บทที่ 87 การเมือง
หุ้นการเมือง คือ ชื่อใช้เรียกหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับการค้าขายทำธุรกิจกับรัฐ ผูกพันกับสัมปทานจากรัฐ หรือได้รับผลประโยชน์ต่างๆ จากรัฐ และ รวมถึงหุ้นที่มีผู้บริหารเป็นนักการเมือง หรือมีความเกี่ยวข้องกับนักการเมือง
สำหรับหุ้นที่ผูกพันสัมปทานจากรัฐ หรือทำมาค้าขายกับรัฐ นักลงทุนเน้นคุณค่ามองว่าเป็นหุ้นที่คาดการณ์ผลประกอบการในระยะยาวได้ยาก เพราะไม่อาจรู้ได้ว่าสัมปทานต่าง ๆ ที่สร้างรายได้ให้บริษัทจะยังสามารถต่อเพิ่มได้หรือไม่ในอนาคต อาจจะลงทุนเพื่อเก็งกำไรได้บ้างระหว่างที่ยังมีสัมปทานอยู่หรือกำลังจะได้สัมปทานใหม่ แต่ก็ดูจะไม่เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาวถ้าไม่สามารถประเมินอนาคตของรายได้ในอนาคตของบริษัทออกมาได้
ส่วนหุ้นที่มีผู้บริการเป็นนักการเมืองหรือมีความเกี่ยวข้องกับนักการเมือง นักลงทุนเน้นคุณค่าอาจมีมุมมองที่ดีกว่าหุ้นที่อิงกับสัมปทานรัฐขึ้นมาหน่อย เพราะอย่างน้อยธุรกิจของบริษัทยังเกิดจากการสร้างรายได้ด้วยตัวธุรกิจเอง แต่อาจต้องพิจารณามากหน่อยถ้าคิดจะลงทุน
ความเสี่ยงที่สำคัญอีกอย่างสำหรับหุ้นการเมืองคือ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจนทำให้หุ้นที่อิงแอบการเมืองเหล่านี้อาจได้รับผลกระทบ หรือ ถ้าฝั่งการเมืองตรงข้ามมีอำนาจก็อาจจะทำให้ธุรกิจหยุดชะงักหรือถึงขั้นถูกก่อกวน กลั่นแกล้ง รังแกกัน
----------------------------
ณรัชต์นอนบนเปลอ่านเอกสารชี้ชวนของหุ้นไอพีโอบริษัทที่เขาตัดออก
สำหรับณรัชต์ หุ้นไอพีโอบริษัททีวีเสรีที่เขาตัดออก แม้จะดูเป็นหุ้นที่น่าสนใจ เพราะสื่อทางโทรทัศน์ตอนนี้ถือว่ายังอยู่ในช่วงขาขึ้น รายได้จากค่าโฆษณาของช่องต่างๆ ล้วนได้กันอย่างเป็นกอบเป็นกำ ส่งให้เจ้าสัวตระกูลสื่อโทรทัศน์ทั้งหลายช่อง มีความมั่งคั่งไม่น้อยหน้าเจ้าสัวจากธุรกิจอื่น ๆ
แต่หุ้นไอพีโอบริษัทนี้ต้องบอกว่าเป็นหุ้นการเมืองพันธุ์แท้ 200 เปอร์เซ็นต์ เพราะนอกจากจะอิงแอบกับสัมปทานของรัฐแล้ว บริษัทที่เป็นเจ้าของหรือถือหุ้นใหญ่ของบริษัทก็ยังเป็นนักการเมืองอันดับหนึ่งในตอนนี้อีกด้วย
และในช่วงชีวิตที่แล้ว หุ้นทีวีตัวนี้ก็มีเหตุการณ์สร้างชื่อให้กับหุ้นมากมาย แต่ผลสุดท้ายของหุ้นการเมืองตัวนี้ก็ปิดฉากไปด้วยการถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ มูลค่าหุ้นทั้งหลายกลายเป็นศูนย์
