ตอนที่ 74 หมู่บ้านท้อโบราณอันลึกลับ มาพร้อมคำสั่งของนายน้อย เพื่อค้นหาผู้ใช้แซ่กู้
เรื่องเล่าขานเกี่ยวกับเขตแดนรกร้างแห่งสวรรค์นั้นมีอยู่มากมายในแดนสวรรค์เบื้องบน
บางคนเรียกขานว่าเป็นดินแดนแห่งเซียนผู้ถูกทอดทิ้ง บ้างเรียกว่าดินแดนต้องคำสาป หรือดินแดนรกร้าง
โดยสรุปแล้วเขตแดนรกร้างแห่งสวรรค์สำหรับผู้คนในแดนสวรรค์เบื้องบนนั้น ถือเป็นสถานที่อัปมงคล มิมีผู้ใดยินดีเดินทางไปเยือนทั้งสิ้น
แม้บางคราว ดินแดนแห่งนี้จะเต็มไปด้วยแสงสีแห่งมรรคาที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อเกิดโอกาสแห่งโชควาสนา
แต่ภายใต้ขุนเขาที่ทอดตัวสุดลูกหูลูกตากลับเต็มไปด้วยอันตรายนับมิถ้วน
หากปราศจากพลังระดับเทวะสวรรค์แล้ว การจะเดินทางข้ามผ่านพื้นที่แห่งนี้เพียงลำพังย่อมเป็นเรื่องยากยิ่ง
ทว่าภายในดินแดนอันน่าหวาดหวั่นแห่งนี้ ยังมีหมู่บ้านเล็กๆ ที่ได้รับการปกปักษ์จากต้นท้อโบราณสูงใหญ่
หมู่บ้านแห่งนี้เงียบสงบอย่างเหลือเชื่อ จนราวกับเป็นแดนสวรรค์ที่หลุดพ้นจากโลกภายนอก
หมู่บ้านแห่งนั้นมีนามว่าหมู่บ้านท้อโบราณ
ผู้คนในหมู่บ้านต่างแปลกประหลาด หากแต่ยังแฝงไว้ด้วยความลึกลับ
ในเวลานั้น กู้เซียนเอ๋อร์ยืนอยู่ใต้ต้นท้อสูงใหญ่
ร่างในอาภรณ์สีเขียวอ่อนบางเฉียบ ทรวดทรงดูบอบบาง แต่ใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติกลับฉายแววสง่างาม
นางยืนกล่าวคำอำลากับต้นท้อ
ต้นท้อที่มิใช่เพียงต้นไม้ธรรมดาสามัญ แต่คือวิญญาณผู้พิทักษ์ของหมู่บ้าน
แม้แต่บรรดาอาจารย์ผู้ลึกลับของนางก็ยังให้ความเคารพต่อต้นท้อนี้
สำหรับกู้เซียนเอ๋อร์แล้ว ต้นท้อนี้มิเพียงแต่เป็นผู้พิทักษ์ปกป้อง หากยังเป็นทั้งอาจารย์และท่านพี่ผู้เมตตาของตน
ในวัยเยาว์ที่ร่างกายอ่อนแอ ต้นท้อได้ช่วยนางไว้ด้วยพลังจากแก่นท้ออันศักดิ์สิทธิ์
"เจ้ามั่นใจว่าจะจากไปจริงหรือ ด้วยพลังระดับจ้าวศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ของเจ้า ยังมิถือว่าแข็งแกร่งนักในแดนสวรรค์เบื้องบน เหล่าทายาทแห่งสำนักมรรคาสูงสุดและสำนักอมตะนิรันดร์ ก็ล้วนแล้วแต่มีพลังเหนือกว่าเจ้า"
เสียงหวานไพเราะดุจสายลมอ่อนโยนดังมาจากกิ่งใบของต้นท้อใหญ่ สอบถามความตั้งใจของกู้เซียนเอ๋อร์
เมื่อได้ยินดังนั้น กู้เซียนเอ๋อร์พยักหน้าด้วยความแน่วแน่ "ท่านพี่ถาว ข้าต้องจากที่นี่ไป ข้ายังต้องตามหาท่านปู่ บิดามารดา และเหล่าผู้คนในสายตระกูลของข้า…"
"หลายปีมาแล้ว ข้ามิรู้เลยว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง คงถูกท่านอาของข้าบีบคั้นจนแทบหมดหนทาง ถูกเนรเทศออกไป และมิอาจกลับไปสู่เกียรติยศที่เคยรุ่งเรือง"
แววตาของนางฉายความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างชัดเจน
นางย่อมรู้ดีว่า
ในฐานะคนของตระกูลแห่งชีวิตอันยืนยง แม้จะถูกขับไล่เนรเทศออกมา แต่ก็นับว่ายังทรงอิทธิพลยิ่งกว่าตระกูลและสำนักทั่วไป
สิ่งที่เปลี่ยนไปคงเป็นเพียงชีวิตที่ไร้ความหรูหราดังเช่นในอดีต ถูกตัดขาดจากศูนย์กลางอำนาจในแดนสวรรค์ มิอาจครอบครองความสูงส่งดั่งที่เคยอยู่ในตระกูลกู้
เพราะเหตุนี้ เป้าหมายของนางนอกจากการล้างแค้นแล้ว ยังมีเป้าหมายยิ่งใหญ่อีกข้อหนึ่ง
คือการตามหาบิดามารดาและท่านปู่ของนาง เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้สายตระกูลของนางอีกครั้ง
และหากทำได้ ก็จะให้สายตระกูลของท่านอาได้ลิ้มลองสัมผัสถึงรสชาติของความพ่ายแพ้เช่นเดียวกัน
"แต่เหนือสิ่งอื่นใด…คือท่านพี่ผู้แสนดีของข้าในวันวาน"
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หัวใจของนางก็ปวดร้าวขึ้นมาอีกครั้ง
ภาพในอดีตของการถูกเขาแย่งชิงกระดูกมรรคาด้วยความไร้ปรานีปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ท่านพี่ผู้นั้นช่างโหดเหี้ยมอำมหิตนัก
ในเวลานั้นนางยังเด็กนัก และยังรักที่จะติดตามเขาไปทุกที่
แต่สุดท้ายกลับถูกเขาหักหลัง โยนความเมตตาทิ้ง และแย่งชิงทุกสิ่งไปอย่างไร้เยื่อใย
เพียงคิดถึงเรื่องนี้ หัวใจของกู้เซียนเอ๋อร์ก็เต็มไปด้วยความชิงชังต่อท่านพี่ผู้แข็งแกร่งไร้ผู้ใดเทียบเคียงผู้นั้น
ความแค้นนี้ นางจะทวงคืนอย่างสาสม
“ความแค้นนี้ เป็นเรื่องระหว่างเจ้าและเขา เจ้าต้องแก้ไขด้วยตัวเอง”
เสียงอ่อนโยนดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิดังมาจากต้นท้อโบราณ
กู้เซียนเอ๋อร์พยักหน้ารับ “ข้ารู้ดี ท่านพี่ถาว เรื่องนี้เป็นเรื่องในตระกูลกู้ของข้า เหล่าอาจารย์และท่านมิควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากนัก”
“เจ้ารู้เพียงนี้ก็ดีแล้ว แต่อย่ากังวลไป ในแดนสวรรค์นั้น แม้ผู้แข็งแกร่งจะมีมากมาย แต่มิมีผู้ใดกล้าแตะต้องเจ้าได้ง่ายๆ”
“เหล่าอาจารย์ของเจ้าอาจจะดูประหลาดอยู่บ้าง แต่ผู้ที่กล้าล่วงเกินพวกเขานั้นก็หาได้ยากยิ่งนัก” เสียงของปีศาจต้นท้ออันอ่อนโยนแต่เปี่ยมไปด้วยพลังดังขึ้น
แน่นอนว่านางมิได้กล่าวถึงตนเอง เนื่องด้วยที่มาของนางนั้นลึกลับและยาวนานกว่าผู้อื่นนัก
“ข้ารู้ดี ท่านพี่ถาว อาจารย์เหล่านั้นได้ช่วยข้าไว้มากมาย ทั้งสอนสั่งให้ข้ารู้แจ้งในหลายสิ่ง ข้ารู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของพวกเขาอย่างยิ่ง”
ดวงใจของกู้เซียนเอ๋อร์อบอุ่นขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับท่านพี่ผู้แสนเย็นชาของนาง อาจารย์เหล่านี้คือผู้ที่สั่งสอนให้นางรู้จักกับความอบอุ่นของมนุษย์
