[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 74 หมู่บ้านท้อโบราณอันลึกลับ มาพร้อมคำสั่งของนายน้อย เพื่อค้นหาผู้ใช้แซ่กู้

    ตอนที่ 74 หมู่บ้านท้อโบราณอันลึกลับ มาพร้อมคำสั่งของนายน้อย เพื่อค้นหาผู้ใช้แซ่กู้

            เรื่องเล่าขานเกี่ยวกับเขตแดนรกร้างแห่งสวรรค์นั้นมีอยู่มากมายในแดนสวรรค์เบื้องบน

            บางคนเรียกขานว่าเป็นดินแดนแห่งเซียนผู้ถูกทอดทิ้ง บ้างเรียกว่าดินแดนต้องคำสาป หรือดินแดนรกร้าง

            โดยสรุปแล้วเขตแดนรกร้างแห่งสวรรค์สำหรับผู้คนในแดนสวรรค์เบื้องบนนั้น ถือเป็นสถานที่อัปมงคล มิมีผู้ใดยินดีเดินทางไปเยือนทั้งสิ้น

            แม้บางคราว ดินแดนแห่งนี้จะเต็มไปด้วยแสงสีแห่งมรรคาที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อเกิดโอกาสแห่งโชควาสนา

            แต่ภายใต้ขุนเขาที่ทอดตัวสุดลูกหูลูกตากลับเต็มไปด้วยอันตรายนับมิถ้วน

            หากปราศจากพลังระดับเทวะสวรรค์แล้ว การจะเดินทางข้ามผ่านพื้นที่แห่งนี้เพียงลำพังย่อมเป็นเรื่องยากยิ่ง

            ทว่าภายในดินแดนอันน่าหวาดหวั่นแห่งนี้ ยังมีหมู่บ้านเล็กๆ ที่ได้รับการปกปักษ์จากต้นท้อโบราณสูงใหญ่

            หมู่บ้านแห่งนี้เงียบสงบอย่างเหลือเชื่อ จนราวกับเป็นแดนสวรรค์ที่หลุดพ้นจากโลกภายนอก

            หมู่บ้านแห่งนั้นมีนามว่าหมู่บ้านท้อโบราณ

            ผู้คนในหมู่บ้านต่างแปลกประหลาด หากแต่ยังแฝงไว้ด้วยความลึกลับ

            ในเวลานั้น กู้เซียนเอ๋อร์ยืนอยู่ใต้ต้นท้อสูงใหญ่

            ร่างในอาภรณ์สีเขียวอ่อนบางเฉียบ ทรวดทรงดูบอบบาง แต่ใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติกลับฉายแววสง่างาม

            นางยืนกล่าวคำอำลากับต้นท้อ

            ต้นท้อที่มิใช่เพียงต้นไม้ธรรมดาสามัญ แต่คือวิญญาณผู้พิทักษ์ของหมู่บ้าน

            แม้แต่บรรดาอาจารย์ผู้ลึกลับของนางก็ยังให้ความเคารพต่อต้นท้อนี้

            สำหรับกู้เซียนเอ๋อร์แล้ว ต้นท้อนี้มิเพียงแต่เป็นผู้พิทักษ์ปกป้อง หากยังเป็นทั้งอาจารย์และท่านพี่ผู้เมตตาของตน

            ในวัยเยาว์ที่ร่างกายอ่อนแอ ต้นท้อได้ช่วยนางไว้ด้วยพลังจากแก่นท้ออันศักดิ์สิทธิ์

            "เจ้ามั่นใจว่าจะจากไปจริงหรือ ด้วยพลังระดับจ้าวศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ของเจ้า ยังมิถือว่าแข็งแกร่งนักในแดนสวรรค์เบื้องบน เหล่าทายาทแห่งสำนักมรรคาสูงสุดและสำนักอมตะนิรันดร์ ก็ล้วนแล้วแต่มีพลังเหนือกว่าเจ้า"

            เสียงหวานไพเราะดุจสายลมอ่อนโยนดังมาจากกิ่งใบของต้นท้อใหญ่ สอบถามความตั้งใจของกู้เซียนเอ๋อร์

