You are my heart รักอีกครั้ง ก็ยังเป็นเธอ [อัพทุกวัน]

    4. แต้มบุญหมด (รีไรท์)



            Rrrr Rrrrr…
            เมอาที่กำลังพิมพ์งานอยู่ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ สายตาเธอยังคงเพ่งไปที่หน้าจอ ส่วนมือขวายังคงพิมพ์งานไม่หยุด มือซ้ายก็เอื้อมมือสะเปะสะปะควานหาโทรศัพท์ที่จำได้ลางๆ ว่าวางอยู่แถวนั้น
            "สวัสดีค่ะ...กำลังพูดอยู่ค่ะ"
            [โทรมาจากโรงพยาบาล พัชรประชาเวชนะคะ]  
            เมอาเพิ่งนึกได้ว่ารอผลสอบสัมภาษณ์งานอยู่ มือที่กำลังพิมพ์งานอยู่หยุดชะงักลง
            [...จะแจ้ง เรื่องผลการสัมภาษณ์และรายละเอียดค่ะ คุณเมอาสอบผ่านเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปให้ไปตรวจร่างกายและนัดวันเซ็นสัญญา รวมทั้งเข้าอบรมความรู้เบื้องต้นด้านแพทย์ให้แก่บุคลากรใหม่...รายละเอียดจะส่งให้ทางอีเมล์นะคะ]
            ใบหน้าหญิงสาวเปื้อนรอยยิ้ม รู้สึกตื่นเต้น ดีใจกับข่าวดี ในที่สุดเธอก็สอบผ่านได้ทำงานด้านภาษาที่อยากทำมานาน แถมยังได้ทำงานที่เดียวกับ 'เขา' อีกด้วย เรียกได้ว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว
            เมอาเฝ้ารอใจจดใจจ่อให้ถึงวันทำงานที่โรงพยาบาล
            เมื่อวางสายโทรศัพท์แล้ว หญิงสาวจึงหันกลับมาทำงานต่อ ช่วงนี้งานที่บริษัทค่อนข้างเยอะและเร่งด่วน ทำให้กลับบ้านค่อนข้างดึกและต้องหอบเอางานกลับมาทำต่อเกือบทุกวัน 
            เธอแทบจะไม่มีเวลาว่าง แม้กระทั่งตอนกินข้าวเธอยังต้องเคี้ยวข้าวไปพลางนั่งพิมพ์งานไปพลาง 
            หากสังเกตให้ดีบนโต๊ะทำงานฝั่งซ้ายมือ มีห่อพลาสติกที่เปิดอ้าอยู่ ข้างในเป็นแซนวิชที่มีรอยฟันกัดไปแล้วเพียงไม่กี่คำ
            เมอาคิดเล่นๆ ว่าอีกหน่อย เธอคงไม่ต้องอาบน้ำ แต่งหน้า จะได้มีเวลาเพิ่มขึ้นเอามาใช้ในการทำงานแทน

