หลายทศวรรษผ่านไปนับั้แ่ความมืดมิดเข้าปกคลุมมหานครลอนเดอริชและสร้างความหวาดกลัวไปทั่วทุกหย่อมหญ้าท่ามกลางความสิ้นหวังที่ไร้ทางออกชายหนุ่มผู้มีสายตาดุดันและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นคนหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นเขาใช้เวลาหลายปีในการศึกษาตำนานโบราณ แกะรอยความลับและเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตกระหายเืเหล่านี้ จนกลายเป็มนุษย์คนแรกที่ล่วงรู้ถึงจุดอ่อนและวิธีกำจัดพวกมันอย่างแท้จริง
การล่าล้างเผ่าพันธุ์ะ ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็ทางการชายหนุ่มออกเดินทางพร้อมกับอาวุธเงินบริสุทธิ์ ไม้กางเขนและลิ่มไม้ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะด้วยความกล้าหาญและความเฉียบแหลมในการแกะรอยเขาบุกทะลวงเข้าสู่รังลับของเหล่าแวมไพร์ที่เคยซ่อนกายภายใต้ความมืด มอบจุดจบอันเด็ดขาดให้กับพวกมันทีละตนสลายความหวาดกลัวที่เคยเกาะกุมหัวใจชาวเมืองให้ค่อยๆ เลือนหายไป ชื่อของเขาเป็ที่ขับขานไปทั่วกลายเป็ตำนานที่เหล่าปีศาจต้องหวาดหวั่นทุกคนต่างพากันขนานนามและยกย่องให้เขาเป็วีรบุรุษผู้พลิกผันชะตากรรมของมวลมนุษยชาตินามของผู้ชายคนนั้นก้องกังวานไปทั่วประวัติศาสตร์แห่งการล่า
... ฮันเตอร์
☾☼☽ ☾☼☽ ☾☼☽ ☾☼☽
เสียงฝีเท้าหนักแน่นของฮันเตอร์ ดังสะท้อนก้องไปตามโถงทางเดินหินอ่อนอันเย็นเยียบภายในซากปราสาทโบราณแสงจันทร์ที่สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างกระจกสีที่แตกหักเผยให้เห็นเงาร่างของแวมไพร์หนุ่มผู้เย่อหยิ่งดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงฉานท่ามกลางความมืดมิดบ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยวที่รังของมันถูกคุกคาม
"ไอ้มนุษย์น่าโง่เอ้ย...เ้าช่างกล้านักที่เดินเข้ามาสู่ความตายด้วยตัวเองเช่นนี้"
เสียงทุ้มลึกและเยือกเย็นเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันก่อนที่ร่างของมันจะพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วเหนืุ์ราวกับสายลมทมิฬที่ยากจะมองทัน
แต่ฮันเตอร์ก็ไม่แสดงอาการหวาดหวั่นเขากวาดตามองและคาดการณ์วิธีจู่โจม พร้อมกับตวัดกางเขนเงินบริสุทธิ์ในมือซ้ายขึ้นป้องกันแสงสว่างวาบจากโลหะศักดิ์สิทธิ์สะท้อนเข้าตาแวมไพร์หนุ่มจนมันต้องชะงักและถอยร่นไปครึ่งก้าวเป็จังหวะเดียวกับที่เขาชักลิ่มไม้เคลือบน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกจากเข็มขัดด้วยมือขวาอย่างรวดเร็วโดยหวังจะปลิดชีพมันในทันที
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและเฉียบขาดร่างทั้งสองเคลื่อนไหวสลับไปมาท่ามกลางเสียงกระทบกันของอาวุธแวมไพร์ใช้กรงเล็บอันแหลมคมโจมตีเข้าใส่ แต่ความแม่นยำและชั้นเชิงการต่อสู้ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชนทำให้ฮันเตอร์สามารถหลบหลีกและหาช่องว่างโจมตีกลับได้อย่างแม่นยำ
