ตอน 9 งูพิษที่ว่าร้ายยังไม่เท่าเ้า
เื่ราวอันแสนชุลมุนไม่จบไม่สิ้น นี่เป็เพียงแค่การเริ่มต้น หรงสือเซียวมีความสุขในทุกๆวันเฝ้าประคบประหงมตามใจภรรยาผู้นี้ปานนางเป็คนพิการ
เพราะได้รับความสุขสมที่ไม่เคยได้รับหลิวเว่ยเหนียงจึงค่อยๆมีใจเกลียดชังพี่สาวอย่างหลิวจิ่นเฟยปมในใจฝังมาั้แ่เล็กจนโต คนที่ได้รับความรักและได้รับของดีๆก่อนมักจะเป็จิ่นเฟยเสมอ
เว่ยเหนียงเป็ดั่งเด็กนอกคอกที่ไม่ได้รับการแยแสจากคนรอบตัวเท่าที่ควร
"พี่หญิง แม้กระทั่งท่านตายไปแล้วท่านก็ยังได้รับความโปรดปรานจากชายหนุ่มที่ดีเช่นนี้ หากท่านยังอยู่ข้าเว่ยเหนียงน้องสาวของท่านคงไม่มีทางได้เชิดหน้าชูคอ"
"หลิวจิ่นเฟย ท่านจะหลอกหลอนข้าไปถึงไหน!!!"เว่ยเหนียงยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด กำมือแน่น
"พี่หญิง ท่านอยู่ปรโลกให้สบายใจเถอะ รักแรกของท่านคนนี้ข้าจะดูแลให้เป็อย่างดี" เว่ยเหนียงพูดกับตัวเองหน้ากระจกทำสีหน้ายุกยิกเหมือนคนบ้า จีบปากจีบคอว่าร้ายให้พี่สาวของตัวเอง
"จิ่นเอ่อร์ เมียรักของข้า กลางดึกขนาดนี้เ้ามัวทำอะไรตรงนั้นหรือ"หรงสือเซียวชายหน้าโง่เคลิ้มหลับไปนานเพราะฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่เว่ยเหนียงเตรียมไว้สะดุ้งตื่นเพราะเสียงพูดที่นางพึมพำ
"อะอ๋า สามีข้า ท่านตื่นแล้วหรือเหตุใดหลับใหลไปนานขนาดนั้น "
"มาตำหนักของข้า ท่านก็เอาแต่หลับนอนเช่นนี้ข้าจะมีบุตรตัวน้อยๆให้ท่านได้อย่างไร"เว่ยเหนียงพูดด้วยน้ำเสียงอ้อยอิ่ง ทำท่าอิด-ออด สวมอาภรณ์บางมากบางเสียจนมองเห็นทะลุปรุโปร่ง
"เมียจ๋า เรือนร่างของเ้าเย้ายวนข้ายิ่งนัก"ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดทำงาน หรงสือเซียวหื่นกระหายจนขีดสุดปลุกปล้ำเร้าเรือนร่างไซ้กายตามซอกหลืบ ค่ำคืนนี้จบลงบนเตียงใหญ่กับลีลาสุดแสนสวาท
**************************
ณ จวนสกุลโม่
"นายหญิงเ้าคะ อาหารมื้อของท่านพร้อมแล้ว"สาวใช้ขานเรียกก่อนจะยกสำรับเข้ามา
"ครั้งนี้ข้าจะกินเอง พวกเ้าออกไปซะไม่ต้องมาขึงตึงบังคับอะไรข้าทั้งนั้น" จิ่นเฟยรู้สึกหิวจนไส้บิดโมโหหิวอารมณ์ฉุนเฉียวใส่ทุกคนที่เข้าใกล้
"ลูกไม้อดอาหารประชดชีวิตคงใช้กับคนอย่างเ้าไม่ได้งั้นต่อไปนี้ ข้าจะกินดื่มให้เพียงพอ ที่จะมีกำลังคิดหาวิธีสังหารเ้า"จิ่นเฟยยกข้าวตักเข้าปากคำใหญ่ๆ พร้อมฉุกคิดในใจตลอดเวลา
