“สะ…สกิล!!” เจมส์ถลึงตาขึ้นทันทีเมื่อมีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว เขารีบเปิดช่องเก็บของ มองไปยังสกิลพรสวรรค์สัญชาตญาณ

พิมพ์คำอธิบายที่นี่[พรสวรรค์สัญชาตญาณ : รับรู้อันตรายและค้นหาสิ่งของในวงกว้าง เมื่อเลเวลสกิลสูงขึ้นสามารถค้นหาคน มอนสเตอร์หรือสิ่งของที่มีพลังจิตวิญญาณในบริเวณข้างเคียงได้]
‘เพิ่มระดับสกิล?’ เขาเลิกคิ้วขึ้นให้กับหน้าต่างที่ปรากฏตรงหน้า เพราะสงสัยกับการเพิ่มระดับ
[คุณต้องการเพิ่มระดับสกิล ใช่หรือไม่][สกิลเร่งเลือด1>2/5 : ใช้น้ำไขสันหลัง x 20][สกิลไนท์วิชชั่น1>2/10 : ใช้น้ำไขสันหลัง x 5][สกิลบุตรแห่งความโลภ 1>2/3 : ใช้น้ำไขสันหลัง x 20][สกิลแรงดึงดูด 1>2/5 : ใช้น้ำไขสันหลัง x 200][สกิลคืนโลหิต 1>2/5 : ใช้น้ำไขสันหลัง x 200]
‘แบบนี้นี่เอง’ เขาพยักหน้ารับรู้ และแทบไม่ต้องคิดเลยว่าควรทำอย่างไรต่อ เจมส์รีบใช้สมุดสกิลพรสวรรค์สัญชาตญาณ แล้วเพิ่มระดับมันทันที
[คุณต้องการเพิ่มระดับสกิลใช่หรือไม่][สกิลสวรรค์สัญชาตญาณ 1>2/5 : ใช้น้ำไขสันหลัง x 200][คุณต้องการเพิ่มระดับสกิลใช่หรือไม่] [สกิลสวรรค์สัญชาตญาณ 2>3/5 : ใช้น้ำไขสันหลัง x 600]
เจมส์อัพสกิลจนถึงเลเวล 3 แล้วรีบใช้สกิลทันที
[พรสวรรค์สัญชาตญาณ 3/5 : รับรู้อันตรายและค้นหาสิ่งของในวงกว้าง สามารถค้นหาคน มอนสเตอร์หรือสิ่งของที่มีพลังจิตวิญญาณในบริเวณข้างเคียงได้ระยะ 1 กิโลเมตร]
การเพิ่มระดับสกิลถูกขยายวงกว้างมากขึ้นในการสำรวจ ทุกสิ่งมีชีวิต ทุกสิ่งของ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการ ตอนนี้มันอยู่ในการรับรู้ของเจมส์ทั้งหมดแล้ว
วินนี่ที่กำลังมองเขาด้วยสายตาเป็นห่วงอยู่ข้าง ๆโดยไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรลงไปบ้าง แต่ที่รู้ ๆ คือเขามีอาการรีบร้อนผิดปกติมาก จากนั้นก็เหมือนว่าเขากำลังดูช่องเก็บของ ก่อนที่จะหลับตาลง แล้วกลับทำหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง
เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้น เพื่อจะปลอบ แต่เจมส์ก็ลืมตาขึ้นมาก่อนทำให้เธอต้องถอยตัวไปอยู่ที่เดิม
“เจอแล้ว” เขาพูดขึ้นมาด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง พร้อมกับทำท่าลุกลี้ลุกลน ก่อนจะยืนขึ้นแล้ววิ่งออกไปทันที วินนี่ไม่รอช้า เธอรีบตามเขาไปติด ๆ
ย้อนกลับไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ข้าง ๆ ตึกที่เจมส์และวินนี่อยู่
“ยะ…หยุดนะ นายคิดจะทำอะไร!!” เสียงหวานเล็กตะโกนออกมาด้วยความกลัว ดวงตาเริ่มร้อนผ่าวราวกับว่าของเหลวสีใสกำลังไหลออกมา
“อะไรพวกเราไม่ได้จะทำอะไรเธอสักหน่อย จริง ๆ แล้ว…เราต้องการผู้หญิงคนที่อยู่ข้างหลังเธอต่างหาก” ชายผิวคล้ำร่างเทอะทะมองไปที่ผู้หญิงคนที่เขาหมายถึงพร้อมรอยยิ้มที่น่ารังเกียจ
“นี่ แม่หนู มากับเราได้แล้ว” เขากวักมือเรียกให้เธอคนนั้นเดินไปหา
ผู้หญิงคนที่อยู่ข้างหลังพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ “คะ คุณจะทำอะไรเหรอคะ มีอะไรพูดกันตรงนี้ก็ได้นี่”
“หึ ก็พี่ปอโทของพวกแกน่ะสิ เราแค่เล่นสนุกกันนิดหน่อยทำเป็นรับไม่ได้ เสือกกระโดดไปให้ซอมบี้แดกซะละ” ชายอีกคนที่อยู่ด้านหลังชายผิวคล้ำพูดเสริมขึ้นและยกยิ้มราวกับหัวเราะเยาะ
“พวกพี่…ก็แค่อยากให้มีหนูน้อยมาปรนนิบัติจัดการน้องชายให้พวกพี่ คนละยกสองยกก็แค่นั้นเอง” ผู้ชายสองคนตรงหน้าพากันขำด้วยความชอบใจ สีหน้าและท่าทางที่น่ารังเกียจมันทำให้รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา
