ซูเจียวเจียวกำลังปอกแอปเปิลให้เซียวหยวนหมิงอยู่ข้างเตียงเมื่อได้ยินคำพูดของภรรยาของลู่เหว่ยหมิน ก็อดถอนหายใจออกมาเล็กน้อยไม่มีใครคาดคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น
ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์แล้วต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังในอนาคตช่างยากลำบากยิ่งนัก โดยเฉพาะในยุคที่ขัดสน อาหารการกินไม่เพียงพอทุกอย่างต้องใช้บัตรแลกเปลี่ยน แม้จะไม่ใช้บัตรแลกเปลี่ยน ก็ยังไม่มีเงิน…
เรื่องใหญ่เรื่องเล็กในบ้านหากไม่มีผู้ชายคอยสนับสนุน ก็คงจะไปไม่รอดจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นการทำไร่ไถนาการแบกปุ๋ย การเก็บเกี่ยวข้าวสาลี การขนย้ายข้าวโพดแต่ละอย่างล้วนต้องใช้แรงกายอย่างมหาศาล ผู้หญิงเพียงคนเดียวจะทำไหวได้อย่างไร!
ผู้หญิงนั้นมีแรงน้อยโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
“เจ้าลิงผอมไม่อยู่แล้ว แต่พ่อแม่ของเขายังอยู่ใช่ไหมคะ” หากมีพ่อสามีและแม่สามีอยู่ด้วย ชีวิตก็น่าจะดีขึ้นบ้างไม่น่าจะลำบากมากนัก
ภรรยาของลู่เหว่ยหมินฟังแล้วก็หัวเราะเยาะเบาๆอย่างดูถูก “ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะแม่ของเจ้าลิงผอมเสียไปนานแล้ว เจ้าลิงผอมเป็นลูกคนโต พ่อของเขาแต่งงานใหม่ทีหลังส่วนน้องชายและน้องสาวที่เกิดมาทีหลังก็ไม่ใช่ลูกของแม่เลี้ยงคนนี้ความสัมพันธ์เลยไม่ค่อยดี พ่อของเขาก็เข้าข้างลูกของแม่เลี้ยงอยู่ตลอดเจ้าลิงผอมเลยผอมกะหร่องเหมือนลิงมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีใครดูแลเอาแต่ปีนป่ายขึ้นเขาลงนาไปทั่ว ทุกคนเลยเรียกเขาว่า เจ้าลิงผอมค่ะ”
ซูเจียวเจียวไม่เคยรู้เรื่องราวครอบครัวของเจ้าลิงผอมมาก่อนเมื่อได้ยินภรรยาของลู่เหว่ยหมินพูดเช่นนั้นก็ตกใจเล็กน้อยไม่คาดคิดว่าครอบครัวของเขาจะซับซ้อนถึงเพียงนี้ตอนนี้เหลือเพียงภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์เพียงลำพัง ชีวิตคงจะยากลำบากจริงๆ
“เรื่องคราวนี้ กองผลิตน่าจะให้เงินเยียวยาบ้างนะคะ”
ภรรยาของลู่เหว่ยหมินกล่าวว่า“ครอบครัวของพวกเขาน่ะไม่ต่างจากปลิงดูดเลือด ถ้าได้เงินไปก็ไม่รู้จะถึงมือภรรยาของเขาเท่าไร” พูดไปเธอก็ถอนหายใจส่ายหน้าแล้วก็เปลี่ยนเรื่อง
เธอเริ่มชื่นชมซูเจียวเจียวว่าสวยงามทั้งยังจิตใจดี พูดจาอ่อนโยน มีความรู้ มีฝีมือในการตัดเย็บเสื้อผ้าดูแลเอาใจใส่ผู้อื่น พูดง่ายๆคือชื่นชมซูเจียวเจียวราวกับเป็นเทพธิดาลงมาจุติเลยก็ว่าได้
ทำให้ซูเจียวเจียวรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
ในห้องผู้ป่วยห้องนี้มีคนไข้อยู่สามคนนอกจากเซียวหยวนหมิงและลู่เหว่ยหมินแล้ว ก็มีหลี่เอ้อร์โก่วอยู่ด้วย
ตอนนี้เป็นหลี่จินฮวาที่ดูแลหลี่เอ้อร์โก่วอยู่ในห้องผู้ป่วยเนื่องจากโรงพยาบาลอยู่ค่อนข้างไกลจากกองผลิตฉางซิงทุกคนจึงต้องกินและนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ทุกคนเบียดเสียดอยู่ในห้องเดียวกันโชคดีที่มีครัวเล็กๆ อยู่ข้างโรงพยาบาล ทุกคนเลยสามารถทำอาหารกินเองได้ทุกวันส่วนคนที่มีเงินก็สามารถไปกินที่ร้านอาหารรัฐสวัสดิการได้
หลี่จินฮวาเพิ่งต้มโจ๊กมาให้หลี่เอ้อร์โก่วเมื่อได้ยินซูเจียวเจียวกับภรรยาของลู่เหว่ยหมินคุยกันอย่างออกรสและได้ยินภรรยาของลู่เหว่ยหมินชมซูเจียวเจียวไม่หยุด เธอก็รู้สึกคันปากยิบๆ
หลี่จินฮวาจึงเดินหน้าด้านๆเข้าไปหาซูเจียวเจียวแล้วถามว่า “ยุวชนซูที่บ้านเธอยังมีน้องสาวหรือใครอีกไหม”
ซูเจียวเจียวมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจเธอคงไม่ได้คิดว่าหลี่เอ้อร์โก่วจะสามารถแต่งงานกับน้องสาวของเธออย่างซูชิงชิงได้หรอกนะ?
