สตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า

    บทที่ 29 I LOVE YOU

    หลังจากที่หยางลี่เจินสอนคำว่า I love you ให้เหวินเจาเหยียน บรรยากาศในรถม้ากลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เสียงล้อไม้บดกับพื้นดินยังคงเป็นจังหวะที่ทำให้การเดินทางดูผ่อนคลาย


    เหวินเจาเหยียนนั่งพิงพนักรถม้า มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาที่นิ่งขรึม แต่ในหัวกลับวนเวียนอยู่กับคำพูดแปลกๆ ที่เธอเพิ่งสอน


    “I love you…” เขาพึมพำเบาๆ ทวนคำพูดราวกับต้องการจดจำมันให้ขึ้นใจ หยางลี่เจินที่นั่งอยู่ตรงข้ามหลุดหัวเราะเมื่อได้ยิน 


    “คุณพยายามจำมันจริงๆ ด้วยสินะคะ” เขาหันมามองเธอ “เจ้าทำเหมือนคำนี้สำคัญมาก ข้าก็ต้องจำไว้”


    “ก็ดีแล้วค่ะ” เธอยิ้มกว้าง “วันหนึ่งคุณจะเข้าใจว่ามันสำคัญยังไง”


    “ข้าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” เขาตอบเรียบๆ แม้จะยังคงสงสัยในความหมายของคำพูดนัั้น ไม่นานนัก รถม้าก็หยุดลงเมื่อถึงจุดพักอีกแห่งหนึ่ง ลูกน้องของเหวินเจาเหยียนลงจากม้าและมาเคาะประตูรถม้า


    “นายท่าน ข้างหน้ามีลำธาร เราคิดว่าจะพักที่นี่สักครู่เพื่อให้ม้าดื่มน้ำ”

    เหวินเจาเหยียนพยักหน้า ก่อนจะหันไปบอกหยางลี่เจิน “เจ้าอยากลงไปพักด้วยหรือไม่?”


    หยางลี่เจินพยักหน้าทันที “แน่นอนค่ะ ฉันอยากยืดเส้นยืดสายสักหน่อย”


    เมื่อทั้งสองลงจากรถม้า ลมเย็นจากลำธารใกล้ๆ พัดมาปะทะใบหน้า หยางลี่เจินยืดแขนและสูดลมหายใจลึก รู้สึกสดชื่นจากอากาศบริสุทธิ์


    “ที่นี่บรรยากาศดีจัง” เธอพูดพลางมองไปรอบๆ

    เหวินเจาเหยียนยืนมองเธอเงียบๆ เขาไม่พูดอะไร แต่แววตาที่มองเธอกลับดูอ่อนโยนกว่าปกติ


    ขณะที่เธอกำลังเดินสำรวจบริเวณใกล้ลำธาร เธอก็ได้ยินเสียงของเขาเอ่ยขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง

    “เจ้าคิดว่าข้าจะเข้าใจคำว่า I love you เมื่อถึงเวลาใช่หรือไม่?”


    หยางลี่เจินหันกลับไปมองเขา ยิ้มเล็กๆ “ใช่ค่ะ… ฉันเชื่อว่าคุณจะเข้าใจมันในเวลาที่เหมาะสม”

    เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความลึกลับ “ข้าจะรอดูว่าเจ้าพูดถูกหรือไม่”


    หยางลี่เจินมองเขา ใจเธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด แม้เขาจะยังไม่เข้าใจความหมายของคำที่เธอสอน แต่เธอเชื่อว่าเวลาจะช่วยให้เขารู้จักมันในแบบที่ลึกซึ้งขึ้น ท่ามกลางเสียงลมและสายน้ำ ทั้งสองยืนอยู่ด้วยกันในความสงบที่ดูเหมือนจะเริ่มผูกพันกันมากขึ้นทีละน้อย


    หลังจากแวะพักพวกเขาก็เดินทางต่อ…


    เมื่อรถม้าเข้าสู่เขตเมืองหยางโจว เสียงความคึกคักของตลาดที่เต็มไปด้วยผู้คนดังเข้ามาให้ได้ยินจากระยะไกล บ้านเรือนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ และกลิ่นหอมของอาหารที่ถูกปรุงใหม่ลอยมาตามลม สร้างความตื่นเต้นให้กับหยางลี่เจิน


