เสียงนาฬิกาดัง กริ๊ง... ผมที่นอนหลับอยู่สดุ้งตื่น มือคว้าโทรศัพท์มากดปิดเสียง พลางหรี่ตามองเวลา ตอนนี้ 17.00 น. พอดี
ผมหันไปอีกฝั่งของเตียง สายตายังพร่ามัว แต่ไม่เห็นใครนอนอยู่ข้าง ๆ จึงลุกขึ้นนั่งยืดตัวเล็กน้อย ขณะนั้นเองก็เหลือบไปเห็นเมษากำลังกวาดห้องอย่างขะมักเขม้น
“ทำอะไรอยู่เหรอ” ผมถามขึ้น ทั้งที่ในใจก็รู้อยู่แล้ว
เธอหันมายิ้มบาง ๆ “พี่ไม่ได้กวาดห้องมากี่วันแล้วเนี้ย”
ผมหัวเราะเบาๆ “ก็...จำไม่ได้เลย”
ผมลุกขึ้นจากเตียง เดินเข้าห้องน้ำล้างหน้าให้สดชื่น ก่อนจะเดินออกมา ก็เห็นเมษากำลังนั่งกินไก่ KFC ที่เหลือพลางดูมือถือ
“กินให้หมดนะ” ผมเอ่ยยิ้มเล็ก ๆ แล้วเดินไปนั่งที่โซฟา
“ไม่น่าเหลือหรอก...” เธอตอบแล้วหัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี
ผมยิ้มตามกับความน่ารักของเธอ พลางเอ่ยเบา ๆ “เดี๋ยวพี่จะได้ไปทำงานแล้ว...จะได้ออกไปที่ไหนไหม”
เมษาส่ายหน้ายิ้มหวาน “ไม่ค่ะ...พี่ก็ขับรถดี ๆ นะคะ” เธอพูดจบแล้วยกมือโบกให้แบบเล่น ๆ
ผมลุกขึ้น เดินไปถึงหน้าประตูแล้วนึกขึ้นได้ ก่อนจะหันกลับมาบอกกับเมษา
“อ้อ...นี่นะ กุญแจรถมอเตอร์ไซค์ ถ้าน้องอยากออกไปไหนก็ใช้ได้เลย” ผมพูดแล้วห้อยกุญแจไว้ที่ตะขอกำแพงติดประตู
เมษาหันมาทำหน้าสงสัย “เอ้า...แล้วพี่จะไปยังไงล่ะ ไม่เอารถไปเหรอ”
“พอดีพี่เปลี่ยนรูปแบบงานแล้ว เลยเช่ารถยนต์มาขับ คันนี้เลยไม่ได้ใช้แล้ว” ผมอธิบาย แล้วเอื้อมมือบิดลูกบิด เดินออกไปทางประตู
เมษายังคงทำสีหน้างง ๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนไม่เข้าใจทั้งหมดนัก แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ
ผมปิดประตูลงช้า ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงเธอะโตามมาอีกครั้ง
“ค่ะ...พี่ขับรถดี ๆ นะ!”
รอยยิ้มเผลอผุดขึ้นบนใบหน้าผมโดยไม่รู้ตัว
...
