ตอนที่ 4ในวันที่ฟ้าเปลี่ยนสี
ชีวิตของสาวน้อยจางไห่จูวนเวียนอยู่กับโรงงิ้วจากเด็กน้อยอายุ14 จนเวลาผ่านไป 4 ปีหล่อนก็ถึงคราวเป็สาวเต็มตัว เมื่อมีอายุครบ 18 แล้ว คนจีนเปรียบเสมือนดอกไม้ดอกหนึ่งที่งดงามเต็มที่รอคนจะมาเด็ดไปเชยชม
และคนที่นับวันรอให้จางไห่จูโตเป็สาวก็คือหวังเกา เสี่ยใหญ่เ้าบุญทุ่ม ที่คนในอีกร้อยปีข้างหน้าเรียกว่า”สายเปย์ “ซึ่งสะสมแต้มกับครอบครัวของนางเอกงิ้วคนสวยมานานนม ใกล้วันที่จะเก็บเกี่ยวผลแล้ว
บ่ายวันหนึ่งที่บ้านตระกูลจาง
เสี่ยเกานำกระเช้าของขวัญไปหาจางเต๋อเหวิน
“ลมอะไรพัดมาวันนี้ได้ครับเสี่ย”อาเหวินทักทาย ก่อนจะรับของจากหวังเกา
“ลมแห่งความรักกระมังครับ”เสี่ยเกากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“มีอะไรก็พูดมาตรงๆ ดีกว่า ไม่ต้องอ้อมค้อม” อาเหวินจี้ตรงจุด
“แหมอาเฮียก็รู้ใจผมจริง ๆ เลยนะครับ เอาล่ะ ผมจะพูดตรง ๆ ก็แล้วกัน”เสี่ยเการวบรวมความกล้าเปิดอกคุย
“ในเวลาที่ผ่านมาสี่ปีผมแสดงความจริงใจต่อครอบครัวอาเฮียมาตลอด ผมก็เลยอยากจะมาปรึกษาว่าถ้าผมจะมาสู่ขออาจูเพื่อแต่งงานกับผม เฮียจะขัดข้องไหมครับ”
เต๋อเหวินได้ฟังก็ยังอ้ำอึ้งอยู่เสี่ยเกาก็พูดต่อว่า
“เมื่อก่อนเฮียบอกว่าอาจูยังเด็ก แต่เดี๋ยวนี้เธอโตเป็สาวแล้ว น่าจะพร้อมแต่งงานได้แล้วอีกอย่างฐานะการเงินของผมก็น่าจะเลี้ยงดูอาจูได้สบายเมื่อมาเป็ทองแผ่นเดียวกันแล้ว ทรัพย์สมบัติของผมก็เหมือนเป็ของอาจูด้วยผมจะไม่ทอดทิ้งให้อาจูต้องลำบากหรอกครับ”
“แต่เื่นี้ผมก็ต้องถามอาจูก่อนเพราะน้องคนนี้นิสัยไม่ยอมใครง่าย ๆ ถ้าเธอคิดจะทำอะไรก็จะมุ่งมั่นเต็มที่อะไรที่ไม่ชอบก็ไม่ยอมทำเลยทีเดียว เสี่ยก็ต้องให้เวลาเขาตัดสินใจด้วย”อาเหวินกล่าว
“นั่นแหละครับเพราะอย่างนั้น ผมถึงต้องมาอาศัยเฮียช่วยคุยกับอาจู ให้เธอเห็นใจยอมแต่งกับผมยังไงล่ะครับ ส่วนเื่สินสอด จะเรียกเท่าไหร่ ผมยอมจ่ายเต็มที่”เสี่ยเการุกอีกคืบ
“เื่นี้ควรให้แม่ผมรับรู้ด้วยคุณก็ลองหาเวลาไปคุยกับท่านดูนะ เพราะคนจีนเรา ยึดถือประเพณีเป็สำคัญต้องให้ผู้ใหญ่รับรู้และตัดสินใจ”
“ได้ครับเดี๋ยวผมจะลองไปคุยกับอาม๊าดู” เสี่ยเกาเรียกแม่ของอาจูอย่างสนิทสนม
แล้วหวังเกาก็ไปคุยกับอาเตียงแม่ของอาจู
