หลังจากช่วยทำงานในครัวเสร็จอวิกาก็ออกมาเดินเล่นที่สวนข้างบ้านหญิงสาวยอมรับอย่างไม่อายเลยว่าอิจฉามธุรินจริงๆ โดยเฉพาะความรักจากบิดาส่วนเื่แฟนนั้นเธอไม่เคยคิดอิจฉาแม้แต่น้อย เพราะแฟนแต่ละคนของมธุรินล้วนแต่ไม่ได้เื่เลยสักคนดีแต่หล่อและรวยเท่านั้น ใช้เงินของพ่อแม่ไปวันๆ ไม่คิดจะทำมาหากินอะไรเลยสักอย่างแฟนคนล่าสุดนี่ก็คงเข้าอีหรอบเดียวกันเป็แน่
อวิกาเดินเล่นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินมาถึงบริเวณหน้าบ้านรถยนต์สีแดงยี่ห้อดังคันหนึ่งจอดเด่นสะดุดตาเธอเป็อย่างมาก สีแดงนั้นวาววับทำให้เวลากระทบกับแสงแดดแล้วดูเด่นและสวยงามมากทีเดียวสีแดงเป็สีที่หญิงสาวชอบมาก ฉะนั้นเธอจึงอดใจไว้ไม่อยู่ ต้องสาวเท้าเข้าไปหารถยนต์คันงามราวกับต้องมนต์
“ท่าทางจะแพงมากแน่ๆ เลยชีวิตนี้เราคงไม่มีปัญญาซื้อเองแน่ๆ” อวิกาบ่นพึมพำขณะเดินพิจารณารอบๆรถคันหรู ก่อนจะสะดุ้งด้วยความใเมื่อมีเสียงหนึ่งถามขึ้น
“ทำอะไรน่ะ”
อวิกาหันไปมองแล้วก็ต้องตกตะลึงในหน้าตาของอีกฝ่าย
‘โอ้...ไม่ผิดกับที่พี่พิกุลเปรียบเปรยให้ฟังเลยเทพบุตร...ผู้ชายคนนี้เหมาะสมกับคำๆ นี้จริงๆ มิน่าล่ะคุณหนูน้ำหวานถึงได้หลงหัวปักหัวปำ’
อิมรานขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นสาวน้อยตรงหน้าไม่ตอบแถมยังเอาแต่ยืนจ้องหน้าเขาอีกด้วย
“ว่าไงหนูน้อยฉันถามไม่ได้ยินเหรอ”
อารมณ์ชื่นชมในตัวชายหนุ่มลดฮวบลงเมื่ออวิกาได้ฟังคำเรียกขานของเขาเมื่อครู่นี้
‘หนูน้อย? หนูน้อยงั้นเหรอ บ้าเอ๊ย! นี่เธอไม่ใช่เด็กแล้วนะ’
“ฉันไม่ใช่หนูน้อยและก็ไม่ได้ชื่อหนูน้อยด้วย” เธอบอกเสียงห้วน มองชายหนุ่มตาขวาง และเมื่อพิจารณาดีๆแล้วเธอก็จดจำได้ว่าเขาเป็คนที่จูบกับมธุรินในรถคืนนั้นแม้ตอนนั้นเธอจะเห็นหน้าเขาไม่ค่อยชัดเพราะมันมืดก็เถอะแต่ดูโดยรวมแล้วเธอคิดว่าต้องใช่เขาแน่ๆ
‘อี๊...เทพบุตรบ้ากาม’
อิมรานกระตุกยิ้มตรงมุมปากก่อนจะถามเหมือนผู้ใหญ่พูดกับเด็ก
“แล้วเธอชื่ออะไรล่ะสาวน้อย”
‘ทำไมต้องต่อท้ายด้วยคำว่าน้อยด้วยนะ’ อวิกาคิดอย่างไม่ชอบใจ
“ฉันชื่อเพชร...ค่ะ” เธออดลงท้ายคำไม่ได้ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดว่าเธอไร้การอบรม “ฉันเห็นว่ารถคุณสวยดีก็เลยเดินมาดูแค่นั้น...ค่ะ” อวิกาส่งยิ้มนิดๆให้แล้วออกเดินเลี่ยงไปทางอื่น