ผมแล่นรถมาจอดที่บ้านเลขที่ 988/2 หมูบ้านสาธร และมองดูเวลา 17.45 น. ผมมาก่อนเวลานิดหน่อย
รออยู่สักพัก ดูเหมือนว่าดารินกำลังเดินออกมา ผมเลยลงจากรถแล้วทักทาย “สวัสดีครับ”
เธอเห็นผมก็จำได้ทันทีแล้วยิ้มเขิน ๆ “อ๋อ…”
“น้องวายุ เข้ามารอข้างในก่อนก็ได้ พี่แต่งตัวยังไม่เสร็จเลย” เธอเดินออกมาบอกผ่านประตูใหญ่หน้าบ้าน เสื้อกล้ามสีดำกับกระโปรงทรงเอสีม่วงทำให้ผมอดมองไม่ได้
“ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวรอที่รถได้ครับ” ผมตอบกลับ
เธอยิ้มให้แล้วเอ่ยต่อ “เข้ามาเถอะ พี่จะให้ขนของให้ด้วย มานั่งรอที่โต๊ะข้างบ้านพี่ก่อนก็ได้”
เมื่อเธอขยั้นขยอ ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธ เดินตามเธอเข้าไปในบ้าน สายตามองตามแผ่นหลังสีขาวเนียนของเธอ พลางพึมพำในใจ “หุ่นพี่ดีมาก…ไม่ผอมเกินไป ไม่อ้วนเกินไป”
เธอเปิดประตูบ้านแล้วเดินเข้าไป ส่วนผมแยกตัวไปนั่งที่โต๊ะข้างบ้าน มองไปรอบ ๆ ลานจอดรถ พบว่ามีรถยนต์คันหนึ่งถูกคลุมด้วยผ้าคลุมทั้งคัน
ผมอดสงสัยไม่ได้…ทำไมเธอไม่ขับรถเองนะ
รออยู่สักพัก เธอเดินออกมา พร้อมกับกระเป๋าลากใบหนึ่ง ยกมาตั้งไว้ข้าง ๆ ผม
“น้องหิวน้ำไหม เดี๋ยวพี่เอามาให้” เสียงใส ๆ ของเธอเอ่ยถาม
ผมยิ้มรับ เงยหน้ามองใบหน้าเธอ “ไม่เป็ไรครับ เพิ่งกินมาเลย”
เธอพยักหน้าแล้วยิ้มให้เบา ๆ “รออีกหน่อยนะ”
“ตามสบายเลยครับ” ผมตอบ พร้อมกับรู้สึกอบอุ่นใจเล็ก ๆ จากรอยยิ้มของเธอ
ผ่านไปสักระยะ เธอก็เดินออกมา ผมมองตามเธอด้วยความทึ่ง เธอสวมชุดแอร์โฮสเตสสีม่วง ดูสง่าและงดงามจนผมไม่อาจละสายตาได้
“มีอะไรเหรอ...” เธอถามพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
ผมลุกขึ้นยืนยิ้มตอบ “เปล่าครับ...”
เธอหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูด “งั้น...ไปกันเถอะ”
...
ผมสตาร์ทเครื่องยนต์และตั้งค่าแผนที่นำทางไปที่สนามบินดอนเมือง “ไปสนามบินดอนเมืองใช่ไหมครับ” ผมถามเพื่อความแน่ใจ
“อืม... ไม่ต้องรีบก็ได้นะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย
“ครับผม” ผมรับคำสั้นๆ และขับรถมุ่งหน้าไปสนามบินบรรยากาศในรถเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงเพลงเบาๆ จากวิทยุ ผมแอบเหลือบมองเธอเป็ระยะ เธอเอนตัวพิงเบาะหลัง หลับตาพริ้มราวกับกำลังพักผ่อน ผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนอยู่แค่ในรถคันนี้
ผมมองเธอผ่านกระจกมองหลัง พึมพำกับตัวเองในใจ “อายุ 31 แล้วเหรอเนี่ย หน้ายังเด็กอยู่เลย ถ้าไม่ได้ดูข้อมูลจากระบบก็คงไม่มีทางรู้”
ผมแอบมองเธออย่างที่เคยทำ แต่ครั้งนี้เธอลืมตาขึ้นมาและสบตากับผมในกระจกพอดี เธออมยิ้มบางๆ โดยไม่พูดอะไร ทำให้ผมรู้สึกเขินขึ้นมาทันที
“ผมเห็นรถของพี่จอดอยู่ที่บ้าน ทำไมพี่ไม่ขับไปเองล่ะครับ” ผมถามเพื่อแก้เก้อ
“รถมันเป็อะไรก็ไม่รู้ สตาร์ตไม่ติดเลย พี่ก็ไม่ได้เอาไปซ่อมสักที” เธอหยุดพูดไปครู่หนึ่ง “อีกอย่างพี่ก็ไม่ค่อยได้ใช้รถอยู่แล้วด้วย”
“ครับ” ผมพยักหน้า
ผ่านไปสิบนาทีกว่า ๆ
รถของผมก็เคลื่อนมาจอดที่ทางเข้าหน้าสนามบิน
เธอลงจากรถ หยิบกระเป๋าที่กระโปรงหลังแล้วเดินมาหาผมที่ประตูอีกฝั่งของรถ
เธอก้มลงเล็กน้อย พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “ช่วยมารับพี่อีกได้ไหม…น่าจะอีก 2-3 วัน เดี๋ยวพี่โทรหาอีกที”
ผมพยักหน้าเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มอย่างไม่ลังเล “ได้ครับ”
“บันทึกเบอร์พี่ไว้ด้วยล่ะ ชื่อดารินนะ” เธอยิ้มพลางเอ่ย
“ได้ครับ…พี่ก็เดินทางปลอดภัยนะครับ”
“ค่ะ…” เธอโบกมือลา ยกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเดินเข้าประตูไป
ผมนั่งมองตาม จนเห็นเธอหายเข้าไปในอาคารสนามบิน
ติ้ง...!
