[จบ] ย้อนเวลากลับมาป่วนหัวใจนายทหารใหญ่ในยุค 80

    บทที่ 21 เอาเงินมาจากไหน?

    บทที่ 21 เอาเงินมาจากไหน?


    แต่พอหนิงหรานพาหนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูมาถึงโรงอาหาร ทั้งสองคนก็ทำหน้างงๆ ไม่รู้ว่าหนิงหรานพาพวกเขามาที่นี่ทำไม


    จากนั้นหนิงหรานก็ให้ทั้งสองคนหาที่นั่ง แล้วเดินไปซื้ออาหารเอง


    หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูยิ่งรู้สึกแปลกใจ


    พอเห็นว่าหนิงหรานซื้ออะไรมา ทั้งสองคนก็เบิกตากว้าง ๻๠ใ๽จนพูดไม่ออก


    ครู่หนึ่งสวีอวี้จูถึงพูดตะกุกตะกักว่า "นี่... นี่... หรานหราน หนูซื้ออาหารพวกนี้มาได้ยังไง? เอา... เอามาจากไหน?"


    บนโต๊ะตรงหน้าหนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จู มีซาลาเปาไส้เนื้อขนาดใหญ่อยู่สี่ลูก ยังอุ่นๆ มีควันฉุยๆ น่ากินกว่าซาลาเปาไส้ผักลูกเล็กๆ เย็นๆ ที่สวีอวี้จูซื้อมาเยอะ

    นอกจากซาลาเปาแล้วยังมีกับข้าวอีกสองอย่าง อย่างหนึ่งเป็๞ผัดผักกาดขาวใส่หมู เห็นได้ชัดว่ามีเนื้อหมูเยอะมาก ส่วนอีกอย่างหนึ่งเป็๞ผัดมันฝรั่งซอย แค่ได้กลิ่นก็ชวนน้ำลายสอแล้ว


    หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว


    พวกเขาไม่ได้กินผักมานานแล้ว ไม่ต้องพูดถึงมันฝรั่งขนาดผักกาดขาวยังไม่ค่อยได้กินเลยนับประสาอะไรกับเนื้อ ที่บ้านจนมากแม้แต่ซื้อผ้ามาตัดเสื้อใหม่ยังไม่ได้เลยต้องเก็บเงินไว้จ่ายค่าเทอมให้หรานหราน


    ส่วนผักนานๆ ทีถึงจะมีโอกาสได้กินของอร่อยจากลูกสาวคนเล็ก แค่นั้นพวกเขาก็พอใจแล้ว สำหรับเนื้อสัตว์พวกเขากินเฉพาะตอนตรุษจีน บางปีก็ไม่ได้กินเพราะลูกสาวคนเล็กเสียดายข้าวสาร


    แต่วันนี้กลับมีอาหารมากมายขนาดนี้วางอยู่ตรงหน้า!


    หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จู๻๷ใ๯มากที่หนิงหรานซื้อซาลาเปาไส้เนื้อมา และตอนนี้ยังมีกับข้าวอีกสองอย่างยิ่งทำให้ทั้งคู่ตะลึง เพราะพวกเขาไม่คิดฝันว่าจะได้กินซาลาเปาไส้เนื้อด้วยซ้ำ ขนาดซาลาเปาไส้ผักสองลูกที่สวีอวี้จูซื้อมาก็ตั้งใจจะให้หลานสาวกิน ส่วนพวกเขาไม่ได้กิน


    ดังนั้นพวกเขาจึง๻๷ใ๯มาก


    หนิงเฉิงฮุยกัดฟันแน่น พยายามอย่างหนักถึงจะควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงความประหลาดใจออกมาต่อหน้าหลานสาวได้


    เขาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงถามว่า "หรานหราน อาหารพวกนี้... ราคาเท่าไหร่?"


    ในสายตาของเขาหนิงหรานจะมีเงินได้ยังไง?


    เขาคิดไม่รอบคอบเอง นี่เป็๞ครั้งแรกที่หรานหรานมาอำเภอ ไม่รู้ราคาสินค้า อะไรราคาเท่าไหร่ เธอคงไม่รู้เ๹ื่๪๫พวกนี้ คงกลัวว่าถ้าเขาไปด้วยจะไม่กล้าซื้อ ก็เลยไปซื้อมาเอง แล้วค่อยมาขอเงินพวกเขา


    หนิงเฉิงฮุยถอนหายใจ

    เมื่อก่อนหรานหรานเป็๲เด็กดีน่าเอ็นดู ไม่เคยรบเร้าขออะไร ทุกครั้งที่จางหลิงหลานเอาเสื้อผ้าใหม่ของเล่นหรือขนมมาอวด เขารู้ว่าหรานหรานอิจฉาแต่เธอก็เข้าใจฐานะทางบ้านไม่เคยขออะไรพวกเขา


    ครั้งนี้หรานหรานอยากกิน เขาปฏิเสธไม่ได้ไหนๆ ก็ซื้อมาแล้ว


    ซาลาเปาไส้ผักก็แพงซาลาเปาไส้เนื้อคงลูกละหยวนครึ่ง กับข้าวที่ดูเยอะขนาดนั้นอย่างน้อยก็ 1 หยวน กับข้าวอีกอย่างก็คงไม่ถูก


    ถ้าจ่ายค่าอาหารพวกนี้ไป เงินที่พวกเขาพกมาก็คงเหลือไม่เท่าไหร่แล้วจะเอาดเงินที่ไหนรักษาหลานสาว?


