เมื่อเย่ชิงหยวนได้ยินดังนั้นนางจึงทำสีหน้าแสดงอาการใสุดขีดออกมา!....นางมิคิดเลยว่าชายผู้นี้จะหาญกล้าเช่นนี้....ตอนนี้ทั้งนางเริ่มรู้สึกว่าที่หยุนเฟยกล่าวออกมาทั้งหมดหยุนเฟยอาจจะทำจริงๆก็ได้เพราะสีหน้าของหยุนเฟยตอนนี้ไม่มีวี่แววของความโป้ปดและหวั่นเกรงแม้แต่น้อย...........
“ท่าน!!...”
ก่อนที่เย่ชิงหยวนจะกล่าวจบหยุนเฟยก็ปิดปากของนางไว้มิให้นางพูดออกมามันเพียงแค่แสดงสีหน้ายิ้มแย้มให้นางแต่ในแววตาของมันกลับมิมีวี่แววของความหื่นกระหายแม้แต่น้อย.....นั่นทำให้เย่ชิงหยวนเบาใจขึ้นมาบ้าง....หลังจากนั้นครู่หนึ่งหยุนเฟยจึงลงจากหลังม้าแล้วยื่นมือไปหาเย่ชิงหยวนอย่างอ่อนโยน...
“ลงมาสิ....ชิงหยวนฮูหยินข้า!!....”
หยุนเฟยยื่นมือไปจับมือของเย่ชิงหยวนอย่างอ่อนโยนพร้อมกับค่อยๆดึงนางลงมาจากหลังม้า....
เย่ชิงหยวนที่พึ่งรู้สึกตัวมันจึงรีบลงจากหลังม้าอย่างตะกุกตะกักเพราะที่มันอยู่ตอนนี้คือหน้าตำหนักเ้าเมืองและเป็สถานที่จัดงานสมรสของคืนนี้....
“ที่ท่านพูด!........”
ก่อนที่นางจะกล่าวถามบางอย่าง.....หยุนเฟยก็พลันจูงมือของนางเข้าไปในตำหนักเ้าเมืองทันทีโดยไม่ให้นางมีโอกาสได้พูดอันใดแม้แต่น้อย....
หลังจากทั้งหยุนเฟยและเย่ชิงหยวนเข้าไปข้างในตำหนักเ้าเมืองสักพักแล้ว....กลุ่มขบวนจึงได้ตามเข้าไปข้างในอย่างช้าๆ....งานสมรสครั้งนี้เย่อี้หนานและหยุนเสี่ยวตกลงกันว่าให้มีแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเ้าบ่าวและเ้าสาวเท่านั้นจึงจะร่วมงานในครานี้ได้.............
“ฮ่า!...ฮ่า!...ฮ่า!.....ขอแสดงความยินดีกับเ้าด้วยนายน้อยหยุนและแม่นางชิงหยวน....”
เมื่อเข้ามาในห้องโถงขนาดใหญ่ซึ่งเป็สถานที่จัดงานก็พลันมีเสียงของชายหนุ่มอายุราว 18-19 ปีกล่าวแสดงความยินดีให้คู่บ่าวสาวออกมา.............
“ขอบคุณที่มางานครานี้ท่านพี่หวงจื่อหาน!!......”
หยุนเฟยและเย่ชิงหยวนกล่าวแสดงความขอบคุณพร้อมกันราวกับนัดกันมา....
หวงจื่อหานเป็ลูกชายเพียงคนเดียวของหวงเซิ่งหงผู้นำตระกูลหวงและยังเป็1 ใน 4ตระกูลใหญ่ของเมืองจีฉิง..ถึงแม้งานครานี้จะอนุญาตให้แค่ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาได้แต่หวงจื่อหานนั้นเป็สิทธิพิเศษเพราะในบรรดาตระกูลทั้งสี่นั้นตระกูลหวงถือเป็ตระกูลที่มีกองกำลังแข็งแกร่งที่สุด!!....
“ข้าเช่นกันขอแสดงความยินดีกับพวกเ้าทั้งสอง....”
“ขอขอบคุณท่านพี่ซ่งเจี๋ย......”
คู่บ่าวสาวกล่าวออกมาพร้อมกันอีกคราพร้อมกับคารวะแขกทั้งสอง...
ซ่งเจี๋ยเป็บุตรตรีของซ่งหานผู้นำตระกูลซ่ง1 ใน 4ตระกูลใหญ่ของเมืองจีฉิง...เนื่องจากความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างตระกูลเย่กับตระกูลซ่งเหล่าผู้าุโจึงส่งคำเชิญเพื่อแสดงถึงไมตรีต่อกัน.....
“เช่นนั้นข้ากับฮูหยินของข้าขอตัวเข้าไปข้างใน...”
หยุนเฟยกล่าวออกมาพร้อมกับทำสีหน้ายิ้มแย้มเย่ชิงหยวนก็เห็นด้วยเช่นกันพวกมันจึงเดินเข้าไปที่เก้าอี้ยาวที่พอนั่งได้สองคนเพื่อนั่งรอเหล่าผู้าุโ....