อิมรานมองตามไปแวบหนึ่งก็เลิกสนใจ จากนั้นก็เดินไปที่รถแล้วไขกุญแจเปิดประตูด้านคนขับออกเพื่อเอาโทรศัพท์มือถือที่วางทิ้งไว้ในรถ เมื่อได้ของที่้าแล้ว ชายหนุ่มก็ปิดประตูรถไว้ตามเดิมทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเดิน จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงร้องดังขึ้นแว่วๆ จึงหันไปมองยังทิศทางที่สาวน้อยคนเมื่อกี้นี้เดินจากไปทำให้ได้เห็นคนร่างบางนั่งกองอยู่กับพื้น เท้าเร็วเท่าความคิด อิมรานเดินแกมวิ่งไปหาคนที่นั่งกุมข้อเท้าอยู่ทันที
“เป็ยังไงบ้าง เจ็บตรงไหน” เขาถามพลางทรุดตัวนั่งคุกเข่าข้างอวิกา
“เจ็บ...เจ็บเท้า...ค่ะ” เธอตอบด้วยใบหน้าเหยเกพลางนึกโมโหตัวเองที่เดินไม่ระวังจนไปสะดุดก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นเข้าอย่างจัง
“สงสัยข้อเท้าจะแพลง” อิมรานนิ่งคิดก่อนตัดสินใจช้อนอุ้มร่างบางขึ้นมาไว้ในวงแขนแกร่งท่ามกลางเสียงร้องเอะอะของคนถูกอุ้ม
“ว้าย! ปล่อยนะ นี่คุณจะทำอะไรน่ะ ปล่อย! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”
อวิกาโวยวายเสียงดังจนคนที่นั่งอยู่ในบ้านได้ยินพิกุลเดินออกมาดูก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าไปรายงานงามพิศเร็วจี๋เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าเพียงไม่กี่วินาทีงามพิศ มธุริน และวิทวัสก็เดินออกมาจากบ้าน
“คุณทำอะไรน่ะอิมรานคุณอุ้มนังเพชรมันทำไมคะ” มธุรินปรี่เข้าไปถามอย่างไม่พอใจจนงามพิศกับวิทวัสต้องรีบตามมาดึงตัวบุตรสาวไว้เพราะกลัวจะเข้าทำร้ายอวิกาต่อหน้าอิมราน
“ใจเย็นๆ ก่อนยัยน้ำหวานฟังคุณอิมรานอธิบายก่อนเถอะ”ผู้เป็มารดาเตือนก่อนจะส่งสัญญาณให้ลูกสาวทางสายตามธุรินจึงเริ่มรู้ตัวและมีท่าทีอ่อนลง
“เกิดอะไรขึ้นหรือคะอิมราน ทำไมคุณถึงต้องอุ้มนัง...เอ่อ...ยัยเพชรแบบนี้”
“คุณเพชรข้อเท้าแพลงน่ะครับผมเห็นเข้าก็เลยจะช่วยอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน”อิมรานตอบเสียงเรียบ ในขณะที่อวิกาตัวสั่นเล็กน้อยด้วยความกลัวเมื่อเหลือบตาไปสบเข้ากับสายตาขุ่นมัวของงามพิศ
‘ซวยซ้ำสองแน่ๆ ยัยเพชรเอ๊ย’
“แค่ข้อเท้าแพลงน่าจะเดินเองได้นะคะเธอขอให้เขาอุ้มเหรอเพชร”
“ปละ...เปล่านะคะ” อวิการีบปฏิเสธ อิมรานรู้สึกรำคาญจึงตัดปัญหาด้วยการเอ่ยยอมรับเสียเอง
“ผมเป็คนอุ้มเธอเองและผมคิดว่าพวกเราควรเข้าไปซักถามกันต่อในบ้านดีกว่านะครับ”
“อุ๊ย! จริงด้วยค่ะ ไปลูกไป เข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่านะคุณอิมรานคงเมื่อยแย่แล้วล่ะ”งามพิศรีบบอกแล้วดึงตัวบุตรสาวให้เดินเข้าไปในบ้านด้วยกัน
“คุณปล่อยฉันลงเถอะค่ะฉันเดินเองได้”
“คุณก็อย่าเื่มากนักเลย”
