แกร๊ก!
“สาวๆแต่งตัวแต่งหน้ากันเสร็จหรือยังเอ่ย?” เสียงถามไถ่ใสกริ๊งดังแว่วมาแต่ไกลพร้อมเสียงเปิดประตูตามมาด้วยใบหน้าของเ้าของเสียงนั้นที่ชะโงกใบหน้าสวยคมดูภูมิฐานเข้ามาพลางกวาดสายตามองสำรวจเหล่าสาวงามในการดูแลของตัวเองที่อยู่ในห้องแต่งตัว
“ใกล้เสร็จแล้วค่ะเจ๊”เสียงของหญิงสาวร่างบางระหงที่กำลังเร่งมือแข่งกับเวลาเตรียมพร้อมตัวเองอยู่หน้ากระจกเอ่ยตอบกลับผู้ดูแล
“ดีๆ แต่เร่งมือกันหน่อยนะทุกคนเดี๋ยวใกล้จะถึงเวลาแล้ว”
สิ้นเสียงของผู้ดูแล เหล่าสาวสวยทั้งสามสี่คนที่มีหน้าที่เป็เรซควีนประจำวงการมอเตอร์สปอร์ตก็พากันพยักใบหน้าเล็กน้อยตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนจะเร่งมือเตรียมตัวของตัวเองกันต่อ
“ว่าแต่ ... ยัยตัวแม่เรซควีนเขาไปไหนล่ะั้แ่เข้ามาเจ๊ไม่เห็นเลย”หญิงสาวทรงภูมิฐานเอ่ยถามขึ้นต่อเมื่อกวาดสายตามาสักพักแล้วไม่เห็นทีท่าว่าจะได้พบบุคคลที่เธอถามหา
‘แม่ตัวดีของฉันไปไหนอีกล่ะเนี่ย...’
เหล่าสาวสวยที่ไม่รู้ก็พากันส่ายหน้าแทนการตอบคำถามของผู้ดูแลแต่ทว่าก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยตอบคำถามไปตามที่เธอพอจะรู้
“เหมือนพี่กรีชาจะไปแต่งหน้าแต่งตัวที่ห้องแต่งตัวส่วนตัวนะคะ”
เมื่อได้คำตอบ ...ผู้ดูแลก็พยักหน้าเบาๆ อย่างรับทราบทันทีที่ได้ยิน ก่อนจะถอนลมหายใจพลางแอบครุ่นคิดอยู่ข้างใน
‘เฮ้อออ ... หวังว่าจะไม่นัวกันจนเสียการเสียงานอีกนะแม่ตัวดี’
ขณะเดียวกันทางด้านของกรีชา
“อ๊ะ!” เสียงหวานร้องสะดุ้งอย่างใทันทีเมื่อจู่ๆ ก็เห็นเพื่อนสนิทคนคุ้นเคยเป็อย่างดีมาแอบอยู่ในที่ที่เขาไม่ควรจะมาอยู่เช่นในห้องน้ำเขตพื้นที่ส่วนตัวของเธอแบบนี้
“ชู่ว ... อย่าเสียงดังไปสิ” เสียงทุ้มนุ่มแสนเ้าเล่ห์ของเจคอปเอ่ยเตือนหญิงสาวตรงหน้าพลางยกนิ้วชี้ขึ้นมาวางแนบที่ริมฝีปากหยักของตนเอง
กรีชาถึงกับขมวดคิ้วขณะที่สายตายังจดจ้องมองอีกฝ่าย“แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? แอบเข้ามาตอนไหน”
ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงฉูดฉาดแต่ดูแล้วน่าจะปาดทาไล่เลเยอร์มาเป็อย่างดี เพราะความระเรื่อและแต่งแต้มบริเวณรอบขอบปากจนน่าจูบนั่นเม้มปากเล็กน้อยเข้าหากันราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยเสียงหวานเบาบางอย่างกระซิบกระซาบถามอีกฝ่ายพร้อมส่งสายตาคาดคั้นเอาคำตอบจากเขา
“เข้ามาสักพักแล้วเถอะ เธอไม่มองเอง” เสียงทุ้มเอ่ยตอบพร้อมยกยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีเลศนัยจนคนมองถึงกับเบะปากมองบนใส่เขาไปหนึ่งที
“แล้วเธอมีอะไร ทำไมถึงเข้ามาในนี้”
ใบหน้าสะสวยมากล้นด้วยเสน่ห์เย้ายวนที่มักดึงดูดและสะดุดสายตาของใครต่อใครก็ตามที่ได้สบมองให้ลุ่มหลงไปกับความสวยเฉี่ยวแสนซนปนเซ็กซี่ที่เป็เอกลักษณ์ของเธอเลิกคิ้วถามคนตรงหน้าอย่างจริงจัง
เพราะเอาตามความจริง ผู้ชายที่ยืนตรงหน้าเธอตอนนี้เขาไม่ควรจะมาอยู่ในห้องน้ำคับแคบในเวลานี้ ที่ๆ เขาควรอยู่คือสนามแข่งขันด้านนอกโน่นเสียมากกว่า...