แม้ณรัชต์ไม่ได้คิดจะลงทุนหุ้นบริษัททีวีแห่งนี้ แต่การอ่านเอกสารข้อมูลของบริษัทไว้ก็ไม่มีสูญเปล่าพลังการทบต้นของความรู้ก็ไม่ต่างกับพลังการทบต้นของอัตราผลตอบแทน ยิ่งมีมากยิ่งทวีคูณ
ครั้งหนึ่งณรัชต์เคยศึกษาธุรกิจของบริษัทหนึ่งอย่างสนใจ แต่พอศึกษาบริษัทนี้ไปสักพักเขากลับรู้ว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมของบริษัทนี้แข็งแกร่งมาก เพราะบริษัทที่เขากำลังศึกษาต้องปรับกลยุทธ์สู้ศึกธุรกิจอย่างยากลำบากเสมอมา
หลังจากศึกษาบริษัทนี้อย่างละเอียด สุดท้ายณรัชต์ตัดสินใจซื้อหุ้นบริษัทคู่แข่งของบริษัทนี้แทน
เรียกว่าการลงทุนครั้งนี้ของเขา เป็นผลพลอยได้จากการศึกษาหุ้นที่แม้จะไม่ได้ซื้อลงทุนแต่ความรู้จากการได้ศึกษาในธุรกิจและอุตสาหกรรมนี้ก็ไม่ได้สูญเปล่า
ผู้หมวดหนุ่มโอ้เอ้อยู่จนเที่ยง พี่สาวณรัชต์จึงต้องเข้าครัวทำอาหารกลางวันเลี้ยงอีกฝ่าย
วันนี้พ่อกับแม่ของเขาไปเป็นผู้ใหญ่สู่ขอสาวให้เด็กหนุ่มในหมู่บ้านคนหนึ่ง จึงนับว่าเป็นโชคดีของณรัชต์ที่วันนี้นายตำรวจมา ไม่งั้นเขาคงไม่แคล้วได้ต้มมาม่ากินเอง ณรัชต์เป็นผู้ชายที่เรียกได้ว่างานบ้านไม่กระดิกมาแต่ไหนแต่ไร จึงทำกับข้าวไม่เป็น ส่วนพี่สาวผู้เอาแน่เอานอนอะไรไม่ค่อยได้เขาก็หวังพึ่งไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายเวลาขี้เกียจทำอาหาร คว้าโยเกิร์ตกับขนมนิดหน่อยก็เรียบร้อยไปแล้วหนึ่งมื้อ
หลังจากเสร็จมื้อเที่ยงนายตำรวจก็ยังอยู่ต่ออีกพักหนึ่งกว่าจะขอตัวกลับไป
วันต่อมา
ณรัชต์เดินลงจากห้องนอนในตอนสาย เมื่อคืนเขานั่งอ่านเอกสารและข้อมูลต่างๆ ของหุ้นไอพีโอจนดึกดื่น เพื่อวิเคราะห์ประเมินความน่าสนใจในการลงทุนว่าจะคุ้มค่าและมีโอกาสจะได้ผลตอบแทนที่ดีหรือไม่
นั่งวิเคราะห์ตัวหุ้นโดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ ทั้งไฟว์ฟอร์ซโมเดล (Five Force Model) สวอท อนาไลซิส (SWOT Analysis) หรือการประเมินเชิงคุณภาพอื่น ๆ
ได้ยินเสียงการพูดคุยกันของคนหลายคนดังมาจากครัวนอกบ้านที่ด้านหลัง เขาจึงเดินตามเสียงออกไปดูที่ครัวหลังบ้าน
เห็นคนในหมู่บ้านสองคนกำลังช่วยแม่กับพี่สาวของเขาทำอาหารอยู่ ณรัชต์จึงหันไปถามพี่สาวที่กำลังหั่นผักอยู่ใกล้ๆ
“งานอะไรอะเจ๊ ผ้าป่าพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ” เขาถามอย่างแปลกใจ งานผ้าป่าก็จัดพรุ่งนี้นี่นา แถมงานนี้จัดกันที่วัดอีกด้วยและบ้านเขาก็ไม่ได้เป็นแม่งานโดยตรงสักหน่อยเพราะเป็นการช่วยงานกันทั้งหมู่บ้าน
“ทีมหาเสียงกำนันพลจะแวะมากินข้าวเที่ยงที่นี่”พี่สาวเขาตอบ
ช่วงเวลานี้ในการเลือกตั้งซ่อมของพื้นที่บ้านเขาถือว่าคึกคักกันอย่างมาก เพราะผู้สมัครตัวเต็งทั้งสองคนไม่ว่าจะเป็นพ่อของส้ม หรือ คนสนิทของรัฐมนตรีช่วยฯ ต่างก็เป็นนักธุรกิจกระเป๋าหนักทั้งคู่
ฝั่งหนึ่งเป็นนักธุรกิจการค้าและโรงแรมในจังหวัด อีกฝั่งเป็นนักธุรกิจผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการต่างๆ ของจังหวัดซึ่งเป็นผู้สนับสนุนและกระเป๋าเงินของท่านรัฐมนตรี
ดังนั้นการแข่งขันรอบนี้ทั้งสองฝั่งต่างทุ่มทุนกันอย่างหนักจนเงินสะพัดคึกคักกันทั้งเขตเลือกตั้งที่ครอบคลุมสองอำเภอนี้
ตอนนี้บ้านของณรัชต์ก็นับได้ว่าเป็นหัวคะแนนฝั่งพ่อของส้มกลายๆ แม้ไม่ได้ออกตัวชัดเจนมากก็ตาม
ถึงตอนใกล้ๆ เที่ยงณรัชต์ก็ได้ยินเสียงรถขบวนแห่หาเสียงดังมา ก่อนที่ขบวนรถแห่ทั้งหลายคันจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาจอดกันที่หน้าบ้านของเขา
หลังจากนั้นทีมงานหาเสียงทั้งหลายก็ลงจากหลังรถแห่หาเสียงทยอยกันเข้ามาในบ้านของเขา ณรัชต์เดินออกจากในบ้านพร้อมบิดาเพื่อไปไหว้และทักทายคณะหาเสียง
เขามองเห็นพ่อของเพื่อนร่วมห้องที่รอบคอเต็มไปด้วยพวงมาลัยดอกดาวเรืองมากมาย
เห็นแล้วก็อดเวียนหัวแทน เขาไม่รู้ว่าทำไมพวงมาลัยคล้องคอนักการเมืองต้องเป็นดอกดาวเรืองกันนะ ทั้งที่กลิ่นของดอกไม้ชนิดนี้ สำหรับเขารู้สึกว่ากลิ่นของมันออกจะชวนเวียนหัวไปหน่อย
ทีมงานหาเสียงมีราวสิบสองชีวิต ในทีมงานหาเสียงณรัชต์เห็นแม่ของส้มก็มาช่วยสามีหาเสียงด้วย กับอีกคนคือพ่อภีที่มาช่วยเป็นทีมงานหาเสียงในพื้นที่ตัวเองอย่างเต็มตัว
เมื่อคณะหาเสียงเข้ามานั่งพักเหนื่อย ดื่มน้ำ ล้างหน้าล้างตาแล้ว แม่ของณรัชต์กับพี่สาวก็ทยอยจัดสำรับอาหารที่ทำไว้ตั้งแต่เช้าออกมาต้อนรับ