“เื่นี้แม่ก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่คนที่จะมีปัญหาคืออาจูนั่นแหละ แม่ก็ตัดสินใจแทนไม่ได้ไม่กล้าบังคับลูก เพราะเด็กคนนี้หัวดื้อ ใครบังคับไม่ได้ทั้งนั้นลื้อก็ลองไปคุยกะอีดูเองนะ ถ้าอีตกลงก็แต่งเลย” แม่อาจูกล่าวอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา
“อาเม้งเอ้ยไปตามอาจูมาซิ บอกว่าแม่มีเื่สำคัญจะให้มาคุย” แม่อาจูสั่ง
สักครู่อาจูก็เดินมาหาแม่
“มีอะไรเหรอคะแม่ให้คนไปตามหนูมาเื่อะไร”
“เสี่ยเกาเขาจะมาคุยเื่ที่จะมาสู่ขอลื้อให้แต่งงานกับอีน่ะลื้อจะว่ายังไง คุยกันเอาเองนะ อั๊วไปทำกับข้าวก่อน ตามสบายนะเสี่ย”
“อะไรนะจะสู่ขอหนูแต่งงาน!!!” อาจูหันไปมองเสี่ยเกาด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“หนูยังไม่อยากแต่งงานแล้วหนูก็ไม่ได้รักเสี่ยด้วย เสี่ยไปหาคนอื่นเถอะค่ะ คนเราถ้าไม่รักกันอยู่กินด้วยกันไปก็ทุกข์ใจเปล่า ๆ เื่ที่เสี่ยทำดีกับครอบครัวหนูหนูซาบซึ้งใจนะ แต่เื่แต่งงานควรเป็เื่ของคนสองคนที่รักกันจริง ๆไม่ใช่รักข้างเดียวแบบนี้ ตัดใจเสียเถอะนะคะ”
“อาจูไม่ให้โอกาสเฮียหน่อยเหรอลองคบกันดูสักระยะแล้วค่อยคิดเื่แต่งงานก็ได้ เผื่อวันข้างหน้าหนูจะเปลี่ยนใจ”เสี่ยเกายังหวังเหมือนแซ่
“โอ้ยเสี่ยไม่ต้องเสียเวลารอหรอกค่ะ ยังไงหนูก็ไม่เปลี่ยนใจ หนูบอกว่าไม่ก็คือไม่เท่านี้นะคะ หนูจะไม่พูดเื่นี้อีกแล้ว บ๊ายบายค่ะ”ว่าแล้วอาจูก็เดินสะบัดก้นเข้าห้องไป ทิ้งให้เสี่ยเกาหดหู่ใจขึ้นมากะทันหันเขาเดินเหม่อลอยออกจากบ้านตระกูลจางไป แล้วไม่เห็นเขามาหาที่บ้านอีกเลย
เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ขณะอาจูและคนในคณะกำลังซ้อมบทเล่นงิ้วอยู่ในบ้าน ก็มีคนกระหืดกระหอบเข้ามาบอก
“อาจู ๆแย่แล้ว มีคนพบศพเฮียเหวินนอนตายอยู่ที่ชายหาดน่ะ ตำรวจกำลังไปชันสูตรพลิกศพอั๊วผ่านไปเห็นคนมุงดู ไม่นึกว่าจะเห็นเป็เฮียเหวิน ลื้อรีบไปดูเร็ว”
“ลื้อพูดเพ้อเจ้ออะไรน่ะอาเฮียอั๊วจะตายได้ยังไง ซี้ซั้วต่าแล้ว” อาจูไม่เชื่อ แต่คนบอกข่าวก็ยกมือสาบาน
“อั๊วพูดจริง ๆลื้อไปดูสิ ถ้าไม่จริงให้ฟ้าผ่าอั๊วตายเลย”
อาจูจึงรีบไปบอกแม่และชวนทุกคนไปดู
ที่ชายหาดริมทะเลฝูงคนมุงดูการชันสูตรพลิกศพเต็มหาด เมื่ออาจูและแม่ไปเห็นว่าเป็จางเต๋อเหวินจริงๆ ก็ปล่อยโฮออกมา แม่อาจูแทบเป็ลมล้มทั้งยืน
“พี่หนูเป็อะไรตายคะคุณตำรวจ”อาจูถาม