“เธอไปคุยกับมันอีกทำไม?” เขาถามออกไปตรงๆ อย่างไม่อิดออดอ้อมโลกให้เสียเวลาพร้อมจ้องเขม็งมองคนสวยของเขาอย่างไม่วางตา
ใบหน้าหล่อเข้มคมสัน เส้นคิ้วเหนือดวงตาคมดุสีดำสนิทขมวดมุ่นพันกันบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ของเ้าตัวอย่างชัดเจน
‘มัน ... ที่เขาหมายถึงคงจะเป็อีวานสินะ’
กรีชาแอบคิดในใจก่อนจะถอนลมหายใจแรงกับท่าทีความหวงเื่ซ้ำๆ ของคนตรงหน้าแล้วเอ่ยอธิบายออกไปให้เขาเข้าใจ“ก็แค่ทักทายกันตามมารยาทน่ะ ไม่มีอย่างอื่นเลย”
“ก็บอกแล้วว่าต่อให้ทำตามมารยาทก็ไม่ต้องไปโต้ตอบกับมันไง”เสียงทุ้มเริ่มออกอาการฮึดฮัดมากกว่าเดิมเมื่อคนตรงหน้าชอบขัดคำสั่งของเขาอยู่เสมอ
เมื่อเห็นคนตัวสูงเริ่มชักสีหน้าอย่างหงุดหงิดกับคำตอบที่เขาได้ยินหญิงสาวจึงค่อยๆ ขยับเข้าไปแนบชิดเขามากยิ่งขึ้น
“เอาน่าา ...อย่าเพิ่งรีบหัวเสียไปเลยนะ เธอก็รู้ว่าชาทำตามคำสั่งเธอแบบนั้นไม่ได้หรอก”เสียงใสเอ่ยปลอบให้อีกฝ่ายใจเย็นลงพลางกรีดกรายนิ้วมือลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่งที่เผยออกมาให้เธอได้เห็นเพราะคนตรงหน้าไม่ได้ติดกระดุมเสื้อเชิ้ตสามเม็ด้า
“เธอไม่ต้องมาใช้ไม้นี้คอปเลยรอบนี้ไม่ใจอ่อนหรอกนะ เพราะบอกเื่นี้ไปตั้งหลายครั้งแล้ว”เจคอปยังคงแสร้งทำไม่พอใจใส่คนตรงหน้าต่อพร้อมเหลือบมองใบหน้าสะสวยอย่างไม่สบอารมณ์
ที่เขาไม่สบอารมณ์ ...ไม่ได้มีสาเหตุมาจากหญิงสาวตรงหน้าแต่ทว่าตัวต้นเหตุที่ไม่ว่าจะได้เห็นมันเพียงแค่เงา ได้ยินชื่อของมันลอยลมผ่านเข้ารูหูก็ทำให้หงุดหงิดใจได้จนอยากจะปะทะด้วยตลอดเวลาก็คือ... คนที่เธอเผลอไปพูดคุยกับมันต่างหาก
‘อีวาน’ ... ชื่อของคู่แข่งอันดับหนึ่งและมารหัวใจของเขา
กรีชาขยับริมฝีปากเผยรอยยิ้มเล็กน้อยพร้อมขยับร่างกายของเธอให้แนบชิดร่างกายสูงโปร่งกำยำของเขามากขึ้นโดยไม่สนว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในอารมณ์ไหนเรือนร่างได้รูปที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งเรียกสายตาของใครต่อใครค่อยๆบดเบียดร่างกายของเธอเข้าหาเขาอย่างไม่มีเขินอาย
