ชายชุดดำซึ่งมีหน้าตาถมึงทึงค่อยๆ ผ่อนคลายท่าทีลง เขาพูดด้วยเสียงแหบห้าวว่า “ท่านเป็หมอหรือ”
เฟิงหลี่เฉียงยิ้มนิดๆ“ข้าเป็บัณฑิตชื่อ เฟิงหลี่เฉียง แต่ก็รู้การแพทย์ด้วย”
อีกฝ่ายจึงพยักหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน“ข้าขอรบกวนให้ท่านช่วยไปส่งข้ายังสถานที่แห่งหนึ่งได้หรือไม่”
เด็กหนุ่มถามเขาตรงๆว่า “ขออภัย ข้าต้องขอสอบถามก่อนว่าเป็ที่ใด”
ไม่ใช่เพราะความอยากรู้อยากเห็นแต่เขารู้ว่าชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาและเขาไม่อยากให้ครอบครัวเดือดร้อนจากการเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเื่ที่ไม่ควรรู้ไปด้วย
ชายชุดดำก็ตอบตามตรงว่า“องครักษ์เสื้อแพร จินอวี่เว่ย”
เขารู้ว่าตนเองต้องพึ่งพาเด็กหนุ่มคนนี้เพื่อรีบกลับไปรายงานข่าวสำคัญที่ไปสืบมา และชายชุดดำรู้ดีว่า หากเด็กหนุ่มคิดไม่ซื่อกับเขาการตามหาตัวเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่ใช่เื่ยาก สำหรับราชองครักษ์อย่างพวกเขา
เด็กหนุ่มจึงรับปากเขาคิดอยู่แล้วว่า ชายคนนี้น่าจะเป็ทหาร เขาจึงบอกลู่ปู่ให้เตรียมรถไว้ และช่วยกันประคองชายชุดดำไปขึ้นรถลากและมุ่งหน้าไปฝั่งตะวันออกของเมืองหลวง ซึ่งเป็พื้นที่ตั้งของพระราชวังเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูง
ชายชุดดำบอกให้พวกเขาไปจอดที่หน้าอาคารแห่งหนึ่งที่มีรั้วรอบขอบชิดอยู่ใกล้กับเขตพระราชวัง เมื่อเห็นรถของชาวบ้านมาจอดด้านหน้าทหารที่รักษาความปลอดภัยก็รีบเดินมาที่รถ และถามลู่ปู่ด้วยเสียงดุดันว่า“พวกเ้าเป็ใคร ้ามาพบใคร”
แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงตวาดดังมาจากในรถ “ข้าเอง! มาช่วยพาข้าลงจากรถเดี๋ยวนี้!”
ทหารยามหน้าเปลี่ยนสีพวกเขาจำเสียงนี้ได้ ในขณะที่เฟิงหลี่เฉียงเปิดประตูรถและประคองชายชุดดำที่หน้าตาซีดเซียวลงมาจากรถ
เมื่อเห็นว่าเป็ใครทหารยามอุทานออกมาว่า “ผู้กองเว่ย!” และรีบกระวีกระวาดเข้ามาช่วยประคอง พาเข้าไปในประตูใหญ่แต่ก่อนจะหายเข้าประตูไปนั้น ชายชุดดำหรือผู้กองเว่ยก็หันมาพูดกับเด็กหนุ่มที่ยืนมองดูพวกเขาว่า “ขอบคุณพวกท่านมาก แล้วข้าจะตอบแทนพวกท่านในภายหลัง”
เฟิงหลี่เฉียงก้มหัวลงเล็กน้อยเขาเดินกลับไปที่รถลาก และขึ้นไปนั่งข้างลู่ปู่ จากนั้นก็ขี่รถลากออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้กองเว่ยซึ่งมองตาม อดคิดในใจไม่ได้ว่าบัณฑิตคนนี้มีจิตใจแข็งแกร่งมั่นคง เพราะคนทั่วไป เมื่อได้ยินชื่อของจินอวี่เอ่ยต่างพากันหวาดกลัวและถอยห่าง แต่เด็กหนุ่มคนนี้ กลับช่วยเหลือเขาด้วยท่าทีนิ่งเฉยอย่างน่าประหลาด
เมื่อขี่รถออกห่างมาแล้วลู่ปู่ที่รู้สึกตื่นเต้นก็อดถามเด็กหนุ่มไม่ได้ว่า “เสี่ยวเฉียง จินอวี่เว่ย น่ากลัวอย่างที่คนเขาลือจริงหรือ”
เฟิงหลี่เฉียงหัวเราะและอธิบายว่า “จินอวี่เว่ย หรือองครักษ์เสื้อแพรเป็หน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยองค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ิ คือ จักรพรรดิหงอู่ ทำหน้าที่เป็ทหารรักษาพระองค์ และยังมีอำนาจในกระบวนการยุติธรรมนั่นคือ สามารถดำเนินคดีกับใครก็ได้อย่างมีเสรี โดยเฉพาะกับขุนนางและเชื้อพระวงศ์หน่วยงานนี้ยังทำงานเป็หน่วยข่าวกรองให้กับฮ่องเต้ด้วย แบบนี้แล้วท่านคิดว่าพวกเขาน่ากลัวหรือไม่ล่ะ”
ลู่ปู่หดคอลงด้วยความสยดสยอง“ข้าเคยได้ยินมาว่า จินอวี่เว่ย จะจับกุมใครไปสอบสวนก็ได้ ผู้คนก็เลยทั้งเกลียดทั้งกลัว!”
