“หนูยังไม่คิดเื่จะย้ายกลับไปอยู่บ้านอีกหรอกค่ะ”ทิชาว่าเพราะถ้าจะว่าไปพ่อกับหนูก็ไม่ลงรอยกันเท่าไรนัก หนูเพียงแต่หวังว่าจะไม่มารบกวนป้ามากเกินไปเท่านั้นละค่ะ”
“ไม่หรอกจ้ะถ้าป้าคิดว่าหนูจะทำเช่นนั้น ก็คงจะไม่ชวนมาอยู่ด้วยหรอก” บลันช์ยิ้มอย่างจะให้ความมั่นใจกับหลานสาวขณะที่เปิดประตูบ้านเพื่อให้สาวน้อยได้เดินเข้าไปขับรถมานี่เป็อย่างไรบ้างล่ะ
ทิชาย่นจมูกเหมือนเพิ่งนึกขึ้นมาได้ “อย่าถามเลยค่ะ”
“อ้าว เกิดอะไรขึ้นล่ะ”บลันช์หัวเราะเลี้ยวผิดแล้วเลยหลงทางหรือยังไง
“หนูก็อยากจะให้เป็อย่างนั้นยังจะดีเสียกว่ารถคันหนึ่งวิ่งเข้ามาเฉี่ยวรถหนู ตรงทางแยกเชิงเขานั้นแน่ะค่ะ ไอ้บ้าตัวหนึ่งขับรถเร็วจี๋เลี้ยวเข้ามาใส่รถหนูเลยค่ะเกือบจะชนกันตาย แค่เส้นยาแดงผ่าแปดเท่านั้น หนูยังโชคดีนะคะที่เพียงแต่กันชนรถเสียหายเท่านั้น”
“ไม่ได้รับาเ็อะไรใช่ไหมนี่ทิชาสั่นศีรษะปฏิเสธป้าซึ่งจ้องมองเธออย่างกระวนกระวายเฮ้อ...ค่อยโล่งใจหน่อย” บลันช์ถอนหายใจออกมาดังๆรู้สึกว่าพอมาถึงวันแรกก็โชคไม่ดีเลยนะ”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะถึงแดดจะออกฝนมันก็ตกลงมาได้เหมือนกัน” ทิชาตัดบท ตั้งใจแล้วว่าจะไม่เอ่ยถึงการที่ได้พบกับโร้คเมดิสันอีก แต่ก็ไม่อาจจะลบล้างความรู้สึกที่หนีหลุดรอดเงื้อมมือของเขามาเสียได้
“ป้าคิดว่าหนูคงจะต้องชอบห้องนอนทางด้านทิศใต้แน่มองลงไปจากหน้าต่างจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของหุบเขาและเทือกเขาทางด้านนั้นเชียวนะ”
กว่าที่ทิชาจะรื้อทรัพย์สมบัติทั้งหลายออกมาและจัดให้เข้าที่เข้าทางก็เป็เวลาบ่ายมากแล้วเธอเดินอย่างเพลียๆ เข้าไปในห้องนั่งเล่น กระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาที่หุ้มไว้ด้วยเบาะหนังสีอำพันซึ่งก็เป็เวลาเดียวกันกับที่ป้าของเธอเดินออกมาจากประตูครัวพร้อมด้วยถาดเครื่องดื่มกับขนมปังกรอบ
“เสร็จแล้วหรือบลันช์ถามขึ้นกำลังจะเข้าไปบอกให้หยุดพักเสียหน่อยก่อนพอดี ลองชิมรสชาติของชาดำเย็นกับคุ้กกี้ถั่วหน่อยเป็ยังไง?”
“วิเศษที่สุดเลยค่ะ”ทิชารีบตอบ เอื้อมไปหยิบแก้วที่มีละอองเย็นเฉียบเกาะอยู่มาถือไว้เวลานี้มันเสร็จก็จริงแต่ยังไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่หรอกค่ะ เอาไว้วันหลังค่อยเปลี่ยนแปลงกันใหม่”
“การย้ายบ้านมันก็เป็งานที่หนักแล้วก็เหนื่อยจริงๆบลันช์พูดอย่างเห็นด้วย
เสียงกริ่งตรงหน้าประตูดังขึ้น...
ทิชายกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบขณะที่ป้าของเธอลุกไปเปิดประตู เครื่องดื่มที่เย็นชื่นช่วยให้สาวน้อยรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมากยกมือขึ้นนวดต้นคอเบาๆ ยืดไหล่กับ่แขนออกเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการที่ต้องก้มๆ เงยๆ ยกของอยู่ตลอดเวลา ได้ยินเสียงสนทนาปราศรัยกันดังมาจากหน้าประตูซึ่งจับใจความได้ไม่ชัดนักแต่ในที่สุดก็ได้ยินเสียงของบลันช์ดังขึ้นสำเนียงของเธอแจ่มใสนัก
“เชิญเข้ามาก่อนเถอะค่ะฉันอยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับหลานสาวฉันด้วย”
ประโยคนั้นทำให้ทิชาหันขวับไปทันทีออกจะแปลกใจอยู่บ้างที่ต้องพบหน้ากับแขกผู้มาเยือนแต่แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าที่ตั้งใจจะจุดขึ้นเพื่อเป็การทักทายตามธรรมเนียมอย่างกิริยาดีก็ต้องกลายเป็ยิ้มค้าง เมื่อมองหน้าบุรุษผู้เดินเคียงข้างเข้ามากับผู้เป็ป้าได้ถนัดชัดเจนสีหน้าของเขาบอกให้รู้ว่า ได้ควบคุมสติอารมณ์ไว้มั่นแล้ว ในขณะที่ทิชามีความรู้สึกเหมือนกับโซฟาที่รองรับอยู่ใต้ร่างถูกดึงออกไป
“คุณนั่นเอง”เธอร้อยออกมาอย่างแทบจะไม่เชื่อในสายตาของตัวเอง
“อ้าว นี่ทั้งสองคนรู้จักกันแล้วหรือนี่บลันช์มองหน้าหนุ่มสาวทีละคนอย่างแปลกใจ
รอยยิ้มปรากฏขึ้นตรงมุมปากของโร้คเมดิสัน
“อาจจะพูดได้ว่าเราวิ่งเข้าไปชนกันจะถูกกว่า”
“คุณต่างหากที่วิ่งมาชนฉัน”ทิชารีบกล่าวแก้ทันที
“ใช่ จริงด้วย”เขายอมรับง่ายๆ แล้วจึงได้หันไปอธิบายให้บลันช์ฟังผมไงล่ะครับที่ทำกันชนเขาพัง” “โชคยังดีอยู่มากนะคะที่เขาไม่ได้ชนหนูตาย” ทิชาว่า จ้องหน้าโร้คอย่างขุ่นเคือง
“อ้อ..อย่างนี้นี่เอง”ป้าของสาวน้อยพูดเบาๆ แต่ริมฝีปากของเธอคล้ายจะซ่อนรอยยิ้มไว้เมื่อมันเกี่ยวพันกันอย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าจำเป็จะต้องแนะนำอีกหรือเปล่า”
“ผมเดาออกั้แ่แรกแล้วละครับว่าเขาต้องเป็หลานสาวของคุณ” โร้คพูด น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความพอใจอย่างแจ่มชัดแล้วก็ยังค้นพบด้วยนะครับว่าเขาเป็คนหัวแดงที่ขี้โมโหอย่างร้ายกาจจริงๆ
“นี่คุณผมฉันน่ะสีน้ำตาลแดงนะรู้ไว้เสียด้วย” ทิชา กราดเข้าใส่แล้วฉันก็พบเหมือนกันว่าคุณน่ะไม่ใช่แค่สะเพร่าในการขับรถเท่านั้นยังโอหังสิ้นดีเลย”
“ครับ” เขายิ้มมิได้แสดงความผิดหวังหรือเสียใจในคำประฌามของเธอเลยผมว่าคุณบอกผมมาทีหนึ่งแล้วนะ”