บ้านของณรัชต์เป็นบ้านกึ่งไม่กึ่งตึกสองชั้นตามแบบชาวบ้านทั่วไป แต่มีขนาดใหญ่กว่าหน่อย มีหลังคายกสูงขนาดใหญ่ติดไว้อยู่ด้านข้างบ้านคล้ายอู่ซ่อมรถ เอาไว้เป็นพื้นที่ในร่มทำกิจกรรมหรือจัดประชุมต่างๆ ของชุมชน ดังนั้นบ้านเขาจึงมีพื้นที่จัดเตรียมไว้รับแขกอย่างสะดวกสบาย ขนาดตอนงานกฐินที่มีแขกเป็นร้อยก็ยังตั้งเต็นท์เพิ่มแค่นิดหน่อย ดังนั้นแขกเพียงสิบกว่าคนในวันนี้จึงรับรองได้อย่างเหลือเฟือ
ณรัชต์ช่วยยกสำรับอาหารและเครื่องดื่มออกมารับรองแขกจนครบถ้วนแล้วก็นั่งกินร่วมวงกับคณะหาเสียงเลย โดยนั่งติดกับพ่อภีและลูกน้องที่มาเป็นทีมงานหาเสียงวันนี้
ฟังจากที่เพื่อสนิทของพ่อเล่า ขบวนหาเสียงนี้ลงพื้นที่ตระเวนหาเสียงในเขตตำบลบ้านเขาตั้งแต่เช้า โดยลงเดินหาเสียงแนะนำตัวในแต่ละหมู่บ้าน จนมาพักเที่ยงกันที่หมู่บ้านของณรัชต์
หลังทานข้าวเสร็จ คณะทีมหาเสียงก็พักผ่อนอิริยาบถหลังทานอาหารกันตามอัธยาศัย บ้างแยกไปสูบบุหรี่ นั่งคุยกัน หรือจิบเบียร์เย็นๆ เพื่อเตรียมพลังไว้ออกไปหาเสียงรอบบ่ายต่อ
ณรัชต์เดินไปหาแม่ที่กำลังกวักมือเรียก เดินไปถึงนั่งลงข้าง ๆ แม่ของเขาก็แนะนำตัวให้รู้จักกับคู่สนทนาที่คุยกันมาครู่ใหญ่ตั้งแต่หลังทานอาหารเสร็จ
“นี่ลูกชายคนเล็กค่ะ” แม่เขาแนะนำ
ณรัชต์ยกมือไหว้แม่ของส้มที่นั่งคุยอยู่กับแม่ของเขาอีกรอบ หลังจากเคยไหว้ไปแล้วตอนอีกฝ่ายเพิ่งมาถึง
“หน้าตาคุ้นๆ นะ เคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าจ๊ะ” แม่ของเพื่อนร่วมห้องถาม
“ครับ ผมเป็นเพื่อนห้องเดียวกับส้มครับ” เขาตอบคำถามอีกฝ่าย
“อ้อ เพื่อนส้มคนนั้นนี่เอง” แม่ของส้มกล่าว พร้อมมองมาที่ณรัชต์ด้วยสายตาพิจารณา
แม่ของณรัชต์พอรู้ว่าลูกชายเป็นเพื่อนร่วมห้องกับลูกสาวของอีกฝ่ายก็ยิ่งชวนคุยกันได้สนิทสนมขึ้นไปอีก ส่วนแม่ของส้มก็ดูจะเป็นคนคุยเก่งมนุษยสัมพันธ์ดีสมกับเป็นภรรยานักธุรกิจและนักการเมือง
หลังจากนั้นณรัชต์ก็ออกจากวงสนทนาของทีมหาเสียงหญิง ออกไปเสิร์ฟน้ำแข็งให้กับทีมหาเสียงชายกลุ่มที่กำลังจิบเบียร์คุยกันอยู่โดยมีพ่อภีพูดคุยเฮฮาอยู่กลางวง
หลังจากเติมน้ำแข็งให้เหล่าคอเบียร์ทั้งหลายแล้วณรัชต์ก็ถอยออกมา ก่อนมองไปที่พ่อภีที่กำลังคุยเฮฮากับทีมหาเสียงคนอื่น
จากการได้คุยกับเพื่อนสนิทของพ่อมาหลายครั้ง เขาก็ได้รู้สถานการณ์ในปัจจุบันของอีกฝ่ายแล้ว
ตอนนี้แม้ธุรกิจรับเหมาและอู่ซ่อมรถจะไม่ได้รุ่ง ๆ เหมือนตอนช่วงก่อนต้มยำกุ้ง แต่ก็พอจะเลี้ยงลูกน้องที่มีอยู่ยี่สิบกว่าคนได้