อิมรานดุคนในอ้อมแขนขณะก้าวเดินเข้าไปในบ้านอย่างมั่นคงอวิกามองเขาอย่างไม่พอใจ แถมยังไม่นึกซาบซึ้งในน้ำใจของเขาที่ช่วยอีกด้วยเพราะการช่วยของเขาจะนำความเดือดร้อนมาสู่เธอ ชายหนุ่มรู้ตัวว่าถูกอีกฝ่ายจ้องมองจึงก้มหน้าลงมองตอบพลันหัวใจเขากระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุเมื่อได้สบกับดวงตากลมโตสีดำขลับของคนในอ้อมแขนอย่างใกล้ชิดเป็ครั้งแรก
แววตาเธอวาววับอย่างคนที่มีความโกรธแต่เขากลับรู้สึกชอบใจอย่างบอกไม่ถูกและรู้สึกว่าดวงตาคู่นี้เป็คู่ที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาเมื่อได้พิจารณาหน้าตาของหญิงสาวใกล้ๆ อิมรานก็ลงความเห็นว่าแม้อวิกาจะไม่สวยซึ้งเหมือนมธุริน แต่เธอก็เป็ผู้หญิงที่หน้าตาน่ารักมากทีเดียวแก้มป่องๆ คู่นี้ทำให้เขานึกอยากบีบเล่นและฝังจมูกลงสูดดมความหอมสักฟอดสองฟอดนัก
อิมรานใกับความคิดของตนเองเป็อย่างมากและก่อนที่เขาจะคิดเพ้อเจ้อกับสาวน้อยที่อายุน่าจะแค่สิบแปดสิบเก้าในความคิดของเขามากไปกว่านี้ก็รีบถอนสายตาออกทันทีแล้วเสมองโน่นมองนี่ไปเรื่อยเพื่อสงบใจของตนเอง
ไม่ใช่อิมรานผู้เดียวที่รู้สึกหวั่นไหวอวิกาเองก็รู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้ใกล้ชิดผู้ชายขนาดนี้แถมยังเป็ผู้ชายที่หล่อราวเทพบุตรมาจุติอีกด้วยหญิงสาวหน้าแดงซ่านเมื่อได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของเขา เธอนึกสงสัยว่าทำไมหัวใจของเขาถึงได้เต้นแรงมากขนาดนี้
‘บ้าจริง! ทำไมใจเราต้องเต้นแรงตามเขาไปด้วยนะ’หญิงสาวคิดอย่างไม่ชอบใจ
อิมรานอุ้มอวิกามาถึงห้องรับแขกเขาวางเธอลงบนโซฟาเดี่ยว จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งยังอีกด้านหนึ่งงามพิศกับมธุรินไม่สบอารมณ์เท่าไรนักที่เห็นอวิกาขึ้นมานั่งเทียบ แต่ก็ไม่สามารถไล่ให้อีกฝ่ายลงไปนั่งบนพื้นได้เพราะไม่อยากดูไม่ดีในสายตาของอิมราน
“พิกุล” งามพิศเรียกพิกุลที่กลับเข้ามานั่งเสนอหน้าต่อเสียงอ่อนก่อนจะหันไปมองอวิกาด้วยรอยยิ้มปรานี แต่ผู้ถูกมองรู้ดีว่ามันเคลือบยาพิษเอาไว้ “มาช่วยพยุงเพชรมันกลับเรือนคนใช้ทีเถอะ จะได้ไปพักผ่อนแล้วอย่าลืมหายามาทาให้เพชรมันด้วยนะ” เธอเน้นคำว่า ‘เรือนคนใช้’ เสียงหนัก เพราะไม่อยากให้แขกเข้าใจผิดคิดว่าอวิกาเป็ลูกสาวของเธออีกคน
“ค่ะคุณผู้หญิง” พิกุลรับคำแล้วเดินมาหาอวิกา
“ทีหลังก็หัดเดินให้มันระวังๆหน่อยนะจ๊ะเพชร เกิดแข้งขาหักขึ้นมาจะยุ่งไปกันใหญ่ เข้าใจไหมจ๊ะ” มธุรินบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน อวิการับคำเสียงแ่ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามการพยุงของพิกุลออกไปจากห้องรับแขก
