“เวรเอ๊ย!”
นี่ก็ดึกมากแล้ว
‘โจนาธาน’นายทหารที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดในตำบลฮามาร์ทนั่งอยู่ในร้านเหล้าที่ตั้งอยู่ในหลืบหนึ่งของอาณาเขตเขาอยู่ในสภาพเมาหัวรานํ้าและมีทหารเวรคนอื่น ๆ นั่งอยู่ด้วย
“กล้าดียังไง มันไม่รู้หรือไงว่าข้าเป็ใคร!”
“ตั้งสติหน่อย ขืนทำแบบนั้นเดี๋ยวก็โดนลงโทษจริง ๆ หรอก ไอ้หมอนี่”
“ยังไม่หุบปากอีก ตอนนี้เ้าอยู่ข้างใครกันแน่”
หลังจากได้ยินเพื่อนร่วมงานเตือนแทนที่จะพูดเบาลง เขากลับยิ่งะโเสียงดัง
“อยู่ข้างใครอะไรกันที่ข้าพูดเพราะกลัวว่าพวกเราจะงานเข้ากันหมดน่ะสิ อย่าทำแบบนี้เลยตอนนี้ก็ระวังตัวไว้ก่อน อีกฝ่ายเป็ถึงจอมเวทเชียวนะ จอมเวท”
“ฮ่า! เจอปัญหา? ระวังตัว?จอมเวท?”
เอื๊อก! เอื๊อก!
โจนาธานกระดกเบียร์ในแก้วไม้คราวเดียวจนหมด
“พล่ามอะไรอยู่ได้ ไอ้เวรเอ๊ย!”
เขาเขวี้ยงแก้วไม้ทิ้งอย่างหยาบคายดูเหมือนไม่สนใจคำเตือนของเอียนเลยแม้แต่น้อย
“แม่ง! เสียรสชาติเบียร์หมด เ้าของร้าน!ใส่ชื่อข้าไว้จ่ายคราวหน้าด้วย!”
“เ้าติดเงินมาหนึ่งเดือนแล้ว...”
“ใครบอกจะเบี้ยวล่ะ หา? ก็บอกว่าเดี๋ยวจ่ายให้ไงเล่า!”
ดูเหมือนว่าทางร้านก็ถูกเบี้ยวเงินไปเยอะเหมือนกันทว่าร้านเล็ก ๆ แบบนี้คงไม่มีอิทธิพลเท่าทหารประจำอาณาเขต
“เฮ้อ...”
เ้าของร้านถอนหายใจเสียงยาวหลังจากโจนาธานออกไปจากร้านแม้แต่ทหารประจำอาณาเขตคนอื่นก็ยังส่ายหน้า
“เอาแต่เชื่อคนหนุนหลังแล้วกร่างไปทั่วสมนํ้าหน้า”
“เ้าบ้านั่นจะรู้บ้างไหมว่าพวกขุนนางที่เลียขาอยู่ สถานะยังเทียบไม่ได้กับจอมเวทเลยด้วยซํ้า”
“พูดอะไรบ้า ๆ ไม่ใช่แค่พวกขุนนางหรอกนะต่อหน้าพวกหอคอยงาช้างแล้วน่ะต้องบอกว่าแม้แต่ท่านเ้าเมืองยังกลัวจนหางจุกตูดเลยต่างหากเ้าโจนาธานคงจะร้อนใจน่าดู เหอะ ๆ!”
ทุกคนต่างพร้อมใจกันนินทาโจนาธานที่เพิ่งจากไปเมื่อสักครู่ดูเหมือนว่าชื่อเสียงของเ้าตัวในหมู่เพื่อนร่วมงานจะไม่ค่อยดีเท่าไร
“ว่าแต่ว่าชะตาของนังเวเนสซ่าพลิกผันครั้งใหญ่เลยสินะ”
“เมื่อก่อนนังนั่นชอบพอกับเ้าหนุ่มสันหลังยาวที่หน้าตาเหมือนออร์คคนหนึ่งคิดไม่ถึงเลยว่ามันจะหว่านเมล็ดพันธุ์จอมเวทเอาไว้!ถ้าข้าเป็นังนั่นละก็คงพุ่งเข้าหาเหมือนกันละมั้ง!”
“ชื่ออะไรแล้วนะหล่อนเที่ยวใช้นามสกุลของเขาไปทั่วเลยนี่ ใช่ไหมนะ”
“เพจ...อา! ฟราน เพจ!”