“ข้าเองก็ช่วยเจ้าได้มิมาก เรื่องนี้คือเรื่องภายในของตระกูลเจ้า ต่อให้อาจารย์ของเจ้าปรารถนาจะช่วย ก็ทำได้เพียงปกป้องเจ้าจากอันตรายอันใหญ่หลวงเท่านั้น”
ต้นท้อกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ขณะที่ดอกท้อบานสะพรั่งหนึ่งดอกร่วงหล่นลงมาที่มือของกู้เซียนเอ๋อร์
“จงเก็บไว้เถิด ในยามคับขัน ดอกท้อนี้อาจช่วยเจ้าได้ หากผู้ใดยังจำข้าได้ พวกเขาคงมิกล้าทำอันใดเจ้า”
“ขอบคุณยิ่ง ท่านพี่ถาว” กู้เซียนเอ๋อร์กล่าวด้วยความซาบซึ้ง
ดอกท้อเจ็ดกลีบในมือนางงดงามประหนึ่งหยกเทพเจ้า เปล่งประกายด้วยแสงลึกลับและกลิ่นอายแห่งมรรคา
มินานนัก นางกล่าวคำอำลาทุกคน ก่อนจะมองไปยังเขตแดนสวรรค์เบื้องบนอันรุ่งโรจน์
ดวงตาฉายความมุ่งมั่นและกล้าหาญ
“ก่อนจะจากมา อาจารย์ใหญ่ได้มอบดาบให้ข้าหนึ่งเล่ม กล่าวว่าหากข้าสู้ท่านพี่มิไหว ก็ให้ใช้ดาบนี้…”
“อาจารย์รองยังให้เชือกข้าไว้เส้นหนึ่ง ก่อนกล่าวว่ามันสามารถผูกมัดได้ทุกสิ่ง หากข้าสู้ท่านพี่มิไหว ให้ใช้เชือกเส้นนี้…”
“ส่วนอาจารย์สาม…”
…
กู้เซียนเอ๋อร์คุกเข่าลงที่หน้าหมู่บ้าน ก้มกราบอย่างลึกซึ้งจนศีรษะกระทบพื้นดังสนั่น
“เมื่อข้าจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ข้าจะกลับมาเยี่ยมพวกท่านอีกครั้ง”
สิ้นคำ นางลุกขึ้นยืน ก่อนพาผู้อาวุโสที่พานางหนีออกจากตระกูลในอดีตติดตามไปด้วย
นางเรียกอสูรร้ายตนหนึ่งที่มีกลิ่นอายพลังน่าสะพรึงกลัวมาเป็นพาหนะ แล้วออกเดินทางจากหมู่บ้านแห่งนี้
หลังจากนั้น บรรดาอาจารย์ผู้ลึกลับและแปลกประหลาดของนางก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าหมู่บ้าน
พวกเขาเพียงมองนางจากระยะไกล ใบหน้าเต็มไปด้วยความลึกลับ
พวกเขามีรูปลักษณ์ผิดแปลกไปจากปกติอย่างเห็นได้ชัด
มีผู้ที่ตาบอด หูหนวก ขาขาด แขนด้วน
ในระดับพลังเช่นพวกเขา การสร้างแขนขาใหม่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย
แต่พวกเขากลับมิทำสิ่งนั้น
เป็นไปได้ว่า พวกเขาคงมีเหตุผลบางประการ หรือไม่ก็มิมีความสามารถที่จะทำได้
แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธมิได้ก็คือ พวกเขาล้วนมีภูมิหลังอันน่าพรั่นพรึง
หากปรากฏตัวในดินแดนรุ่งเรืองแห่งสวรรค์เบื้องบน ย่อมก่อให้เกิดคลื่นลมพายุอันยิ่งใหญ่
หากกู้ฉางเกอมาเยือน ณ ที่แห่งนี้ ก็คงสบถออกมาว่า "ผู้แต่งเรื่องนี้นี่ช่างร้ายกาจเสียจริง"
เพราะชัดเจนว่า ที่มาของหมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยความลี้ลับน่าสะพรึงกลัว
เหล่าอาจารย์ลึกลับกำลังสนทนากันในตอนนี้
"เลี้ยงดูนางมาเป็นสิบกว่าปี อยู่ดีๆ ก็จากไป มิรู้คราวหน้าจะได้กลับมาเมื่อไร..."
