"ประธานสมาคมนักสู้เมืองเหิงเฉิง... ต่งปู้เหวย!"
ต่งปู้เหวยจ้องมองยอดฝีมือลัทธิเทพ์ทั้งสองตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาปราศจากระลอกคลื่นอารมณ์ใดๆ
จังหวะนั้นเอง หลิวขวงที่กำลังปะทะเดือดกับยอดฝีมือขอบเขตหลอมภายในอีกคนก็ะเิเสียงหัวเราะกึกก้อง
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้พวกลัทธิเทพ์! พวกแกคิดจริงๆ หรือว่าเมืองเหิงเฉิงของเราจะไร้ยอดฝีมือ!"
สิ้นเสียง การโจมตีของเขาก็ดุดันอำมหิตยิ่งขึ้น หมัดที่ซัดออกไปฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหวีดแหลมบาดหู!
ยอดฝีมือลัทธิเทพ์ทั้งสองหน้าตึงเครียดขึ้น ทว่าไม่ได้ตื่นตระหนกนัก ทั้งคู่สบตากัน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะแค่นเสียงหัวเราะหยัน
"ถ้าอย่างนั้นก็แสดงให้พวกข้าเห็นหน่อยเถอะ ว่าประธานสมาคมนักสู้เมืองเหิงเฉิงผู้ยิ่งใหญ่... จะมีน้ำยาสักแค่ไหน!"
สิ้นคำ ทั้งสองก็ลงมือพร้อมกัน พลังิญญาม้วนตัวเป็เกลียวคลื่น พุ่งทะลวงเข้าปะทะต่งปู้เหวยกลางห้องทันที!
แต่ถึงสองคนจะรุมกินโต๊ะ ต่งปู้เหวยกลับยังคงรับมือได้อย่างชิลๆ
ในฐานะยอดฝีมือขอบเขตหลอมภายในขั้นสูงสุด พ่วงตำแหน่งประธานสมาคมนักสู้ประจำเมือง พลังรบของเขาจะกระจอกงอกง่อยได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น ยอดฝีมือลัทธิทั้งสองก็ไม่ใช่ระดับจุดสูงสุดของขอบเขตหลอมภายใน ต่งปู้เหวยย่อมปัดป้องได้อย่างง่ายดาย
ทว่าจู่ๆ เงาดำหลายสายก็พุ่งพรวดเข้ามาจากด้านนอก ทว่าระดับการบ่มเพาะของคนกลุ่มนี้ดูไม่ค่อยแข็งแกร่งนัก เป็เพียงขอบเขตหลอมโลหิต
ยอดฝีมือขอบเขตหลอมโลหิตห้าคน!
ต่งปู้เหวยขมวดคิ้วมุ่น
"พวกลัทธิเทพ์อย่างแกนี่ลูกไม้เยอะจริงๆ คราวนี้คงขนกำลังมาหมดทั้งสาขาย่อยเลยสินะ!"
ยอดฝีมือขอบเขตหลอมภายในที่กำลังปะทะกับต่งปู้เหวยแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
"เจี๋ย เจี๋ย เจี๋ย! ขอแค่ฆ่าอัจฉริยะระดับสีทองได้สักคน อย่าว่าแต่กำลังแค่สาขาย่อยเดียวเลย ต่อให้ต้องระดมพลมาทุกสาขา... ก็คุ้มค่า!"
สีหน้าต่งปู้เหวยดิ่งวูบ ความโกรธเกรี้ยวระลอกแล้วระลอกเล่าปะทุขึ้นบนใบหน้าชรา
"ดี! ดีจริงๆ! ลัทธิเทพ์ พวกแกก็แค่ขยะสังคมของเผ่าพันธุ์มนุษย์!"
"วันนี้ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าไอ้ขอบเขตหลอมโลหิตไม่กี่ตัวกับขอบเขตหลอมภายในสองคน... จะเอาชีวิตฉันได้ไหม!"
ต่งปู้เหวยคำรามก้อง ทันใดนั้นเส้นผมสีขาวโพลนก็ปลิวไสวต้านแรงลม ใบหน้าชราภาพกลับคืนสู่ความมีเืฝาดแดงก่ำ!
นี่คือสัญลักษณ์ของผู้ที่มีปราณโลหิตมหาศาล!
