นี้แหละคุณพ่อของพวกเรา

    บทที่ 7

    “ในดูสิว่าขั้นตอนมันต้องทำยังไงบ้าง” เอกอ่านตำราและดูขั้นตอนการทำน้ำยาถึงเขาจะมีความจำดีกว่าคนทั่วไป แต่เขาก็ไม่คิดจะประมาณเพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าถ้าตัวเองทำอะไรผิดพลาดขึ้นมามันจะเกิดผลเสียอะไรขึ้นมาบ้าง“อืม ต้มน้ำให้เดือดก่อนแล้วค่อยใส่สมุนไพรประจำบ้านพวกโสมและเห็ดหลินจือตามด้วยการส่งพลังเอกภพหมุนเวียนและดึงคุณสมบัติของสมุนไพรรวมถึงการทำให้ตัวยามีความบริสุทธิ์มากขึ้นและก็ใส่เจ้านี้ในตอนสุดท้าย....” เมื่อมาถึงวัตถุดิบหลักที่เขาต้องนำมันลงในหม้อแล้วเขาก็อดไม่ได้จะมองตำราปรุงยาในมือให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้อ่านมันผิดใช้หรือไหม“เอาวะ ถ้ามันไม่ได้หรือยังไงเมื่อเราใส่เจ้านี้ลงไปเดี๋ยวเราก็รู้เอง ส่วนไอคนที่คิดสูตรนี้คิดมามันต้องเป็นพวกสุดโต่งอย่างแน่นอน ก็เล่นเอาหญ้าที่ขึ้นตามบ้านมาเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงยาซะได้ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เฮ้อ” เอกกล่าวอย่างเหนื่อยใจ ถึงเขาจะไม่แน่ใจแต่ในเมื่อตำรามันบอกมาอย่างนั้นเขาก็ต้องทำตามมันว่าหลังจากเอกโยนกองหญ้าขนาดมหึมาลงหม้อขนาดใหญ่แล้วเอกก็ชักนำพลังเอกภพและดึงคุณสมบัติของหญ้าพวกนี้ออกมาจนหมด แต่ก่อนที่เขาจะเอาหญ้าพวกนี้ลงหม้ออยู่ดีๆ หญ้าพวกนี้ก็สลายกลายเป็นฝุ่น พอฝุ่นหายไปแล้วเอกกลับเห็นเพียงน้ำหยดขนาดใหญ่หยดหนึ่งลอยอยู่ไม่รอช้าเอกรีบอ่านดูในตำราให้แน่ใจเขาทำถูกขั้นตอนหรือไม่เมื่อเห็นว่ามันมาถูกทางแล้วเขาก็รีบทำตามตำราปล่อยหยดน้ำที่ได้จากหญ้าพวกนี้ไปผสมกับสมุนไพรที่เขาทำไว้ก่อนหน้าทันทีจากนั้นไม่นานเอกก็เร่งพลังงานเอกภพและบังคับให้สมุนไพรพวกนี้ดึงคุณสมบัติออกมาให้มากที่สุดเพื่อที่เขาจะเอามารวมกับคุณสมบัติของหญ้าที่เหลือใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยฟู่-!“ในที่สุดก็สำเร็จ ในตำราบอกว่าถ้าเราปรุงยาสำเร็จแล้วน้ำยาจะมีสีรุ้งประกายออกมาในช่วงแรกจากนั้นมันจะกลายเป็นน้ำสีทองสดใสให้เราได้เห็นในดูสิว่ามันจะเป็นอย่างที่ตำราได้บอกไว้รึเปล่า” เอกเปิดฝามองดูสักพักจากนั้นไม่นานน้ำในหม้อของเอกก็ค่อยๆ กลายเป็นสีทองสดใสจากตอนแรกที่มันเป็นสีรุ้งประกายออกมา“ไหนๆ ก็ลองปรุงมันมาแล้วทำไมเราไม่ลองไปรดใส่แปลงแตกโมของเราละ ถึงจะทำได้แค่ไม่กี่ไร่ก็เถอะ” เอกครุ่นคิดได้ไม่นานเขาก็อยากจะลองดูผลลัพธ์ว่าน้ำยาพวกนี้มันจะให้ผลดีได้แค่ไหน“แต่ที่เราต้องทำเป็นอย่างแรกนั้นก็คือเราจะหาที่กรอกน้ำยาพวกนี้ที่ไหนดี”หลังจากเอกาอะไรมากรอกน้ำยาของเขาได้แล้วเอกก็รีบเปิดฝาใส่ขวดจดหมดเมื่อเสร็จแล้วเอกไม่รอช้ารีบไปที่สวนหลังบ้านของเขาทันทีจากนั้นไม่นานเอกก็หยิบเครื่องพ้นน้ำมาผสมใส่น้ำยาของเขาอย่างพอดีตามที่ตำราบอก เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็ถึงเวลารดน้ำแตกโมสักทีซี่ๆๆๆๆๆ (นี้คือเสียงเครื่องพ้นน้ำนะครับ เพราะผมก็ไม่รู้จะหาเสียงมาใส่มันยังไงดี)“ในที่สุดก็เสร็จ” จากนั้นไม่นานเอกก็รีบไปเก็บเครื่องมือไว้ที่โกดังเพราะอีกไม่นานเขาก็ต้องไปรับน้ำทิพย์กับไมค์แล้ว“เอาละ ถึงเวลาไปรับน้ำทิพย์แล้วไม่รู้ว่าการไปโรงเรียนวันแรกพวกเด็กๆ จะเป็นยังไงบ้างนะ” เอกคิดในใจอย่างกังวล เพราะถ้าน้ำทิพย์โดนใครมารังแกละก็เขาคงได้อาละวาดที่โรงเรียนแน่ๆบรื้นๆๆๆ -!“นี้ๆ น้ำทิพย์ปกติใครมารับเธอเหรอ” หนึ่งในเพื่อนร่วมห้องของน้ำทิพย์ ที่ชื่อว่าฟ้าใสเดิมเข้ามาถามเธอ“อ๋อ วันนี้คุณพ่อเรามารับเราแหละ ถ้าเป็นเมื่อก่อนน้ำทิพย์คงจะกลับบ้านด้วยรถรับส่งละ” น้ำทิพย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส“เอ๋ น้ำทิพย์นี้ดีจังเลยน่า มีคุณพ่อมารับถึงโรงเรียนด้วยละ” ฟ้าใสกล่าวอย่างอิจฉาเมื่อเพื่อนใหม่ของเธอมีพ่อมารับถึงโรงเรียน เพราะพ่อกับแม่ของเธอนั้นไม่เคยมารับเธอที่โรงเรียนเหมือนคนอื่นเลย“อย่างนั้นเหรอ เราก็คิดแบบนั้นเหมือนกันเพราะเราก็อยากให้คุณพ่อมารับเราทุกวันเลยแหละ” น้ำทิพย์ตอบกลับอย่างมีความสุขเมื่อเธอพูดถึงเรื่องนี้“แล้วฟ้าใสละ ใครมารับเหรอ” น้ำทิพย์กล่าวอย่างสงสัย“ปกติป้าข้างบ้านจะมารับเรานะ เพราะมันเป็นทางผ่านของเธอเวลาเธอเสร็จจากที่ทำงานนะ” ฟ้าใสตอบน้ำทิพย์ด้วยน้ำเสียงเศร้า“โอ๋ๆ ไม่ต้องเศร้านะ น้ำทิพย์เชื่อว่าต้องมีสักวันที่คุณพ่อกับคุณแม่ของฟ้าใสต้องมารับที่โรงเรียนละ” น้ำทิพย์เข้าไปโอ๋ฟ้าใสอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้ฟ้าใสตกใจที่เพื่อนใหม่ของเธอเข้ามาโอ๋เธอแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งการกระทำของน้ำทิพย์แทนที่มันจะทำให้เธอรังเกียจแต่มันกับทำให้ฟ้าใสรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกมากกว่า เพราะเธอนั้นไม่เคยถูกใครโอ๋อย่างนี้มาก่อนถึงเธอจะเป็นลูกคนรวยมากก็ตาม“น้ำทิพย์ทำอะไรนะ ไม่อายเขาบ้างเหรอ” ฟ้าใส่กล่าวถามน้ำทิพย์อย่างสงสัย“เอ๋ ก็ไม่นิปกติคุณพ่อเราก็โอ๋เราแบบนี้บ่อยๆ เวลาเราเศร้านะ” น้ำทิพย์ตอบคำถามฟ้าใส่แบบงงๆ“อย่างนั้นเหรอ” ฟ้าใสก็ตอบรับน้ำทิพย์อย่าง งงๆ เพราะเธอพึ่งจะเคยเจอคนที่มีตรรกะแบบนี้“ฮ่าๆๆ ดูนั้นสิพวกเรายัยเด็กใหม่นั้นจะเป็นพวกชอบผู้หญิงด้วยกันละ ยัยนั้นกอดยัยฟ้าใสซะตัวกลมเลยวะ ฮ่าๆ” อยู่ๆ เจ้าเด็กอ้วนประจำห้องก็หัวเราะขึ้นมาเสียงดังและชวนคนอื่นหันมามองน้ำทิพย์ที่กำลังกอดฟ้าใสที่เหมือนคู่รักไม่มีผิด“ไอเจ้าอ้วน กล้าดียังไงมาหัวเราะเราใช่ไหมว่า” น้ำทิพย์รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ที่อยู่ดีๆ ก็มีใครไม่รู้มาล้อเลียนเธอ“ก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเธอกอดกันซะขนาดนั้นแล้วเราจะไม่ให้คิดว่าเธอแอบชอบผู้หญิงด้วยกันได้ยังไงละ” มันตอบกลับแบบกวนๆ ถึงในใจมันจะไม่พอใจที่อีกฝ่ายว่ามันอ้วนก็ตาม“เราจะกอดฟ้าใสแล้วมันยังไงนายอิจฉาเราเหรอ หรือเด็กอ้วนอย่างนายก็ชอบผู้ชายด้วยกันเลยมาว่าเราเพื่อปิดบังตัวเอง” น้ำทิพย์กล่าวว่าอีกฝ่ายได้อย่างเจ็บแสบ ที่เธอสามารถว่าอีกฝ่ายอย่างนี้ได้ต้องยกความดีความชอบที่เธอบังเอิญไปเจอหนังเรื่องหนึ่งที่มันจะมีฉากปะทะริมฝีปากบ่อยๆ จนเธอจำได้แล้วนำมันมาใช้ว่าอีกฝ่าย“หน่อยยัยเด็กใหม่นี้ถ้าไม่เจ็บตัวคงจะไม่รู้ใช่ไหมว่ากำลังเล่นกลับใคร” ดูเหมือนเด็กอ้วนคนนั้นจะทนที่อีกฝ่ายว่าไม่ไหวจึงวิ่งเข้าไปหาน้ำทิพย์เพื่อหวังจะทำร้ายอีกฝ่ายแต่ดูเหมือนน้ำทิพย์เธอจะไม่มีความคิดที่จะหนีอีกฝ่าย เธอกล้ายืนประจันหน้ารอให้อีกฝ่ายเข้ามา เพราะเธอจำได้ดีว่าพ่อของเธอสอนว่ายังไง ถ้าอีกฝ่ายคิดจะทำร้ายเราก็ต้องทำร้ายอีกฝ่ายก่อนที่อีกฝ่ายจะทำร้ายเรา (งง ไหมครับขนาดผมแต่งผมยังงง ฮ่าๆ) ไม่อย่างนั้นเราก็จะถูกอีกฝ่ายค่อยรังแกเราไปตลอดผลัวะ-!แอ๊ค-!ดูเหมือนก่อนที่เจ้าเด็กอ้วนจะไปถึงน้ำทิพย์อยู่ๆ มันก็รู้สึกเหมือนตัวเองโดนใครบ้างคนชกเข้าที่หน้าเต็มๆ“พี่ไมค์” น้ำทิพย์ตะโกนขึ้นอย่างตกใจเพราะอยู่ดีๆ พี่ของเธอมาจากไหนก็ไม่รู้พุ่งเข้าชกอีกฝ่ายอย่างไม่ให้ทันตั้งตัว“นี้มันเรื่องอะไรกันน้ำทิพย์พ่อบอกเราว่ายังไง ถ้าน้ำทิพย์มีปัญหาอะไรให้มาบอกพี่ก่อนไม่ใช่เหรอแล้วทำไมเราถึงไม่รีบมาหาพี่” ไมค์กล่าวเสียงดุกับน้ำทิพย์ ทั้งๆ ที่เขาออกจากห้องไปเล่นกับเพื่อนแค่แป๊บเดียว น้ำทิพย์ก็ก่อเรื่องขึ้นซะแล้ว“พี่ไมค์หนูขอโทษ” น้ำทิพย์พูดเสียงอ่อยเมื่อเธอโดนพี่ชายดุเข้าให้“ช่างเถอะเราไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว วันหลังมีอะไรให้บอกพี่ก่อนเข้าใจไหม” ไมค์เดินไปลูปหัวปลอบใจน้ำทิพย์ที่ทำหน้าสลดใส่เขาอยู่“เข้าใจแล้วค่ะ ต่อไปนี้ถ้าน้ำทิพย์มีปัญหาอะไรน้ำทิพย์จะวิ่งมาบอกพี่ไมค์ก่อนเลยค่ะ” เมื่อเห็นว่าพี่ชายของเธอหายโกรธแล้ว