ในการเหลือบมองครั้งแรกเขานึกว่ามันเป็หุ่นรูปทรงมนุษย์แต่แล้วใจของเขาก็กระตุกวูบ น้ำในถังไม้กระฉอกหกไปครึ่งถังแต่เขากลับไม่สนใจ
...นี่ไม่ใช่หุ่น เป็คนจริง ๆ ครึ่งท่อนบนอยู่ในน้ำตื้นครึ่งล่างพาดอยู่ริมลำธาร หลานหลินใอย่างยิ่งรีบมองซ้ายมองขวาเขาหายใจแรงจนตัวเองยังได้ยินเสียงหอบรอบกายเหมือนไม่มีใครแล้วเด็กในหมู่บ้านล้วนกลับหมู่บ้านไปจนหมดสิ้น จู่ ๆแขนขาของเขาก็ไร้เรี่ยวแรงคานหามร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง
นี่เป็ชีวิตที่สองของเขาก็จริงแต่ไหนเลยคนเราพบเจอคนตายบ่อย ๆได้เมื่อพบเห็นศพสัญชาตญาณคนเรามักจะเตือนให้รู้ว่าที่แห่งนี้มีอันตรายเลวร้ายถึงชีวิตได้หลานหลิงที่หลั่งเหงื่อท่วมกายจึงขยับถอยออกห่างอย่างช่วยไม่ได้ยิ่งไปกว่านั้นหลานหลิงยังมั่นใจว่าในหมู่บ้านไม่มีใครหวงแหนชีวิตของตัวเองมากเท่ากับเขาอีกแล้วนี่เป็ความรู้สึกของคนที่เคยตายและสูญเสียทุกอย่างไปแล้วเท่านั้นที่เข้าใจยิ่งเห็นคนตายแบบนี้เขายิ่งหวาดกลัวไปใหญ่ สายตาของเขาสอดส่องไปทั่ว
สุดท้ายหลานหลิงถอยออกมาเสียไกลจนหายเข้าไปในพุ่มไม้ หลานหลิงรอรอจนลมหายใจของเขากลับมาเป็ปกติเหงื่อที่ไหลออกมาเหือดแห้งแขนขากลับมามีเรี่ยวแรงแต่เขาก็ยังไม่เห็นใครหรือการเคลื่อนไหวใดๆ อื่นอีก เมฆลอยเลื่อนเคลื่อนคล้อย หากใกล้มืดค่ำแล้วยังอยู่นอกหมู่บ้านจะเป็อันตรายมากสัตว์ป่าบนเกาะแห่งนี้แตกต่างจากสัตว์ป่าที่เขารู้จัก
เขาตัดสินใจเดินไปหาร่างร่างนั้นเมื่อหลานหลิงเข้าไปใกล้และมองชุดที่ชายผู้นั้นสวมใส่ที่ต้องตาของเขาทันทีคือถุงเท้าสีขาวสว่างสดใสและชุดผ้าไหมทอประกายสะท้อนในแสงตะวันมองดูแล้วงดงามเป็อย่างยิ่งจะไม่ให้เขาตะลึงได้อย่างไรเพราะหลานหลิงไม่เคยเห็นคนใส่ถุงเท้ามาก่อนเลยในผาเหล็กดำ
'หรือว่าเป็พวกที่ชาวบ้านเรียกว่า คนนอกแถมยังดูมีฐานะดีอีกด้วย' หลานหลิงคิดในใจอาจด้วยความใทำให้เขามิได้สังเกตเลยว่าชุดพวกนั้นแม้จะตกลงไปในลำธารหากแต่มิได้แปดเปื้อนฝุ่นโคลนเลยแม้แต่น้อย
ณ จุดนั้นหลานหลิงลังเลแล้วความจริงั้แ่เขาฟื้นความทรงจำมาได้เขามักถามตนเองในใจมาตลอดไฉนเขาจึงเกิดมาในยุคนี้ ไฉนเขาจึงมีความทรงจำของคนเก่า เขาเฝ้ารอสัญญาณต่าง ๆมาโดยตลอดหรือบางที นี่อาจจะเป็สิ่งที่เขาเฝ้าถามตนเองทุกวันก็เป็ได้หากเขาหนีกลับบ้านไปเพราะหวาดกลัว เขาอาจจะต้องอยู่บนเกาะแห่งนี้ไปตลอดกาลนั่นคงเป็สิ่งที่ทำให้เขาเสียใจไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน
ดังนั้นหลานหลิงจึงทำใจกล้านำเชือกมาทำเป็บ่วงยื่นไปคล้องกับข้อเท้าของร่างนั้นแล้วลากขึ้นมาจากริมห้วยหากใครเห็นคงจะคิดว่าหลานหลิงลากซากกวางมากกว่าพยายามช่วยคน แต่ว่าเขากลัวนี่นาไม่ใช่ว่าไปช่วยแล้วจู่ ๆ อีกฝ่ายก็ะโขึ้นมาชักมีดปล้น เขาใตายจะทำอย่างไร
