“ใช่ๆ เขาคือหมอเลจู! หมอวิเศษ”
โคซีที่กลัวจนตัวสั่นรีบะโบอกเขาเองก็ไม่คิดว่าเพียงแค่หมอเลจูตัวจริงกับดังชีเดินทางออกจากหมู่บ้านได้ครึ่งวันก็เกิดเื่แล้วนี่ถ้าดังชีอยู่คงพอสู้รบปรบมือกับคนเหล่านี้ได้
“ใช่...เขาคือหมอเลจู หมอวิเศษ”ผู้คนที่หวาดกลัวะโออกไป อังค์เนสก็ไม่คิดว่าตัวเองจะโดดเดียวเช่นนี้
“ถ้าอย่างนั้นเ้าต้องไปกับข้า”
อีกหนึ่งบุรุษผู้มาใหม่บนหลังอาชาสีขาวดูช่างสง่างามนักอังค์เนสหันไปตามเสียงที่ได้ยินแต่ยังไม่ทันตั้งตัวร่างเล็กๆก็ถูกกระชากให้ขึ้นบนหลังม้าตัวนั้นเรียบร้อย
“ปล่อย...ปล่อยข้านะ”
อังค์เนสดิ้นรนหาอิสระแต่แขนที่รัดเอวอยู่กลับรัดแรงขึ้นเขาออกแรงเพียงนิดเดียวก็เหวี่ยงเธอขึ้นมานั่งบนหลังม้าได้แล้วม้าสีขาวตัวใหญ่ทะยานฝ่าสายลมยามเย็นไปอย่างรวดเร็วนำบุรุษในชุดดำบนหลังม้าคนอื่นๆให้ตามมา ในใจก็โล่งอกที่หมู่บ้านปลอดภัย แต่อีกใจก็เต้นระทึกเพราะไม่รู้ชะตากรรมของตนเอง
“เ้าโจรชั่ว! เ้าจะพาข้าไปไหน”
“จุ๊ๆ พูดจาให้ระวังหน่อยอังค์เนส”
“เ้า”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อมองเห็นคนที่ลักพาตัวเธอมาอย่างง่ายดายบุรุษหนุ่มผู้ขโมยจุมพิตแรกของเธอไปยิ้มเ้าเล่ห์จนเธอพูดอะไรไม่ออก
“ทำไมทำเหมือนเราไม่เคยเจอกัน”
“ข้าไม่รู้จักเ้า”มือเล็กทุบอกอีกฝ่ายเป็พัลวันแต่ราวกับทุบลงบนแผ่นหินที่แข็งแกร่งไม่สะดุ้งะเื
“เดี๋ยวเราก็ได้รู้จักกันอังค์เนส”
“เ้ารู้ว่าข้าไม่ใช่ท่านปู่เลจู”
“แต่ทุกคิดว่าเ้าคือหมอเลจู”เขายิ้มที่มุมปาก “หากเ้าไม่ยอมเป็หมอเลจูคนของข้าจะกลับไปเผาหมู่บ้านของเ้าทิ้งซะ”
มือเรียวเล็กที่ทุบอกกว้างอยู่ชะงักค้างเธอจะทำยังไงในเมื่อหมู่บ้านที่เธอรักจะถูกทำลายเพราะเธอแล้วพี่ดังชีก็ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ เพื่อปกป้องเธอด้วย
ถ้าเธอรอดภัยครั้งนี้เธอสาบานจะไม่ซุกซนเป็ลิงน้อยอีกแล้ว.