“คุณอิมรานนี่มีน้ำใจจังเลยนะคะสมแล้วที่ยัยหนูชมให้ฟังอยู่บ่อยๆ ว่าคุณเป็คนใจดี”
งามพิศหยอดคำหวานใส่อิมรานหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหลุบตาลงมองพื้นเพื่อปิดบังแววเยาะหยันเอาไว้เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าครอบครัวนี้้าอะไรจากเขาแต่เขาคงให้ไม่ได้เพราะไม่เคยคิดจะจริงจังกับมธุริน อาจดูเหมือนว่าเขาเห็นแก่ตัว แต่เขากับเธอก็ได้ตกลงกันั้แ่ต้นแล้วว่าการคบหากันในครั้งนี้จะไม่มีการผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งมธุรินก็ยอมรับข้อตกลงนั้นด้วยความเต็มใจ
ถึงจะรู้ว่ามธุริน้าผูกมัดตัวเขาแต่อิมรานก็ไม่คิดวิ่งหนีเพราะมั่นใจว่าตัวเองเอาตัวรอดในสถานการณ์แบบนี้ได้เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเจอเื่เช่นนี้ ชายหนุ่มยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย แววตาเปล่งประกายความสนุกสนานเพราะเขาตกลงใจแล้วว่าจะดูละครที่ครอบครัวมธุรินแสดงต่อไป
“งั้นเหรอครับ แต่ผมว่าคุณน้ำหวานคงเล่าเกินจริงไปหน่อยเพราะผมไม่ใช่คนใจดีอะไรเลย แถมออกจะเห็นแก่ตัวด้วยซ้ำไป”
อิมรานเอ่ยเป็นัยๆ ให้รู้ ทว่าทุกคนกลับพากันหัวเราะคำพูดของเขาเพราะคิดว่าชายหนุ่มพูดให้ฟังดูตลกๆ ไปอย่างนั้นเอง แต่สำหรับอิมรานแล้วมันไม่ใช่เพราะสิ่งที่ได้พูดออกไปนั้นถือว่าเป็คำเตือนจากเขาทางอ้อม
จบมื้ออาหารเย็นอิมรานอยู่คุยเื่ธุรกิจนำเที่ยวกับวิทวัสอีกพักใหญ่ๆ จึงขอตัวกลับโดยอ้างว่ามีนัดกับเพื่อนต่อ มธุรินตาลุกวาวเพราะกลัวชายหนุ่มจะไปเที่ยวกับสาวอื่นหญิงสาวร้องขอตามไปด้วยแต่ก็ถูกปฏิเสธ และก่อนที่เธอจะได้แผลงฤทธิ์ความเอาแต่ใจใส่อิมรานให้เสียเื่งามพิศก็เข้ามากู้สถานการณ์เอาไว้ด้วยการกระซิบอะไรบางอย่างกับบุตรสาว ซึ่งคงต้องเป็เื่ที่มธุรินพอใจมากทีเดียวถึงได้มีท่าทีอ่อนลงอย่างรวดเร็ว
มธุรินเดินออกไปส่งอิมรานถึงรถก่อนจากกันนางแบบสาวเอ่ยออดอ้อนออเซาะขอให้เขามารับเธอไปเที่ยวในวันพรุ่งนี้จากนั้นก็ตวัดแขนโอบรอบลำคอของชายหนุ่มไว้แล้วโน้มใบหน้าคมสันลงมาเพื่อรับจูบลาหญิงสาวทำทุกอย่างตามที่ใจ้าโดยไม่แคร์สายตาของคนอื่นที่อาจจะมองมา เธอรู้แค่ว่าถ้าเธอพอใจก็จะทำเพราะมารดาสั่งสอนมาั้แ่เด็กแล้วว่าไม่ให้แคร์ผู้คนที่ไม่ได้ทำประโยชน์ให้กับตัวเรา
พออิมรานกลับไปแล้ว มธุรินกับงามพิศก็เดินไปที่เรือนคนใช้ซึ่งอยู่หลังตึกทันทีเป้าหมายคือห้องนอนของอวิกา