"เจี๋ย เจี๋ย เจี๋ย!" ทว่าศัตรูตรงหน้ากลับหัวเราะเย้ยหยัน
"ใครบอกว่าพวกข้าจะฆ่าเ้ากัน?"
รูม่านตาต่งปู้เหวยหดเกร็ง ลางสังหรณ์มรณะผุดขึ้นมาในใจอย่างกะทันหัน!
"ขอแค่ถ่วงเวลาเ้าไว้ได้ ที่เหลือ... ใช้ยอดฝีมือขอบเขตหลอมโลหิตแค่คนเดียวก็เกินพอ!"
สิ้นคำ ยอดฝีมือขอบเขตหลอมโลหิตทั้งห้าที่เพิ่งบุกเข้ามา ก็แยกสายออกเป็สองทิศทางทันที!
สี่คนพุ่งทะยานเข้าล้อมกรอบต่งปู้เหวย ส่วนอีกหนึ่งคนที่เหลือ... กลับพุ่งทะลวงเป็เส้นตรง เล็งเป้าสังหารซูอวี่ที่กำลังจมอยู่ในสภาวะรู้แจ้ง!
ดวงตาต่งปู้เหวยเบิกกว้างด้วยความโกรธจัด "พวกแกรนหาที่ตาย!"
ชายชราเดือดดาลถึงขีดสุด เขาปลดปล่อยอานุภาพน่าสะพรึงกลัวออกมาในชั่วพริบตา ทว่า... แข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็ยังเป็เพียงขอบเขตหลอมภายในคนหนึ่ง
อย่าลืมสิว่า ฝั่งลัทธิเทพ์ก็มียอดฝีมือขอบเขตหลอมภายในถึงสองคน!
แม้จะเทียบชั้นไม่ได้ แต่ขอบเขตหลอมภายในสองคน ผนึกกำลังกับขอบเขตหลอมโลหิตอีกสี่คน ก็เพียงพอจะตรึงต่งปู้เหวยเอาไว้ได้อยู่หมัด
"เจี๋ย เจี๋ย เจี๋ย! ตาเฒ่า ต่อให้เ้าฆ่าพวกข้าได้ ไอ้เด็กนั่นก็มีแต่ต้องตายสถานเดียว! เ้าคิดจริงๆ หรือว่าพวกข้าจะกล้าบุกเมืองทั้งเมืองโดยไม่มีแผนสำรองอันสมบูรณ์แบบ!"
ชายชุดดำหัวเราะเสียงแหลม พุ่งตัวเข้าสกัดต่งปู้เหวยที่กำลังบ้าคลั่ง
"ไอ้พวกระยำ..." แม้ในใจต่งปู้เหวยจะโกรธแค้นจนเืขึ้นหน้า แต่เมื่อต้องเผชิญการรุมกินโต๊ะจากคนทั้งหก ต่อให้เป็เขา การสลัดหลุดวงล้อมในเวลาอันสั้นก็ยากเย็นแสนเข็ญ
เขาได้แต่เคียดแค้น... เคียดแค้นที่ตนเองยังแกร่งไม่พอ!
หางตาเหลือบเห็นนักฆ่าขอบเขตหลอมโลหิตพุ่งทะลวงเข้าหาซูอวี่ดั่งมัจจุราช หัวใจของเขาพลันถูกบีบรัดด้วยความสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ถึงจะเป็แค่ขอบเขตหลอมโลหิตหน้าใหม่ แต่การจะปลิดชีพซูอวี่ที่ยังปิดตารู้แจ้งอยู่... ก็เหลือแหล่เกินพอ!
"ไปตายซะ!" ต่งปู้เหวยคำรามก้อง การโจมตียิ่งบ้าคลั่งดุดัน สาดกระบวนท่าสังหารแบบไม่คิดชีวิต เพียงพริบตาเดียว เขาก็บดขยี้หัวนักสู้ขอบเขตหลอมโลหิตไปได้หนึ่งศพ!
แต่ทว่า... ถึงกระนั้น เวลาก็ยังไม่พออยู่ดี!
ชั่วขณะนั้น จิตใจของชายชราดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวัง
ตัดภาพมาในเวลาเดียวกัน... ภายในห้วงทะเลแห่งจิตสำนึกของซูอวี่
พลังงานสีเหลืองทองขุมนั้นได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาจนหมดสิ้น
พลังสีเหลืองทองชักนำปราณโลหิตให้สูบฉีดไหลเวียนดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก ชะล้างและหล่อหลอมเส้นเอ็นกระดูก เสริมสร้างความแข็งแกร่งอย่างก้าวะโ!