            เมื่อได้ยินดังนั้น กู้เซียนเอ๋อร์พยักหน้าด้วยความแน่วแน่ "ท่านพี่ถาว ข้าต้องจากที่นี่ไป ข้ายังต้องตามหาท่านปู่ บิดามารดา และเหล่าผู้คนในสายตระกูลของข้า…"

            "หลายปีมาแล้ว ข้ามิรู้เลยว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง คงถูกท่านอาของข้าบีบคั้นจนแทบหมดหนทาง ถูกเนรเทศออกไป และมิอาจกลับไปสู่เกียรติยศที่เคยรุ่งเรือง"

            แววตาของนางฉายความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างชัดเจน

            นางย่อมรู้ดีว่า

            ในฐานะคนของตระกูลแห่งชีวิตอันยืนยง แม้จะถูกขับไล่เนรเทศออกมา แต่ก็นับว่ายังทรงอิทธิพลยิ่งกว่าตระกูลและสำนักทั่วไป

            สิ่งที่เปลี่ยนไปคงเป็นเพียงชีวิตที่ไร้ความหรูหราดังเช่นในอดีต ถูกตัดขาดจากศูนย์กลางอำนาจในแดนสวรรค์ มิอาจครอบครองความสูงส่งดั่งที่เคยอยู่ในตระกูลกู้

            เพราะเหตุนี้ เป้าหมายของนางนอกจากการล้างแค้นแล้ว ยังมีเป้าหมายยิ่งใหญ่อีกข้อหนึ่ง

            คือการตามหาบิดามารดาและท่านปู่ของนาง เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้สายตระกูลของนางอีกครั้ง

            และหากทำได้ ก็จะให้สายตระกูลของท่านอาได้ลิ้มลองสัมผัสถึงรสชาติของความพ่ายแพ้เช่นเดียวกัน

            "แต่เหนือสิ่งอื่นใด…คือท่านพี่ผู้แสนดีของข้าในวันวาน"

            เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หัวใจของนางก็ปวดร้าวขึ้นมาอีกครั้ง

            ภาพในอดีตของการถูกเขาแย่งชิงกระดูกมรรคาด้วยความไร้ปรานีปรากฏขึ้นอีกครั้ง

            ท่านพี่ผู้นั้นช่างโหดเหี้ยมอำมหิตนัก

            ในเวลานั้นนางยังเด็กนัก และยังรักที่จะติดตามเขาไปทุกที่

            แต่สุดท้ายกลับถูกเขาหักหลัง โยนความเมตตาทิ้ง และแย่งชิงทุกสิ่งไปอย่างไร้เยื่อใย

            เพียงคิดถึงเรื่องนี้ หัวใจของกู้เซียนเอ๋อร์ก็เต็มไปด้วยความชิงชังต่อท่านพี่ผู้แข็งแกร่งไร้ผู้ใดเทียบเคียงผู้นั้น

            ความแค้นนี้ นางจะทวงคืนอย่างสาสม

            “ความแค้นนี้ เป็นเรื่องระหว่างเจ้าและเขา เจ้าต้องแก้ไขด้วยตัวเอง”

            เสียงอ่อนโยนดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิดังมาจากต้นท้อโบราณ

            กู้เซียนเอ๋อร์พยักหน้ารับ “ข้ารู้ดี ท่านพี่ถาว เรื่องนี้เป็นเรื่องในตระกูลกู้ของข้า เหล่าอาจารย์และท่านมิควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากนัก”

            “เจ้ารู้เพียงนี้ก็ดีแล้ว แต่อย่ากังวลไป ในแดนสวรรค์นั้น แม้ผู้แข็งแกร่งจะมีมากมาย แต่มิมีผู้ใดกล้าแตะต้องเจ้าได้ง่ายๆ”

            “เหล่าอาจารย์ของเจ้าอาจจะดูประหลาดอยู่บ้าง แต่ผู้ที่กล้าล่วงเกินพวกเขานั้นก็หาได้ยากยิ่งนัก” เสียงของปีศาจต้นท้ออันอ่อนโยนแต่เปี่ยมไปด้วยพลังดังขึ้น

