แม่ครัวประจำตระกูลและคนงานในห้องครัว ถูกจ้าวลู่ชิงสอนทำอาหารไปเมื่อวาน วันนี้จึงตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำอาหารตามที่ผู้เป็นนายสั่งเลี้ยงคนงานที่สร้างคอกสัตว์อยู่บนเขา
กลิ่นหอมทำให้จ้าวลู่ชิงอมยิ้ม นางไม่ค่อยชอบหมูสามชั้นสักเท่าไหร่ แต่คิดว่าคนอื่นน่าจะชอบ ไส้หมูรมควันที่นางทำไว้ส่วนหนึ่งถูกแบ่งออกมาให้แม่ครัวทำอาหาร อีกส่วนเก็บไว้ทาน ของอร่อยเพียงนี้จะเอาออกมาหมดได้อย่างไร
ระหว่างทางเดินกลับเรือนนางเห็นดอกไม้สีแดง สีเหลือง จึงเก็บมันเพื่อไปทำเป็นสีระบายรูปภาพที่กำลังวาด
เมื่อคืนนางวาดภาพได้เล็กน้อย กลัวว่าจะทำให้สายตาเสียจึงยอมหยุดตามที่อี้หมัวมัวบอก
อี้หมัวมัวกำลังปัดกวาดเช็ดถูเรือน เหลือบมองคุณหนูผู้งดงามกำลังจดจ่ออยู่กับการวาดภาพ นางเพิ่งรู้ว่าคุณหนูวาดภาพได้งดงามเสมือนจริง ปรมาจารย์เย่อหยิ่งจองหองว่าตนเองมีฝีมือล้ำเลิศต้องถูกคุณหนูของนางปราบลง
สิ่งที่คุณหนูใช้วาดก็มีลักษณะแปลก ๆ นางได้ยินคุณหนูเรียกมันว่าดินสอ เห็นคุณหนูผสมแร่อะไรสักอย่างกับดินเหนียวก่อนจะนำไปเผาจากนั้นก็เคลือบด้วยขี้ผึ้ง แท่งสีดำ ๆ ช่างดูแปลกตานัก
บนโต๊ะยังมีสีจากดอกไม้ เปลือกไม้วางอยู่ พอระบายลงบนภาพก็ดูงดงามจนนางต้องหยุดมอง
จ้าวลู่ชิงใช้เวลาไปกับการวาดภาพอาหารที่จะนำไปติดฝาผนังภัตตาคารหย่งเล่อ จนปลายยามเว่ยถึงได้หยุดมือ (13.00 – 14.59 น.) แล้วออกไปรับซื้อสมุนไพรจากชาวบ้าน
สมุนไพรที่นางต้องการถูกชาวบ้านเก็บมาขายให้ แต่มันยังไม่เพียงพอนางจึงรับซื้อต่อ
วันรุ่งขึ้นชาวบ้านก็รีบขึ้นเข้าไปเก็บสมุนไพรมาขาย พืชบางชนิดชาวบ้านก็เพิ่งรู้ว่ามันมีสรรพคุณทางยา เมื่อวานบางครอบครัวที่มีสมาชิกเยอะทำรายได้ไปหลายร้อยเหวิน วันนี้จึงแห่แหนกันขึ้นไปบนเขา
หมู่บ้านซานเป่ยถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาอันอุดมสมบูรณ์ไม่แปลกที่จะมีสมุนไพรขึ้นเยอะ เพียงแค่ชาวบ้านไม่รู้ว่าพืชบางชนิดเป็นสมุนไพรเท่านั้นเอง
ท่านปู่ ท่านพ่อและพี่ชายของนาง แน่นอนว่าขึ้นไปอยู่ที่สวนผลไม้เพื่อควบคุมการก่อสร้างคอกสัตว์ที่ยังไม่แล้วเสร็จ
จ้าวลู่ชิงกระโดดยืดเส้นยืดสายยามเช้า หลังทานมือเช้าเสร็จก็ชวนสาวใช้คนสนิทและพลเงาสี่นายขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนเขาลึก
แม่ครัวเตรียมแผ่นแป้งกับเนื้อกวางแห้งให้พวกนางขึ้นไปทานบนเขา แผ่นแป้งย่างใส่ไข่สามารถเก็บไว้ได้นาน ไม่เน่าเสียง่ายเหมือนอาหารชนิดอื่นจึงพกพาสะดวก
“วันนี้พวกเราจะข้ามไปยังภูเขาลูกนั้นกัน” จ้าวลู่ชิงชี้ไปยังภูเขาอีกลูก พวกนางมีวิชาตัวเบาสามารถเดินทางได้เร็วกว่าชาวบ้านทั่วไป
กิ่งไม้ไหวเอนเพราะถูกเท้าของมนุษย์เหยียบ ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วยามครึ่งจ้าวลู่ชิงและพรรคพวกก็ข้ามมาจนถึงภูเขาลูกที่ต้องการ
“กลิ่นหอมมาก พวกเจ้าได้กลิ่นกันหรือไม่” สูดลมหายใจเข้าปอด ภูเขาลูกนี้เต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพรหายาก
“พวกเราไม่ได้กลิ่นเลยเจ้าค่ะ”
จ้าวลู่ชิงยืนหลับตาสูดดมกลิ่น กลิ่นสมุนไพรตีกันมั่วไปหมด ทว่านางสามารถแยกได้ว่าเป็นกลิ่นสมุนไพรชนิดใด
กลิ่นนี้คือกลิ่นตังกุย [1]
ทางนี้กลิ่นเห็ดหลินจือ
ตี้กู่ผี [2]
นางสามารถแยกกลิ่นสมุนไพรที่ตลบอบอวลได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งพืชที่เป็นพิษนางยังสามารถแยกกลิ่นได้ พรสวรรค์ที่นางได้รับช่างพิเศษนัก
กลิ่นโสมคนเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าจ้าวลู่ชิง บากบั่นมาจนถึงภูเขาลูกนี้ นางต้องเก็บสมุนไพรราคาแพง สมุนไพรที่สามารถหาได้ทั่วไปนางให้ชาวบ้านขึ้นไปเก็บแล้วนำมาขายให้ก็พอ
“คุณหนูระวังตัวด้วยนะขอรับ ป่านี้ทึบเป็นอย่างมาก” โม่เอินตัดต้นไม้ขนาดลำต้นเกือบเท่าแขนเรียวเล็กของสตรียื่นให้ทุกคนทำเป็นกระบองแหวกทางเดิน
“แถวนี้มีเสือ ระวังตัวด้วยนะขอรับ” พลเงาหนึ่งนายเตือน เมื่อได้กลิ่นสาบเสือรุนแรง
“กลิ่นสาบเสือเป็นเช่นนี้นี่เอง” จ้าวลู่ชิงนึกตั้งนานว่ากลิ่นฉุนที่นางแยกไม่ออกคือกลิ่นอันใด
เพียงไม่นานเสียงเสือคำรามดังลั่นป่า ทุกคนต่างตื่นตัวกระโดดขึ้นไปยืนบนต้นไม้เพื่อมองทัศนียภาพให้ชัดเจน
ภาพที่เห็นต่างทำให้จ้าวลู่ชิงตื่นตระหนก เสือตัวใหญ่ลำตัวยาวกำลังต่อสู้กับสิงโตตัวสีขาวราวกับหิมะ
ผืนป่าสั่นสะเทือนสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ต่างหนีด้วยความตื่นตระหนกเพราะการต่อสู้กันของเจ้าป่าทั้งสอง นกโผบินออกจากต้นไม้มุ่งสู่ท้องฟ้า กระรอกต่างหนีเข้ารัง
สัตว์ใหญ่ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด เสียงคำรามบวกกับเสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังลั่น