เมื่อทั้งสองเดินผ่านไปสีหน้ายิ้มแย้มของซ่งเจี๋ยและหงจื่อหานก็พลันบิดเบี้ยวขึ้นมาก่อนจะส่งสายตาไปยังชายหนุ่มด้วยความเกลียดชัง!.....พวกมันทั้งสองนั้นเมื่อได้เห็นเย่ชิงหยวนคราแรกตอนงานประลองประจำปีก็พลันตกหลุมรักนางไปเสียแล้ว!.....แต่นางกลับต้องตกแต่งกับขยะอย่างหยุนเฟยอย่างช่วยมิได้นั้นทำให้ทั้งสองโกรธแค้นหยุนเฟยเป็อย่างมาก.....เมื่อครู่ที่หยุนเฟยกล่าวเรียกชิงหยวนว่าฮูหยินพวกมันเกือบจะยับยั้งอารมณ์ไว้ไม่อยู่ไปเสียแล้ว.....
เมื่อเหล่าผู้าุโมาถึงห้องโถงใหญ่งานสมรสจึงเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะพวกมันก็มิค่อยอยากมาเท่าไหร่นักแต่พวกมันก็มิอาจเมินเฉยต่อคำเชิญของเ้าเมืองได้เช่นกันพิธีนั้นจัดขึ้นและจบอย่างรวดเร็วเพียงแค่สองชั่วยามเท่านั้น!!......
หลังจากเหล่าผู้าุโลากลับแล้วในห้องจึงเหลือเพียงผู้คนสี่ผู้เท่านั้นคือหยุนเฟยและเย่ชิงหยวนรวมทั้งบิดาของทั้งสองคน......
“ลูกเฟยลูกชิงหยวนถึงเวลาแล้วที่พวกเ้าทั้งสองจักต้องเข้าหอ......”
เย่อี้หนานกล่าวออกมาอย่างจำใจในตอนนี้มันเริ่มจะวิตกแล้วว่าหยุนเฟยจะทำอะไรลูกสาวมันในคืนนี้หรือไม่....
“งั้นข้ากับฮูหยินของข้าขอลาท่านพ่อตาและท่านพ่อขอรับ...”
กล่าวจบหยุนเฟยจึงเดินไปที่ห้องของมันที่จัดขึ้นไว้เป็ที่สำหรับอยู่หอในคืนแต่งงานครานี้....
“เ้าอย่าวู่วามนะลูกข้า!!!....”
หยุนเสี่ยวอดไม่ได้ที่จะะโไล่หลังหยุนเฟยออกไป...
“ใช่แล้วลูกเขยข้าเ้าอย่าวู่วามเชียวนะ!!....”
เย่อี้หนานนั้นหลังจากได้เห็นปฏิกิริของหยุนเฟยที่มีต่อลูกของมันทำให้ตัวมันนั้นยอมรับในตัวหยุนเฟยไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อหยุนเฟยได้ยินเสียงแซวของพ่อและพอตาของมันทั้งชายแก่สองและชายหนุ่มหนึ่งก็พลันหัวเราะชอบใจออกมา.....ต่างจากหญิงสาวหนึ่งที่กำลังทำสีหน้าอมทุกข์ออกมาอย่างกลั้นไว้มิอยู่.....
“เชิญฮูหยินข้าเข้าสู่หอวิวาห์!!....”
หยุนเฟยกล่าวออกมาอย่างองอาจพร้อมกลับผายมือไปทางประตูตำหนักของมันเพื่อเป็การแสดงการต้อนรับ....
เย่ชิงหยวนมิกล่าวอันใดนางเดินเข้าไปข้างในหอวิวาห์อย่างจำใจ...ในหัวของนางตอนนี้กำลังคิดถึงเื่ที่มันกลัวว่าจะเกิดขึ้นในคืนนี้......สีหน้าของมันตอนนี้จึงดูเเย่เป็อย่างมากเย่ชิงหยวนนั้นระแวงหยุนเฟยถึงขนาดปล่อยพลังปราณออกมาคลุมร่างเพื่อมิให้หยุนเฟยแตะต้องตัวนางได้!!.................
“เ้ามิต้องกลัวไปฮูหยินข้า.....ข้ารู้ว่าเหตุผลส่วนใหญ่ที่เ้าตกแต่งกับข้าเพราะข้านั้นเส้นปราณพิการ....ที่จริงแล้วเ้าคงมิคิดจะมีคู่ครองเป็แน่แท้....เห้อ.....”
หยุนเฟยกล่าวไปพลางถอนหายใจไปพลาง...
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของเย่ชิงหยวนจึงกระตุกเล็กน้อยก่อนจะกลายเป็ผ่อนคลายสบายใจดูเหมือนปกติเหมือนตออนที่เจอกันคราแรก....
“ท่านรู้!!?....”
“ใช่ข้ารู้!....”
หยุนเฟยกล่าวออกมาพร้อมกับทำสีหน้าบูดบึ้งออกมา...