หลานหลิงรวบรวมกำลังใจเอานิ้วลองจิ้มดู เอ๊ะ!! เขาประหลาดใจร่างกายนี้ยังอุ่นอยู่หรือจะเพิ่งตายได้ไม่นาน น่าสงสารจริง ๆว่าแต่บนร่างท่านมีของมีค่าอะไรหรือไม่? จะตำรา เม็ดยาหรืออะไรก็ได้ หลังจากมองซ้ายขวาเขาจึงตัดสินใจ (ช่วย)ปลดสัมภาระของชายชราผู้นี้ออกเทียบกันแล้วชุดที่ชายชราใส่อาจจะซื้อหมู่บ้านของเขาได้ทั้งหมู่บ้านไหนเลยจะมาสนใจปล้นเด็กจนๆ อย่างเขาได้
นั่นเป็เื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน หลานหลิงมุมปากกระตุกเมื่อนึกถึงท่าทีหวาดกลัวของตนเองในตอนนั้นแต่นับได้ว่าการเอาชนะความกลัวของเขาออกดอกออกผลอย่างงดงามวันนั้นเมื่อสามปีก่อนเป็ครั้งแรกที่เขาได้พบผู้ฝึกตนที่แท้จริงได้รู้ว่าใต้หล้าแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล ได้รับคำยืนยันว่าไกลออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือยังมีแผ่นดินใหญ่ตั้งอยู่รอให้เขาออกไปค้นหาโลกนี้ยังมีผู้ใช้วิชาผู้ฝึกตนพิสดารมากมายทั้งยังได้กราบผู้ฝึกตนที่แท้จริงเป็อาจารย์อีกด้วย
อาจารย์ผู้เฒ่าจากไปนานแล้ว หลานหลิงฝึกตนด้วยตนเองคนเดียวเงียบๆ อย่างยากลำบาก เขาไม่เคยบอกใครแม้แต่มารดาของเขาเกี่ยวกับอาจารย์ผู้ชราแต่คนในหมู่บ้านต่างก็สังเกตความเปลี่ยนแปลงของหลานหลิงได้อย่างชัดเจนอย่างแรกคือความทรงจำ เขาสามารถจดจำและเรียนรู้สึกที่เขาอ่านได้มากขึ้นซึ่งสำคัญต่อการอ่านหนังสือที่มีภาษาหลากหลายในกระท่อมเก็บหนังสือได้เวลาที่ใช้ในการอ่านก็น้อยลงไปอย่างมากอีกด้วย
อย่างที่สองคือด้านร่างกายแม้ว่าหลังจากหลานหลิงสำเร็จการสร้างปราณิญญามาได้เขาจะหละหลวมในการฝึกตนแต่อย่างไรก็ตามประสาทััทั้งห้าของเขาพัฒนาจนดีมากดวงตาที่มองได้กว้างไกลทั้งยังมองเห็นสิ่งรอบกายได้อย่างชัดเจนแม้จะเป็คืนเดือนมืดจมูกที่สามารถแยกแยะกลิ่นเฉพาะตัวของสิ่งต่าง ๆ ได้ การรับรู้เสียงต่าง ๆที่ว่องไวแม้แต่เสียงเสียดสีกันของใบไม้รอบกาย
สิ่งเหล่านี้ทำให้การควบคุมไฟในงานประจำของเขามิใช่ปัญหาอีกต่อไปและหากเขาใช้พลังปราณิญญาเขาจะสามารถดึงพลังมหาศาลออกมาได้อีกด้วยเพียงแต่หลังจากใช้แล้วร่างกายเขาจะอ่อนเพลียเป็อย่างยิ่งเขาจึงไม่ได้ทำมันบ่อย ๆ
ทักษะด้านร่างกายนี้ได้เปิดโอกาสและความเป็ไปได้ใหม่เป็อย่างมากหลานหลิงรู้สึกว่าค่ำคืนของผาเหล็กดำไม่ดูเป็อันตรายต่อเขาอีกต่อไปนั่นทำให้เขาเริ่มคิดกระทำการนอกกรอบขึ้นมาจริงๆ และมันเริ่มจากการผจญภัยเล็ก ๆ นี้เอง นั่นคือการออกสำรวจเกาะที่เขาอาศัยอยู่และความลับของมัน
ในหมู่บ้านมีเพียงยามกะกลางคืนอยู่ไม่กี่คนไม่มีาระหว่างหมู่บ้านมานานแล้วอย่างมากก็เป็การวิวาทกันเพียงเล็กน้อย ที่ระวังมากกว่าคือสัตว์ป่าและสัตว์อสูรซึ่งหลานหลิงเห็นด้วยอย่างยิ่งสัตว์ป่าบนเกาะที่เขาอาศัยอยู่นั้นมีความดุร้ายก้าวร้าวกว่าที่เขารู้จัก
ครั้งแรกที่เขาเห็นแพนด้าแดงมันน่ารักเสียจนหลานหลิงอยากสละผลไม้ที่เขาถือให้แต่ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านกระชากคอเสื้อด้านหลังเขาจนคอแทบเคลื่อนเขาถึงมารู้ที่หลังว่าคนล่าสุดที่เคยเข้าไปให้อาหารแพนด้าแดงเ่าั้ถูกตะปบด้วยกรงเล็บไปคราหนึ่งทำเอาหนังบนใบหน้าหลุดไปทั้งผืน