ณรัชต์ลองคุยสอบถามเรื่องธุรกิจงานรับเหมาจากพ่อภีและลูกน้องคนสนิทแล้ว ตอนนี้ธุรกิจก็ไม่ได้มีเรื่องขัดแย้งอะไรกับใคร เค้าลางเหตุการณ์ที่เขากังวลยังไม่ได้เกิดขึ้น
ดูเหมือนตอนนี้คนที่จะขัดแย้งเรื่องธุรกิจด้วยและเป็นเหตุให้พ่อภีถูกลอบยิงยังไม่ได้ปรากฏตัว
เรื่องการตายของพ่อภี เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ติดค้างในใจณรัชต์ แต่เมื่อตอนนี้ยังสืบออกมาไม่ได้ เขาคงต้องรอให้ใกล้ถึงช่วงเวลานั้น แล้วถึงจะต้องกลับมาสืบเรื่องนี้อีกที
‘อีกเกือบสองปีข้างหน้า’ ณรัชต์ทดเรื่องนี้ไว้ในใจ
หลังจากนั้นเขาก็ถูกพี่สาวใช้ให้เดินไปเสิร์ฟของหวานต่อ
ที่บ้านของณรัชต์มักจะทำของหวานไว้ด้วยทุกวันไม่ว่ามีแขกหรือไม่ก็ตาม ตามปกติก็จะเอาไว้กินหลังอาหารเป็นประจำ คงเป็นเพราะมารดาของณรัชต์เป็นแม่ค้าของหวานเก่า ดังนั้นเรื่องอาหารการกินและของหวานจึงจริงจังมาก
ซึ่งเขาก็ชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ ดีที่พอวัยรุ่นระบบเผาผลาญของเขาดีมาก ไม่อย่างนั้นณรัชต์คงอ้วนเหมือนตอนเด็ก ส่วนพี่สาวของเขาที่ยังอุตส่าห์หุ่นดีมาได้คงเป็นเพราะตามปกติเธอจะไม่กิน ถ้ากับข้าวหรือของหวานมื้อนั้นถูกมารดาตำหนิหรือพูดผิดหูระหว่างขั้นตอนทำจนถึงรสชาติหลังทำเสร็จ เรียกว่าขี้งอนน่าดู
ณรัชต์เดินไปเสิร์ฟของหวานให้พ่อของส้มกับพ่อของเขาที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่ซุ้มศาลาเล็ก ๆ หน้าบ้านกันสองคน
เดินเข้ามาในศาลาเขาก็ได้ยินเรื่องที่อีกฝ่ายกำลังพูดคุยปรึกษากันอยู่สองคน ทั้งสองคนกำลังคุยกันถึงการหาเสียงและกลยุทธ์การหาคะแนนในพื้นที่อำเภอของเขาที่เป็นฐานเสียงหลักของผู้สมัครฝั่งตรงข้าม เพราะถึงแม้ว่าพ่อของณรัชต์จะสับสนุนพ่อของส้มแต่คะแนนเสียงก็คงเฉพาะในพื้นที่ตำบลนี้เท่านั้น และก็ไม่ใช่ว่าจะได้คะแนนเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าไหร่
เมื่อเห็นพ่อของส้มและพ่อของเขาพากันนั่งเงียบครุ่นคิดหลังจากพูดถึงคะแนนเสียงในตำบลอื่นๆ ที่คงแกะออกจากอีกฝั่งได้ยาก พอณรัชต์วางถ้วยของหวานไว้บนโต๊ะเสร็จ เขาก็เอ่ยปากถึงเรื่องที่คนทั้งคู่กำลังครุ่นคิด
“ทำไมเราไม่เข้าทาง สจ.สมคิดล่ะครับ” ณรัชต์เห็นพ่อของส้มกับพ่อของเขาพากันเงียบเมื่อพูดถึงการหาคะแนนในพื้นที่อำเภอนี้ เลยอดกล่าวแนะนำไม่ได้