“โร้คนี่ไงล่ะที่เป็เพื่อนบ้านของป้า”บลันช์ขัดขึ้น ดวงตาเป็ประกายพราวเมื่อหันไปมองหน้าหลานสาว เริ่มเข้าใจในเื่ราวที่เกิดขึ้นแต่แรกแล้วจำได้ไหมล่ะที่ป้าบอกว่าแนะนำให้หนูรู้จักด้วยน่ะ”
ทิชาแทบจะตะลึงเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าผู้ชายคนนี้เองที่ป้าของเธอเคยกล่าวเป็นัยๆ แกมหัวเราะว่า เธอน่าจะได้สร้างความสัมพันธ์ด้วยแก้มของสาวน้อยร้อนผ่าวขึ้นมาทันที นิ่งอึ้งไปเป็ครู่ไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไรถูกและที่มันร้ายกว่านั้นก็คือโร้คกำลังจับจ้องมองหน้าเธออย่างขบขันอยู่ด้วย
“เมื่อตอนที่ผมเข้าไปในเมืองผมติดต่อเื่ช่างซ่อมรถเอาไว้ให้แล้ว เขาจะได้จัดการซ่อมให้เรียบร้อยเสียในวันพรุ่งนี้เลย”โร้คเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับทิชา
“ไม่จำเป็บอกเลิกไปได้เลย”สาวน้อยตอบอย่างชาเย็นฉันบอกแล้วไงว่าจะจัดการเื่นี่ด้วยตัวเอง” “อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า ทิชา” บลันช์ขัดขึ้นอีกรู้ไหมว่ามันยากแค่ไหนที่จะหาช่างมีฝีมือมาซ่อมรถของหนูน่ะถ้าโร้คเขาอาสาจะช่วยจัดการนัดช่างให้ละก้า รีบรับเอาไว้เถอะ”
ทิชา ชำเลืองตามองไปยังบุรุษผู้นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างโกรธๆ คิดว่าคงจะต้องได้ยินคำพูดสนับสนุนในวาจาที่ป้าของเธอเอ่ยขึ้นแต่เขาก็มิได้พูดอะไรทั้งสิ้นมันง่ายดายเสียเหลือเกินสำหรับการที่เขาจะทำให้เธอต้องยอมรับในความเอื้อเฟื้อครั้งนี้อารมณ์ของสาวน้อยพลุ่งขึ้นมาอีก
“รู้สึกว่าหนูไม่มีทางเลือกเลยนะคะ”เธอพูดอย่างไม่เต็มใจนัก
และที่เธอต้องแปลกใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือโร้คมิได้แสดงท่าว่าตัวเองเหนือกว่า หรือพูดจาอะไรให้เกินความทั้งสิ้น เขากลับให้ชื่ออู่ซ่อมรถกับสถานที่ตั้งของมันด้วยลักษณะของคนที่รับผิดชอบในเื่นี้อย่างเต็มที่และไม่ได้แสดงว่ามันเป็เื่สลักสำคัญมากมายอะไร และทำให้เธอมองเห็นไปว่ามันเป็เื่เล็กน้อยที่เธอคิดกุมแค้นไปเองมากกว่า
“เออ ถ้าหนูจะเข้าเมืองพรุ่งนี้ป้าคิดว่าจะไปด้วยนะ” บลันช์พูดขึ้น วางแก้วเครื่องดื่มที่ถืออยู่ในมือลงหลายอาทิตย์มาแล้วที่ไม่ได้ไปอบนวดตัวเดี๋ยวจะได้โทร.ไปนัดเวลาเสียเลย หนูล่ะทิชา ห้องอบไอน้ำที่นี่เขาดีมากนะ อบแล้วเนื้อตัวเบาสบายออกจะให้ป้าช่วยนัดเวลาให้ด้วยไหมล่ะ
สาวน้อยส่ายศีรษะปฏิเสธอย่างสุภาพ
“เอาไว้คราวหน้าเถอะค่ะ”
“ตอนที่ป้าพูดโทรศัพท์ทำไมหนูไม่ช่วยเอาชาดำเย็นให้โร้คสักแก้วล่ะ บลันช์แนะขึ้นก่อนที่จะเดินเข้าไปใช้โทรศัพท์ในสตูดิโอ