"เรื่องของนางกับเด็กหนุ่มคนนั้น เป็นปมแค้นระหว่างพวกเขา พวกเราเองก็ยื่นมือเข้าไปช่วยอะไรมิได้หรอก เพียงแต่นางช่างอ่อนโยนและไร้เดียงสาเกินไป อีกทั้งยังเป็นสตรีนางหนึ่ง ข้ากลัวเหลือเกินว่านางจะต้องลำบากนัก คิดมิตกจริงๆ ว่าเหตุใดพวกเราเหล่าคนเช่นนี้ถึงสอนให้นางมีนิสัยแบบนี้ได้..."
"นิสัยมิใช่สิ่งสำคัญ อีกทั้งข้ายังเห็นว่านิสัยของเซียนเอ๋อร์ดีเลิศยิ่ง" หญิงชราผู้มีใบหน้าหมองคล้ำคนหนึ่งสวนขึ้นทันที ดวงตาที่ขุ่นมัวเหลือบมองผู้คนรอบตัวด้วยความมิพอใจ
"นางคือเด็กที่สวรรค์ลิขิตให้เป็นที่รักของชะตาโดยแท้ การเกิดของนางก็เพื่อได้รับความรักและการปกป้อง แต่กลับต้องแบกรับความแค้นอันหนักอึ้งไว้แทน พี่ชายของนางผู้นั้นก็ช่าง...เล็กถึงเพียงนี้ แต่กลับเย็นชาและไร้หัวใจถึงเพียงนั้น"
"ลองคิดดูเถิด ตระกูลกู้ที่ได้รับคำชื่นชมมาหลายยุคหลายสมัย ไฉนถึงได้มาพบเจอกับเรื่องเช่นนี้ในรุ่นนี้ได้เล่า"
เหล่าผู้อาวุโสสนทนากันอย่างเคร่งขรึมอยู่หน้าหมู่บ้าน ความห่วงใยในตัวกู้เซียนเอ๋อร์นั้นฉายชัดบนใบหน้า
มันเป็นความรู้สึกมิต่างจากบิดารมารดาที่เลี้ยงดูบุตรสาวมานานถึงสิบกว่าปี แล้วจู่ๆ นางก็เดินออกจากประตูบ้านไป พร้อมกับความที่มิรู้ว่าเมื่อไรนางจะได้หวนกลับมา
"ข้ากลัวเพียงแต่ว่า ครั้งหน้าที่นางกลับมา อาจพาบุรุษคนหนึ่งกลับมาด้วย...ข้าเกรงแต่ว่าตนเองจะอดใจมิไหว ต้องฟันคอหมอนั่นเสีย"
"ข้าเพ่งดวงชะตาดูแล้ว เรื่องนี้ยังมิมีคำตอบอันแน่ชัด"
ชายตาบอดที่นั่งอยู่กลางวงพลันกล่าวด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
…
ดินแดนอันรุ่งเรืองของสวรรค์เบื้องบน กว้างใหญ่ไพศาลเกินหยั่งถึง
โดยภาพรวมแล้ว อาณาเขตทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสามชั้น ได้แก่ เขตชั้นใน เขตชั้นกลาง และเขตชั้นนอก ซึ่งการแบ่งชั้นนี้เป็นดั่งพีระมิดแห่งอำนาจที่แน่นหนาและมิอาจฝ่าฝืน