    ***

            เช้าวันเสาร์ ท้องฟ้าปลอดโปร่ง อากาศสดใส และน่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีของการเริ่มต้นอาชีพล่ามของเมอา แต่อนิจจา…สิ่งที่คาดหวังไว้ไม่เป็นไปอย่างที่คิด
            เมอาเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะทำงาน ไม่รู้ตัวว่าเผลอฟุบหลับไปตอนไหน คงเพราะต้องส่งงานด่วนให้ทันภายในสัปดาห์หน้า ทำให้ 3-4 คืนที่ผ่านมา เธอต้องเร่งทำงานยามดึก และบางคืนก็แทบไม่ได้นอน เธอจึงเหนื่อยล้าสะสม
            หญิงสาวหน้าตาสลึมสลือ หัวฟูยุ่งเหยิง มีรอยกดทับบนใบหน้าซีกซ้ายปรากฏเด่นชัด ซึ่งเป็นรอยของปากกาและกระดาษที่เธอเอียงหน้าไปนอนทับทั้งคืน
            เอ๊ะ...งานที่ทำค้างอยู่เซฟไว้หรือยังนะ? 
            หยุดนิ่งคิดไปสักพัก หญิงสาวนิ่วหน้า ยกมือขึ้นมากุมขมับ สมองตอนนี้รู้สึกมึนเบลอไปหมด จึงเปิดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้กเพื่อเช็คข้อมูลที่ทำค้างไว้
            และเหมือนสมองยังไม่ประมวลผลดี หญิงสาวนั่งงัวเงีย เหม่อลอยอยู่อีกครู่ใหญ่
             สายตาเหม่อมองไปที่นาฬิกาตรงผนัง...ตอนนี้แปดโมงกว่าแล้ว และเมื่อเหลือบมองไปที่ปฏิทินบนโต๊ะเห็นวงกลมแดงๆ ที่เธอวงไว้ว่าวันนี้ต้องเข้าไปรายงานตัวที่โรงพยาบาลตอนเก้าโมงเช้า!!
            ฉับพลันหญิงสาวรู้สึกตัวตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที เมื่อนึกได้ว่าวันนี้ คือวันแรกของการทำงานล่าม
            อีกครึ่งชั่วโมงจะทันไหมนะ ภาวนาขอให้ไปถึงทันเวลาทีเถอะ!
            หญิงสาวกระวีกระวาดแต่งตัว แต่งหน้าลวกๆ คว้ารองเท้ามาสวม หยิบซองเอกสารบนโต๊ะ แล้วฉวยกระเป๋าถือ รีบออกจากห้องพักทันที 
            ที่พูดมานี้เหมือนจะนานแต่จริงๆ แล้วใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีเท่านั้น
            เมอาไม่อยากขึ้นชื่อว่าไปสายตั้งแต่วันแรก เมื่อจ่ายเงินค่ามอเตอร์ไซค์เสร็จแล้ว เธอรีบวิ่งไปยังห้องประชุมเพื่อรายงานตัว 
            โชคดีที่วันนี้เธอสวมรองเท้าคัทชู ไม่ได้ใส่รองเท้าส้นสูง ถ้าใส่ส้นสูงวิ่งละก็สภาพคงดูอเนจอนาถแน่นอน 
            หญิงสาวจำได้เลือนรางว่า เคยเดินผ่านห้องประชุมตอนที่มาสัมภาษณ์งาน 
             เอ...ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเลี้ยวซ้ายตรงนี้นะ
            หญิงสาววิ่งเลี้ยวซ้ายทันที เธอคิดว่าแถวนั้นคงไม่มีคนเนื่องจากบรรยากาศรอบข้างเงียบสงบจนได้ยินแต่เสียงวิ่งที่เร่งรีบของเธอ และไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าคนอื่นเลย
            พลั่ก! โอ๊ย เธอวิ่งชนคน! 
            เมอาเสียหลัก ร่างกายโงนเงนเซถลาไปด้านหน้า แต่ยังดีที่คนตรงหน้ายื่นมือมาช่วยโอบประคองเธอไว้ไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น
            เธอเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า เพื่อจะกล่าวคำขอโทษและขอบคุณ 
            แต่...เมื่อเห็นคนตรงหน้าเต็มตา หญิงสาวได้แต่เบิกตาค้าง อ้ำอึ้ง พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ 
            ทั้งตกใจ ตื่นเต้น ดีใจ อับอายหลากหลายอารมณ์ผสมปนเปจนแยกไม่ออก สีหน้าเธอตอนนี้เรียกได้ว่า 'ดูไม่จืด'
            ผู้ชายตรงหน้า...ใบหน้าขาวใสอมชมพู เช่นคนสุขภาพดี คิ้วยาวเข้ม นัยน์ตาสีน้ำตาล และที่สำคัญดูคุ้นตาเป็นอย่างมาก
            ก็จะไม่ให้คุ้นหน้า คุ้นตาได้อย่างไร ในเมื่อเธอดูรูปชายหนุ่มเกือบทุกวัน
            คุณหมออติวิชญ์ หรือ 'เจเจของเธอ' !!
            หญิงสาวรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว อยากจะกรีดร้องฮือ! จบกัน ฉากการพบเจออันสวยงามที่เธอมโนไว้นับสิบ นับร้อยกว่าฉาก ว่าจะเจอชายหนุ่มอีกครั้งในบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก 
            แต่...ทว่าความเป็นจริงกลับกลายเป็นว่า…บรรยากาศสุดแสนจะซวยสนิท
            บรรยากาศ ความประทับใจแรกพบ...ให้คะแนนเท่ากับ ศูนย์
            สภาพเสื้อผ้า หน้า ผม...เรียกได้ว่ากระเซอะกระเซิงสุดๆ… เหมือนกับไปฟัดกับตัวอะไรมา...คะแนนยิ่งกว่าติดลบเสียอีก
            สถานการณ์ตอนแรกเจอหน้า…กระอักกระอ่วนสิ้นดี แทบจะอยากเอาปี๊บคลุมหัว! หรือหลบหน้าไม่ให้เขาจำได้
            แต่เธอคงลืมนึกไปว่าด้วยสภาพ 'อันไม่ปกติ' แบบนี้ ต่อให้เพื่อนสนิทของมาเจอ ก็อาจจะจำไม่ได้
            โฮ! เธออยากจะร้องไห้ดังๆ อย่างไม่อายใคร นี่เธอคงใช้แต้มบุญทั้งชาติก่อน และชาตินี้หมดไปแล้วใช่มั้ย หรือเพราะว่าช่วงนี้เธอทำบาปเยอะเกินไป