            แน่นอนว่านางมิได้กล่าวถึงตนเอง เนื่องด้วยที่มาของนางนั้นลึกลับและยาวนานกว่าผู้อื่นนัก

            “ข้ารู้ดี ท่านพี่ถาว อาจารย์เหล่านั้นได้ช่วยข้าไว้มากมาย ทั้งสอนสั่งให้ข้ารู้แจ้งในหลายสิ่ง ข้ารู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของพวกเขาอย่างยิ่ง”

            ดวงใจของกู้เซียนเอ๋อร์อบอุ่นขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับท่านพี่ผู้แสนเย็นชาของนาง อาจารย์เหล่านี้คือผู้ที่สั่งสอนให้นางรู้จักกับความอบอุ่นของมนุษย์

            “ข้าเองก็ช่วยเจ้าได้มิมาก เรื่องนี้คือเรื่องภายในของตระกูลเจ้า ต่อให้อาจารย์ของเจ้าปรารถนาจะช่วย ก็ทำได้เพียงปกป้องเจ้าจากอันตรายอันใหญ่หลวงเท่านั้น”

            ต้นท้อกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ขณะที่ดอกท้อบานสะพรั่งหนึ่งดอกร่วงหล่นลงมาที่มือของกู้เซียนเอ๋อร์

            “จงเก็บไว้เถิด ในยามคับขัน ดอกท้อนี้อาจช่วยเจ้าได้ หากผู้ใดยังจำข้าได้ พวกเขาคงมิกล้าทำอันใดเจ้า”

            “ขอบคุณยิ่ง ท่านพี่ถาว” กู้เซียนเอ๋อร์กล่าวด้วยความซาบซึ้ง

            ดอกท้อเจ็ดกลีบในมือนางงดงามประหนึ่งหยกเทพเจ้า เปล่งประกายด้วยแสงลึกลับและกลิ่นอายแห่งมรรคา

            มินานนัก นางกล่าวคำอำลาทุกคน ก่อนจะมองไปยังเขตแดนสวรรค์เบื้องบนอันรุ่งโรจน์

            ดวงตาฉายความมุ่งมั่นและกล้าหาญ

            “ก่อนจะจากมา อาจารย์ใหญ่ได้มอบดาบให้ข้าหนึ่งเล่ม กล่าวว่าหากข้าสู้ท่านพี่มิไหว ก็ให้ใช้ดาบนี้…”

            “อาจารย์รองยังให้เชือกข้าไว้เส้นหนึ่ง ก่อนกล่าวว่ามันสามารถผูกมัดได้ทุกสิ่ง หากข้าสู้ท่านพี่มิไหว ให้ใช้เชือกเส้นนี้…”

            “ส่วนอาจารย์สาม…”

            …

            กู้เซียนเอ๋อร์คุกเข่าลงที่หน้าหมู่บ้าน ก้มกราบอย่างลึกซึ้งจนศีรษะกระทบพื้นดังสนั่น

            “เมื่อข้าจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ข้าจะกลับมาเยี่ยมพวกท่านอีกครั้ง”

            สิ้นคำ นางลุกขึ้นยืน ก่อนพาผู้อาวุโสที่พานางหนีออกจากตระกูลในอดีตติดตามไปด้วย

            นางเรียกอสูรร้ายตนหนึ่งที่มีกลิ่นอายพลังน่าสะพรึงกลัวมาเป็นพาหนะ แล้วออกเดินทางจากหมู่บ้านแห่งนี้

            หลังจากนั้น บรรดาอาจารย์ผู้ลึกลับและแปลกประหลาดของนางก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าหมู่บ้าน

            พวกเขาเพียงมองนางจากระยะไกล ใบหน้าเต็มไปด้วยความลึกลับ

            พวกเขามีรูปลักษณ์ผิดแปลกไปจากปกติอย่างเห็นได้ชัด

            มีผู้ที่ตาบอด หูหนวก ขาขาด แขนด้วน

            ในระดับพลังเช่นพวกเขา การสร้างแขนขาใหม่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

