นางสาววัลลภา กับสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า What da Fu*k

    6 - จูบแรก

            แสงแดดแสบผิวยามบ่ายส่องลงมาฉาบผืนดินเป็๲สีเหลืองเป็๲ความรู้สึกที่คอยเตือนสติให้เรารู้สึกหมดแรงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ออกแรงทำอะไรมากก็ตาม หรือต่อให้นอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ทั้งวันไอ้แสงแดดแบบนี้มันก็จะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยอยู่ดีเสื้อที่เปียกแฉะจากการซับเหงื่อในประเทศไทยมาตลอดทั้งวันตอนนี้เปลี่ยนเป็๲แห้งสนิทแต่กลับส่งกลิ่นเหม็นอับแบบไม่น่าให้อภัยแทนผนวกกับเสียงจอแจของเหล่านักเรียนที่แสนมีความสุขที่ได้รับการปลดปล่อยออกจากสถานที่กักขังที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตแล้วทุกอย่างบนโลกในขณะนี้ล้วนบอกเป็๲เสียงเดียวกันว่านี่คือเวลา ‘เลิกเรียน’

            ในขณะที่เสียงแห่งความสุขของเด็กคนอื่นๆ ค่อยๆห่างออกไปจากโถงทางเดินเรื่อยๆ ตัวฉันกำลังยืนอยู่ในห้องน้ำหญิงมืดๆที่แสงตะวันตกดินไม่อาจส่งถึงฉันวักน้ำสาดหน้าตัวเองเป็๞รอบที่สิบหกพยายามทบทวนเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันซึ่งตัวฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

     

            รู้แค่ว่ามัน...รู้สึก...ดี

     

            ฉันเช็ดหน้าที่เปียกชุ่มด้วยคอปกเสื้อนักเรียนแล้วเดินออกจากห้องน้ำเดินไปอย่างช้าๆ บนโถงทางเดินที่เงียบงัน ตรงไปยังห้องเรียนของตัวเอง ใช่ค่ะฉันเป็๞คนเดียวในโรงเรียนที่ยังไม่สามารถกลับบ้านได้ เพราะถูกลงโทษให้เป็๞เวรทำความสะอาดห้องเพียงคนเดียวและในวินาทีที่ฉันเดินมาถึงประตูหน้าห้อง ก็ต้องพบกับสถานการณ์ที่บอกกับตัวฉันแรงๆว่านี่ไม่ใช่เวลาทำความสะอาดห้อง

            พี่ศราวุธยืนพิงหน้าต่างด้านหน้าของห้องเรียนใช้มือข้างหนึ่งแบ่งน้ำหนักตัวยันลงไปบนโต๊ะตัวหน้าสุดแถวริมหน้าต่างด้านหน้าของพี่ศราวุธเป็๲เด็กผู้หญิงตัวสูงกว่าฉันเล็กน้อย ฉันจำเธอได้ทันทีเธอคือคนที่หัวเราะเยาะใส่ฉันเมื่อตอนกลางวัน ‘อารียา...อาญา...ช่างเถอะไม่ใช่คนสำคัญ’

            ฉันโยกตัวหลบมาซ่อนอยู่หลังประตูโดยอัตโนมัติตอนนี้ในลำคอของฉันมีสัตว์เลื้อยคลานประมาณสี่ห้าตัวกำลังวิ่งพล่านอย่างสับสนและแตกตื่นฉันพยุงแว่นตาหนาเตอะที่แสนหนักอึ้งขยับไปทางประตูพยายามระมัดระวังอย่างที่สุดเพื่อที่จะไม่ให้แสงแดดที่ส่องกระทบลงมาบนแว่นสะท้อนแสงให้สองคนในห้องรู้ว่าฉันแอบดูอยู่เล็บมือสีซีดของฉันค่อยๆ แทงเข้าไปในฝ่ามือของตัวเองทีละน้อย

            “รุ่นพี่คะ” อารียา...อาญา...ช่างเถอะไม่ใช่คนสำคัญพูด

            ฉันเห็นรุ่นพี่กลืนน้ำลายตัวเองอึกใหญ่แล้วค่อยพูดออกมา“...อะ...เอิง?”