เมื่อสบโอกาสสำคัญ ฮันเตอร์พุ่งทะยานหลบกรงเล็บที่เฉียดใบหน้าไปเพียงนิดก่อนจะพุ่งตัวประชิดร่าง ตรึงมันไว้กับผนังศิลาด้วยพลังทั้งหมดที่มีมือแกร่งเงาลิ่มไม้ขึ้นเตรียมเผด็จศึก
ดวงตาของทั้งสองประสานกันเป็ครั้งสุดท้ายท่ามกลางเสียงคำรามด้วยความเ็ปและเสียงกระซิบแห่งรัตติกาลที่ค่อยๆ มอดดับลง
แม้ฮันเตอร์จะสร้างความสั่นะเืให้กับเผ่าพันธุ์ะด้วยการกวาดล้างแวมไพร์ไปจำนวนมาก แต่ความตายของสหายร่วมเผ่าพันธุ์กลับมิได้ทำให้พวกมันหวาดกลัวจนยอมจำนนหากแต่เป็ชนวนเหตุที่ปลุกสัญชาตญาณดิบและการรวมตัวครั้งใหญ่ของเหล่าปีศาจกระหายเืเพื่อเปิดฉากล่าสังหารนักล่ามือฉกาจผู้นี้เช่นกัน
ภายใต้ค่ำคืนเดือนมืดที่ไร้แสงดาว ณซากมหาวิหารร้างนอกเมืองลอนเดอริชเหล่าแวมไพร์ผู้ทรงอำนาจและกระหายการแก้แค้นได้มารวมตัวกันพวกมันสร้างพันธมิตรเงาขึ้นมาอย่างลับๆ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเด็ดหัวฮันเตอร์ผู้เป็ภัยคุกคามอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์
ข่าวกรองและการแกะรอยของฮันเตอร์เริ่มพบความผิดปกติเมื่อกับดักที่เขาวางไว้กลับกลายเป็จุดซุ่มโจมตีของฝูงแวมไพร์นับสิบที่ร่วมมือกันอย่างเป็ระบบพวกมันใช้จำนวนและความเร็วเข้าจู่โจมจากทุกทิศทาง เปลี่ยนบทบาทจาก"ผู้ถูกล่า" ให้กลายเป็ "ผู้ล่า" ที่กระหายเือย่างแท้จริง
าระหว่างมนุษย์ผู้ปกป้องและกองทัพะผู้กระหายการแก้แค้นจึงปะทุขึ้นอย่างดุเดือดฮันเตอร์ต้องเผชิญหน้ากับการซุ่มโจมตีและการวางแผนอันแยบยลของเหล่าแวมไพร์ที่เรียนรู้และปรับตัวเพื่อรับมือกับอาวุธเงินและไม้กางเขนของเขาการไล่ล่ากันในความมืดทำให้เส้นแบ่งระหว่างผู้ล่าและเหยื่อเริ่มเลือนรางท่ามกลางเดิมพันด้วยชีวิตและอนาคตของมวลมนุษยชาติที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
ความโกรธแค้นและการสูญเสียพรรคพวกนับไม่ถ้วนได้แปรเปลี่ยนความเงียบเชียบของเหล่าะให้กลายเป็การประกาศาแบบเปิดเผยการล่าของแวมไพร์ไม่ได้หลบซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดของตรอกซอกซอยอีกต่อไปพวกมันบุกเข้าจู่โจมอย่างบ้าคลั่งและดุดัน สร้างความพินาศย่อยยับให้กับประชาชนของมหานครลอนเดอริช
กองทัพปีศาจเพิ่มจำนวนและทวีความดุร้ายในเพียงไม่กี่วันหลังจากการเปิดศึกเกิดขึ้นสวนทางกันกับเหล่าฮันเตอร์และกลุ่มผู้สนับสนุนกลับมีจำนวนน้อยนิดการพยายามกวาดล้างพวกมันแบบหักดิบส่งผลให้การปะทะแต่ละครั้งสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อบ้านเรือนและชีวิตของผู้บริสุทธิ์
ความหวาดกลัวที่สะสมมานานเริ่มเปลี่ยนทิศทางเมื่อประชาชนผู้ตื่นตระหนกได้ตระหนักว่า ยิ่งฮันเตอร์ไล่ล่าแวมไพร์มากเท่าไหร่ความคลุ้มคลั่งและการแก้แค้นของพวกมันก็ยิ่งโหมกระหน่ำใส่เมืองแห่งนี้รุนแรงขึ้นเท่านั้น