เด็กหนุ่มรีบบอกให้เขาพูดเบาๆเพราะบริเวณนี้ยังอยู่ในเขตของชนชั้นสูงไม่รู้ว่าจะมีใครได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดหรือไม่ พวกเขาจึงรีบเดินทางกลับไปยังบ้านเช่าที่อยู่เขตเมืองชั้นนอกโดยไม่รอช้า
หลังจากนั้นชีวิตของเฟิงหลี่เฉียงก็กลับมาสู่ความปกติ ในระหว่างที่รอผลการสอบฮุ่ยซื่ออยู่นั้น เฟิงหลี่เฉียงยังคงอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบในระดับพระราชวังซึ่งเป็การสอบระดับสุดท้าย เขามั่นใจว่าตัวเองจะต้องติดอยู่ใน 10อันดับแรกอย่างแน่นอน
ในอีกสองอาทิตย์ต่อมาก็ถึงวันประกาศผลการสอบในระดับประเทศ ลู่ปู่ซึ่งทำหน้าที่เป็คนไปดูผลการสอบให้เฟิงหลี่เฉียงมาตลอดระยะเวลา9 ปี ก็ออกเดินทางไปที่สนามสอบั้แ่เช้า ถึงแม้เด็กหนุ่มจะบอกว่า เขาจะไปดูเองแต่ลู่ปู่ยืนยันว่า “เ้าอยู่บ้านแต่งตัวรอเอาไว้ ทางการจะต้องส่งคนมาประกาศผลจินชื่ออันดับหนึ่งอย่างแน่นอน!”
เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง“พี่เชื่อใจข้าขนาดนั้นเลยหรือครับ”
ลู่ปู่มองดูเด็กชายที่เขาเห็นมาั้แ่อายุหกขวบตอนนี้เวลาผ่านไปแล้ว 12 ปี จากเด็กน้อยไร้เดียงสา ได้กลายมาเป็เด็กหนุ่มที่มีความคิดโตเกินวัยและกำลังจะได้เป็ขุนนางอนาคตไกล สำหรับลู่ปู่แล้ว เฟิงหลี่เฉียงเป็เหมือนกับญาติคนหนึ่งชายหนุ่มพยักหน้าอย่างมั่นใจ โดยไม่พูดอะไรอีก
แต่เด็กหนุ่มกลับบอกว่า ครั้งนี้เขาอยากจะเห็นชื่อบนป้ายประกาศด้วยตาของเขาเองเพราะนี่คือการสอบครั้งสำคัญ ด้วยเหตุนี้ ลู่ปู่กับเฟิงหลี่เฉียงจึงขี่รถลากไปที่ลานหน้าสนามสอบด้วยกันในตอนนี้เริ่มมีคนมาเฝ้ารอดูผลจำนวนมากแล้ว โชคดีที่พวกเขามาแต่เช้า จึงไปยืนรอใกล้ๆได้
เมื่อได้เวลาพวกเขาเห็นเ้าหน้าที่หลายคน ถือกระดาษมาหลายแผ่นเพื่อติดประกาศเ้าหน้าที่ะโเสียงดังว่า “ถอยออกไป ทางการจะติดประกาศผลการสอบฮุ่ยซื่อแล้ว!”
พวกเขาถอยออกมา ในขณะที่เ้าหน้าสองคนช่วยกันติดประกาศคนหนึ่งทากาว คนหนึ่งส่งกระดาษให้ และอีกคนแปะกระดาษไว้ที่กระดานประกาศผล เมื่อเรียบร้อยแล้วพวกเขาเดินห่างออกมา ผู้คนต่างกรูกันเข้าไปดูผลอย่างตื่นเต้นสำหรับเฟิงหลี่เฉียงที่มีวรยุทธ์ แต่ไม่อยากทำตัวเด่นด้วยการตีลังกาข้ามหัวคนอื่นไปเขาจึงเดินตามลู่ปู่ที่แทรกตัวเข้าไปดูประกาศอย่างใจเย็น
ในระหว่างนั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เสียงร้องะโด้วยความดีใจ และเสียงร้องไห้ดังลั่นด้วยความผิดหวังจากผู้เข้าสอบดังไปทั่วบริเวณนั้นหลายคนที่เป็ทั้งบัณฑิตและคนที่มาเฝ้ารอดู ต่างพากันะโถามเสียงดังลั่นว่า“ใครได้เป็ฮุ่ยหยวนในปีนี้! บอกชื่อมาหน่อยสิ ข้าอยากรู้!”