“แม้ท่านจะรู้แล้วท่านก็ยังกล่าวเช่นนั้นกับข้าอีกหรือ?....เื่ที่ท่านจะ....ม....มี...ลูกกับข้า!!”
เย่ชิงหยวนเขินอายเป็อย่างมาก...กว่านางจะกล่าวคำนั้นออกมาได้นั้นกินเวลาไปกว่าสิบลมหายใจ...
“แน่นอนข้าพูดจริง!!....แต่หากเ้ายอมแล้วน่ะ....เห้อ...ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าเหตุใดเ้าถึงมิคิดจะมีคู่ครองเล่า?นี่ทำให้ข้าปวดใจยิ่ง.....อ๊า....”
หยุนเฟยกล่าวออกมาอย่างอยอกล้อ....
“ข้ามีเหตุผลของข้า!!......ทำให้ข้ามิอาจมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายหนุ่มได้!......”
เย่ชิงหยวนกล่าวออกมาพร้อมกับทำหน้านิ่งเฉยเมยอย่างที่สุดแต่ภายในใจของนางกลับเต้นมิเป็จังหวะอย่างควบคุมมิได้....
“แล้วข้าจักมีบุตรไว้สืบสกุลได้เช่นไรกันล่ะ?......หากข้ามิได้มีอะไรกับเ้า!!”
หยุนเฟยกล่าวออกมาพร้อมกับทำสีหน้าอ้อนวอนเหมือนหญิงสาวที่กำลังอ้อนขอให้ชายหนุ่มซื้อของขวัญให้ในวันสำคัญ..
เมื่อได้ยินดังเย่ชิงหยวนก็แสดงสีหน้าเขินอายออกมาอย่างเก็บไว้มิอยู่.....เหตุใดจึงถามข้าล่ะ?แล้วข้าจะตอบเช่นไรดี?....
“นั่นเป็ปัญหาของท่านขอให้ท่านคิดไตร่ตรองด้วยตนเอง...”
เย่ชิงหยวนกล่าวไปพลางทำหน้ารู้สึกผิดไปพลาง....
“เช่นนั้นก็แสดงว่าเ้าอนุญาตให้ข้ามิคู่ครองหลายคนใช่หรือไม่?....งั้นข้าจะตามหาหญิงสาวที่งดงามเท่ากับเ้าไปทั่วทวีปเพื่อนำมาเป็ภรรยาข้าเอง...ฮ่า!....ฮ่า!....ฮ่า!.....”
หยุนเฟยกล่าวพลางประชดความไม่แยแสต่อปัญหาของมันออกมา....เหตุใดข้าจะไม่อยากมีลูกกันล่ะ?หากเ้ามิอาจกำเนิดลูกให้ข้าได้ข้าก็จักหาผู้อื่นแทนเอง!!....
“ท่าน!!!!!!...”
เย่ชิงหยวนตอนนี้รู้สึกเหมือนมีอะไรมากระตุ้นภายในจิตใจของนางแต่ก่อนที่นางจะกล่าวตำหนิหยุนเฟยออกมานางก็ได้คิดถึงเื่ที่อาจารย์ของนางได้ห้ามปรามเอาไว้ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็สงบนิ่งพร้อมกล่าวออกมาว่า....
“แล้วแต่ท่านเถิด.....”
คำพูดนี้ทำให้หยุนเฟยแปลกใจเป็อย่างมากแต่มันก็คิดไปว่านางคงจะมีเหตุผลที่สมเหตุสมผลอยู่เป็แน่ถึงขั้นตัดละซึ่งความรู้สึกรักใคร่ออกไปจากชีวิต!!....
“เช่นนั้นข้าก็จักมิกวนเ้าแล้วเชิญเ้าเข้านอนเถอะส่วนข้าจะนอนเก้าอี้....”
หยุนเฟยนั้นเมื่อรู้ว่าฮูหยินของมันนั้นมิได้คิดจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแต่อย่างใดมันจึงไม่คิดที่จะหยอกล้อนางให้เกินเหตุเหมือนยามก่อนหน้านี้!!.......
เย่ชิงหยวนมิได้กล่าวอันใดนางพยักหัวทีหนึ่งเพื่อแสดงว่าเห็นด้วยกับความคิดของหยุนเฟยก่อนจะทำการเข้านอน...
เมื่อมันเห็นชิงหยวนฮูหยินของมันหลับไปแล้วมันจึงทำการนั่งลงที่เก้าอี้พร้อมกับนึกถึงที่ผ่านมาของชีวิตในอดีตของมันแต่แล้วันก็ทำสีหน้าครุ่นคิดอะไรออกมาได้...
“จริงสิท่านปู่ทวดของข้าเล่าให้ข้าฟังในตอนที่ข้ายังเด็กในชาติก่อนเกี่ยวกับเื่เล่าบางอย่าง......รู้สึกว่าจะเป็...........เอ่อ....เื่ของโลกใบนี้!!!....”
To be continue………………