กระแสสังคมจึงพลิกผันเกิดกลุ่มประชาชนและชนชั้นสูงบางกลุ่มที่ออกมาต่อต้านการกระทำของฮันเตอร์พวกเขาเชื่อว่าการกระทำของนักล่าหนุ่มคือตัวเร่งให้เกิดหายนะและพยายามขัดขวางการทำงานของเขา โดยหวังว่าการหยุดล่าจะทำให้เหล่าะสงบลงและคืนความสงบสุขให้แก่เมือง...แม้ว่ามันจะเป็เพียงความหวังอันน้อยนิดบนกองเพลิงแห่งความโกลาหลก็ตาม
การประท้วง การกวาดล้างอันบ้าคลั่งและาระหว่างสองเผ่าพันธุ์นั้น กินระยะเวลาล่วงเลยไปอีกหลายสิบปี ลอนเดอริชและดินแดนโดยรอบต่างโชกเืและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าทั้งมนุษย์และแวมไพร์ต่างบอบช้ำจากการต่อสู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดจนกระทั่งความตระหนักรู้บางอย่างเกิดขึ้นท่ามกลางกองซากปรักหักพัง
การเจรจาลับถูกจัดขึ้นในคืนเดือนดับโดยมีตัวแทนของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมข้อตกลงประวัติศาสตร์อันน่าตกตะลึงจึงได้ถือกำเนิดขึ้น นั่นคือ"สนธิสัญญาแห่งความมืด"
ภายใต้ข้อตกลงนี้มนุษย์ยอมตกลงที่จะจัดหาโลหิตให้แก่เหล่าแวมไพร์อย่างเป็ระบบและปลอดภัยเพื่อแลกกับการที่พวกมันยอมยุติการล่าสังหารผู้บริสุทธิ์อย่างโเี้และกลับมาใช้ชีวิตซ่อนเร้นร่วมกันอย่างสันติสุข
แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้มาโดยปราศจากเงื่อนไข...ฝ่ายแวมไพร์ผู้กุมอำนาจยื่นคำขาดอันเด็ดขาดต่อหน้าตัวแทนมนุษย์ว่าพวกมันยินยอมรับข้อเสนอนี้ด้วยเงื่อนไขเดียวเท่านั้น คือ "ต้องกำจัดฮันเตอร์นักล่าผู้เป็เสี้ยนหนามแหลมคมของพวกมันให้สิ้นซาก"
สนธิสัญญาที่แลกมาด้วยความสงบสุขชั่วคราวไม่ได้ถูกสร้างขึ้นบนความศรัทธาหากแต่หล่อหลอมขึ้นจากความหวาดกลัวและการหักหลัง ฮันเตอร์ ผู้เคยยืนหยัดปกป้องมนุษย์กลับถูกปฏิเสธโดยผู้คนที่เขาเคยช่วยเหลือ เขาถูกจับกุมและจองจำในคุกใต้ดินอันมืดมิดอย่างไร้ความยุติธรรมเพิกเฉยต่อความจริงที่ว่าเขายอมแลกหยาดเหงื่อและเืเนื้อเพื่อความอยู่รอดของพวกพ้องมานานแค่ไหน
และอีกไม่กี่ปีถัดมาภายใต้ความหนาวเหน็บและโซ่ตรวนแห่งความอยุติธรรมหัวใจของนักล่าผู้ยิ่งใหญ่ก็หยุดเต้นลงอย่างโดดเดี่ยว...เขาสิ้นใจไปพร้อมกับความจริงที่ว่ามนุษย์เลือกที่จะก้มหัวให้ปีศาจเพื่อแลกกับความสงบอันจอมปลอม
แต่ความตายของฮันเตอร์มิได้ทำให้เจตนารมณ์ของการล่าดับสูญตรงกันข้าม ความเคียดแค้นเดือดดาลได้ปะทุขึ้นในใจของเหล่าผู้ปกป้องและผู้สืบทอด ที่ยังจดจำวีรกรรมของเขาได้ไม่เสื่อมคลายพวกเขาแอบรวมตัวกันในความมืด ก่อตั้ง "องค์กรผู้ล่าแวมไพร์"ขึ้นอย่างลับๆ ทั่วผืนแผ่นดินแลนกิช
พวกเขาสาบานว่าจะซ่อนกายและสะสมกำลังพลอย่างเงียบเชียบรอคอยเพียงวันใดวันหนึ่งที่เหล่าแวมไพร์จะลำพองใจและฉีกสนธิสัญญาที่ให้ไว้เมื่อถึงวันนั้น... วันที่ความโลภและสัญชาตญาณกระหายเืของพวกมันทำลายข้อตกลงลง และองค์กรแห่งเงานี้จะลุกขึ้นหยิบอาวุธเงินและไม้กางเขนออกล่า และกวาดล้างเผ่าพันธุ์ะให้สิ้นซากจากแผ่นดินนี้ไปชั่วนิรันดร์
♦°°°°°°°°°° ☾* °°°°°°°°°° ♦