“ใช่ๆฮุ่ยหยวนปีนี้ชื่ออะไร ใครเห็นชื่อบ้าง!”
“นี่ๆชื่ออยู่ตรงนี้!” ใครคนหนึ่งะโด้วยความตื่นเต้น
เฟิงหลี่เฉียงที่เข้าไปถึงป้ายประกาศแผ่นแรกก็กวาดสายตาดูผลการสอบอย่างตื่นเต้นเหมือนคนอื่น เขาไล่รายชื่อผ่านตาไปนับสิบคนแต่ก็ยังไม่เห็นชื่อของตัวเอง
แต่แล้วใครคนหนึ่งก็ะโเสียงดังขึ้นมาว่า“ฮุ่ยหยวนปีนี้ ชื่อ เฟิงหลี่เฉียง!!”
แล้วเสียงของคนที่มาเฝ้าดูก็ฮือฮาด้วยความชื่นชมและความอิจฉาผสมกันไปลู่ปู่หันขวับมามองเ้าของชื่อที่เป็ฮุ่ยหยวนปีนี้ เฟิงหลี่เฉียงยิ้มกว้างออกมาใบหน้าของเขาแดงเล็กน้อยด้วยความดีใจ ถึงเขาจะมั่นใจว่าตัวเองทำได้แต่การได้รู้ว่าตัวเองเป็ผู้ที่ทำคะแนนสอบได้สูงสุด ก็ทำให้เขาดีใจมากเช่นกันลู่ปู่ซึ่งก็หน้าแดงด้วยความตื่นเต้น ตบหลังเขาด้วยความดีใจ“ยินดีด้วยนะเสี่ยวเฉียง!”
ถึงตอนนี้เฟิงหลี่เฉียงสามารถแหวกผู้คนเข้าไปดูชื่อของตัวเองได้แล้ว บนกระดาษแผ่นใหญ่สีขาวเฟิงหลี่เฉียงเห็นชื่อตัวเองโดดเด่นอยู่เป็อันดับแรก เขาจึงมั่นใจว่านี่คือชื่อของเขาแน่นอน
แต่ก่อนที่จะรีบถอยออกมาเขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงะโเรียกชื่อดังมาจากข้างหลังว่า“เฟิงหลี่เฉียง!”
เมื่อหันไปดูก็พบบัณฑิต 4-5 คนที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน มองตรงมาที่เขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลายบางคนแสดงความยินดีอย่างจริงใจ บางคนไม่มองหน้าเขา และบางคนก็ฝืนแสดงความยินดีแต่ไม่ว่าจะแบบไหน เฟิงหลี่เฉียงก็ไม่ใส่ใจ เด็กหนุ่มขอบคุณและแสดงความยินดีกับคนอื่นด้วยเช่นกัน
หลังจากรู้ว่าใครได้เป็ฮุ่ยหยวนปีนี้ไม่ว่าเฟิงหลี่เฉียงจะเดินไปทางไหน สายตาของผู้คนนับสิบต่างก็จ้องมองมาที่เขาไม่เพียงแต่เป็ ฮุ่ยหยวนที่อายุน้อย เขายังมีหน้าตารูปร่างดีด้วย และที่สำคัญบางคนที่มามุงดูรอบนอก เริ่มพยักหน้าให้ลูกน้องและคนรับใช้เตรียมชิงตัวฮุ่ยหยวนคนนี้กลับบ้าน!