     

            ชื่อ ‘เอิง’ เหรอ? ไม่เห็นจะเข้าเลยแฮะ ชื่อ ‘อารียา...อาญา...ช่างเถอะไม่ใช่คนสำคัญ’ ยังจะดูดีกว่าอีก

     

            “หนูน่ะ รักรุ่นพี่นะคะ” อารียา...อาญา...ช่างเถอะไม่ใช่คนสำคัญ พูดเสียงดัง

            “.....”

            “รุ่นพี่คบกับหนูนะคะ”

            พี่ศราวุธไม่ได้ตอบอะไร

            “ได้รึเปล่าคะ...?”

            พี่ศราวุธยังคงเงียบ

            “...รุ่นพี่...”

            อารียา...อาญา...ช่างเถอะไม่ใช่คนสำคัญยื่นมือของตัวเองไปจับข้อมือของรุ่นพี่ที่ยันโต๊ะข้างตัวไว้ แล้วค่อยๆยกส้นเท้าของตัวเองขึ้นช้าๆองศาร่างกายของอารียา...อาญา...ช่างเถอะไม่ใช่คนสำคัญดูแปลกไปหัวของอารียา...อาญา...ช่างเถอะไม่ใช่คนสำคัญค่อยๆเคลื่อนที่เข้าใกล้ใบหน้าของรุ่นพี่ด้วยความเร็วที่เท่ากับความเร็วของปลานกแก้วพยายามจะปีนต้นไม้

            สัตว์มีพิษในลำคอของฉันกำลังใช้ฟันที่แหลมคมกัดและกระชากหลอดลมของฉันอย่างบ้าคลั่ง

            พี่ศราวุธเริ่มเคลื่อนไหวเป็๲ครั้งแรก!? ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้รุ่นพี่ได้ขยับร่างกายบ้างรึเปล่า?หรือเพราะว่าฉันอาจจะไม่ทันสังเกตว่าอารียา...อาญา...ช่างเถอะไม่ใช่คนสำคัญนั้นอ้วนกว่าที่ฉันคิดเลยสามารถบังร่างกายของรุ่นพี่ได้จนมิด

            รุ่นพี่ดึงแขนของตัวเองออกจากข้อมือของอารียา...อาญา...ช่างเถอะไม่ใช่คนสำคัญแล้วฉันก็เห็นมือทั้งสองข้างของรุ่นพี่แหวกผ่านอากาศมาอยู่บนแผ่นหลังของอารียา...อาญา...ช่างเถอะไม่ใช่คนสำคัญใบหน้าของรุ่นพี่ซุกลงบนไหล่ข้างขวาของอารียา...อาญา...ช่างเถอะไม่ใช่คนสำคัญในวินาทีแรกฉันเข้าใจว่าภาษาร่างกายแบบนั้นแสดงถึงการกอดด้วยความรัก

            “...เอิง..”

            “...ค่ะ...รุ่นพี่”

            “....”

            “รุ่นพี่คะ...?”

            มือของรุ่นพี่ที่วางอยู่บนแผ่นหลังของอารียา...อาญา...ช่างเถอะไม่ใช่คนสำคัญกุมเสื้อนักเรียนของเธอแน่นจนเหมือนจะฉีกมันออกเป็๲ชิ้นๆรอยยับของเสื้อแหว่งเป็๲ร่องห้าร่องตามจำนวนนิ้วของรุ่นพี่ที่เริ่มสั่นเหมือนคนกำลังหนาวจัดท่ามกลางอุณหภูมิสูงกว่าสามสิบองศาเสื้อนักเรียนส่วนที่ไม่ถูกรวบเข้าไปในนิ้วของรุ่นพี่นั้นพยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อที่จะไม่ให้เพื่อนของมันถูกพรากจากตะขอเสื้อในเริ่มปูดโปนขึ้นจากพื้นที่ของเสื้อนักเรียนเล็กๆตรงนั้น

     

            “อะ..อึก...กก..ก...”