“ถึงจุดเปลี่ยนม้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“โมตูข้าบอกให้พูดกับเราธรรมดาจนกว่าจะถึงเขตพระราชฐานใช่มั๊ย”
“ขออภัย เอ่อ...ข้าจะพยายาม” องครักษ์หนุ่มก้มศีรษะลงเล็กน้อยแล้วบังคับม้าให้นำไปข้างหน้าซึ่งเป็โอเอซิสเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งมีกระโจมกางไว้รอคอยเรียบร้อยแล้ว
“เราจะเปลี่ยนม้าจากนี้ไปคงต้องลำบากหน่อยหวังว่าเ้าคงอดทนได้”เนเฟอร์คาเรกระซิบที่ริมหูของหญิงสาวที่อยู่ในชุดหนุ่มน้อย
“เ้าเป็ใครกันแน่”อังค์เนสนั่งตัวเกร็งอยู่นานจึงรู้สึกผ่อนคลายลงบ้างเมื่อเห็นว่าใกล้จะได้ลงจากหลังม้าเสียที“คงไม่ใช่คนธรรมดาๆ อย่างเราๆ”
“เ้าเดาแม่นดีนี่”เนเฟอร์คาเรหัวเราะแล้วรั้งบังเหียนให้ม้าช้าลง“นอกจากจะรักษาคนแล้วเ้ายังเป็หมอดูด้วยอีกเหรอ”
“ถ้าข้าดูคนแม่นขนาดนั้นคงไม่ช่วยเ้าไว้หรอก”อังค์เนสทวงบุญคุณ
“ช่วยข้า”เนเฟอร์คาเรทำท่าทวนความทรงจำ เขาจะลืมได้ไงคนที่ยัดแก่นไม้พิษให้เขากินแต่จะว่าไปมันก็แสนคุ้มค่าที่ได้ลิ้มชิมรสริมฝีปากอ่อนนุ่มนั้น “ต้องขออภัยข้าไม่ได้เจตนาจะทำร้ายผู้มีพระคุณของข้า”
“ถ้าท่านคิดว่าข้ามีพระคุณกับท่านก็ไม่ควรทำเช่นนี้” หญิงสาวสะบัดหน้าหนีแต่ใจจริงอยากหนีแผ่นอกกว้างที่แผ่ความร้อนระอุมาที่กายของเธอจนจิตใจหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็
‘หรือเธอกำลังป่วยไข้เข้าให้แล้ว’
“เชื่อเถิดว่าข้าจำเป็ต้องทำเช่นนี้” เนเฟอร์คาเรยิ้มน้อยๆ
“ถ้าท่านอยากให้ข้าไปรักษาใครเชิญข้าไปดีๆก็ย่อมได้” เสียงเธอเอ่ยอย่างแ่เบาทำไมถึงยอมทำเสียงอ่อนกับชายผู้ที่ใช้กำลังแถมยังเคยจาบจ้วงเธออีกต่างหาก!
“ข้าก็ปรารถนาเช่นนั้นแต่มิอาจกระทำอะไรได้” เขาถอนหายใจหนักๆ
เมื่อม้ามาถึงที่หมายโมตูก็รอรับม้าอยู่แล้วเนเฟอร์คาเรลงจากหลังมาก่อนแล้วยื่นมือไปจับเอวคอดกิ่วของอังค์เนสยกเธอจนตัวลอยลงจากหลังม้าอย่างง่ายดายเท้าเล็กๆ ของอังค์เนส ยืนมั่นบนพื้นดินแล้ว เขาก็จับข้อมือเล็กๆให้เดินตามมากระโจมที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งมีอาหารและน้ำดื่มตระเตรียมไว้พร้อมสรรพ
“กินอาหารของเ้าเสียก่อนเราอาจจะต้องเดินทางทั้งคืนและวัน”
เนเฟอร์คาเรออกคำสั่งอย่างเคยตัวเขาเหวี่ยงร่างเล็กๆเข้าไปในกระโจมแล้วดึงม่านประตูลงอย่างไม่สนใจว่าโมตูจะมองด้วยความรู้สึกเช่นไร
“เดินทางทั้งคืนและวัน”อังค์เสนเบิกตากว้างกับสิ่งที่เขาเอ่ยมา
“เ้าจะพาข้าไปไหน”
“ถึงที่เมื่อไหร่ก็รู้เอง”
เขาขยับถอดเสื้อคลุมตัวนอกซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นทรายออกเผยมัดกล้ามที่งดงามจนอังค์เนสต้องหลุบตามองแต่เท้าของตนเอง เนเฟอร์คาเรเลิกคิ้วข้างหนึ่งก่อนหัวเราะออกมาเขาฉวยถ้วยน้ำขึ้นดื่มดับกระหายในขณะที่อังค์เนสกระถดกายของตนไปชิดผนังด้านหนังของกระโจมเพื่อหาที่ซ่อนตัวแต่มันก็ไม่สามารถทำได้ในกระโจมเล็กๆ แห่งนี้แม้ไม่ใช่กระโจมวิจิตรพิสดารแต่ก็ไม่ได้ดูน่าหวาดกลัวนักทว่าคนที่ทำให้เธอหวาดกลัวจนตัวสั่นก็คือชายที่เธอไม่รู้จักชื่อ!