    เธอโผล่ออกมามองนอกหน้าต่าง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นความครึกครื้นของเมืองใหญ่


    “ที่นี่มีชีวิตชีวามากเลยค่ะ!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เหวินเจาเหยียนที่นั่งนิ่งอยู่ตรงข้าม มองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่ในใจก็อดรู้สึกประหลาดใจกับความไร้เดียงสาของเธอไม่ได้


    “หยางโจวเป็นเมืองการค้าที่สำคัญ มีพ่อค้าและนักเดินทางมากมาย” เขาอธิบาย


    “ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน” เธอพูดพลางยิ้มกว้าง “ที่นี่ดูเหมือนมีทุกอย่างเลย!”


    “และยังมีปัญหามากมายด้วย” เขาตอบเสียงเรียบ

    คำพูดนั้นทำให้เธอชะงัก หันมามองเขาด้วยสายตาสงสัย “ปัญหาอะไรคะ?”


    “ที่ข้ามาที่นี่ ก็เพราะการค้าที่หยางโจวกำลังมีปัญหา” 

    เขาอธิบาย “มีคนพยายามเล่นงานกิจการของข้า และข้าต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”

    หยางลี่เจินพยักหน้า เธอรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงที่แฝงความมุ่งมั่นของเขา


    เมื่อม้าหยุดหน้าที่พักแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโรงเตี๊ยมใหญ่กลางเมือง ลูกน้องรีบลงมาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย


    “เราจะพักที่นี่ก่อน แล้วข้าจะส่งคนไปตรวจสอบสถานการณ์” เขาพูดพลางหันไปมองเธอ “เจ้าอยู่ในโรงเตี๊ยมอย่าออกไปไหนโดยไม่บอกข้า”


    เธอเลิกคิ้ว “ทำไมคะ?”


    “เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะปลอดภัย” เขาตอบตรงๆ 

    “ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเป็นเป้าหมายของพวกมัน”


    แม้จะไม่ค่อยพอใจที่ถูกจำกัดอิสระ แต่หยางลี่เจินก็พยักหน้า “ก็ได้ค่ะ แต่ฉันอยากช่วยคุณบ้าง”


    “เจ้าไม่ต้องช่วยอะไร แค่ไม่สร้างปัญหาก็พอ” เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยม


    ภายในโรงเตี๊ยมตกแต่งอย่างหรูหรา เห็นได้ชัดว่าที่นี่เป็นจุดพักของพ่อค้าและนักเดินทางที่มีฐานะ หยางลี่เจินมองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ ก่อนจะเดินตามเหวินเจาเหยียนไปยังห้องพัก เมื่อถึงห้อง เธอวางข้าวของลงก่อนจะเดินไปนั่งที่ขอบหน้าต่าง มองออกไปยังความคึกคักของถนนด้านล่าง


    “เมืองนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องราวเยอะจริงๆ” เธอพึมพำกับตัวเอง ไม่นานนัก เหวินเจาเหยียนที่จัดการธุระเสร็จเดินกลับเข้ามาในห้อง “เจ้าพักผ่อนเสียก่อน ข้าจะออกไปดูเรื่องงาน”


    “คุณจะไปคนเดียวเหรอ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

    “ข้ามีคนของข้า ไม่ต้องห่วง” เขาตอบ


    “งั้นฉันจะรออยู่ที่นี่ค่ะ” เธอยิ้มเล็กๆ “อย่าลืมกลับมานะคะ” เขานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าและเดินออกไป ทิ้งให้หยางลี่เจินอยู่ในห้องเพียงลำพัง


    เธอมองตามแผ่นหลังของเขาไป ใจเธอรู้สึกกังวลเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะดูเข้มแข็งและเชี่ยวชาญในทุกเรื่อง แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะห่วงเขาในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้


    คล้ายกับเรื่องสตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า ที่คุณอ่าน