ก๊อกๆๆ
“นังเพชร! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ นังเพชร ได้ยินไหม ฉันบอกให้เปิดประตู”
เสียงทุบประตูห้องดังปังๆพร้อมกับเสียงะโเรียกของมธุรินทำเอาคนที่กำลังเคลิ้มหลับสะดุ้งตื่นขึ้นมาอวิกาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เตรียมตัวเตรียมใจพร้อมรับสถานการณ์อันเลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นทันทีที่เธอเปิดประตูออก
“เดี๋ยวค่ะเดี๋ยวเพชรกำลังเปิดค่ะ”อวิกาะโบอกพลางลุกขึ้นเขย่งเท้ามาเปิดประตูให้อย่างทุลักทุเล เมื่อเปิดประตูออกหญิงสาวก็ต้องะโขาเดียวถอยหลังไปหลายก้าวเพราะมธุรินเล่นผลักประตูเข้ามาอย่างแรง
“นังเพชร! แกกล้าดียังไงมาอ่อยแฟนฉันฮ้า”มธุรินปราดเข้ามาใกล้แล้วตวัดมือตบหน้าอวิกาฉาดใหญ่ การที่ต้องยืนขาเดียวก็ค่อนข้างทรงตัวไม่อยู่แล้วพอโดนแรงปะทะเข้าที่หน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว อวิกาก็ถึงกับหงายหลังล้มตึงไปนอนกองกับพื้นเลยทีเดียว
“โอ๊ย!”
คราวนี้นอกจากจะเจ็บข้อเท้าแล้ว อวิกายังเจ็บที่สะโพกด้วย
“สันดานเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ” งามพิศด่า พิกุลที่รีบตามมาได้ทีร่วมด่าด้วยอีกแรง
“ใช่ค่ะคุณผู้หญิงสันดานนังงูเห่าชัดๆ เลยค่ะ พิกุลเห็นนะคะเห็นมันกอดคุณอิมรานแบบออดอ้อนออเซาะเลยล่ะค่ะ”
“ไม่จริง พี่พิกุลพูดโกหกคุณหนูกับคุณผู้หญิงอย่าไปเชื่อนะคะ เพชรไม่ได้ทำอย่างนั้นจริงๆ” อวิกาปฏิเสธทันควัน เธอนึกอยากฆ่าพิกุลนักไม่เข้าใจอีกฝ่ายเหลือเกินว่าทำไมถึงได้จงเกลียดจงชังเธอนักหลายครั้งหลายหนแล้วที่พิกุลชอบใส่ร้ายป้ายสีเธอ
“ถ้าแกไม่ได้อ่อยเขาแล้วแกไปปรากฏตัวให้เขาเห็นทำไม”
“เพชรแค่ออกไปเดินเล่นเท่านั้นค่ะแล้วบังเอิญเจอคุณอิมรานเข้าพอดี”
“แกไม่มีงานทำหรือไงนังเพชรถึงได้ออกไปเดินเสนอหน้านอกบ้านได้”
“เพชรช่วยยายทำงานเสร็จแล้วค่ะ”
มธุรินกับงามพิศมองหน้ากันแล้วหันมามองอวิกาอีกครั้งอย่างจับผิด
“แกแน่ใจนะว่าไม่ได้คิดจะอ่อยแฟนฉัน”
“จริงๆ ค่ะจะให้เพชรสาบานก็ได้”
“ฮาๆๆ” งามพิศแหงนหน้าหัวเราะ “สาบานงั้นเหรอนังเพชรต่อให้แกกล้าสาบาน ฉันก็ไม่เชื่อหรอก เพราะอะไรรู้ไหม เพราะแม่ของแกก็เคยสาบานกับฉันเหมือนกันยังไงล่ะแล้วเป็ไงสุดท้ายแม่แกก็เนรคุณเอาผัวฉันไปกกหน้าตาเฉย”
“จริงหรือคะคุณแม่”
“จริงสิ แม่นี่เจ็บใจมากเลย”
“งั้นเราก็ไม่ควรเชื่อคำพูดของนังเพชรมันใช่ไหมคะ”