            แต่พวกเขากลับมิทำสิ่งนั้น

            เป็นไปได้ว่า พวกเขาคงมีเหตุผลบางประการ หรือไม่ก็มิมีความสามารถที่จะทำได้

            แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธมิได้ก็คือ พวกเขาล้วนมีภูมิหลังอันน่าพรั่นพรึง

            หากปรากฏตัวในดินแดนรุ่งเรืองแห่งสวรรค์เบื้องบน ย่อมก่อให้เกิดคลื่นลมพายุอันยิ่งใหญ่

            หากกู้ฉางเกอมาเยือน ณ ที่แห่งนี้ ก็คงสบถออกมาว่า "ผู้แต่งเรื่องนี้นี่ช่างร้ายกาจเสียจริง"

            เพราะชัดเจนว่า ที่มาของหมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยความลี้ลับน่าสะพรึงกลัว

            เหล่าอาจารย์ลึกลับกำลังสนทนากันในตอนนี้

            "เลี้ยงดูนางมาเป็นสิบกว่าปี อยู่ดีๆ ก็จากไป มิรู้คราวหน้าจะได้กลับมาเมื่อไร..."

            "เรื่องของนางกับเด็กหนุ่มคนนั้น เป็นปมแค้นระหว่างพวกเขา พวกเราเองก็ยื่นมือเข้าไปช่วยอะไรมิได้หรอก เพียงแต่นางช่างอ่อนโยนและไร้เดียงสาเกินไป อีกทั้งยังเป็นสตรีนางหนึ่ง ข้ากลัวเหลือเกินว่านางจะต้องลำบากนัก คิดมิตกจริงๆ ว่าเหตุใดพวกเราเหล่าคนเช่นนี้ถึงสอนให้นางมีนิสัยแบบนี้ได้..."

            "นิสัยมิใช่สิ่งสำคัญ อีกทั้งข้ายังเห็นว่านิสัยของเซียนเอ๋อร์ดีเลิศยิ่ง" หญิงชราผู้มีใบหน้าหมองคล้ำคนหนึ่งสวนขึ้นทันที ดวงตาที่ขุ่นมัวเหลือบมองผู้คนรอบตัวด้วยความมิพอใจ

            "นางคือเด็กที่สวรรค์ลิขิตให้เป็นที่รักของชะตาโดยแท้ การเกิดของนางก็เพื่อได้รับความรักและการปกป้อง แต่กลับต้องแบกรับความแค้นอันหนักอึ้งไว้แทน พี่ชายของนางผู้นั้นก็ช่าง...เล็กถึงเพียงนี้ แต่กลับเย็นชาและไร้หัวใจถึงเพียงนั้น"

            "ลองคิดดูเถิด ตระกูลกู้ที่ได้รับคำชื่นชมมาหลายยุคหลายสมัย ไฉนถึงได้มาพบเจอกับเรื่องเช่นนี้ในรุ่นนี้ได้เล่า"

            เหล่าผู้อาวุโสสนทนากันอย่างเคร่งขรึมอยู่หน้าหมู่บ้าน ความห่วงใยในตัวกู้เซียนเอ๋อร์นั้นฉายชัดบนใบหน้า

            มันเป็นความรู้สึกมิต่างจากบิดารมารดาที่เลี้ยงดูบุตรสาวมานานถึงสิบกว่าปี แล้วจู่ๆ นางก็เดินออกจากประตูบ้านไป พร้อมกับความที่มิรู้ว่าเมื่อไรนางจะได้หวนกลับมา

            "ข้ากลัวเพียงแต่ว่า ครั้งหน้าที่นางกลับมา อาจพาบุรุษคนหนึ่งกลับมาด้วย...ข้าเกรงแต่ว่าตนเองจะอดใจมิไหว ต้องฟันคอหมอนั่นเสีย"

            "ข้าเพ่งดวงชะตาดูแล้ว เรื่องนี้ยังมิมีคำตอบอันแน่ชัด"

            ชายตาบอดที่นั่งอยู่กลางวงพลันกล่าวด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน

            …

            ดินแดนอันรุ่งเรืองของสวรรค์เบื้องบน กว้างใหญ่ไพศาลเกินหยั่งถึง

            โดยภาพรวมแล้ว อาณาเขตทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสามชั้น ได้แก่ เขตชั้นใน เขตชั้นกลาง และเขตชั้นนอก ซึ่งการแบ่งชั้นนี้เป็นดั่งพีระมิดแห่งอำนาจที่แน่นหนาและมิอาจฝ่าฝืน

            เขตชั้นในนั้นกว้างใหญ่สุดขอบฟ้า ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ศาสนพิธีและลัทธิต่างๆ ตั้งอยู่หนาแน่น เป็นดินแดนอันมั่งคั่งเจิดจรัสที่สุด และยังเป็นศูนย์รวมของสำนักอมตะนิรันดร์ และลัทธิอันยิ่งใหญ่

            เขตชั้นกลาง แม้อาจมิยิ่งใหญ่เทียบเท่า แต่ยังคงกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตและเปี่ยมด้วยทรัพยากรมากมาย

            ส่วนเขตชั้นนอกนั้น แม้ด้อยกว่าเขตชั้นในและชั้นกลาง แต่ก็ยังเป็นพื้นที่อันรุ่งเรือง ทรัพยากรมิขาดแคลน และเต็มไปด้วยลัทธิหลากหลายที่ถักทอความสัมพันธ์อันซับซ้อน

            บริเวณชายขอบของเขตชั้นนอกนั้นเป็นดินแดนเชื่อมต่อกับโลกเบื้องล่าง มีสภาพแวดล้อมอันห่างไกลและรกร้าง ที่นี่เองที่ผู้บรรลุสวรรค์จากโลกเบื้องล่างมักปรากฏตัว

            นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่เหล่าผู้มีอำนาจนิยมใช้เป็นแหล่งแรงงานราคาถูก มิว่าจะใช้สำหรับการทำเหมืองหรือหน้าที่อื่นๆ

            หากพบผู้บำเพ็ญเพียรผู้มีพรสวรรค์ในหมู่ผู้บรรลุสวรรค์เหล่านี้ พวกเขาอาจได้รับการอุปการะเพื่อปลูกฝัง

            ยกเว้นเพียงเขตต้องห้ามแห่งชีวิต อันเป็นดินแดนที่ทุกสรรพชีวิตล้มตายไร้สิ้นหวัง ที่แห่งนั้นไร้ผู้ใดกล้าเยื้องกราย ส่วนเขตอื่นๆ ล้วนมีร่องรอยของผู้บำเพ็ญเพียรและนักรบปรากฏอยู่มากมาย

            ในเขตชั้นนอก ดินแดนซีหลิงอันกว้างใหญ่

            กลางท้องนภา ได้ปรากฏเงาร่างของผู้อาวุโสหมิงขึ้นอย่างแจ่มชัด

            “ตามคำสั่งของนายน้อย ตระกูลกู้ที่ถูกเนรเทศเมื่อคราก่อน คาดว่าจะอยู่ในดินแดนซีหลิงแห่งนี้...”

            เสียงเปี่ยมอำนาจดังขึ้น ขณะเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับลมพายุ เพื่อตามหาเป้าหมายในเขตนี้

            ดินแดนซีหลิง เป็นดินแดนที่แบ่งการปกครองออกเป็นหลายเมือง แต่ละเมืองมีอาณาเขตนับล้านลี้ หรือบางแห่งอาจกว้างถึงสิบล้านลี้

            แม้แต่ผู้มีพลังระดับเทวะสวรรค์ ก็ยังสามารถครอบครองเมืองทั้งเมืองได้ โดยที่มิพบผู้แข็งแกร่งใดที่มีอำนาจทัดเทียมตนในที่แห่งนั้น

            ส่วนผู้ทรงพลังระดับราชันเทวะก็แทบจะมิเคยปรากฏตัวในเขตชั้นนอกแห่งนี้

            ผู้อาวุโสหมิงมิได้ซ่อนเร้นพลังของตน

            ตูม!

