บทที่ 25 ลูกสาวคนเล็กตระกูลสวีได้เป็หัวหน้าแม่ครัวแล้ว
อาหนิวมีสีหน้าประหลาดใจยิ่งกว่าเดิมถ้าเธอจำไม่ผิด เมื่อครู่หญิงสาวคนนี้กินเพียงผักกาดขาวเล็กน้อยเท่านั้นไม่มีทีท่าจะชำเลืองหมูตุ๋นบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย
ขนาดตอนที่ผู้ชายคนนั้นคีบให้เธอยังปฏิเสธเลย ตอนนั้นเธอยังรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ช่างแปลกประหลาดเสียจริงที่ไม่ชอบกินเนื้อ พอมาคิดดูตอนนี้แล้ว ก็แปลกจริง ๆ นั่นแหละ
ไม่ยอมกินของบนโต๊ะ แต่กลับมาเสียเงินซื้อเอง
"สหายหญิง เธอนี่ช่างหน้าบางเสียจริง!"
อาหนิวเบ้ปากแล้วรับเงินมาจากเหยาจินฮวา
สวีเถาเถาที่เพิ่งได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ กลับถูกคำพูดของอาหนิวดักเอาไว้ซะก่อน"หัวหน้าแม่ครัวสวีน้อยขอหมูตุ๋นซีอิ๊วน้ำแดงกลับบ้านอีกที่หนึ่ง!"
มุมปากของสวีเถาเถาที่เคยยกยิ้มตกลงทันทีขาที่เพิ่งก้าวออกมาก็ต้องชักกลับเข้าที่
"...รอสักครู่!"
ใครกันคนจะเลิกงานอยู่แล้วยังจะมากวนกันอีก ส่วนผู้มีพระคุณที่เธอรอมาทั้งวันกลับไม่เห็นแม้แต่เงา
เหยาจินฮวามองคนที่เดินผ่านไปอย่างงุนงง ดวงตาของเธอเบิกตากว้างขึ้นแล้วมองไปยังพนักงานเสิร์ฟที่หน้าต่าง "คุณจะบอกว่าคนคนนั้นเป็หัวหน้าแม่ครัวของที่นี่งั้นเหรอ?"
อาหนิวทำหน้าบึ้ง "ทำไมล่ะ! คุณอย่าดูถูกหัวหน้าแม่ครัวสวีน้อยของพวกเราเชียวนะถึงจะอายุยังน้อยแต่ฝีมือในทำอาหารของเธอยอดเยี่ยมมาก พวกหัวหน้าพ่อครัวคนเก่าน่ะ ไม่มีใครสู้เธอได้สักคน!"
เธอรู้สึกไม่ชอบใจเลยเวลาที่ได้ยินคนพูดถึงเื่อายุของหัวหน้าแม่ครัวสวีน้อย อายุน้อยก็ไม่ได้หมายความว่าฝีมือการทำอาหารของเธอจะไม่ดีเสียหน่อย พวกคนที่มากินอาหารน่ะแค่มีอาหารให้กินก็พอแล้ว จะมาจู้จี้เื่โน้นเื่นี้ทำไมกันนัก
อาหนิวคิดว่าเหยาจินฮวามาหาเื่เหมือนคนอื่น ๆ จึงมองเธอด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตร
สุดท้ายเหยาจินฮวาก็เดินออกจากร้านอาหารของรัฐไปด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
ใบหน้าของคนที่เธอเห็นเมื่อกี้ ถ้าเธอจำไม่ผิดละก็ คนคนนั้นน่าจะเป็น้องสาวของสวีลี่ลี่นี่นา ทำไมจู่ ๆ ถึงได้กลายมาเป็หัวหน้าแม่ครัวในร้านอาหารของรัฐได้ล่ะ?
ยิ่งเหยาจินฮวาคิดก็ยิ่งไม่อยากจะเชื่อรีบถือกล่องอะลูมิเนียมที่ใส่หมูตุ๋นซีอิ๊วน้ำแดงไว้ด้านในวิ่งไปยังบ้านพักคนงานโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ เธอต้องไปถามแม่แล้วว่านี่มันเื่อะไรกันแน่!