"พวกเ้า ห้ามไปบอกไอ้เลวอย่างเติ้งถูเด็ดขาดหากเขาผ่านมาก็จงบอกว่าข้า้าพักผ่อน อย่าให้เข้ามารบกวนข้า"จิ่นเฟยะโบอกสาวใช้เสียงแข็ง
ทว่าจิ่นเฟยไม่รู้ว่าตำหนักรองของตนนั้นอยู่ติดกับตำหนักใหญ่ของเขาไม่ว่านางจะทำอะไรเติ้งถูก็รับรู้ได้เกือบจะทั้งหมดเสียงะโเมื่อครู่ของนางก็เช่นกัน เติ้งถูนั่งอ่านตำราในตำหนักใหญ่ก็ได้ยินคำด่าทอที่แฝงไปด้วยความเกลียดชังของนางเต็มสองหู
แทนที่เขาจะโกรธเป็เดือดเป็ร้อนเติ้งถูกลับหลุดยิ้มและหัวเราะออกมาอย่างเบาใจ พร้อมวางตำราลงบนโต๊ะหยิบขลุ่ยคู่ใจ เป่าบรรเลงที่ริมหน้าต่าง
"เอ๊ะ เสียงเพลงนั่นมาจากที่ไหนกัน ไพรเราะจริงๆ เอาเถอะถือว่าคืนนี้ได้กินจนอิ่มแล้วยังมีดนตรีบรรเลงกล่อมเกลาให้ข้าหลับลึก" จิ่นเฟยพึมพำกับตัวเองในตำหนักรองเสียงของนางแทรกสอดไปตามลม
เติ้งถูได้ยินทั้งหมดเขาจัดให้นางหนึ่งบทเพลงเพื่อกล่อมให้แม่นางสุดที่รัก ถือเป็การส่งเข้านอนค่ำคืนที่ดวงจันทร์สาดส่อง อากาศเย็นๆ ลมพัดพลิ้วโชย เพลงขลุ่ยเคล้าคลอบรรยากาศที่แสนโรแมนติกนี้หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
"จิ่นเฟย เ้ามักจะคิดแต่ว่าเ้าโชคร้ายที่ได้อยู่กับข้า ต่อไปนี้...ข้าจะทำทุกวิถีทางให้เ้าเปลี่ยนความคิดได้สักวัน ว่าในใต้หล้านี้ อยู่กับข้านั้นถือเป็เื่โชคดีที่สุดของเ้า"เพลงขลุ่ยดังอยู่กว่าครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง) มันเงียบสงัดไป เมื่อเติ้งถูครุ่นคิด
**********************
3 วันผ่านไป
"ว๊าา ดีๆจริงๆ ขอบคุณนะท่านชิวเยี่ยในที่สุดข้าก็ได้เป็อิสระ"แม่ทัพรองชิวเยี่ยถูกสั่งให้ปลดโซ่ตรวนที่ล่ามขึงนางติดเตียงไว้ตลอดเวลาออก
"พวกเ้า เข้าไปจัดการนางซะ" เมื่อปลดโซ่ตรวนชิวเยี่ยไม่เปิดโอกาสให้นางได้ดีใจเลยเปล่งเสียงสั่งสาวใช้กว่าสิบคนเข้าจู่โจมทันที
"ดะ ดะ เดี๋ยวนะ ท่านแม่ทัพรองชิวเยี่ยนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่ใช่ว่าท่านมาแอบปล่อยให้ข้าได้เป็อิสระหรือ" จิ่นเฟยชักสีหน้าได้ไม่ทันไรก็ต้องเบรกความคิดพวกนั้นไว้ตรงหน้า เปลี่ยนท่าทีแทบไม่ทัน
"เรียนแม่นางหลิวหากไม่ใช่คำสั่งของท่านแม่ทัพใหญ่โม่ มีหรือที่ข้าจะกล้าทำเื่พลการสาวใช้สิบนางจำเป็ต้องประโคมเครื่องแต่งกายให้ท่านเพื่อเตรียมเข้าพิธีในวันพรุ่งนี้" ชิวเยี่ยพูดคลุมเครือไม่แจ้งให้กระจ่างทันทีที่สาวใช้เข้ารุมขึงตัวนาง ชิวเยี่ยก็ถอยห่างออกมา