สจ.สมคิดของเขตอำเภอณรัชต์ เป็น สจ.ในพื้นที่มายาวนานและมีบารสูงในอำเภอนี้
“สจ.สมคิดเป็นหัวคะแนนฝั่งรัฐมนตรีพินิจนี่ คงไม่มีทางดึงมาฝั่งเราได้หรอก” พ่อของส้มคิดนิดหนึ่งก่อนกล่าวออกมา
สจ.สมคิดของอำเภอเขา เป็น สจ. ในพื้นที่มายาวนานและเป็นฐานเสียงสำคัญให้รัฐมนตรีพินิจที่เป็น สส. มานานจนอีกฝ่ายได้เป็น สส. หลายสมัย ดังนั้นพ่อของส้มจึงไม่คิดว่าจะดึงอีกฝ่ายมาทางฝั่งตัวเองได้
“เราไม่ได้ดึงตัวหรือขอคะแนนฐานเสียงทั้งหมดนี่ครับ ถ้าแค่ขอให้อีกฝ่ายออกปากบอกให้ฐานเสียงคะแนนสายตรงของตัวเองลงคะแนนเสียงได้อย่างอิสระล่ะ ” ณรัชต์กล่าวถึงคะแนนของคนในครอบครัวหรือกลุ่มคนสนิทของ สจ.สมคิด
พ่อของณรัชต์ทำท่าสนใจพร้อมครุ่นคิด
ในต่างจังหวัดมีอยู่ไม่กี่อาชีพที่จะได้รับการยกย่องและนับถือจากคนในพื้นที่ หนึ่งคืออาชีพหมอ อีกหนึ่งคืออาชีพครู สจ.สมคิดเคยเป็นครู
สจ.สมคิดเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมในอำเภอมาหลายโรงเรียนก่อนเกษียณ พ่อของณรัชต์ก็ยังเคยเป็นลูกศิษย์ของอีกฝ่าย
พอเกษียณแล้วก็ลงเล่นการเมืองท้องถิ่นด้วยการลงสมัครสมาชิกสภาจังหวัดและได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้นถล่มทลายและได้เป็นสมาชิกสภาจังหวัดมายาวนานหลายสมัย
“กำนันว่าไง พอเป็นไปได้ไหม” พ่อของส้มหันมาปรึกษาพ่อของณรัชต์
ณรัชต์ที่ฟังอยู่ด้านข้างก็มึนงงไปตามสรรพนามที่คนทั้งคู่เรียกกันเล็กน้อย เพราะพ่อของส้มและพ่อของณรัชต์ต่างเรียกอีกฝ่ายว่ากำนัน
“น่าจะพอได้ ถ้าเราไม่ได้ขอให้อาจารย์สมคิดกับฐานเสียงมาเข้าฝั่งเรา”พ่อของณรัชต์คิดก่อนกล่าวตอบ
ด้วยความสัมพันธ์ที่พ่อของส้มก็เคยเป็นสจ.อำเภอติดกันและได้รู้จักกันมานาน และพ่อของณรัชต์เคยเป็นลูกศิษย์และยังเคยหาเสียงให้อีกฝ่ายด้วย ถ้าจะพูดคุยกัน เรื่องนี้จึงพอจะคุยกันได้
ถ้าทำให้ สจ.สมคิด ปล่อยคะแนนเสียงส่วนตัว ให้เลือกผู้สมัครได้อิสระ ไม่ควบคุมจริงจังให้ต้องเลือก สส. ตามโดยอาจจะเอ่ยปากให้สามารถเลือก สส. กันได้อิสระแทน ย่อมทำให้พ่อของส้มสามารถดึงคะแนนเสียงบางส่วนมาได้ และก็ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ รัฐมนตรีพินิจไม่พอใจ สจ.สมคิดด้วย เพราะ สจ.สมคิดก็ไม่ได้ย้ายฝั่งหรือหาคะแนนเสียงให้พ่อของส้ม แค่ไม่จริงจังกับคะแนนเสียงสายตรงของตัวเองเท่านั้น