อู๋เยว่ฉวิน แม่ของเธอถึงกับเด้งตัวขึ้นมาด้วยความใ "ลูกพูดว่าอะไรนะ? ลูกสาวบ้านสวีได้เป็หัวหน้าแม่ครัวที่ร้านอาหารของรัฐแล้วงั้นเหรอ? อย่ามาโกหกแม่นะ! ลูกสาวบ้านนั้นอายุเท่าไหร่กันเชียว!"
เหยาจินฮวาที่วิ่งกลับมาบ้านด้วยความรีบร้อน หายใจเหนื่อยหอบ"แล้วหนูจะโกหกแม่ไปเพื่ออะไรหนูเห็นกับตาตัวเองเลยนะ!"
"นี่ไง นี่คือหมูตุ๋นซีอิ๊วน้ำแดงที่หนูซื้อมาจากร้านอาหารของรัฐวันนี้ มันต้องเป็ฝีมือของสวีเถาเถาไม่ผิดแน่!"
เธอวางกล่องอะลูมิเนียมลงบนโต๊ะ พลางยืนเท้าเอวหอบหายใจ
สีหน้าของอู๋เยว่ฉวินเปลี่ยนไปทันที ความอิจฉาริษยาปรากฏขึ้นบนใบหน้า "บ้านสวีนี่ ฮวงจุ้ยเปลี่ยนทิศแล้วงั้นเหรอ?!"
่บ่ายวันนั้นทั้งบ้านพักคนงานโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ก็รู้กันหมดว่า ลูกสาวบ้านสวีได้เป็หัวหน้าแม่ครัวที่ร้านอาหารของรัฐ!
สวีต้ากวงที่กำลังเดินอยู่บนถนนถูกคนที่อยู่แถวนั้นแวะเวียนเข้ามาแสดงความยินดีระหว่างทางโดยที่ตัวเองไม่รู้เื่อะไรเลยเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น
"โอ้โฮคุณสวี ไม่นึกเลยนะว่าครอบครัวคุณจะมีลูกสาวที่ดีขนาดนี้!"
"ลูกสาวถึงกับได้เข้าไปทำงานในร้านอาหารของรัฐบาล คงจ่ายไปไม่น้อยเลยสินะ คุณนี่ใจป้ำจริง ๆ !"
"เมื่อไหร่พวกเราสองคนจะได้ไปดื่มด้วยกันบ้างล่ะ ช่วยเป็ธุระให้ฉันทีได้ไหมลูกฉันยังอยู่บ้านเฉย ๆ อยู่เลย!"
นี่มันเื่อะไรกันเนี่ย?!
สวีต้ากวงถูกทักหลายสิบครั้งระหว่างทาง จนในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว ต้องถามคนหนึ่งที่เข้ามาทักเขาว่า"นี่คุณเฉิน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เถาเถาลูกสาวผมทำงานที่ร้านอาหารของรัฐก็จริง แต่เธอเป็แค่พนักงานชั่วคราวเอง ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมจู่ ๆ ทุกคนถึงมาแสดงความยินดีกับผมล่ะ?"
ลุงเฉิน เฉินเต๋อจู้ นักบัญชีาุโในแผนกการเงินของโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ที่กำลังอิจฉาสวีต้ากวงอยู่พอดี ถึงกับงงเป็ไก่ตาแตกเมื่อถูกถามอย่างนั้น
"คุณไม่รู้เลยเหรอ? ตอนนี้เถาเถาลูกสาวคุณได้เป็ถึงหัวหน้าแม่ครัวแล้วนะ เป็คนคุมงานครัวเองเลย ไม่ใช่แค่พนักงานชั่วคราวด้วย!"
อันที่จริงถ้าลองนึกถึงฝีมือการทำอาหารของลูกสาวบ้านสวีดูแล้วการได้เป็หัวหน้าแม่ครัวก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร
นักบัญชีเฉินทำท่าเคี้ยวปากไปมาพลางนึกถึงรสชาติของไส้หมูตุ๋น
สวีต้ากวงตกตะลึง "อะไรนะ?! คุณจะบอกว่าตอนนี้เถาเถาของเราได้เป็หัวหน้าแม่ครัวแล้วงั้นเหรอ? ทำไมผมถึงไม่รู้เื่อะไรเลยล่ะ!"
