอะ...ยืดเวลาออกไปสักหน่อยก็ดี รังมดใหญ่แบบนั้น น่ากลัวน้อยเสียเมื่อไร!
“กลับเข้าบ้านกันนะเ้าคะคุณชายนายท่านกำลังจะกลับแล้ว” เมื่อพี่เลี้ยงสาวยกเอาบิดามาอ้างความเกรงกลัวก็บังเกิดขึ้นภายในใจ
“เชอะ!พวกบ้านสกุลฟู่ไม่เอาไหนสักคน ต้าซัน เ้าขึ้นไปเอารังมดมา ข้าอยากจะเล่นต่อ”
เด็กชายต้าซันบ่าวบ้านสกุลจ้าวรีบปีนขึ้นไปบนกำแพงอย่างรวดเร็วก่อนจะไต่ไปหักเอากิ่งไม้ที่มีรังมดอยู่ลงมาตามคำสั่ง
“ไม่เห็นจะยาก” จ้าวฉินเล่อรับกิ่งไม่มาถือไว้แล้วใช้มีดสั้นที่บิดาของเขาให้พกไว้เพื่ออวดศักดาว่าตัวเองโตแล้วแทงเข้าไปในรังมดแดงทันใดพวกมันก็แตกฮือออกมาอย่างรวดเร็ว เขาจึงทิ้งมันลงบนรังนกที่อยู่กับพื้น
“นิสัยไม่ดี!” จินป๋ายไช่ต่อว่า นางปราดเข้าไปหวังจะปัดรังมดออกจากนกโชคร้ายพวกนั้นแต่นางกลับถูกผลักจนล้มก้นกระแทก
จินป๋ายไช่อายุมากกว่าซ้ำยังเป็คนไม่ยอมใคร เพราะสู้ชีวิตมาอย่างลำบากแต่เล็กแต่น้อยต้องปากกัดตีนถีบช่วยญาติหาเงินมาเลี้ยงชีพนางรีบเด้งตัวลุกขึ้นแล้วเข้าไปเตะรังมดทั้งรังจนกระเด็นถูกตัวของเด็กชายนิสัยไม่ดีหางตาของนางเห็นเด็กชายตัวเล็กที่ก่อนหน้านั้นก็คือคนที่จะขึ้นไปเอารังมดได้รับการคุ้มครองจากหญิงสาวคนหนึ่งนางกรีดร้องและใช้มือปัดมดตัวเล็กๆ หลายสิบตัวที่ไต่ขึ้นไปตามเนื้อตัวของเขา
ด้วยความเจ็บที่โดนมดเกือบทั้งรังโจมตีทั้งใที่ถูกคนไม่รู้ หัวนอนปลายเท้าและมั่นใจว่าเขาไม่เคยพบหน้ามาก่อนเตะรังมดใส่ จ้าวฉินเล่อจึงล้มลุกคลุกคลานลงกับพื้นบ่าวรุ่นเล็กพากันวิ่งพล่านเข้าช่วยเหลือพอโดนมดกัดก็ชนกันล้มระเนระนาดจนตกคูระบายน้ำข้างกำแพงไปหลายคนรวมทั้งฟู่เจียนจื่อที่โดนลูกหลงจากแรงปะทะนั่นด้วย
จินป๋ายไช่ใช้ห่อผ้าในมือกวาดรังนกให้ห่างออกมาจากวงล้อมของความวุ่นวายนั้นตัวเองก็โดนมดกัดไปหลายทีจนเผลอลงมือขยี้มดเคราะห์ร้ายพวกนั้นไปหลายตัวขณะเดียวกันมือเล็กก็รีบดึงมดที่มีฟันแหลมคมออกจากตัวของลูกนก เสียงร้องของพวกมันแสดงถึงความเ็ปยิ่งนัก
ด้วยเสียงเอ็ดตะโรมากกว่าทุกวันทำให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองบ้านรีบรุดมายังต้นเสียงฟู่หลิงเฉินที่เพิ่งมาถึงบ้าน กำลังจะก้าวขาลงจากรถม้า เขาพบลูกบ่าวในบ้านวิ่งนำหน้ามารดาที่เพิ่งเดินเร็วๆพ้นประตูใหญ่ โดยมีบ่าวไพร่สองนางตามติด ดูท่าทางรีบร้อนชอบกลเมื่อมารดาเห็นเขาก็เอ่ยบอกรัวเร็วด้วยสีหน้าเป็กังวล
“เกิดเื่กับจื่อเอ๋อร์”พูดจบ นางก็สาวเท้าไปทันที
ฟู่หลิงเฉินเมื่อได้ฟังคำมารดาจึงรีบก้าวเท้าตามไปด้วยความใ
พอไปถึงจุดเกิดเหตุเขาก็พบนายผู้เฒ่าของบ้านจ้าวกำลังออกคำสั่งให้บ่าวรุ่นหนุ่มจับตัวเด็กสาวคนหนึ่งกดลงกับพื้น
นางฟู่หลันรีบเข้าไปดูหลานรักด้วยความเป็ห่วงหรืออีกนัยก็คือรีบกันฟู่เจียนจื่อให้ออกจากความสนใจของบุตรชายเสียก่อนนางถลกแขนเสื้อของเขาขึ้นก็พบรอยมดกัดอยู่หลายแห่งแถมเนื้อตัวและเสื้อผ้าของหลานชายยังชื้นน้ำสกปรกอีกด้วยนางออกคำสั่งให้บ่าวพาคุณชายน้อยไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าส่วนคนที่บังอาจมาทำให้หลานของนางต้องมีสภาพเช่นนี้ นางจะอยู่ชำระความเอง!
“จับนังเด็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้านี่ส่งทางการ”ผู้เฒ่าจ้าวสั่งอย่างฉุนเฉียว
เมื่อเห็นเืที่ขาของหลานชายก็ยิ่งโมโหปราดจะเข้าไปลงมือกับเด็กสาวที่เริ่มตัวสั่นเพราะสายตาของผู้ใหญ่หลายคนจ้องราวกับจะกินเืกินเนื้อนาง
“ช้าก่อนท่านผู้เฒ่าจ้าว”ฟู่หลิงเฉินประสานมือคารวะชายสูงวัย “เราจะไม่ไต่สวนกันก่อนหรือว่าเื่ราวมันเริ่มต้นอย่างไร” ชายหนุ่มออกความเห็นปรายหางตามองเด็กหญิงที่ในอ้อมกอดมีรังนกอยู่