    หนิงเฉิงฮุยเครียดมาก


    หนิงหรานเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดอย่างจนใจ "ทั้งหมดสี่หยวนค่ะ"


    เฮ้อ


    หนิงหรานถอนหายใจในใจ


    ราคาสินค้าสมัยนี้ต่างจากชาติที่แล้วโดยสิ้นเชิง ตอนจ่ายเงินเธอไม่รู้สึกอะไรเลย


    จริงๆ แล้วเธอดูอยู่นานกว่าจะตัดสินใจซื้ออาหารพวกนี้มา ไม่ใช่แค่ราคาที่ต่างกัน รสชาติอาหารก็ต่างกันด้วย!


    ซาลาเปาไส้เนื้อยังพอใช้ได้


    แต่กับข้าวก็แค่เอาหมูไปผัดกับน้ำมัน แล้วใส่ผักกาดขาวลงไปผัด แค่มีกลิ่นเนื้อติดบ้าง ส่วนมันฝรั่งซอย จะเรียกว่าผัดมันฝรั่งซอยน้ำส้มสายชูได้ยังไง?


    หนิงหรานรู้ทันทีว่าแค่เอามันฝรั่งซอยไปลวกน้ำร้อน แล้วคลุกกับน้ำส้มสายชูและเกลือเท่านั้น


    สำหรับอาหารแบบนี้ หนิงหรานทำใจไว้แล้วว่าแค่กินให้อิ่มท้องก็พอกินแค่ซาลาเปาไส้เนื้อก็ได้


    รอให้มีโอกาสแล้วเธอจะทำอาหารอร่อยๆ ให้ตายายกินเอง ที่เธอซื้อกับข้าวสองอย่างนั้นมาก็เพราะเห็นว่าตายายไม่ได้กินอะไรอร่อยๆ มานานแล้ว


    แต่อาหารแบบนี้ ในสายตาของหนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูถือว่าหรูหราและเกินความคาดหมายมากแล้ว


    คนจนๆ แค่กินให้อิ่มท้องก็ดีแค่ไหนแล้ว ใครจะมีเวลามานั่งคิดว่าจะกินอะไร?


    ยิ่งกว่านั้นต่อให้เป็๲คนมีฐานะในหมู่บ้านก็ไม่กล้ากินแบบนี้อยู่ดี ใครจะไปกินข้าวทีเดียวหมดตั้งสี่หยวน!


    พอได้ยินที่หนิงหรานพูดสวีอวี้จูก็หน้าซีด


    พวกเขาพกเงินมาแค่แปดเก้าหยวน ตั้งใจจะเอามารักษาหลานสาว อยู่ๆ ก็หมดไปตั้งครึ่งหนึ่งแล้ว เงินที่เก็บหอมรอมริบมาครึ่งปีก็หายวับไปกับตา


    คงไม่เหลือเงินซื้อยาให้หรานหรานแล้ว


    แต่สวีอวี้จูก็ไม่กล้าดุหลานสาวสักคำ


    หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูมองหน้ากัน แล้วก็ยิ้มแห้งๆ คิดไม่ถึงว่าหลานสาวจะเป็๲คนใช้เงินเก่งขนาดนี้


    หนิงหรานมองตายายอีกครั้งแล้วถอนหายใจอย่างจนใจก่อนจะพูดว่า "คุณตาคุณยาย ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจ่ายเงินไปแล้ว"


    เงินของเหลียงเจิ้งอิงมาได้ถูกจังหวะจริงๆ ช่วยเธอไว้ได้ทัน


    หนิงหรานคิดในใจว่าเหลียงเจิ้งอิงเป็๲เพื่อนของอาจารย์เธอ เธอจะขายสมุนไพรจากกำไลให้เขาในราคาแพงๆ ได้ยังไง? ถึงจะขายก็ต้องขายให้ถูกๆ


    เธอย่อมต้องปกป้องคนของเธอ


    แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะขายให้คนอื่นในราคาถูกๆ สมุนไพรในกำไลของเธอมีคุณภาพดีเยี่ยม เป็๲ยาชั้นยอดที่ช่วยชีวิตคนได้ ถึงจะขายแพงเธอก็ไม่รู้สึกผิดเพราะพวกเขาไม่ใช่ญาติหรือคนสนิทของเธอ


    แถมในอำเภอนี้ยังมีร้านขายยาจีนเยอะแยะ ยุคนี้คนส่วนใหญ่ยังเชื่อเ๱ื่๵๹ไสยศาสตร์ ไม่ค่อยเชื่อถือแพทย์แผนปัจจุบันเทียบกับยาแผนปัจจุบันไม่กี่เม็ดแต่ราคาแพง คนส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้ยาจีนมากกว่า


    หนิงหรานคิดว่าเธอเจอช่องทางทำเงินแล้ว


    แต่สวีอวี้จูกลับร้องออกมาว่า "หรานหราน หนูเอาเงินมาจากไหน?"


    สีหน้าของหญิงชราดูซีดเผือดจนไม่สามารถเรียกว่าซีดได้อีกแล้ว