“เ้าเป็อะไร”เขาถามพลางนั่งลงข้างๆ “กลัวใจเ้าจะตกหลุมรักเราหรือ”
“เ้า” อังค์เนสหน้าแดงก่ำ“เ้านี่มันเพี้ยนไปแล้วหรือไง ข้า...ข้า...ข้าเป็ผู้ชายเหมือนเ้านะ”
“เหรอ”
เนเฟอร์คาเรลากเสียงยานคางมือใหญ่บีบคางน้อยๆให้เชิดขึ้นเผื่อมองเห็นดวงตากลมโตของเธอได้ชัดเจน
“เ้าเป็หนุ่มน้อยที่น่ารักมาก”
“เ้า...เ้า”
หญิงสาวในชุดหนุ่มน้อยอยากจะกรีดร้องออกมาดังเธอไม่เคยคิดเลยว่าการแต่งกายเป็ชายก็นำภัยมาสู่ตัวเองได้
“ขออภัยข้าลืมแนะนำตัวไป”
เขาหัวเราะและเปลี่ยนเป็ช้อนตัวอังค์เนสขึ้นอุ้มมานั่งที่เบาะข้างโต๊ะวางสำรับอาหาร
“เรียกข้าว่าเนเฟอร์คาเร”
“เนเฟอร์คาเร”
มีบางสิ่งในดวงตายาวรีที่จ้องมองเธอนั้นแฝงด้วยพลังอำนาจเธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาอย่างเธอ แต่ก็ไม่กล้าคิดถึงอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น
“ตอนนี้เ้ารู้เพียงเท่านี้ก็พอแล้วผู้มีพระคุณของข้า”เขาหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วรินน้ำใส่ถ้วยส่งให้อังค์เนส “เ้าต้องกินและดื่มมากๆเก็บแรงไว้เยอะๆ เราต้องอยู่บนหลังม้าอีกนาน”
“ข้า...ข้าขี่ม้าไม่เป็”อังค์เนสพึมพำขณะหยิบเนื้อย่างชิ้นหนึ่งขึ้นมากัดคำเล็กๆ
“ข้าก็ไม่คิดจะให้เ้าขี่ม้าตามลำพัง”
เนเฟอร์หยิบขนมปังส่งให้รู้สึกว่าเธอผายผอมเกินไป ถ้าเข้าตำหนักเมื่อไหร่จะให้แม่นมบิเดท์ขุนให้มีน้ำมีนวลกว่านี้แล้วภาพอังค์เนสอยู่ในอ่างอาบน้ำก็ผุดขึ้นมาในสมองดังพรายน้ำทำให้เขากลับรู้สึกเขินอายทั้งทีไม่เคยเป็มาก่อนกี่สตรีที่พบพานกี่ร่างเปลือยที่เคยกอดตระกองไม่เคยติดอยู่ในความทรงจำได้เท่ากับเรือนร่างามผ่องของอังค์เนสเลยแม้แต่น้อย
‘หน้าตาก็ดีไม่น่าเป็พวกวิตถาร’
อังค์เนสพยายามขยับตัวออกห่างแต่มือใหญ่ก็โอบไหล่รั้งเข้ามาชิดใกล้จนเธอได้กลิ่นเหงื่อบางๆ ของชายหนุ่มเขามีกลิ่นหอมแปลกๆมันไม่เหมือนกลิ่นตัวของผู้ชายที่กร่ำงานหนักหรือแม้แต่กลิ่นกายของดังชีก็ยังไม่เป็เช่นนี้หญิงสาวในชุดเด็กหนุ่มพยายามทำตัวให้เป็ปกติแต่รู้สึกว่าตัวเองสะบัดร้อนสะบัดหนาวราวกับเป็ไข้
‘หรือนี่อาจเป็โรคประหลาดที่ระบาดไปทั่วซัคคาราก็เป็ได้’
“เ้าอยากเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือไม่”เนเฟอร์คาเรเอ่ยถามพลางหยัดกายขึ้นยืน “ถ้า้าข้าจะให้คนเตรียมให้แต่”
เขาลากสายตามองอีกฝ่ายแล้วยิ้มพราย
“แต่อะไร!”
“รูปร่างบอบบางอย่างเ้าคงหาเสื้อผ้าใส่ยากหน่อยทำไมเ้าชอบห่อตัวด้วยเสื้อผ้าประหลาดเหมือนเอากระสอบมาสวมตัวแบบนี้”
อังค์เนสก้มมองตัวเองเธอสวมเสื้อผ้ารุ่มร่ามสีน้ำตาลซึ่งมันก็คล้ายกระสอบอย่างที่เขากล่าวหาผมยาวถูกถักเปียแล้วเก็บซ่อนในผ้าโพกศีรษะแต่จะให้แต่งตัวเปิดเปลือยแผงอกเช่นที่บุรุษชอบทำกันคงไม่ดีแน่
“ข้าพอใจจะใส่เสื้อผ้าเช่นนี้”เธอยืนยัน
“เอาไว้เข้าใกล้เขตเมืองข้าจะหาเสื้อผ้าให้เ้าเปลี่ยน” “ข้าอยู่อย่างไรก็อยู่ได้แต่ท่านจะทนกลิ่นเหม็นๆของข้าได้หรือไม่เท่านั้นเอง”
“กลิ่นเ้า…” เขาทำตากรุ้มกริ่ม“หากเ้าอนุญาตข้าก็ปรารถนาจะดอมดม”
“เ้า!”