หรือจะเป็หมีั์ที่ชาวผาเหล็กดำหวาดกลัวเป็ที่สุดในฤดูหนาวที่ยาวนานผิดปกติผู้คนกำลังกังวลเกี่ยวกับเื่อาหารจะเพียงพอให้ผ่านพ้นไปยังฤดูใบไม้ผลิได้หรือไม่กลายเป็ว่าท่ามกลางพายุหิมะหมีสีน้ำตาลขนาดใหญ่ได้ลงมาทำลายประตูหน้าต่างร่างของมันสูงใหญ่พอจะเข้าทางหลังคาได้ด้วยซ้ำหลังคาของผาเหล็กดำที่แบกน้ำหนักหิมะจำนวนมหาศาลพร้อมจะถล่มอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจะทนการกระทำของหมีั์ได้อย่างไร
ว่ากันว่าบ้านหลังนั้นคนตายทั้งบ้านคนแก่และเด็กก็ไม่มีการละเว้นที่สยองก็คือบ้านหลังใกล้ ๆไม่ได้รับรู้เลยว่าเกิดเื่น่ากลัวขึ้นเพราะเสียงพายุหิมะที่กลบเสียงกรีดร้องโหยหวนจนหมดสิ้น
หลานหลิงคิดยังไงน่ะหรือก็คิดว่าหมีั์ขนาดนั้นจะไปมีจริงได้ยังไงน่ะสิจนกระทั่งหัวหน้าหมู่บ้านพาเด็ก ๆไปดูซากบ้านที่เคยเกิดเหตุการณ์สยองครั้งนั้น หลานหลิงถึงรู้สึกหวาดกลัวจริง ๆแล้ว
ยังไม่นับจิ้งจอกที่ชอบเลียนเสียงหัวเราะของมนุษย์ลิงที่ชอบลักพาตัวเด็กทารกไปอีกด้วยเด็กที่หายไปกับลิงูเาพวกนั้นไม่เคยถูกพบเห็นอีกเลย
นี่เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ชาวผาเหล็กดำไม่ค่อยทำอะไรละเมิดกฎเกณฑ์หรือคิดจะออกไปไหนลำพังด้วยธรรมชาติของเกาะแห่งนี้ก็เป็ปราการคุมขังอย่างดีแล้ว
หลังจากฝึกฝนตนเองมาเนิ่นนานหลานหลิงก็พบว่ามีบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ถูกตื่นขึ้นมาในตัวเขาบางสิ่งบางอย่างนี้ทำให้สัตว์เลี้ยงในหมู่บ้านมีท่าทีหวาดกลัวหลานหลิงแม้แต่หมาที่บ้านใหญ่เลี้ยงเอาไว้และนายน้อยของบ้านหลังนั้นมักจะปล่อยออกมากัดหลานหลิงเป็ประจำก็มีท่าทีหวาดกลัวหลานหลิงไปเสียด้วยภายหลังนำไปสู่การกล่าวหาว่าหลานหลิงทำร้ายสัตว์จนพวกมันหวาดกลัวไปทั้งหมู่บ้าน
ภายหลังหลานหลิงสังเกตได้อีกว่าแม้แต่สัตว์ป่าก็ถูกความสามารถนี้สะกดข่มเอาไว้ได้อย่างชัดเจนกำราบสัตว์ร้ายได้มันสำคัญขนาดไหนน่ะหรือก็...ในด้านความสัมพันธ์ของคนในหมู่บ้านจะเอาไปโอ้อวดคงจะเป็เื่ยากเพราะหลานหลิงไม่้าดึงดูดความสนใจมากเกินไปและการเป็คนเดียวที่ทำได้คงทำให้เขาต้องตอบคำถามมากมายเลยทีเดียว
ประโยชน์จริง ๆของมันก็คือหลานหลิงสามารถทำการสำรวจตรวจสอบข้อสงสัยของตนที่มีต่อผาเหล็กดำได้แล้วบางสิ่งบางอย่างที่เขายังสงสัยทั้งเื่ที่ผู้ใหญ่บ้านแลกเปลี่ยนสิ่งของมาได้อย่างไรสุสานเก่าที่คนในหมู่บ้านไม่ยอมใช้แล้วก็อะไรอีกหลายอย่างที่ชาวบ้านร่ำลือกัน
ดังนั้นเมื่อตกค่ำเหล่าชาวบ้านที่เลิกสังสรรค์ต่างเข้าบ้านปิดประตูหน้าต่างลงกลอนที่ทำหน้าที่เฝ้าเวรยามที่เดินลาดตระเวนกันไป แต่หลานหลิงได้เปรียบกว่าเขาไม่้าแสงสว่างมากเกินไปก็สามารถมองเห็นได้ การผจญภัยเล็ก ๆของหลานหลิงก็เริ่มต้นขึ้น