“ใช่แล้ว! ความจำดีเหมือนกันนี่”
หลังจากนินทาโจนาธานจบคราวนี้เป็เื่เกี่ยวกับเอียนบ้าง
“เ้าหมอนั่นก็เป็จอมเวทด้วยหรือ”
“เ้านี่ไม่รู้อะไรเอาซะเลย!เ้าคิดว่าเป็ลูกจอมเวทแล้วก็จะกลายเป็จอมเวททุกคนเลยหรือไง”
“สรุปว่าไม่ใช่หรือ”
“ส่วนใหญ่แล้วลูกจะเป็คนธรรมดานี่นา”
“อย่างนั้นหรือ เ้ารู้เื่นั้นได้อย่างไร”
“อะแฮ่ม! ทุกอย่างมีวิธีของมัน”
ขณะที่การบรรยายโดยไร้มูลเหตุของทหารอ้วนเริ่มต้นขึ้น
โจนาธานเดินโซซัดโซเซอยู่บนถนนนอกร้านอย่างไร้จุดหมาย
“ข้าน่ะ...จะทำทุกอย่างที่ทำได้!”
ดูเหมือนการเดินให้ตรงนั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลย
“ต่อหน้าไอ้เด็กเวรนั่นข้าจะทำให้แม่ของมัน...เอิ๊ก!”
เขาแผดเสียง พลางสะอึกไปด้วย
“หึ ๆ ๆ!”
โจนาธานหัวเราะอย่างชั่วร้าย ไม่รู้ว่ากำลังจินตนาการถึงอะไรอยู่ทันใดนั้นเขาก็หยุดอยู่ที่หน้าลำธาร ดูเหมือนว่าอยากจะถ่ายเบาสักหน่อย
“ทำไมปลดไม่ออกอีกแล้ววะแกก็คิดว่าจะทำอะไรกับข้าก็ได้ด้วยหรือไง หา?”
ในที่สุดเขาก็เริ่มพาลทะเลาะกับเข็มขัดของตนเองเรียกได้ว่าทำแต่อะไรบ้า ๆ น่าจะเหมาะกว่าหรือเปล่านะ
“เอิ๊ก!ข้าอยากทำให้พวกมันทั้งคู่วิงวอนข้าเสียเหลือเกิน...”
“ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าจะคอยดู”
เสียงของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลังและในขณะที่โจนาธานหันขวับไปมองนั้นเอง
“...!”
“อัมพาต”
ร่างกายของโจนาธานแข็งทื่อไม่อาจหันกลับไปมองหรือวิ่งหนีได้อีกต่อไป เขาทำได้เพียงหายใจเท่านั้น
“เวทมนตร์นี้คงจะทำให้ขยับตัวลำบากสักพักหนึ่งนะ”
แค่เสียงเด็ก ๆนั่นก็เพียงพอให้ตระหนักได้ถึงตัวตนของคนผู้นี้แล้ว
อีกฝ่ายคือเอียน เ้าเด็กเหลือขอคนนั้น
“เ้าบอกว่าจะทำอะไรแม่ของข้าต่อหน้าข้าอย่างนั้นหรือ”
“อื้ออออ...!”
โจนาธานพยายามสุดแรงเกิดเพื่อขยับร่างกายเส้นเืสีเขียวเข้มบวมเป่งจนเหมือนจะะเิออกมา
“แล้วเ้าก็จะตายไปแบบนี้ เพราะถูกลูกชายของคนรับใช้ผู้ตํ่าต้อยหยามเกียรติจึงใช้เหล้าปลอบประโลมความอัปยศอดสู เมาถึงขั้นไม่ได้สติ มีพยานในร้านรู้เห็นเพียบ”
ทั้งหมดคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจริงกับโจนาธาน
“ต่อให้เมาแค่ไหนพอเห็นลำธารแล้วก็ต้องไปถ่ายเบาสักหน่อย ก้อนหินน่าจะลื่นใช้ได้คนเดินผ่านไปมาก็ไม่มี อืม อันตรายจริง ๆ เลยนะ เวลาเมาแอ๋เนี่ย”
หลังจากเอียนพูดจบก็ผลักโจนาธานเต็มแรง
ตู้ม!