“เรายังไม่สรุปสาเหตุการตายนะครับต้องนำศพไปผ่าพิสูจน์ก่อน แต่เราพบจดหมายนี้ตกอยู่ข้างศพ”ตำรวจก็ส่งจดหมายนั้นให้อาจูอ่าน ข้อความเขียนว่า
“ผลตอบแทนของคนไม่รักดีลงชื่อ หวังเกา”
“อะไรนะ เสี่ยเกาลงมือฆ่าพี่หนูเหรอ”
“เรายังไม่กล้าสรุปเพราะหลักฐานยังไม่แน่ชัด ต้องสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมก่อนนะครับ ขอตัวก่อน”แล้วตำรวจก็นำศพของอาเหวินขึ้นรถไปยังรพ.ตำรวจ
แม่ของอาจูร่ำไห้ปานจะขาดใจเมื่อเสาหลักของครอบครัวและคณะงิ้ว ต้องจากไปกะทันหัน และยังเป็การตายที่มีปริศนา
หลายวันต่อมา
งานศพแบบจีนถูกจัดขึ้นที่บ้านตระกูลจางบรรดาญาติ ๆ แต่งตัวด้วยชุดไว้ทุกข์แบบจีน คือสวมเสื้อที่ทำจากผ้ากระสอบตามธรรมเนียมขงจื๊อ แเื่ทยอยมาคารวะศพอาเหวินและปลอบประโลมให้กำลังใจแม่และน้องของผู้ตาย
“เสียใจด้วยนะอาเตียงเอ้ยอาเหวินไม่น่าจากไปเร็วอย่างนี้เลย ยังหนุ่มยังแน่นแท้ ๆลื้อสองคนแม่ลูกก็ต้องเข้มแข็งนะยังมีลูกน้องในคณะที่ต้องพึ่งพาลื้อทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว”
“ขอบใจอาเจ้มากนะพวกเราจะเข้มแข็งจ๊ะ” แม่อาจูกล่าว
“แล้วคณะงิ้วจะทำยังไงต่อไป”แขกอีกคนที่มาด้วยถาม
“เราก็ยังไม่รู้เลยจ้ะตำรวจยังหาคนร้ายไม่เจอ พวกเราก็ยังสับสน จึงต้องพักเื่การแสดงเอาไว้ก่อน”อาจูกล่าวกับแขก
“เออก็ขอให้ิญญาอาเหวินมาช่วยให้ตามหาคนร้ายได้ไว ๆ นะ อาจู อาเตียงเอ้ยน่าสงสารจริง ๆ”
หลายเดือนต่อมา
เมื่อจัดการเื่ฝังศพอาเหวินเรียบร้อยแล้วอาจูกับแม่ก็ไปติดตามเื่คดีที่โรงพัก
“จากการผ่าพิสูจน์เราไม่พบาแใด ๆ และในร่างกายก็ไม่พบสารพิษใด ๆแพทย์จึงลงความเห็นว่าหัวใจล้มเหลวครับ”
“อะไรนะพี่ชายหนูไม่เคยมีประวัติว่าเป็โรคหัวใจ ขนาดไข้หวัดยังไม่เคยเป็เลยจะหัวใจวายได้ยังไง หมอมั่วหรือเปล่า” อาจูชักเดือดดาล
“ไม่ทราบครับแต่แพทย์วินิจฉัยแล้ว ก็ต้องเป็ไปตามนั้นนะครับ” ตำรวจยืนยัน
“แล้วคุณตำรวจได้สอบสวนเสี่ยเกาดูหรือเปล่าคะไหนว่าพบจดหมายที่ลงชื่อหวังเกา” อาจูซักไซ้
“เราเรียกมาสอบปากคำแล้วไม่พบหลักฐานในการเอาผิด ก็เลยปล่อยตัวไปครับ” ตำรวจตอบ
อาจูกับแม่ก็รู้สึกเศร้าหนักขึ้นไปอีกเมื่อไม่รู้สาเหตุการตายของอาเหวิน
เมื่อกลับมาบ้านอาจูก็ปรับทุกข์กับว่านเสียงจื่อ
“หรือว่าเสี่ยเกาแค้นที่เธอไม่ยอมแต่งด้วย เลยลงมือกับพี่ชายของเธอ จะเป็ไปได้ไหม”อาเสียงแสดงความคิดเห็น