“เธอจะไม่ใจอ่อนให้ชาจริงๆ เหรอออ ...ชาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ”กรีชาแสร้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเบาๆอย่างกระซิบกระซาบพลางใช้ฝ่ามือเล็กลูบไล้ตามแผงอกแกร่งและลำแขนของเขาเรื่อยๆ
คนฟังที่แม้อยากจะทำใจแข็งไม่พอใจที่เธอขัดคำสั่งเขาต่อ แต่ทว่าก็ดูเหมือนจะต้องพ่ายแพ้ให้กับท่าทีของเธอในตอนนี้เรือนร่างสวยที่ขยับบดเบียดเข้ามาทำให้มือหนาของเขาเอื้อมไปคว้าจับ่เอวคอดได้สัดส่วนของเธออัตโนมัติตามสัญชาตญาณ
เมื่อมือหนาแตะััร่างกายของเธอกรีชาก็ยิ่งยกยิ้มอย่างได้ใจทันที เธอค่อยๆเขย่งปลายเท้ายืดตัวขึ้นบนรองเท้าส้นสูงสีแดงหม่นที่เธอสวมใส่อยู่พร้อมสอดสองแขนคล้องพาดหลังท้ายทอยแกร่งของคนตรงหน้าดึงรั้งให้ใบหน้าของทั้งเธอและเขาสบประสานมองกันในระยะประชิด
“ชาไม่ได้คุยอะไรกับเขามากกว่าคำทักทายสั้นๆเลยนะ”เสียงหวานเอ่ยอธิบายย้ำบอกคนตรงหน้าอีกครั้งตามความจริง
ใบหน้าหล่อคมสันที่จดจ้องใบหน้าสะสวยแสนซุกซนปนเซ็กซี่ที่แต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางอย่างไม่ละสายตาเขาพยักหน้าเล็กน้อยและเชื่อในคำอธิบายของเธอ ก่อนจะถอนลมหายใจออกแรงๆ แล้วเอ่ยพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คอปเชื่อเธอนะ แต่คอปไม่ไว้ใจมันไงเธอก็รู้ว่ามันยังพยายามเข้าหาเธอตลอด”
กรีชาจ้องมองดวงตาคมสีดำสนิทโดยยังไม่พูดอะไรโต้ตอบเธอเพียงค่อยๆ ลูบไล้ท้ายทอยของเขาเบาๆ อย่างอ่อนโยนให้เขาไม่ใจร้อนหรือหงุดหงิดเวลาที่นึกถึงเื่ขัดใจเ่าั้พลางถอนลมหายใจเบาๆเพราะไม่รู้จะแก้ปัญหาระหว่างสองคนนี้อย่างไรดี
ความไม่พอใจและความขัดแย้งกันของสองคนนี้มันเริ่มต้นมาั้แ่สมัยเรียนทั้งคู่ต่างเป็ไม้เบื่อไม้เมาที่พร้อมจะปะทะกันตลอดเวลาั้แ่อายุ 18ปีจนตอนนี้อายุก็ขยับเข้าไป 27 ปีแล้ว ทั้งคู่ก็ยังไม่ลดละความขัดแย้งกันเสียที... และยิ่งอีวานพยายามออกตัวชัดว่า้าที่จะจีบเธอความขัดแย้งที่มีมันก็ยิ่งพร้อมปะทุขึ้นมากกว่าเก่าเสียอีก