ครู่ต่อมา ซูอวี่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้าฉายแววปิติยินดีถึงขีดสุด
พลังงานนี่โกงเกินไปแล้ว! แค่สายเดียวกลับเพิ่มจุดปราณโลหิตให้ฉันได้ถึงสามจุด เทียบเท่ากับโอสถหลอมไขกระดูกเลยนะเนี่ย!
อ๊ะ ไม่สิ... ทรงพลังยิ่งกว่าโอสถหลอมไขกระดูกซะอีก! โอสถยังมีผลข้างเคียง แต่พลังงานขุมนี้... บริสุทธิ์ไร้ผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น!
ซูอวี่เลียริมฝีปากด้วยความรู้สึกยังไม่จุใจนัก สายตาทอดมองออกไปไกล
น่าเสียดายจริงๆ ร่างเงาสายนั้นหายไปไหนแล้วนะ? แล้วทำไม... เงาดำร่างนั้นถึงได้ทำให้ฉันรู้สึกคุ้นเคยนัก?
ขณะมองไปยังสุดปลายทาง ซูอวี่รู้สึกสับสนเล็กน้อย ทว่าเวลาย่อมไม่ปรานีให้เขาได้ยืนงงนานนัก จู่ๆ เขาก็ััได้ถึงรังสีอำมหิตพุ่งวาบเข้ามา!
"หืม?" ซูอวี่ขมวดคิ้ว สัญชาตญาณร้องเตือนถึงอันตราย เขาจึงรีบกระชากสติตัวเองออกจากห้วงทะเลแห่งจิตสำนึกทันที!
กลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริง... นักฆ่าขอบเขตหลอมโลหิตแห่งลัทธิเทพ์กำลังจ้องมองเด็กหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิด้วยแววตาหิวกระหาย หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นถึงขีดสุด
"คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าข้าจะได้เด็ดหัวอัจฉริยะระดับสีทองด้วยมือของตัวเอง!"
"ขอแค่ฆ่าไอ้เด็กนี่ได้ ข้าย่อมได้รับความโปรดปรานจากท่านเทพ์! ถึงเวลานั้น... การทะลวงสู่ขอบเขตปรมาจารย์ก็ไม่ใช่แค่ฝัน!"
นั่นคือขอบเขตปรมาจารย์เชียวนะ! ต้องเข้าใจก่อนว่า ตัวเขาในตอนนี้เพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมโลหิตเท่านั้น
แต่แค่สะบั้นคออัจฉริยะตรงหน้า รางวัลมหาศาลที่จะได้รับก็เพียงพอให้เขาทะยานสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว!
เมื่อคิดฝันหวานถึงอนาคต หัวใจของเขาก็ยิ่งร้อนรุ่ม เขาย่างสามขุมเข้าหาซูอวี่ ปราณโลหิตในร่างเดือดพล่านทะลักจุดเดือด เพียงไม่กี่ก้าวก็ประชิดถึงตัวเป้าหมาย
เมื่อมองดูซูอวี่ที่ยังคงหลับตาไม่รู้ร้อนรู้หนาว เขาก็อดแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมไม่ได้
"ไอ้หนู ตายซะเถอะ!"
เขาง้างหมัดขึ้นสุดแขน ปราณโลหิตน่าสะพรึงกลัวควบแน่นโอบล้อมกำปั้นไว้จนกลายเป็นวมสีเื อัดแน่นไปด้วยพละกำลังอันป่าเถื่อนไร้ปรานี!
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง!
ซูอวี่ที่เดิมทีหลับตาสนิท กลับเบิกตาโพลงขึ้นมาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้!
แววตาสาดประกายดุดันคมกริบราวกับใบมีด จ้องเขม็งสวนกลับไปยังสายตาของมือสังหารโดยตรง!
"แกเองสินะ... ที่คิดจะเอาชีวิตฉัน?"
น้ำเสียงเย็นเยียบเสียดกระดูกหลุดจากริมฝีปาก ตามมาด้วยคลื่นพลังมหาศาลที่ะเิจากเรือนร่างผอมบางนั้นอย่างเกรี้ยวกราดดั่งพญามัจจุราชตื่นจากการหลับใหล!