            พลังอันน่าหวาดเกรงในระดับราชันเทวะแผ่ขยายออกไป คล้ายดั่งเทพเจ้าอันสูงส่ง ทำให้เหล่าผู้ทรงอำนาจในนครโบราณรอบบริเวณต้องตื่นตระหนก

            เหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรในนครใหญ่ ล้วนสะท้านสะเทือน หัวใจสั่นระรัว มิอาจทานทนต่อแรงกดดันได้

            “ผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทวะ เหตุใดจึงปรากฏตัวในที่แห่งนี้ได้เล่า ช่างน่าหวาดหวั่นนัก...”

            เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัวดังขึ้นจากเหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรมากมาย

            ผู้มีพลังระดับเทวะสวรรค์ ยังนับว่าสูงส่งเหนือกว่าปุถุชนใดๆ แล้วยิ่งกว่าคือผู้มีระดับพลังขั้นราชันเทวะ ผู้สามารถทำลายล้างทุกสิ่งด้วยเพียงความคิดเดียว

            เพียงมินาน กลุ่มผู้แข็งแกร่งระดับเทวะสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า พวกเขาโค้งกายด้วยความนอบน้อมและเกรงกลัว

            ในเขตชั้นนอก ราชันเทวะนั้นนับว่าแทบมิเคยปรากฏ หากมาเยือนนั้นก็ย่อมมีเหตุผลที่สำคัญ

            “ขออภัยใต้ฝ่าพระบาท เหตุใดจึงเสด็จมายังที่นี้ได้”

            พวกเขากล่าวถามอย่างนอบน้อม

            “ข้ามาโดยคำสั่งของนายน้อย เพื่อค้นหาตระกูลกู้แห่งเขตนี้ ท่านทั้งหลายทราบหรือไม่ว่ามีที่ใดที่มีผู้ใช้แซ่กู้อาศัยอยู่ในดินแดนซีหลิง”

            ผู้อาวุโสหมิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

            “ตระกูลกู้หรือ...”

            ในนครขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง กู้เซียนเอ๋อร์ ซึ่งเพิ่งออกจากเขตแดนรกร้างแห่งสวรรค์ ได้ยินถ้อยคำนี้แล้ว ร่างน้อยพลันตึงเครียด

            นางเพิ่งเริ่มออกตามหาตระกูลที่ถูกเนรเทศของตน ทว่ามิคาดคิดว่าจะได้พบเจอเหตุการณ์นี้

            นายน้อยหรือ

            ตระกูลกู้ที่ว่านั่น

            หรือจะเป็น...เขา

            พี่ชายแสนรักของข้า!

            เมื่อนึกถึงคำว่าแสนรัก สายตาของกู้เซียนเอ๋อร์กลับฉายแววเย็นชาเจือด้วยความเคียดแค้นออกมา

            “คุณหนู...”

            น้ำเสียงของผู้เฒ่าชราผู้ติดตามนางพลันแปรเปลี่ยนไป ใบหน้าเคร่งขรึมเต็มไปด้วยความกังวล

            “เหตุใดทันทีที่ข้าก้าวออกจากเขตแดนรกร้างแห่งสวรรค์ ถึงมีคนตามรอยมาพบได้”

            กู้เซียนเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ คิ้วเรียวงามขมวดเล็กน้อย ทว่าดวงตากลับยังสงบนิ่ง

            นางเหลือบมองไปยังวิหคสีแดงที่หลับสนิทอยู่บนบ่า สัตว์ร้ายอันทรงพลังที่นางนำติดตัวมาจากเขตแดนรกร้างแห่งสวรรค์เพื่อใช้เป็นพาหนะในการเดินทาง

            แม้พลังของมันจะมหาศาล แต่เมื่อเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทวะแล้ว นางก็มิมั่นใจว่ามันจะสามารถต่อกรได้

            สำหรับผู้ติดตามของนาง ซึ่งมีพลังเพียงระดับเทวะมายาก็ยิ่งมิต้องพูดถึง

            หรือว่านี่คือเวลาที่จะต้องใช้ของวิเศษที่เหล่าอาจารย์ได้มอบไว้ให้แล้ว

            กระนั้นกู้เซียนเอ๋อร์กลับเลือกที่จะสงบใจ นางยังมิควรรีบเคลื่อนไหว มาดูกันก่อนว่าเขาจะเล่นกลอุบายอันใด


      

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405