"เห้ เห้ย!!! หยุดนะ หยุดก่อนสิชิวเยี่ยมาพูดให้เข้าใจก่อน"
"นายหญิงเ้าคะหากนายหญิงไม่ยินยอมให้บ่าวจัดแจงกายท่าน บ่าวคงต้องรายงานต่อนายท่าน"หัวหน้าสาวใช้ตั้งใจเอ่ยน้ำเสียงแ่ๆขู่จิ่นเฟย
"ดี !! ดีนี่!! สาวใช้อย่างพวกเ้ารู้จักขู่คนปากเรียกข้านายหญิงๆๆๆ แต่ไม่มีใครเชื่อฟังข้าสักคน "จิ่นเฟยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยังไงก็สู้แรงสาวใช้10คนไม่ได้ นางเลยไม่ได้ขัดขืนให้เปลืองแรง
"ในสกุลโม่ แม้ท่านจะเป็นายหญิง แต่ผู้ที่ใหญ่ที่สุดก็คือนายท่านเ้าค่ะ"หัวหน้าสาวใช้ปากดี ตั้งใจพูดส่อเสียดเหน็บแนมจิ่นเฟยเพราะในใจนั้นหลงรักนายท่านอย่างโม่เติ้งถูั้แ่แรกเห็น
"ใครบอกว่าข้าเป็ใหญ่ในจวนโม่นางต่างหากที่เป็ใหญ่ พวกเ้าทุกคนจำเอาไว้ให้ดี ผู้ที่มีอำนาจมากกว่าข้า ก็คือนาง!!!" โม่เติ้งถูได้ยินทุกคำที่หัวหน้าสาวใช้พูดกับนางเขาเองรู้สึกตงิดใจนักกับสาวใช้นางนั้น
คนคลั่งรักอย่างเติ้งถูไม่รีรอให้ว่าที่ภรรยาถูกกดขี่ด้วยคำพูดผลักประตูเข้ามาอย่างแรง
สิ่งแรกที่เขาทำ คือง้างมือตบหน้าสั่งสอนหัวหน้าสาวใช้ 1 ฉาดใหญ่ให้หลาบจำ ต่อหน้าจิ่นเฟย
"ั้แ่พรุ่งนี้ไปนางก็จะเป็ฮูหยินของข้า มีหรือที่ข้าจะแบ่งฝักแบ่งฝ่ายยื่อแย่งอำนาจเป็ใหญ่ในเรือน " คำสั่งสอนของเขามันรุนแรงเสียจนสาวใช้ทั้งสิบนางไม่กล้าแหงนหน้าขึ้นมอง
"ที่นี่เป็จวนโม่ของข้ามิใช่ราชสำนักหรือวังหลวงที่พวกเ้าเคยชิน หากเคารพข้าอย่างไรก็เคารพนางอย่างนั้น"
"ช่างอำมหิตจริงๆแม้แต่สาวใช้ตัวเล็กๆก็กล้าลงมือ"จิ่นเฟยคิดว่าอารมณ์ของเติ้งถูแสนยากเย็นที่จะรับมือเพื่อปกป้องนางเล็กๆอย่างสาวใช้พวกนั้น จิ่นเฟยยอมทุกอย่างแต่โดยดี
"เอาล่ะๆ ข้าไม่ขัดขืนพวกเ้าหรอก เอาสิ ลุกขึ้นมาอยากจัดแจงแต่งเติมอะไรให้ข้าก็ได้ " จิ่นเฟยลุกขึ้นเรียกสาวใช้ทั้งหลายพร้อมประคองพวกนางขึ้น
"ส่วนเ้า ไสหัวออกไปจากตำหนักของข้าซะคนใจทรามเช่นเ้าข้าไม่้าเห็นแม้เงา" จิ่นเฟยไม่ไว้หน้าเติ้งถูกับคนอื่นนางพูดคุยด้วยท่าทียิ้มแย้มมีมิตรไมตรี แม้กระทั่งสาวใช้นางเล็กๆยังได้รับน้ำใจจากนาง
แต่หากพูดคุยกับเติ้งถูทีไร ใบหน้าบูดบึ้งราวยักราวปีศาจคำพูดวาจากระแทกแดกดันจนน่ารำคาญใจซ้ำครั้งยังพูดจาย่ำหยามเกียรติของบุรุษอย่างเขาไม่มีชิ้นดีจะหาที่ใดได้กับบุรุษที่ยอมสตรีได้ขนาดนี้ นอกจากเขาจะไม่ถือโทษโกรธนาง ยังเชื่อฟังนางและคอยทำดีกับนางอย่างลับๆเสมอ