“เพชรไม่ได้ทำจริงๆ นะคะเื่ที่เกิดขึ้นมันเป็อุบัติเหตุจริงๆ” อวิกาอ้อนวอนเพราะไม่อยากถูกทำร้ายร่างกายอีก ด้วยตอนนี้เธอปวดระบมทั้งสองจุดไปหมดแล้ว
“แม่ว่าเชื่อมันสักครั้งเถอะมันอาจไม่ได้ทำจริงๆ ก็ได้” เมื่ออารมณ์เย็นลง งามพิศก็มีความยั้งคิดยั้งทำมากขึ้น
“ไว้ใจได้หรือคะคุณแม่นิสัยนังเพชรอาจเหมือนแม่มันก็ได้” มธุรินเอ่ยอย่างเยาะหยัน
อวิกาได้ฟังก็ถึงกับกัดฟันกรอดพลางกำมือทั้งสองข้างไว้แน่นั์ตาคู่สวยวาววับด้วยความไม่พอใจ หญิงสาวทนยอมให้สองแม่ลูกด่าว่าและพูดจาดูถูกดูแคลนเท่าไรก็ได้แม้แต่จะทุบตีก็ยอม ไม่มีต่อว่าสักคำเดียว แต่ขอยกเว้นไว้แค่เื่ของมารดาเท่านั้นเพราะเธอไม่ชอบให้ใครมาพูดจาพาดพิงถึงแม่ในทางไม่ดี แม้มันจะเป็เื่จริงก็ตาม
“ลูกจะไปกลัวอะไรล่ะจ๊ะยังไงนังเพชรมันก็เทียบอะไรกับลูกของแม่ไม่ได้เลยสักอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็หน้าตาการศึกษา ชาติตระกูล หรือฐานะ ลูกแม่มีเหนือมันทุกอย่างไม่มีผู้ชายสติดีคนไหนเลือกมันแทนลูกของแม่หรอก เชื่อแม่สิ”
“แต่หนูก็ยังไม่ไว้ใจมันอยู่ดีล่ะค่ะคุณแม่ไม่รู้ว่าเชื้อแม่มันจะแรงหรือเปล่ามันอาจใช้วิธีสกปรกหลอกล่อให้ผู้ชายมาติดกับก็ได้นะคะเหมือนแม่มันที่หลอกลวงคุณพ่อได้สำเร็จยังไงล่ะคะ”
“จะด่าว่าอะไรเพชรก็เชิญตามสบายแต่เพชรขอร้อง กรุณาอย่าพูดพาดพิงถึงแม่ของเพชรเลยนะคะ”
“ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ในเมื่อมันเป็ความจริง” มธุรินตวาดใส่
“ถึงจะเป็ความจริงแต่เพชรก็ไม่ชอบถ้าสมมุติว่าเกิดมีใครมาด่าแม่คุณหนูบ้าง คุณหนูจะชอบไหมล่ะคะ” อวิกาอดโต้ตอบไม่ได้ และผลของการทำอวดเก่งของเธอก็คือถูกงามพิศตบหน้าเข้าให้ฉาดใหญ่
“แกกล้าดียังไงมาสั่งสอนลูกสาวฉันแม่ของแกไม่ใช่พระใช่เ้านี่ที่ฉันต้องมาเคารพบูชา ฉะนั้นฉันจะด่าจะว่าแม่แกยังไงก็ได้ฉันจะทำทุกครั้งที่ฉันด่าแกนังเพชร แล้วดูสิว่าแกจะทำอะไรฉันกับลูกได้”
มธุรินยิ้มเย้ยหยันได้ระบายอารมณ์จนพอใจแล้วหญิงสาวก็ชวนมารดากลับขึ้นตึกใหญ่อวิกามองตามหลังสองแม่ลูกไปอย่างแค้นเคืองน้ำตาไหลรินอาบแก้มด้วยความเสียใจระคนเ็ป มีเสียงวิ่งตึงตังดังเข้ามาใกล้ ก่อนร่างท้วมของยายแหวนตาปั่น กับอนงค์จะปรากฏกายขึ้น
อวิกาเงยหน้ามองทั้งสามคนก่อนจะร้องไห้โฮออกมาแล้วอ้าแขนออกกว้างรับร่างแหวนกับอนงค์ที่ต่างวิ่งเข้ามากอดปลอบโยนเธอยายแหวนกับอนงค์อดร้องไห้ด้วยความสงสารอวิกาไม่ได้ เสียงร้องไห้จึงดังระงมส่วนตาปั่นเองก็ยืนปาดน้ำตาอยู่หน้าประตูเช่นกัน