และต่อให้ สจ.สมคิดวางตัวเป็นกลางจริงๆ ก็คงไม่มีใครวิจารณ์ได้ว่าทำผิดหรือทรยศกัน เพราะถึงอย่างไร สจ.พื้นที่ ก็จำเป็นต้องประสานกับ สส. ในพื้นที่อยู่แล้วไม่ว่าใครได้เป็น
ดังนั้นถ้ามี สจ. ที่ไม่อยากเลือกข้างผู้สมัคร สส. ก็ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา
ช่วงชีวิตที่แล้วของณรัชต์ เขารู้ว่าในอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้ สจ.สมคิดก็วางมือจากการเมืองเพราะอายุมาก พ่อของณรัชต์ที่อาศัยว่าเคยเป็นลูกศิษย์และรู้จักกันมานานในพื้นที่การเมืองถิ่นเดียวกัน จึงได้รับการสนันสุนจากอีกฝ่ายให้ลงสมัครตำแหน่งนี้แทน
ครั้งหนึ่งพ่อของณรัชต์เคยหลุดปากเล่าให้เขาฟังว่า ลึก ๆ สจ.สมคิด รู้สึกติดใจเรื่องที่รัฐมนตรีพินิจไม่สนับสนุนให้เขาลงสมัคร สส. ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้กลับไปเลือกคนสนิทอีกคนลงสมัครแทน ทั้งที่ สจ.สมคิดเป็นฐานเสียงให้อีกฝ่ายมาอย่างยาวนาน
แสดงว่าตอนนี้ สจ.สมคิดก็คงไม่พอใจเรื่องนี้อยู่ลึกๆ
หลังจากเอ่ยปากแนะนำเล็กน้อยแล้วณรัชต์ก็ถอยออกมาจากซุ้มศาลา ปล่อยให้ผู้ใหญ่ทั้งคู่ปรึกษาพูดคุยกันถึงรายละเอียดของเรื่องนี้ไป
พอบ่ายคล้อยคณะหาเสียงก็ออกตระเวนหมู่บ้านอื่น ๆ ต่อไปตกค่ำพ่อของณรัชต์ก็ออกจากบ้านไปทำธุระที่ทำอยู่บ่อย ๆ ซึ่งเขาคิดว่าวันนี้คงไม่ใช่ไปงานแต่งงาน งานศพ งานขึ้นบ้านใหม่ตามปกติ ปลายทางคงจะเป็นบ้านของ สจ.สมคิด หรืออาจารย์สมคิดที่พ่อของเขาเรียกติดปาก
เช้าวันจันทร์ซึ่งเป็นวัดถัดมา ณรัชต์จำเป็นต้องตื่นตั้งแต่เช้าทั้งที่เขาอุตส่าห์ได้ขาดเรียน ไม่ใช่ว่าเขาจะขยันไปช่วยงานผ้าป่าหรอก แต่เสียงเครื่องเสียงจากงานผ้าป่าที่วัดดังกระหึ่มจากวัดจนมาถึงบ้านเขา ทำให้จำเป็นต้องตื่นอย่างจำใจ
ว่าไปแล้ว เพลงฮิตของงานเทศกาลต่างๆยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นของศิริพร อำไพพงษ์ หรือ ไมค์ ภิรมย์พร ก็ยังดูน่าฟังกว่าช่วงเวลาที่เขาจากมาล่ะนะ เพราะเพลงลูกทุ่งหรือหมอลำช่วงเวลานั้นดูจะพิศดารเหลือเกินไม่ว่าจะเนื้อร้องหรือท่าเต้นต่างๆ
ณรัชต์มองไปในบ้านไม่เหลือใครอยู่ คิดว่าทุกคนคงไปช่วยงานที่วัดกันหมด เปิดตู้กับข้าวที่บ้านก็ไม่มีอะไรทิ้งไว้ให้เป็นอาหารให้เขา คงจะต้องไปหามื้อเช้ากินที่งานวัดแทน