แม้ว่าซูเจียวเจียวจะไม่ชอบซูชิงชิงแต่ซูชิงชิงจะไปมองหลี่เอ้อร์โก่วได้อย่างไร!
ทว่าซูเจียวเจียวยังไม่ทันได้พูดอะไรภรรยาของลู่เหว่ยหมินก็พูดโพล่งขึ้นว่า “ป้าหลี่คุณถามแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ? คุณคงไม่ได้อยากให้ยุวชนซูแนะนำน้องสาวของเธอให้เจ้าเอ้อร์โก่วที่บ้านของคุณหรอกนะ?คุณไม่ดูเลยว่ายุวชนซูเขามีการศึกษาแบบไหน มาจากครอบครัวแบบไหนน้องสาวของเธอจะไปมองลูกชายของคุณได้อย่างไร!”
สีหน้าของหลี่จินฮวาพลันบึ้งตึงลง“จางเหม่ยจวี๋ ฉันถามยุวชนซู ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลย!อย่าสอดปากไม่เข้าเรื่อง!”
ภรรยาของลู่เหว่ยหมินที่ชื่อจางเหม่ยจวี๋ก็มีนิสัยดุดันกล้าดีเช่นกันไม่เคยกลัวการทะเลาะวิวาท “ฉันแค่ไม่ชอบหน้าเธอไงทำไมเหรอ? กบเฒ่าริอ่านอยากกินเนื้อหงส์!”
หลี่จินฮวาโกรธจัดในทันที“ลูกชายฉันเก่งจะตายไป ทำไมถึงเป็นกบเฒ่า เธอน่ะสิที่เป็นกบเฒ่าปากเหม็น!”
“ลูกชายเธอเป็นสมบัติล้ำค่าในสายตาเธอ แต่ในสายตาคนอื่นก็เป็นแค่เศษหญ้า!เซียวหยวนหมิงได้แต้มคะแนนงานสิบแต้มต่อวันส่วนลูกชายเธอได้แค่สี่ถึงห้าแต้มต่อวัน เลี้ยงตัวเองยังไม่ไหวเลย!ถ้าได้แต่งงานกับสะใภ้เมืองกรุง สงสัยกางเกงยังไม่มีจะใส่!”
“ปากดีนักนะ!” หลี่จินฮวาโกรธจัดพลางม้วนแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะเข้าไปตบอีกฝ่าย
ซูเจียวเจียวรีบเข้าไปห้ามปรามแยกทั้งสองออกจากกัน
ซูเจียวเจียวมองไปที่หลี่จินฮวาแล้วกล่าวว่า “ฉันมีน้องสาวคนเดียวค่ะและน้องสาวของฉันก็แต่งงานไปนานแล้ว”
หลี่จินฮวาหุบปากลงอย่างกระอักกระอ่วนแล้วก็กลับไปที่นั่งของตัวเองพร้อมกับบ่นพึมพำ
ผู้ชายสามคนในห้องผู้ป่วยต่างก็เงียบกริบเพราะพวกเขาไม่อาจเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทของผู้หญิงได้
เมื่อหลี่จินฮวากลับไปนั่งข้างหลี่เอ้อร์โก่วหลี่เอ้อร์โก่วก็บ่นเบาๆ อย่างไม่พอใจว่า “แม่ครับที่นี่มีคนเยอะแยะ แม่ช่วยอย่าถามอะไรเสียมารยาทแบบนี้ได้ไหม”
เขาเสียหน้าจนไม่เหลือให้เสียอีกแล้ว!