คนอื่น ๆ "..."
"ฉันไม่ได้จะว่าอะไรหรอกนะ คุณสวี คุณไม่ค่อยใส่ใจลูก ๆ ของตัวเองนี่นาถึงขั้นได้เป็หัวหน้าแม่ครัวที่ร้านอาหารของรัฐแล้ว เื่น่ายินดีขนาดนี้ พวกคุณยังไม่รู้อีกเหรอ เป็พ่อแม่ประสาอะไรกัน!"
ขณะเดียวกันนั้นจ้าวซิ่วหลานที่เพิ่งได้รับการบรรจุเป็พนักงานประจำก็ลุกขึ้นพรวดแล้วพูดเสียงดังลั่น"อะไรนะ! เถาเถาลูกสาวฉันได้เป็หัวหน้าแม่ครัวที่ร้านอาหารของรัฐแล้วงั้นเหรอ?!"
เอาเถอะข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งบ้านพักคนงานแล้ว แต่สองสามีภรรยาคู่นี้กลับไม่รู้เื่อะไรเลย
และไม่ใช่แค่สองสามีภรรยาบ้านสวีเท่านั้น พี่น้องอีกสามคนของสวีเถาเถาที่ทำงานอยู่ในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ต่างก็ตกตะลึงกับความเร็วในการเลื่อนตำแหน่งของน้องสาวคนเล็กเหมือนกัน
เมื่อครึ่งเดือนก่อนน้องสาวของพวกเขายังเป็แค่พนักงานชั่วคราวอยู่เลยไม่ใช่เหรอ แล้วจู่ ๆ จะกลายเป็หัวหน้าแม่ครัวที่ร้านอาหารของรัฐได้ยังไง?
"แม่พูดถูก! น้องเล็กไปได้ไกลแน่ ๆ ต่อไปนี้พวกเราคงสบายกันแล้วละ!"
สวีลี่ลี่พูดประโยคนั้นออกมาทันทีที่พี่น้องตระกูลสวีทั้งสามคนมารวมตัวกัน และคำพูดนั้นก็ได้รับความเห็นชอบจากพี่ชายทั้งสองคน
"ขิงน่ะ ยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ดไม่แปลกใจที่แม่จะเอ็นดูน้องเล็กเป็พิเศษ น้องเล็กเก่งกว่าพวกเราจริง ๆ นั่นแหละ!" สวีกั๋วเฉียงพูด
สวีกั๋วหัวและสวีลี่ลี่ต่างพยักหน้าเห็นด้วยสุด ๆ
ทางฝั่งร้านอาหารของรัฐสวีเถาเถาก็กำลังเก็บของเตรียมเลิกงานอยู่
น่าเสียดายที่รอทั้งวันแล้ว แต่อาจารย์กู้'ผู้มีพระคุณ' ของเธอก็ไม่มา เธออุตส่าห์ซื้อเป็ดตัวอ้วนใหญ่จากร้านอาหารมาทำเป็ดตุ๋นหม้อแห้งเพื่อขอบคุณเขาด้วยซ้ำ แต่ใครจะรู้ว่าเขาไม่มา สุดท้ายจึงต้องแบ่งให้อาหนิวและคนอื่น ๆ ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งสวีเถาเถาเตรียมจะเอากลับบ้านไปให้ครอบครัวลองชิม
พอเปิดประตูบ้านเข้าไป สิ่งที่รอต้อนรับเธออยู่คือดวงตาทั้งห้าคู่ที่เต็มไปด้วยความยินดีจนน้ำตาคลอเบ้า ทุกคนในบ้านยืนเรียงแถวรอเธออยู่ที่หน้าประตู
"เถาเถา กลับมาแล้วเหรอลูก หิวแล้วสินะ?"
สวีเถาเถารู้สึกขนลุก
แม้จ้าวซิ่วหลานจะรักเธอมาตลอด แต่ก็ไม่เคยแสดงความรักที่ล้นเหลือเหมือนอย่างวันนี้มาก่อน ความหวานแบบนี้มันเกินพอดีแล้ว
ไม่คิดเลยว่าสวีต้ากวงเองก็กลั้นความรู้สึกเอาไว้ไม่อยู่เช่นกัน ดวงตาของเขาแดงก่ำ มองดูสวีเถาเถาพลางพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น "ลูกสาวคนเล็กของพ่อ พ่อไม่รู้เลยว่าลูกต้องทนลำบากมามากขนาดนี้พ่อนี่มันเป็พ่อที่ไม่ได้เื่จริง ๆ !"