นี่คือธรรมเนียมที่บางคนนิยมทำคนที่สอบผ่านและได้เป็บัณฑิตที่มีคะแนนสูง ถือกันว่าเป็คนที่มีอนาคตไกล ใครๆ ต่างก็อยากจะได้เป็ลูกเขยและถ้ามัวแต่รีรอ คนอื่นจะชิงตัดหน้าไปเสียก่อน พ่อแม่บางคนที่มีเงินและมีอิทธิพลจึงพาลูกน้องมายืนรอ และดูว่าคนไหนที่ดูจะมีอนาคตไกล เมื่อประกาศผลแล้วพวกเขาก็จะกรูกันเข้าไปแบกร่างบัณฑิตที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กลับบ้านและบังคับให้แต่งงานกับลูกสาวของตน
เช่นเดียวกับการประกาศผลสอบครั้งนี้ที่เป็การประกาศผลบัณฑิตในระดับประเทศ คนที่ผ่านการสอบ สามารถเข้ารับราชการเป็ข้าราชการระดับสูงได้ทันทีดังนั้น เมื่อคนที่มารอ เห็นว่าฮุ่ยหยวนปีนี้ ทั้งหนุ่มทั้งหล่อ พวกเขาจึงไม่รอช้าต่างวิ่งกรูกันเข้าไปหาเฟิงหลี่เฉียง ที่เดินออกมาพร้อมกับลู่ปู่แค่สองคน บางกลุ่มหันไปแย่งชิงตัวบัณฑิตคนอื่นเพราะเห็นว่าคู่แข่งที่จะชิงตัวฮุ่ยหยวนคนนี้มีมากเกินไปเสียงทะเลาะเบาะแว้งและเสียงร้องโวยวายขอความช่วยเหลือดังไปทั่ว
แต่เฟิงหลี่เฉียงรู้ตัวอยู่แล้วว่าจะต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นเมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคนวิ่งกรูเข้ามา บางคนยื่นมือเข้ามาเพื่อจะจับแขนขาของเขาเพื่อแบกออกไปแต่คนที่ยืนมองความครึกครื้นก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นบัณฑิตร่างสูงผอมคนนี้พริ้วตัวหลบมือของชายเ่าั้อย่างรวดเร็วจากนั้นก็ใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าไปที่หลังของพวกเขาทำให้คนเ่าั้ที่ตัวใหญ่กว่ามาก ล้มถลาลงไปที่พื้น บัณฑิตหนุ่มยังะโลอยตัวขึ้นยกขาขึ้นถีบไปที่หน้าอกของคนเ่าั้ จนหงายหลังกระแทกพื้น ส่งเสียงร้องด้วยความเ็ปที่จริงแล้วเฟิงหลี่เฉียงไม่ได้ใช้แรงมากเพราะเขารู้ว่าคนพวกนี้ไม่ได้้าทำร้ายเขาแต่เด็กหนุ่มก็ไม่ชอบวิธีการลักพาตัวเช่นนี้
เมื่อเห็นบัณฑิตบางคนถูกลากตัวไปโดยไม่ยินยอมเฟิงหลี่เฉียงก็ตามไปจัดการกับคนเ่าั้อีก 2-3 กลุ่ม
เขายังหันไปะโเรียกเ้าหน้าที่อำเภอให้มาช่วยด้วยความโมโห“พี่ชาย!ท่านปล่อยให้คนพวกนี้ลักพาตัวบัณฑิตได้อย่างไร! มาช่วยพวกเขาด้วย!”
เ้าหน้าที่จากอำเภอที่ยืนอยู่ตรงประตูจึงรีบเข้ามาช่วยเหลือบัณฑิตอ่อนแอที่น่าสงสารเหล่านี้ ในที่สุดความวุ่นวายจึงยุติลงทั้งบัณฑิตและผู้คนที่เฝ้ามองอย่างใจหายต่างก็ตบมือชื่นชม และขอบคุณฮุ่ยหยวนคนนี้ที่ไม่เพียงแต่เฉลียวฉลาด แต่ยังมีวรยุทธ์อีกด้วย!
ในวันนั้นเขากับลู่ปู่รีบเดินทางกลับ เพื่อไปต้อนรับขบวนประกาศจากทางการที่จะเดินทางไปที่บ้านเช่าของเขาและก็เป็เช่นเดียวกับทุกครั้ง ขบวนตีฆ้องร้องป่าวจากทางการก็เดินทางมาถึงชาวบ้านในเมืองหลวงคุ้นชินกับภาพนี้ ที่จะเกิดขึ้นทุก 3 ปี แต่ที่ทำให้ชาวบ้านแถวนี้ตื่นเต้นคือ บัณฑิตฮุ่ยหยวนของปีนี้ คือ เฟิงหลี่เฉียงที่พวกเขารู้จักนั่นเอง!
บ้านเฟิงออกมายืนรอรับขบวนแห่รับเอาม้วนประกาศแต่งตั้ง และรางวัลจากทางการไปเก็บไว้ลู่ปู่มอบเงินจำนวนหนึ่งให้ผู้ประกาศเพื่อเป็การขอบคุณท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่มองด้วยความชื่นชม พวกเขาอยากให้เด็กหนุ่มอยู่แถวนี้ต่อไปเพื่อที่พวกเขาจะได้พึ่งพา แต่ก็นั่นละ ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตของเด็กหนุ่มจะเป็อย่างไรเขาอาจจะถูกแต่งตั้งไปทำงานต่างเมือง หรืออาจจะถูกแต่งตั้งไปทำงานในวังก็ได้!