ทิชานั้นอยากจะหนีไปให้พ้นจากดวงตาคู่สีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยแววแจ่มใสของบุรุษผู้นั่งผึ่งผายอยู่ภายในห้องนี้เต็มที จึงลุกขึ้นด้วยความเต็มใจ แต่ทว่าเสียงฝีเท้าที่เดิมตามมาข้างหลังทำให้เธอรู้ได้ว่ามันมิใช่จะทำสำเร็จได้ง่ายนัก เธอรู้สึกเช่นนั้นได้ก่อนที่จะหันไปเห็นเขาเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูครัวร่างค่อนข้างสูงใหญ่นั้น เหมือนจะคับประตูไว้ได้ทั้งบาน ที่จริงเธอก็ยังใหม่ต่อครัวของบานหลังนี้อยู่มากทิชาเปิดตู้เก็บของถึง 3 ใบ แต่ก็ยังไม่พบใบที่ใส่เครื่องแก้วไว้
“ผมเอาเอง”โร้คพูดขึ้นทางข้างหลัง เดินตรงไปยังตู้ใบที่ใส่เครื่องแก้วไว้
“รู้สึกว่าคุณจะรู้จักทุกซอกทุกมุมของบ้านนี้ดีนี่ใช่ไหมคะทิชาเยาะให้ มองดูเขาเปิดตู้เย็น หยิบเหยือกชาออกมาจากในนั้นอย่างไม่ลังเล รวมทั้งถาดน้ำแข็งที่อยู่ในช่องฟรีซด้วย
โร้คปรายตาขึ้นมองเธอแวบหนึ่งแววเยาะๆ ยังอยู่ในกิริยาท่าทางของเขา
“ดีมาก”
“คุณมาที่นี่บ่อยหรือคะทิชาเติมความชาเย็นลงไปในน้ำเสียงมากขึ้น
“บอกมาสิว่าที่คุณอยากรู้จริงๆน่ะ มันอะไรกันแน่ สงสัยว่าป้าของคุณกับผมเป็คู่รักกันหรือไง คำพูดอย่างเปิดเผยของโร้คทำให้ทิชาต้องแปลกใจอีกครั้งเพราะเธอเองยังมิได้คิดไกลไปถึงขนาดนั้นบลันช์เป็คนน่าคบมีเสน่ห์ใครได้อยู่ใกล้ก็รู้สึกสบายใจ”
“แต่ป้าน่ะแก่กว่าคุณอย่างน้อยก็สัก10 ปีละมัง” ดวงตาสีเขียวเข้มขวางขึ้นมาอีก
“เท่าที่ดูจากลักษณะของผู้ชายที่คุณวาดภาพให้ผมเป็ ก็คงไม่น่าแปลกใจนักหรอกน่า”
“ฉันน่ะไม่แปลกใจหรอก แต่มันหมั่นไส้” ทิชาตอบห้วนๆ
“บลันช์เล่าให้ผมฟังว่าคุณถูกเลี้ยงดูมาอย่างค่อนข้างจะเข้มงวดกวดขัน ผมก็คิดว่าคุณจะต้องเป็บุคคลที่เคร่งครัดในเื่ศีลธรรมจรรยาระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงอยู่”ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีน้ำตาลแหงนหงายไปข้างหลังมองสาวน้อยตรงหน้าอย่างพิจารณา
“เอ๊ะ ป้าไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะเอาเื่ฉันไปเล่าให้คุณฟังนะ”แววขันๆ ที่เขากำลังมองดูเธออยู่นั้น ทำให้
ทิชามีความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็วัยรุ่นที่ไร้ประสบการณ์โดยสิ้นเชิงฉันก็ไม่ถึงกับจะไม่รู้เื่เพศหรือเื่เพศสัมพันธ์หรอก”
“ถ้าอย่างนั้นก็คงจะมีความรู้อย่างดีคนหนึ่งสินะใช่ไหมรอยยิ้มตรงมุมปากของโร้ค
คล้ายจะสงสัย
“นั่นมันก็เป็เื่ส่วนตัวของฉัน ไม่เหมือนพวกผู้ชายนี่ผู้หญิงน่ะเขาไม่เที่ยวเปิดโปงตัวเองว่ามีประสบการณ์ขนาดไหนกับเพศตรงข้ามหรอก” เธอตัดบทความสงสัยของเขาด้วยคำพูดที่กล้าหาญพอตัว