โชคดีที่บ่ายวันนี้เขาได้ข่าวว่าลูกสาวได้บรรจุเป็พนักงานประจำแล้ว จึงรีบวิ่งไปสอบถามที่บ้านของรองผู้อำนวยการเก๋อด้วยความตื่นเต้น
พอได้สอบถามแล้ว เื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับสวีเถาเถาในร้านอาหารของรัฐก็ถูกเปิดเผยออกมา
ตอนนั้นทั้งครอบครัวต่างร้องไห้กันระงม
สวีกั๋วหัว พี่ชายคนโตสูดน้ำมูก "น้องเล็กเธอลำบากมามากจริง ๆ !"
สวีกั๋วเฉียง พี่ชายคนที่สองกำหมัดแน่น "น้องสาว พี่นี่มันไม่ได้เื่เลยจริง ๆ พี่ช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย!"
สวีลี่ลี่ พี่สาวคนโตพูดด้วยท่าทีอ่อนน้อมเอาอกเอาใจ"น้องเล็กต่อไปนี้พี่คงต้องพึ่งเธอแล้วละ!"
สวีเถาเถา "..."
นี่มันสถานการณ์อะไรกันแน่เนี่ย?
"พ่อคะแม่คะ เกิดอะไรขึ้น? พวกพี่ร้องไห้กันทำไม? หนูทำงานที่ร้านอาหารของรัฐ กินดีอยู่ดี ไม่ได้ลำบากอะไรเลย"
จ้าวซิ่วหลานโอบกอดลูกสาวคนเล็กด้วยสายตาอ่อนโยน "พวกเรารู้หมดแล้ว พ่อครัวซุนที่ร้านอาหารของรัฐคนนั้นไม่ใช่คนดี มันรังแกลูกทุกวัน ถ้าไม่ใช่เพราะฟ้ามีตา ลงโทษให้มันถูกย้ายไปอยู่ชนบท ลูกสาวที่น่าสงสารของแม่ก็คงโดนมันรังแกอยู่! ทำไมลูกถึงไม่บอกอะไรพวกเราเลย ถ้าลูกบอก พ่อกับพี่ชายทั้งสองคนของลูกคงไปซ้อมไอ้แก่นั่นจนตายไปแล้ว!"
เธอคิดอยู่ว่าวันนี้ทุกคนในบ้านทำตัวแปลก ๆ ที่แท้ก็เพราะเื่นี้นี่เอง
ทำเอาเธอใหมด นึกว่าเกิดเื่อะไรขึ้นเสียอีก
"มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ทุกคนพูดหรอก พ่อครัวซุนนิสัยไม่ดีก็จริง แต่เขาไม่ได้รังแกหนูขนาดนั้น อีกอย่างตอนนี้เขาก็โดนย้ายไปแล้ว แถมหนูยังได้เป็หัวหน้าแม่ครัวของร้านเพราะเขาเลยนะ ตอนนี้บ้านเรามีพนักงานประจำถึงสามคนแล้ว! แม่ ภูมิใจไหมคะ?"
จ้าวซิ่วหลานได้ยินน้ำเสียงที่ลูกสาวพูดราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็รู้ได้ในทันทีว่าเด็กคนนี้แค่กลัวพวกเขาเป็ห่วง พอคิดแบบนั้นแล้ว หัวใจของเธอก็ยิ่งอ่อนยวบ
"ภูมิใจสิ แม่ภูมิใจมากเลย!"
เธอจะไม่ภูมิใจได้ยังไง ลูกสาวของเธอเก่งขนาดนี้ ใช้เวลาแค่ครึ่งเดือนก็ได้ตำแหน่งพนักงานประจำมาแล้ว เก่งกว่าตอนที่เธอต้องทนทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เป็สิบยี่สิบปีกว่าจะได้บรรจุเป็พนักงานประจำตั้งเยอะ!