“ดูท่าน่าจะต่อสู้กันให้ถึงตาย” ซูเจินยืนมองอยู่บนต้นไม้
ผ่านไปสองเค่อทุกอย่างก็จบลง สัตว์ใหญ่ทั้งสองต่างนอนหายใจรวยริน ตามลำตัวมีเลือดสีแดงฉาน ขนสิงโตขาวราวกับหิมะถูกย้อมไปด้วยเลือด
“คุณหนูพวกมันตายแล้ว” ซูเซียงมองสัตว์ใหญ่ที่นอนแน่นิ่ง
“มีลูกสิงโตอยู่บริเวณหลังซอกหินด้วยขอรับ” โม่เอินจ้องสิ่งเคลื่อนไหวอยู่หลังซอกหิน
“เข้าไปดูกันเถอะ” จ้าวลู่ชิงกระโดดลงจากกิ่งไม้ ย่างเท้าเข้าใกล้สัตว์ที่ต่อสู้กันเมื่อสักครู่
แม่สิงโตนอนหายใจรวยริน เปลือกตาที่ปิดพยายามลืมขึ้นบริเวณหางตาของมันมีน้ำตาไหล จ้าวลู่ชิงรู้ได้ทันใดว่ามันคงเป็นห่วงลูก สาเหตุคงเป็นเพราะต้องการปกป้องลูกจากเสือถึงได้มีจุดจบเช่นนี้ นางรีบไปอุ้มลูกสิงโตสีขาวราวกับหิมะสองตัวเข้าไปใกล้กับแม่ของมัน
สัตว์ตัวน้อยเท่าลูกสุนัขประมาณหนึ่งเดือนรีบเข้าไปดูดนมแม่ของมันไม่รับรู้เลยว่าชีวิตของผู้ให้กำเนิดกำลังจะดับสิ้น
“พี่สาว” ซูเซียงเข้าไปกอดซูเจิน ดวงตาแดงก่ำเพราะนึกถึงบิดามารดาที่จากไปในครั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือคนต่างรักและยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตปกป้องลูก
“เสียดายหนังเสือ ถูกคมเขี้ยวกัดจนเละไปหมด” โม่เอินแสดงความเสียดายออกมาทางสีหน้า
“คุณหนูพวกเรารีบไปกันเถอะขอรับ เขาลูกนี้น่าจะมีสัตว์ดุร้ายอยู่เยอะ พอได้กลิ่นเลือดพวกมันจะแห่แหนกันมา”
จ้าวลู่ชิงปิดดวงตาให้กับแม่สิงโต จากนั้นก็นำลูกสิงโตใส่ในกระบุงของพลเงา แล้วเร่งเดินทางไปหาสมุนไพรให้เร็ว นางมีความสามารถพิเศษจึงสามารถมุ่งตรงไปหาสมุนไพรที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โสมคนห้าต้นถูกนางเก็บใส่กระบุง
เห็ดหลินจือ ถังเช่า กล้วยไม้สกุลหวาย สมุนไพรพวกนี้ล้วนหายากแต่มีอยู่ในป่าผืนนี้
พืชมีพิษต่างถูกนางเก็บใส่กระบุงที่อยู่บนหลังตัวเอง เพื่อนำกลับไปทำเป็นยาพิษ นางแยกตะกร้าพืชมีพิษกับไม่มีพิษออกจากกันเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
ระหว่างเดินหาสมุนไพรพวกนางเจอสัตว์มีพิษมากมาย หากรองเท้าไม่หนาคงโดนพิษของมันเล่นงาน สาวใช้ทั้งสองของนางรู้จักสมุนไพรจึงสามารถช่วยเก็บได้
พลเงาทั้งสี่พวกเขาเก่งวรยุทธ์ ทว่าไม่มีความรู้เรื่องสมุนไพรนางจำต้องคอยบอกชื่อและสรรพคุณของมันให้พวกเขาฟัง ถ้าเกิดได้รับบาดเจ็บหลงอยู่ในป่าออกไปขอความช่วยเหลือไม่ได้ พืชพรรณที่ถูกหลายคนมองข้ามอาจช่วยรักษาชีวิตให้รอด
เดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ กลิ่นหอมเย็น สลับกับกลิ่นเลือดอ่อน ๆ โชยเข้ามาในจมูก คิ้วของนางขมวดจนเป็นปมสงสัยว่ากลิ่นนี้มันเป็นกลิ่นของพืชชนิดใด นางแยกไม่ออก
เท้าเดินตามกลิ่นไปอย่างระวังระวัง กระบองไม้ปัดแหวกหญ้ารกชัฏ ระหว่างหาสมุนไพรนางเจองูเยอะจนขนลุก หากผู้ที่กลัวพวกมันมาเจอเข้าต้องตกใจจนสิ้นสติอย่างแน่นอน
จ้าวลู่ชิงเดินบุกป่ามาจนถึงหน้าผาสูง บริเวณข้าง ๆ มีถ้ำติดกับหน้าผา กลิ่นหอมสลับกับกลิ่นเลือดเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
“คุณหนูมองหาอะไรหรือเจ้าคะ” ซูเซียงเห็นจ้าวลู่ชิงหมุนรอบตัวเหมือนมองหาอะไรสักอย่าง
ยืนอยู่ตรงนี้ได้กลิ่นเข้มข้นแต่เพราะเหตุใดนางถึงมองหามันไม่เจอกันนะ สายตาไล่ระดับไต่ไปตามหน้าผา พลันคิ้วต้องขมวดอีกครั้ง นั่นมันคือดอกอันใดกัน จมูกนางต้องได้กลิ่นของมันแน่
เค้นความทรงจำเจ้าของร่างเดิมเมื่อนางไม่มีความรู้เกี่ยวกับดอกไม้ชนิดนี้มาก่อน ความทรงจำย้อนมาถึงตอนที่ท่านหมอสวีเคยสอนเกี่ยวกับเรื่องสมุนไพรหายากที่สุดในปฐพี
“ดอกบัวสีเลือด” นางพึมพำกับตัวเอง ในตำราบอกไว้ว่าดอกบัวสีเลือดคือสิ่งที่เง็กเซียนฮ่องเต้ประทานลงมายังโลกมนุษย์ หนึ่งร้อยปีจะมีดอกบัวสีเลือดเกิดขึ้นหนึ่งดอก สรรพคุณของมันมหาศาลนัก สามารถยื้อชีวิตใกล้จะดับสูญขึ้นมาได้ รักษาอาการเจ็บป่วยภายในหายเร็วพลัน ในตำราบอกมาเช่นนี้ แต่ทว่าไม่เคยมีผู้ใดค้นพบอย่างแท้จริงมีเพียงสิ่งที่เล่าสืบต่อกันมาในแวดวงการแพทย์ตั้งแต่เมื่อสามร้อยปีที่แล้ว
“โกหก!”
“ผู้ใดโกหกคุณหนู บอกข้ามา ข้าจะไปจัดการพวกมัน” ซูเซียงสังเกตอยู่นานว่าคุณหนูนางเป็นอันใด มองขึ้นไปบนหน้าผาแล้วเงียบไปจากนั้นก็กล่าวขึ้นว่าโกหก
จ้าวลู่ชิงไม่อยากจะเชื่อสรรพคุณดอกบัวสีเลือดนัก เหตุใดมันถึงวิเศษเพียงนี้กันนะ เชื่อไม่เชื่ออีกเรื่องหนึ่งนางเก็บกลับไปก่อนก็แล้วกัน
[1] ตังกุย (当归) หรือโสมตังกุย คือ รากแห้งของพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Angelica sinensis (Oliv.) Diels วงศ์ Apiaceae (Umbelliferae)
[2] ตี้กู่ผี (地骨皮) คือ เปลือกรากแห้งของพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lycium chinense Mill. หรือ L. barbarum L. วงศ์ Solanaceae