หลี่จินฮวาเบะปากแล้วกล่าวเบาๆ ว่า “แม่ก็แค่คิดว่าครอบครัวของยุวชนซูมีเงินถ้าเธอยังมีน้องสาวอีกสักคน ถ้าลูกได้แต่งงานด้วยละก็ชาตินี้ก็จะกินดีอยู่ดีไปตลอด”
หลี่เอ้อร์โก่วโบกมือ“ถึงพวกเธอจะมีน้องสาว ก็คงไม่มองคนอย่างผมหรอกน่า”
หลี่จินฮวาตีหัวเขาหนึ่งที“อย่าไปฟังพวกคนตาบอดพูดอะไรไร้สาระ ลูกก็ดีจะตายไปพวกเธอต่างหากที่ไม่มีวาสนา ทั้งยังตาต่ำอีก!”
จางเหม่ยจวี๋หัวเราะเยาะเบาๆ“ก็ถือว่ายังพอมีสำนึกบ้าง”
เธอพูดเบาๆแค่กับซูเจียวเจียว เซียวหยวนหมิง และลู่เหว่ยหมินเท่านั้น
ดีที่หลี่จินฮวาไม่ได้ยินไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องราวที่ดุเดือดอีกครั้งสองวันมานี้พวกเธอทะเลาะกันไม่ได้หยุดหย่อนเลย
ไม่นานก็ถึงเวลาอาหารซูเจียวเจียวไปซื้ออาหารจากร้านอาหารรัฐสวัสดิการมาสองชุด มีกับข้าวสองอย่างเป็นเนื้อสัตว์หนึ่งอย่าง และผักหนึ่งอย่าง
ที่นี่ไม่มีเครื่องครัวสักชิ้นทั้งข้าวสาร น้ำมัน เกลือ ผัก ก็ไม่มี ดังนั้นจึงไม่ได้ทำอาหารเองสองวันมานี้ก็ซื้ออาหารกินตลอด
ถึงอย่างไรตอนนี้เธอก็ไม่ขาดเงิน กินข้าวเสร็จก็ยังสามารถนอนอ่านหนังสือกับอาหมิงได้
ซูเจียวเจียวเอาอาหารมาให้
ครอบครัวของลู่เหว่ยหมินไม่มีเงินนักปกติก็ประหยัดมาก จางเหม่ยจวี๋เลยต้มโจ๊กมาให้ กินคู่กับผักดองที่บ้านสองวันนี้ก็กินแบบนี้ตลอด
ซูเจียวเจียวจะแบ่งกับข้าวให้พวกเขานิดหน่อยทุกครั้ง
ลู่เหว่ยหมินและจางเหม่ยจวี๋ต่างก็บอกว่าไม่เอาซูเจียวเจียวก็จะยิ้มแล้วบอกว่า ตักมาเยอะ กินไม่หมดหรอก
แต่ลู่เหว่ยหมินและจางเหม่ยจวี๋รู้ดีว่าจะมีกับข้าวที่กินไม่หมดได้อย่างไร!เธอจงใจแบ่งให้พวกเขากินต่างหาก!
ทั้งสองคนต่างก็รู้สึกขอบคุณซูเจียวเจียวมากยิ่งขึ้นในใจ
ทุกครั้งที่กินข้าวเสร็จจางเหม่ยจวี๋ก็จะอาสาไปล้างชามให้ซูเจียวเจียวบางครั้งทั้งสองก็แย่งกันล้างชามอยู่นาน
ลู่เหว่ยหมินกล่าวว่า“ให้เหม่ยจวี๋เขาไปล้างเถอะครับไม่อย่างนั้นพวกเราก็รู้สึกไม่ดีที่ได้กินกับข้าวที่คุณซื้อมาเปล่าๆ เสมอ”
มีทั้งกับข้าวเนื้อและกับข้าวผักล้วนเป็นของที่ปรุงสดใหม่อร่อยกว่าผักดองมาก แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย
แม้ลู่เหว่ยหมินจะพูดแบบนั้นแต่ซูเจียวเจียวก็ไม่สามารถปล่อยให้พวกเขาช่วยล้างชามได้ทุกครั้งระหว่างที่จางเหม่ยจวี๋ล้าง เธอก็ช่วยล้างน้ำอีกรอบทั้งสองทำงานร่วมกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย แถมยังคุยกันไปพลาง
จางเหม่ยจวี๋หัวเราะแล้วกล่าวว่า“ยุวชนซู ถ้าไม่ใช่เพราะเธอพบว่ามีคนอยู่ข้างล่างไม่แน่ว่าสามีของฉันก็คงจะหายไปเหมือนจ้าลิงผอม ทุกคนเลยขอบคุณเธอมากเลยนะเธอนี่เป็นดวงดาวนำโชคของทุกคนจริงๆ!”