ออกจากบ้านมธุรินแล้วอิมรานก็ขับรถตรงไปยังบ้านของเอกราช เมื่อไปถึง นิสราภรรยาของเพื่อนรักก็ออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะเปิดประตูรั้วให้ชายหนุ่มขับรถเข้ามาจอดบ้านของเอกราชเป็บ้านเดี่ยวหลังไม่ใหญ่มากนัก เพราะอยู่กับภรรยาเพียงสองคนทั้งคู่เพิ่งจะแต่งงานกันได้ปีกว่าๆ และตอนนี้ก็กำลังวางแผนที่จะมีลูกตัวน้อยๆ
“สวัสดีค่ะคุณอิม”
“สวัสดีครับคุณนิด”
ทั้งสองทักทายกันอย่างเป็กันเองนิสราเดินนำอิมรานเข้าบ้านก่อนจะแยกตัวไปที่ห้องนอนเพื่อบอกกล่าวเอกราชว่าเพื่อนมาหาจากนั้นเธอก็เดินไปที่ห้องครัวเพื่อเอาน้ำมารับรองแขก
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับรับแก้วน้ำเปล่ามาจากมือนิสรา
“รอสักครู่นะคะ เอกกำลังอาบน้ำอยู่น่ะค่ะแล้วนี่คุณอิมทานข้าวเย็นแล้วหรือยังคะ”
“เรียบร้อยแล้วครับ” อิมรานตอบก่อนจะนั่งจ้องตานิสรานิ่งจนคนถูกจ้องนึกสงสัยแต่ก็ไม่ถามอะไรออกมา เธอปล่อยให้เขานั่งมองไปจนกว่าจะพอใจเพราะเขามองเธอด้วยสายตาค้นคว้ามากกว่าจะมองด้วยสายตากรุ้มกริ่มอย่างผู้ชายเ้าชู้
“เฮ้ย! ไอ้อิม แกคิดจะตีท้ายครัวฉันหรือไงฮึถึงได้มานั่งจ้องหน้าเมียฉันตาไม่กะพริบแบบนี้อย่าบังอาจมาเล่นบทเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดนะโว้ย” เอกราชที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเดินออกมาทันเห็นเพื่อนนั่งจ้องหน้าเมียรักของตนเองอยู่ก็แสร้งเอะอะทำเสียงโหดๆหน้าตาขึงขังใส่
“แล้วถ้าฉันคิดอยากจะเล่นขึ้นมาจริงๆล่ะ” อิมรานถามกลับ มองเพื่อนรักอย่างยั่วเย้ากึ่งท้าทาย
“วันนี้แกก็คงได้เป็ปุ๋ยใต้ต้นไม้บ้านฉันไงล่ะ” เอกราชแยกเขี้ยวใส่ก่อนจะเดินมานั่งกอดเมียรักจากทางด้านหลัง
“รักมากขนาดนั้นเชียว” อิมรานถามเสียงกลั้วหัวเราะ
“รักมากสิ หวงมากด้วยเมียข้าใครอย่าแตะ แกเคยได้ยินไหมล่ะ”เอกราชบอกก่อนหันมาทำตาหวานเชื่อมใส่เมียรัก นิสราหน้าแดงก่ำด้วยความขัดเขินในขณะที่สองหนุ่มหัวเราะประสานเสียงกันด้วยความชอบใจ
“พวกคุณนี่พูดอะไรกันก็ไม่รู้เอกเองก็ไม่รู้จักอายปากบ้างเลย” นิสราว่าให้แก้เขิน
“อายทำไมก็เอกรักนิดมากและหวงมากจริงๆ นี่นา ไอ้อิมเป็พยานยืนยันได้”
“พอแล้วนิดไม่คุยกับเอกแล้ว” นิสราค้อนให้ขวับหนึ่งก่อนจะหันไปพูดกับอิมราน“เชิญคุยกันตามสบายเลยนะคะ เดี๋ยวนิดขอตัวไปล้างจานก่อน” ว่าแล้วหญิงสาวก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไป
“ว่าไงอิมแกมานั่งจ้องหน้าเมียฉันทำไมวะ” เอกราชยังไม่ยอมความง่ายๆ
“ก็คุณนิดตาสวยดี”