งานผ้าป่าที่วัดวันนี้ต่างกับกฐินเมื่อคราวก่อนอยู่บ้าง เพราะคราวก่อนงานกฐินจะเป็นงานที่มีแต่คนในหมู่บ้านเท่านั้นที่มาถึงวัด ส่วนคนในตำบลที่มางานกฐินก็จะทำบุญอยู่ตามบ้านที่เป็นกองกฐินแต่ละบ้าน ไม่ได้มารวมที่วัด
แต่งานวันนี้จะคึกคักกว่ามาก เพราะนอกจากงานจะจัดรวมที่วัดแล้ว กองผ้าป่าต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะมาจากต่างพื้นที่ ทั้งจากคนที่ไปทำงานจังหวัดต่างๆ หรือคนไปทำงานกรุงเทพฯ ซึ่งกองผ้าป่าแต่ละกองที่มาก็ยังพ่วงเพื่อนฝูงของผู้จัดกองผ้าป่าแต่ละกองมาด้วย ดังนั้นงานวัดในวันนี้นั้นจะเต็มไปด้วยแขกต่างถิ่นมากหน้าหลายตากว่าปกติมาก
เมื่อมาถึงวัดเขาก็เห็นเต็นท์และโต๊ะเก้าอี้จัดตั้งไว้รอรับแขกอยู่มากมายเต็มลานวัด คนเริ่มคึกคักผู้คนพลุกพล่านกันบ้างแล้วทั้งที่ยังเช้าอยู่ ณรัชต์เดินตรงไปที่โรงครัวของวัดเป็นอันดับแรกเพื่อหาอาหาร
เขามาถึงครัวก็เห็นแม่ครัวทำอาหารเตรียมไว้เป็นจำนวนมากแล้ว ยกเว้นอาหารบางอย่างเช่นส้มตำที่จะต้องทำไปเสิร์ฟไปเท่านั้นเพราะเสียง่าย
หลังจากเลือกขนมจีนราดน้ำยาเสร็จณรัชต์ก็นั่งกินอยู่ในครัวจนอิ่มก่อนจะเดินออกจากโรงครัว
เดินออกมาถึงลานซีเมนต์ด้านหน้าโรงครัวที่มีแม่ครัว คนเสิร์ฟกับแขกในงานเดินผ่านไปมาเพื่อเข้าห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล เขาก็มองหารองเท้าที่ถอดไว้ก่อนจะขมวดคิ้วเพราะมองไม่เห็นรองเท้าที่ใส่มา
ปกติณรัชต์ถ้ามาวัดเขาจะไม่ใส่รองเท้าแตะสกอลล์คู่นี้มา เพราะอัตราเสี่ยงในการหายสูง แต่วันนี้เพราะมัวแต่รีบมาหาอะไรกินจึงไม่ทันได้คิด เผลอใส่รองเท้าสกอลล์เข้ามาในวัด
เขาลืมไปได้ไงนะว่า ไอเทมชิ้นนี้มีอัตราการสูญหายที่วัดเป็นตัวเลขที่สูงมาก!!!!!
เฮ้อออ ในวัดแท้ ๆ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------Name : ณรัชต์Asset : ตึกแถว 6 ห้อง ราคาปัจจุบัน 2,050,000 บาท: เงินสดในบัญชีธนาคาร 143,300 บาท : เงินสดในบัญชีหุ้น 7,000,100 บาท: ที่ดินหนึ่งแปลง 15 ไร่ ราคาซื้อ 18 ล้าน ราคาประเมิน 24 ล้าน
มูลค่าสินทรัพย์รวม : 2,050,000 + 143,300 + 7,000,100 + 24,000,000 = ปัจจุบัน 33,193,400 บาท
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------