“แต่ตำรวจบอกว่าไม่พบาแหรือสารพิษในร่างกายแล้วจะว่าเขาฆ่าพี่หนูได้ยังไง” อาจูแสดงความเห็นแย้ง
“อืมก็ไม่รู้สิ แต่ขนาดงานศพของพี่เธอ เขายังไม่มาเคารพศพเลย มันน่าแปลกไหมล่ะดูมีพิรุธยังไงไม่รู้ คนเราถ้าบริสุทธิ์ใจก็ต้องมามั๊ย” อาเสียงกล่าว
“เื่นี้มันต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่แต่ทำยังไงเราถึงจะรู้ได้ล่ะ” อาจูถาม จิตใจก็เคว้งคว้างสับสนด้วยเสาหลักของครอบครัวจากไปแล้ว
หลายวันต่อมา
อาจูนั่งปอกผลไม้ใส่จานที่วางอยู่บนโต๊ะพร้อมกับคุยกับว่านเสียงจื่อไปด้วย
“น้องว่าจะไปถามเสี่ยเกาตรงๆ ดีไหม ว่าเขาโกรธเราหรือเปล่า เื่ที่หนูไม่ยอมแต่งงานด้วย”
“ถ้าไปถามแล้วเขาจะตอบตามจริงเหรอถ้าถามโจรว่าขโมยของไปไหม โจรที่ไหนจะยอมรับ ก็แล้วแต่เธอนะถ้าอยากไปถามก็ลองไปดูสิ” อาเสียงตอบแบบไม่แคร์
“ถ้ายังงั้นหนูจะฝากจดหมายไปนัดคุยกับเขามะรืนนี้เลยแล้วกันพรุ่งนี้จะให้อาเม้งเอาจดหมายไปส่ง” อาจูกล่าว
วันรุ่งขึ้นอาจูก็ฝากจดหมายให้อาเม้งนำไปส่งให้เสี่ยเกา เมื่อถึงเวลาบ่ายอาเม้งก็มาส่งข่าวว่ามอบจดหมายเรียบร้อยแล้ว
เมื่อถึงวันนัด
อาจูก็ไปหาเสี่ยเกาณ สถานที่ และเวลาที่นัดหมายแต่เมื่อไปถึงสิ่งที่ได้พบกลับเป็เสี่ยเกาที่ไร้ิญญา
อาจูรีบวิ่งเข้าไปดูร่างของหวังเกาที่นอนอยู่บนพื้นในสวนสาธารณะและบนร่างของผู้ตายพบมีดปักอยู่เล่มหนึ่งอาจูจำได้ว่ามันเป็มีดปอกผลไม้ที่บ้านของหล่อน
ทันใดนั้นตำรวจก็เข้ารวบตัวอาจูไว้ แล้วกล่าวว่า
“คุณไม่จำเป็ต้องพูดนะครับแต่คำพูดของคุณจะเป็หลักฐานในชั้นศาล ขอแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนากรุณาตามไปโรงพักด้วยครับ” แล้วตำรวจก็ใส่กุญแจมืออาจู ก่อนนำขึ้นรถตำรวจไปฝ่ายอาจูก็ร้องว่าหนูไม่ได้ทำไปตลอดทาง
ค่ำวันนั้นอาเสียงพร้อมด้วยแม่ของอาจูเดินทางมาถึงโรงพัก เพื่อขอประกันตัวอาจู
“ทางตำรวจไม่ให้ประกันตัวนะครับเพราะเป็คดีอุกฉกรรจ์ เกรงว่าปล่อยตัวไปแล้วจะเสียรูปคดีผู้ต้องหาอาจจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้ หรืออาจหนีคดีไปได้เสียใจด้วยนะครับ”
“โธ่ อาจูเอ้ยมันเกิดอะไรกับครอบครัวเราเนี่ย ทำไมถึงอาภัพกันอย่างนี้ อาจู” แม่ของอาจูร้องไห้คร่ำครวญอยู่หน้าห้องขังในขณะที่อาจูก็ยืนเกาะลูกกรงร่ำไห้เช่นกัน
ทำไมถึงเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเพิ่งสูญเสียพี่ชายไม่ทันไร ก็มาเกิดเื่ที่ตัวเองไม่ได้ก่อแถมยังต้องเป็แพะรับบาปที่ไม่รู้ใครทำ
เมื่อแม่อาจูกลับไปบ้านก็นั่งปรึกษากับอาเสียงว่าจะช่วยอาจูอย่างไร
“ผมว่าเราบุกไปเผาโรงพักเลยดีไหมแล้วฉวยโอกาสที่กำลังชุลมุน ช่วยอาจูออกมา”
“อะไรนะถึงขนาดเผากันเลยเหรอ ถ้าถูกจับได้มีโทษปะาเลยนะ” แม่อาจูหวั่นใจ
“แต่ถ้าไม่ลองวิธีนี้ก็ไม่รู้จะมีหนทางอื่นแล้วล่ะครับเพราะหลักฐานมัดตัวอาจูคือมีดปอกผลไม้ ตำรวจคงไม่เชื่อหรอกว่าอาจูไม่ได้ลงมือลายนิ้วมือบนมีดมันฟ้อง” อาเสียงตอกย้ำความคิด
“เอาถ้ามีแค่วิธีนี้ก็ต้องลองเสี่ยงดู ทำยังไงก็ได้ ขอให้อาจูรอดพ้นห้องขังออกมาได้ถึงตายแม่ก็ยอม” แม่อาจูพูดเหมือนเป็ลางร้าย
แล้วค่ำวันรุ่งขึ้นที่สถานีตำรวจแห่งนั้น
“ช่วยด้วย ๆแย่แล้ว ไฟไหม้ ๆ ช่วยกันดับไฟที มันลามเข้ามาในห้องแล้ว” มีคนะโไปทั่วโรงพักคนทั้งหลายก็แตกตื่น วิ่งหาน้ำมาดับไฟ
แม่ของอาจูนำลูกน้องในคณะสี่ห้าคนพร้อมกับอาเสียง เอาขวานเล่มใหญ่จามใส่กุญแจล็อคห้องขังที่อาจูอยู่
"อาจูแม่มาช่วยแล้ว” อาเตียงเปิดประตูห้องขัง แล้วโอบกอดลูก
“รีบหนีกันเร็วเดี๋ยวตำรวจมาเห็น” อาเสียงะโบอก
ขณะที่กำลังจะหลบหนีอยู่นั้นตำรวจนายหนึ่งมาเห็นหลังไว ๆ จึงะโว่า
“เฮ้ย หยุดนะแหกห้องขังเหรอ หยุด ไม่งั้นยิง” ตำรวจก็ชักปืนมาออกมาขุ่แต่เมื่อเห็นพวกอาจูไม่หยุด เขาก็ลั่นไกทันที ะุไปโดนแผ่นหลังของแม่อาจู
“ปัง!”
“โอ้ย”แม่อาจูล้มลง
“แม่”อาจูร้องเสียงหลง แต่อาเสียงโยนะเิใส่ตำรวจแล้วรีบดึงตัวอาจู
“วิ่งอาจูวิ่ง”
“ไม่ชั้นจะไปช่วยแม่ แม่เป็ไงบ้าง”
“ปั้ก!” เสียงมือของอาเสียงสับเข้าที่คออาจูจนสลบไปแล้วเขาก็อุ้มร่างอาจูไปขึ้นรถยนต์ ที่มีคนจอดรอไว้หน้าโรงพักก่อนจะแล่นรถออกไปในความมืด
อาจูสลบไปนานเพียงใดไม่แน่ชัดแต่เมื่อเธอตื่นขึ้น ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเรือลำน้อยกำลังลอยเท้งเต้งอยู่กลางทะเล เธอลุกขึ้นมามองไปรอบ ๆ ไม่ปรากฏผู้คนอื่นใดนอกจากเธอคนเดียวในเรือ
นี่มันเกิดอะไรขึ้นแล้วอาเสียงหายไปไหน ทำไมถึงมาอยู่ในเรือนี้ แล้วแม่ล่ะ จะเป็ตายร้ายดียังไงใครจะตอบเธอได้บ้าง อาจูใปนกับความหวาดหวั่นจนขนลุกเมื่อต้องถูกทิ้งไว้กลางทะเล
จบตอนที่ 4โปรดติดตามตอนที่ 5 ชีวิตใหม่ที่ซิงกอรา
(แต่งตอนที่ 4จบ วันที่ 9 ต.ค.67 )