“มะ...ไม่เอานะ!!” ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ด้านหลังตะโกนออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเพราะความกลัว
“นี่!! จะมาไม่เอาอะไรน้องสาว แกไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรทั้งนั้น!!” ชายผิวคล้ำเดินเข้ามาใกล้ขึ้นก่อนจะจ้องหน้าผู้หญิงคนนั้นแล้วตะโกนออกมา สีหน้าของเขาดูเขาหงุดหงิดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันไปทางชายอีกคนและพูดขึ้นว่า “มึง กูว่ามันจำไม่ได้แล้ว ว่าเมื่อวานใครช่วยมันไว้ ให้เยสักทีสองทีทำเป็นร้องไห้ไม่ยอมมา” เขาหันมามองผู้หญิงคนนั้นอีกครั้งหลังพูดจบ
“มึงจะมัวพูดมากทำไม เรามีผู้ชายอยู่ตั้งหกคน ก็ลากมาแม่งเลยดิ” ชายที่อยู่ข้างหลังพูดขึ้นด้วยท่าทีสบาย ๆ ราวกับสิ่งที่เขาคิดมันเป็นเรื่องถูกต้อง
“แล้วมึงจะเอาใครล่ะ กูไม่ชอบกินเด็กหรอกนะ กูชอบแบบคนหน้ามากกว่า” ชายผิวคล้ำพูดขึ้นพร้อมชี้นิ้วมา
“ตอนที่กูขนอิฐขนปูน กูก็เห็นคนใส่ช็อปหุ่นสวย ๆ แบบแม่ง มองกูด้วยสายตารังเกียจมานักต่อนัก กูล่ะอยากจะฉีกเสื้อแล้วเยให้ร้องมานานละ เอาให้มันรู้จักหลาบจำ” เขาหัวเราะขึ้นด้วยเสียงที่ดังจนน่ากลัว
ในตึกที่ถูกปิดนี้ เต็มไปด้วยคณาจารย์ นักศึกษา และนายช่างที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จำนวนมากมาย
ทุกคนพยายามช่วยกันปิดกั้นพื้นที่เพื่อเอาชีวิตรอด บางคนติดเชื้อก็ยอมเดินออกไปเพื่อความปลอดภัยของคนด้านใน ทุกคนต่างสูญเสีย ไม่ว่าจะชีวิต คนสนิท มิตรภาพ ทุกคนมีสิ่งที่ต้องเสียสละเพื่อให้บางอย่างอยู่รอดต่อไปได้ ความเสียใจก่อเกิดขึ้นในใจของทุกคน
ภายในอาคารมีผู้คนกว่าสามสิบชีวิต
เคยมีคนบอกว่า หากเราดูกันในทางกายภาพ เพศหญิงเป็นเพศที่อ่อนแอกว่าเพศชายมาก เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว ก็ยิ่งตอกย้ำความจริงข้อนี้ได้ดี ในสามสิบคน มีผู้หญิงเพียงแปดคนเท่านั้น เมื่อดูจากคำพูดของผู้ชายพวกนั้น เหมือนว่าตอนนี้เหลือแค่เจ็ดคนแล้ว
เพราะมีหนึ่งคนที่ถูกเลือกเพื่อที่มันจะเอาไปปรนเปรอ
‘น่าขยะแขยง’
“พวกแกทำอะไรกับพี่เมย์กัน...ไอ้พวกเดรัจฉาน!!” เสียงเล็กสั่นเครือพูดออกไปด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ
“ฮ่า ๆ ปากเก่งจังนะเธอน่ะ นี่ พูดให้มันถูกหน่อย ใครทำ พวกเราไม่ได้ทำนะ ซอมบี้ต่างหากที่ทำ” มันพูดออกมาพร้อมกับหัวเราะชอบอกชอบใจ
เหตุการณ์ทั้งหมดมันเป็นแบบเช่นนี้ ก็เพราะว่ามีนายช่างคนหนึ่งได้กับการติดเชื้อ เขาเป็นคนที่ร่างกายใหญ่โต มีพละกำลังมาก
เขาออกไปด้านนอกตัวอาคารไม่นาน เขาก็สามารถฆ่าซอมบี้ไปได้หลายตัว เขากลับเข้ามาด้วยท่าทางดีใจ และมาพร้อมกับอาวุธจำพวกหอก ที่เอามาจากไหนก็ไม่อาจทราบได้ ไม่เพียงแค่อาวุธเท่านั้น เขายังมีสิ่งที่อ้างว่ามันคือวัคซีน ก่อนที่จะให้นักศึกษาสายสุขภาพคนหนึ่งด้านในนี้ที่หลงเข้ามา ฉีดมันเข้าไปในตัวเขา
ก่อนที่เขาจะหลับไปและตื่นขึ้นมาใหม่ ด้วยสภาพร่างกายที่ดูมีพละกำลังขึ้นมาอย่างแปลกตา เขาได้ทำการเสนอเงื่อนไขว่า ถ้าให้เขาเป็นผู้นำในนี้ เขาจะทำให้ทุกคนแข็งแกร่งขึ้นให้ได้แบบเขา
คนที่อยู่ตรงนี้ทุกคนต่างพากันปรบมือร้องชื่นชมกับการเสียสละของเขา ยิ่งเขาออกไปแล้วกลับเข้ามาได้อีกครั้ง นั่นยิ่งทำให้ทุกคนเชื่อว่าเขาคนนี้แข็งแกร่งอย่างมาก และตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าของที่นี่โดยปริยาย
และนั่นคือที่มาของความเลวร้ายในตอนนี้ที่กำลังเผชิญ
-tbc-