[รับส่งสำเร็จ 1/1]
[คุณได้รับค่าตอบแทน 2,000 บาท / เนื่องด้วยอยู่ใน่เวลาคูณสอง รวมเป็ 4,000 บาท]
ผมยิ้มออกมาอย่างพอใจ ขับรถเพียงรอบเดียวก็ได้เงินแล้ว ตั้ง 4,000 บาท
“วันนี้แค่นี้ก็พอแล้วมั้ง กลับเลยดีไหมนะ...” ผมพึมพำพลางหันไปมองนาฬิกาตรงหน้าปัดรถ
“ตอนนี้ยังแค่ทุ่มกว่า ๆ เอง” ผมยิ้มบาง ๆ คิดในใจ "ชวนน้องเมษามาออกเดินเล่นดีไหมนะ”
ผมขับรถออกจากสนามบิน ไฟถนนทอดยาวสลับกับแสงไฟจากรถที่สวนมา ผมกวาดตามองไปข้างหน้า แล้วบอกกับระบบในใจ
“ติดตั้งแอปไลน์ให้ที”
ติ๊ง..!
[กำลังติดตั้ง…]
[ติดตั้งเสร็จเรียบร้อย]
[กำลังถ่ายโอนข้อมูลผู้ติดต่อทั้งหมด…]
[เสร็จเรียบร้อยครับ คุณ้าให้ผมทำอะไรต่อไหมครับ]
“เปิดกล่องข้อความของเมษาขึ้นมาแล้วพิมพ์ไปว่า...” ผมพึมพำแล้วหยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัว “ไม่ดีกว่า โทรไปเลยก็ได้นิ โทรออกเลย”
ติ๊ง..!
[กำลังติดต่อครับ]
เสียงสัญญาณดัง ตื๊ด...ตื๊ด... ไม่กี่วินาทีปลายสายก็กดรับ
“ฮัลโหล~ พี่วายุ?” เสียงเมษาแฝงความงัวเงียเล็กน้อยเหมือนเพิ่งเอนตัวลงพัก แต่ยังมีความสดใสแบบที่เป็ตัวเธอ
ผมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว “ทำอะไรอยู่เหรอ...ตื่นยัง” ผมถามหัวเราะออกมาเบา ๆ
“โห่พี่...เวลานี้ใครจะนอน” เธอตอบกลับทันที เสียงปลายสายแทรกด้วยเสียงทีวีเบา ๆ เหมือนเธอกำลังนั่งดูอยู่
ผมหัวเราะเบา ๆ “อ๋อ...งั้นก็ดีเลย พี่ว่าจะถามว่าอยากออกมาเดินข้างนอกไหม พี่ทำงานเสร็จแล้วกำลังกลับพอดี”
เธอเงียบไปนิดเหมือนกำลังคิด ก่อนจะตอบกลับมาเสียงสดใส “เดินเล่นที่ไหนคะ?”
ผมยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “แล้วน้องอยากไปที่ไหนล่ะ ถนนคนเดินหรือห้างดี?”
“อือ...ถนนคนเดินเหรอ อากาศก็ร้อน ไม่อยากไปเลย” เธอทำเสียงบ่นเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ “ไปเซ็นทรัลไหมคะ หนูอยากกินสุกี้ตี๋น้อย เพื่อนหนูก็ทำงานพาร์ทไทม์อยู่ที่นั่นด้วย”
ผมยิ้มออกมา “อืม...งั้นพี่กำลังกลับแล้ว เตรียมตัวเลยนะ”
“ค่ะ...” เธอตอบรับสั้น ๆ แต่เสียงสดใส