เขตชั้นในนั้นกว้างใหญ่สุดขอบฟ้า ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ศาสนพิธีและลัทธิต่างๆ ตั้งอยู่หนาแน่น เป็นดินแดนอันมั่งคั่งเจิดจรัสที่สุด และยังเป็นศูนย์รวมของสำนักอมตะนิรันดร์ และลัทธิอันยิ่งใหญ่
เขตชั้นกลาง แม้อาจมิยิ่งใหญ่เทียบเท่า แต่ยังคงกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตและเปี่ยมด้วยทรัพยากรมากมาย
ส่วนเขตชั้นนอกนั้น แม้ด้อยกว่าเขตชั้นในและชั้นกลาง แต่ก็ยังเป็นพื้นที่อันรุ่งเรือง ทรัพยากรมิขาดแคลน และเต็มไปด้วยลัทธิหลากหลายที่ถักทอความสัมพันธ์อันซับซ้อน
บริเวณชายขอบของเขตชั้นนอกนั้นเป็นดินแดนเชื่อมต่อกับโลกเบื้องล่าง มีสภาพแวดล้อมอันห่างไกลและรกร้าง ที่นี่เองที่ผู้บรรลุสวรรค์จากโลกเบื้องล่างมักปรากฏตัว
นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่เหล่าผู้มีอำนาจนิยมใช้เป็นแหล่งแรงงานราคาถูก มิว่าจะใช้สำหรับการทำเหมืองหรือหน้าที่อื่นๆ
หากพบผู้บำเพ็ญเพียรผู้มีพรสวรรค์ในหมู่ผู้บรรลุสวรรค์เหล่านี้ พวกเขาอาจได้รับการอุปการะเพื่อปลูกฝัง
ยกเว้นเพียงเขตต้องห้ามแห่งชีวิต อันเป็นดินแดนที่ทุกสรรพชีวิตล้มตายไร้สิ้นหวัง ที่แห่งนั้นไร้ผู้ใดกล้าเยื้องกราย ส่วนเขตอื่นๆ ล้วนมีร่องรอยของผู้บำเพ็ญเพียรและนักรบปรากฏอยู่มากมาย
ในเขตชั้นนอก ดินแดนซีหลิงอันกว้างใหญ่
กลางท้องนภา ได้ปรากฏเงาร่างของผู้อาวุโสหมิงขึ้นอย่างแจ่มชัด
“ตามคำสั่งของนายน้อย ตระกูลกู้ที่ถูกเนรเทศเมื่อคราก่อน คาดว่าจะอยู่ในดินแดนซีหลิงแห่งนี้...”
เสียงเปี่ยมอำนาจดังขึ้น ขณะเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับลมพายุ เพื่อตามหาเป้าหมายในเขตนี้
ดินแดนซีหลิง เป็นดินแดนที่แบ่งการปกครองออกเป็นหลายเมือง แต่ละเมืองมีอาณาเขตนับล้านลี้ หรือบางแห่งอาจกว้างถึงสิบล้านลี้
แม้แต่ผู้มีพลังระดับเทวะสวรรค์ ก็ยังสามารถครอบครองเมืองทั้งเมืองได้ โดยที่มิพบผู้แข็งแกร่งใดที่มีอำนาจทัดเทียมตนในที่แห่งนั้น
ส่วนผู้ทรงพลังระดับราชันเทวะก็แทบจะมิเคยปรากฏตัวในเขตชั้นนอกแห่งนี้
ผู้อาวุโสหมิงมิได้ซ่อนเร้นพลังของตน
ตูม!