น้ำทิพย์ก็ยิ้มแป้นทันที พร้อมกับให้คำสัญญากับพี่ของเธอเฮ้อๆ -! ไมค์ถึงกับเหนื่อยที่น้องสาวของเขาเป็นอย่างนี้“ฮือๆ แกเป็นใครกันทำไมต้องมาทำร้ายเราด้วย” เด็กอ้วนร้องไห้ฟูมฟายพร้อมกับจับแก้มตัวเองที่โดนไมค์ชกใส่อย่างเต็มแรง“นายเป็นผู้ชายแท้ๆ ทำไมถึงได้มารังแกน้องสาวของฉันกันห๊ะ” ไมค์กล่าวอย่างหัวเสียทันทีที่เจ้าเด็กอ้วนพยายามรังแกน้องสาวเขาแถมเขาก็สัญญากับพ่อไว้แล้วว่าจะดูแลเธออย่างดี“ก็ๆๆ” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะลังเลไม่น้อยเพราะตัวมันเองดันเป็นฝ่ายไปหาเรื่องเขาก่อน“ก็อๆ อะไร ถ้าแกไม่ยอมขอโทษน้องสาวฉันตอนนี้ ฉันจะต่อยหน้าอ้วนของแกให้น่วมเลยค่อยดู” ไมค์ทำท่าทางจะหาเรื่องอีกฝ่ายพร้อมกับเดินไปหาเด็กอ้วนช้าๆ“พี่ไมค์สู้ๆ พี่ไมค์สู้ตาย” ส่วนน้ำทิพย์เธอคงจะซะใจ ที่พี่ชายของเธอขู่อีกฝ่ายซะอยู่หมัด พร้อมกับเสียงเชียร์ของเธอก่อนที่ไมค์จะเดินเข้าไปสั่งสอนอีกฝ่าย ดูเหมือนเด็กอ้วนคนนั่นจะหวาดกลัวไมค์ซะก่อนทำให้มันรีบขอโทษน้ำทิพย์ซะยกใหญ่“เรายอมแล้วๆ เราขอโทษต่อไปนี้เราจะไม่รังแกน้ำทิพย์อีกแล้ว ปล่อยเราไปเถอะนะ ฮือๆ”“ดีวันนี้เราจะไม่เอาเรื่องนาย ถ้านายยังรังแกน้องสาวของเราอีกละก็นายเตรียมตัวโดนเราอัดได้เลย” ไมค์กล่าวขู่อีกฝ่าย โดยที่ไมค์ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เขากำลังโดนผู้หญิงในห้องมองตัวเองเหมือนอัศวินที่มาช่วยเจ้าหญิงต่อสู้กับสัตว์ร้ายได้ทันเวลา“นี้ๆ พี่ไมค์ของน้ำทิพย์เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ” ฟ้าใสกล่าวถามน้ำทิพย์อย่างสงสัย รวมถึงเธอก็เริ่มที่จะแอบชอบอีกฝ่ายนิดๆ แต่เธอไม่ได้แอบชอบในแบบเชิงชู้สาว“เราไม่รู้หรอกว่าพี่ไมค์จะเก่งเรื่องนี้ด้วยเพราะเราเองก็พึ่งเคยเห็นพี่เขาแสดงด้านนี้ออกมาครั้งแรกนะ” น้ำทิพย์ส่ายหัวปฏิเสธเพราะเธอก็พึ่งรู้เหมือนกันหลังจากที่สองคนคุยกันได้สักพักไมค์ก็เดินเข้ามาขัดจังหวะของสองคนซะก่อน“นี้น้ำทิพย์เตรียมตัวกลับบ้านได้แล้วอีกไม่นานคุณพ่อก็น่าจะมารับเราแล้วละ” ไมค์เดินมาเอ่ยเตือนน้ำทิพย์เพราะตอนนี้มันถึงเวลาเลิกเรียนแล้วนั้นเอง“ค่า ถ้าอย่างนั้นเราเก็บของกลับก่อนนะฟ้าใสเจอกันพรุ่งนี้บ๊ายบายจร้าๆๆ” น้ำทิพย์วิ่งไปเก็บของเสร็จก็โบกมือลาบ๊ายบายฟ้าใสและก็วิ่งไปหาพี่ชายเธอทันทีโดยที่มีสายตามองสองพี่น้องอย่างเศร้าๆ "เราก็อยากมีพี่ชายแบบนี้บ้างจัง" ฟ้าใส

    ตอนนี้ลูกไมค์ของเราเป็นพระเอกสุดๆ ได้ช่วยเจ้าหญิงตั้งสองคนแนะ ถึงทั้งสองจะเป็นเจ้าหญิงน้อยก็ตาม