อิมรานตอบพลางยักไหล่เหมือนไม่ใช่เื่แปลกอะไรก่อนจะหลุบเปลือกตาลงมองแก้วน้ำตรงหน้าเพื่อปิดบังประกายตาบางอย่างเอาไว้เขาโกหกเพื่อน ความจริงแล้วที่เขามานั่งจ้องตานิสรานั้นเป็เพราะว่าอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่างเขาอยากจะรู้ว่าแววตาแสนหวานของนิสรานั้นจะให้ความรู้สึกเหมือนแววตาอวิกาหรือไม่ซึ่งผลก็ออกมาแล้วว่าไม่เหมือนกัน
แม้นิสราจะมีดวงตาหวานฉ่ำและกลมโตสวยแต่กลับไม่ทำให้เขาใจเต้นแรงยามมองสบตาด้วยเลยสักนิดเดียว ซึ่งผิดกับอวิกาที่ไม่ได้มีดวงตาสวยหวานอะไรเลยออกจะเหมือนกับดวงตาของคนทั่วไปแต่ทำไมเขากลับรู้สึกว่ามันเป็ดวงตาคู่สวยที่สุดสำหรับเขาไปได้ แถมเขายังชอบซะอีก
อิมรานส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจตนเองเขาต้องเป็บ้าไปแน่ๆ ที่กลับจากบ้านมธุรินแล้วเอาแต่นึกถึงเด็กสาวจอมหยิ่งคนนั้นชายหนุ่มตื่นจากภวังค์ความคิดเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจของเพื่อนรัก
“ฉันเห็นด้วยที่ฉันตกหลุมรักนิดแต่แรกพบก็เพราะดวงตาหวานๆ ของนิดนั่นแหละ เออ...ว่าแต่ว่าทำไมวันนี้แกมาหาฉันได้ล่ะมีเื่อะไรหรือเปล่า” เอกราชถาม
“เปล่า แค่มีเื่น่าเบื่อนิดหน่อยน่ะ”
“เื่อะไรวะ”
อิมรานถอนใจยาวก่อนจะเล่าเื่ที่ไปทานข้าวที่บ้านมธุรินให้เพื่อนฟังด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายเอกราชยิ้มขันก่อนจะถามอย่างรู้ใจเพื่อน
“เบื่อเธอแล้วหรือไงถึงได้รีบไปรีบกลับแถมยังทำท่าเบื่อหน่ายแบบนี้”
“ก็...นิดหน่อย” อิมรานยักไหล่พลางตอบ จากนั้นก็เล่าให้เพื่อนฟังว่าเพราะเหตุใดเขาถึงได้เบื่อมธุรินเร็วนัก“เธอจุ้นจ้านเื่ส่วนตัวของฉันและเอาแต่ใจตัวเองมากเกินไปแกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบผู้หญิงแบบนี้”
“เธอคิดจะจับแก” เอกราชบอกอย่างที่ใจคิดออกไปตรงๆ หลังจากที่ฟังเพื่อนเล่ามาทั้งหมด “ถ้าเธอคิดคบกันเล่นๆ แก้เหงาเหมือนแกเธอจะไม่พาแกไปแนะนำให้พ่อกับแม่เธอรู้จักอย่างแน่นอน หึๆ ไอ้อิมเอ๊ยคราวนี้แกคงชิ่งหนีไม่ได้ง่ายๆ ซะแล้ว”
“ไม่มีทางฉันกับเธอตกลงกันแต่แรกแล้วว่าจะคบกันแบบไหน ถ้าฉันไม่ยอม เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉันได้” อิมรานพูดอย่างมั่นใจในตัวเอง
“เออ...แล้วฉันจะคอยดูแกอย่าประมาทมารยาผู้หญิงนักอิมสักวันแกอาจจะจนแต้มแล้วะโลงบ่วงที่ผู้หญิงดักไว้ก็ได้”
“ไม่มีทางฉันไม่โง่ขนาดนั้นหรอก”อิมรานยังคงมั่นใจในตัวเองเพราะผ่านผู้หญิงมาเยอะมารยาร้อยเล่มเกวียนของผู้หญิงทำอะไรเขาไม่ได้ทั้งนั้น หากเขาไม่ยอม!