พลังอันน่าหวาดเกรงในระดับราชันเทวะแผ่ขยายออกไป คล้ายดั่งเทพเจ้าอันสูงส่ง ทำให้เหล่าผู้ทรงอำนาจในนครโบราณรอบบริเวณต้องตื่นตระหนก
เหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรในนครใหญ่ ล้วนสะท้านสะเทือน หัวใจสั่นระรัว มิอาจทานทนต่อแรงกดดันได้
“ผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทวะ เหตุใดจึงปรากฏตัวในที่แห่งนี้ได้เล่า ช่างน่าหวาดหวั่นนัก...”
เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัวดังขึ้นจากเหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรมากมาย
ผู้มีพลังระดับเทวะสวรรค์ ยังนับว่าสูงส่งเหนือกว่าปุถุชนใดๆ แล้วยิ่งกว่าคือผู้มีระดับพลังขั้นราชันเทวะ ผู้สามารถทำลายล้างทุกสิ่งด้วยเพียงความคิดเดียว
เพียงมินาน กลุ่มผู้แข็งแกร่งระดับเทวะสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า พวกเขาโค้งกายด้วยความนอบน้อมและเกรงกลัว
ในเขตชั้นนอก ราชันเทวะนั้นนับว่าแทบมิเคยปรากฏ หากมาเยือนนั้นก็ย่อมมีเหตุผลที่สำคัญ
“ขออภัยใต้ฝ่าพระบาท เหตุใดจึงเสด็จมายังที่นี้ได้”
พวกเขากล่าวถามอย่างนอบน้อม
“ข้ามาโดยคำสั่งของนายน้อย เพื่อค้นหาตระกูลกู้แห่งเขตนี้ ท่านทั้งหลายทราบหรือไม่ว่ามีที่ใดที่มีผู้ใช้แซ่กู้อาศัยอยู่ในดินแดนซีหลิง”
ผู้อาวุโสหมิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“ตระกูลกู้หรือ...”
ในนครขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง กู้เซียนเอ๋อร์ ซึ่งเพิ่งออกจากเขตแดนรกร้างแห่งสวรรค์ ได้ยินถ้อยคำนี้แล้ว ร่างน้อยพลันตึงเครียด
นางเพิ่งเริ่มออกตามหาตระกูลที่ถูกเนรเทศของตน ทว่ามิคาดคิดว่าจะได้พบเจอเหตุการณ์นี้
นายน้อยหรือ
ตระกูลกู้ที่ว่านั่น
หรือจะเป็น...เขา
พี่ชายแสนรักของข้า!
เมื่อนึกถึงคำว่าแสนรัก สายตาของกู้เซียนเอ๋อร์กลับฉายแววเย็นชาเจือด้วยความเคียดแค้นออกมา
“คุณหนู...”
น้ำเสียงของผู้เฒ่าชราผู้ติดตามนางพลันแปรเปลี่ยนไป ใบหน้าเคร่งขรึมเต็มไปด้วยความกังวล
“เหตุใดทันทีที่ข้าก้าวออกจากเขตแดนรกร้างแห่งสวรรค์ ถึงมีคนตามรอยมาพบได้”
กู้เซียนเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ คิ้วเรียวงามขมวดเล็กน้อย ทว่าดวงตากลับยังสงบนิ่ง
นางเหลือบมองไปยังวิหคสีแดงที่หลับสนิทอยู่บนบ่า สัตว์ร้ายอันทรงพลังที่นางนำติดตัวมาจากเขตแดนรกร้างแห่งสวรรค์เพื่อใช้เป็นพาหนะในการเดินทาง
แม้พลังของมันจะมหาศาล แต่เมื่อเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทวะแล้ว นางก็มิมั่นใจว่ามันจะสามารถต่อกรได้
สำหรับผู้ติดตามของนาง ซึ่งมีพลังเพียงระดับเทวะมายาก็ยิ่งมิต้องพูดถึง
หรือว่านี่คือเวลาที่จะต้องใช้ของวิเศษที่เหล่าอาจารย์ได้มอบไว้ให้แล้ว
กระนั้นกู้เซียนเอ๋อร์กลับเลือกที่จะสงบใจ นางยังมิควรรีบเคลื่อนไหว มาดูกันก่อนว่าเขาจะเล่นกลอุบายอันใด