โจนาธานล้มหัวคะมำ หน้าทิ่มลงไปในนํ้าขืนปล่อยไว้ต่อไปก็คงจะตายเพราะขาดอากาศหายใจอย่างแน่นอน
“ข้าก็คิดหนักเหมือนกันว่าจะทำดีหรือเปล่าถึงขั้นศึกษาวจีัเพื่อล้างมือที่เปื้อนเื คิดว่าหากทำได้ข้าก็จะย้อนเวลาและเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง”
เื่ราวที่โจนาธานจะไม่มีวันได้ยิน
“แต่เกรงว่าข้าคงทำไม่ได้แล้วตอนนี้พอเห็นเ้าแล้วข้าถึงได้มั่นใจ”
ทว่าเอียนก็ยังคงพูดต่อ
บางทีมันอาจเป็แค่การพูดกับตนเอง
“ไม่ใช่ว่าข้าอยากจะล้างมันหรอกนะก็แค่ไม่ชอบที่คนอื่นมองเห็นเืที่เปื้อนมือข้าเท่านั้น”
เื้ัของวีรบุรุษาก็คือบาปของการสังหารผู้บริสุทธิ์
โจนาธานยังคงดิ้นไปมาเบา ๆแต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับเวทมนตร์
“จงเกลียดชัง จงอย่ายกโทษให้ข้าคนที่วางยาพิษข้าพูดแบบนี้”
เอียนพอจะเข้าใจขึ้นมาเล็กน้อยแล้วว่าองค์จักรพรรดิกำลังคิดอะไรอยู่ขณะพูดประโยคนี้
เอียนไม่ได้กลับบ้านแต่กลับไปที่โรงแรม
เนื่องจากกระท่อมของสองแม่ลูกไม่สามารถรองรับร่างกายใหญ่โตของอารอนได้พวกเขาจึงต้องย้ายไปยังโรงแรมใกล้เคียง
สองแม่ลูกใช้ห้องเดียวกัน ส่วนอารอนพักห้องข้างๆ
หัวจะแตกอยู่แล้ว
เอียนกลับมาถึงโรงแรมอย่างปลอดภัย อาการเวียนหัวรุนแรงรบกวนเขาอยู่ตลอดหลังจากมาถึงที่นี่มันเป็ผลข้างเคียงจากการที่มานาในร่างกายไหลออกจนหมด
คิดไม่ถึงเลยว่าใช้เวทมนตร์อัมพาตแค่ครั้งเดียวจะทำให้มานาหมดได้
เขาคิดไว้ว่าคงใช้เวทนี้ซํ้าไม่ได้ร่างกายของเด็กวัยสิบสองยังไม่แม้แต่จะเริ่มมี ‘ลมหายใจมานา’ เลยด้วยซํ้า
ปริมาณมานาทั้งหมดของเขามีแค่ไหนกันนะ
แม้แต่ตอนที่ไต่ไปถึงระดับแปดได้ร่างกายก็ยังมีขีดจำกัดอยู่ดี
โล่งอกไปทีที่อาการยังแค่นี้
มานาฮาร์ตมีหน้าที่สะสมและหมุนเวียนมานาเช่นเดียวกับหัวใจที่คอยสูบฉีดโลหิตไปสู่หลอดเืแดง
แน่นอนว่ามานาที่สะสมได้ก็มีขีดจำกัดเช่นกัน
‘ภาชนะกักเก็บมานา’ คือคำเฉพาะที่เรียกกันทั่วไปในหมู่จอมเวทสิ่งที่จำเป็สำหรับเอียนในตอนนี้ก็คือการเติบโตของภาชนะกักเก็บมานา ส่วนมนตร์คาถานั้นเขายังจดจำได้แม่น
คงต้องเริ่มจากลมหายใจมานาก่อน
ภาชนะกักเก็บมานาหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือวิธีเพิ่มขีดจำกัดอย่างถาวรหนึ่งในนั้นก็คือลมหายใจมานาซึ่งเป็ ‘ระดับ’ ที่แน่นอนที่สุด
วิธีหายใจแบบพิเศษจะกระตุ้นการทำงานของมานาฮาร์ตในหัวใจ
ยิ่งเป็วิธีหายใจที่เอียนพัฒนาขึ้นเองนั้นก็ยิ่งพิเศษชนิดที่วิธีของวิทยาลัยไม่อาจเทียบเคียงได้
ข้าเคยคิดว่าถ้าคิดค้นวิธีหายใจนี้ได้เร็วกว่านั้นผลลัพธ์จะเป็อย่างไร
เอียนสร้างวิธีหายใจนี้ขึ้นมาตอนที่อายุตั้งสามสิบสี่แล้วแม้เขาเพิ่งจะเริ่มต้นตอนนั้น แต่ก็ได้เห็นการเติบโตอันน่าทึ่ง
ข้าจะได้เห็นตนเองในระดับที่สูงขึ้นอีกแค่ไหนนะ
จะทะยานสูงขึ้นไปได้สักแค่ไหนกัน
อัจฉริยะที่มีความโดดเด่นเหนืุ์กำลังจะเข้าวิทยาลัยเวทมนตร์ในเร็วๆ นี้ เขาคงจะได้รับการสนับสนุนจากราชวงศ์และหอคอยงาช้างอย่างเต็มที่
สามารถนํ้าอมฤตและอาร์ติแฟกต์[1]ทุกชนิดแต่เพียงผู้เดียว
จะแข็งแกร่งขึ้นได้อีกแค่ไหนกันนะ
เขาไม่อาจแม้แต่จะคาดเดา
มาลองดูเลยดีไหม
เอียนปูที่นั่งแล้วนั่งลงลมหายใจมานาเป็สิ่งจำเป็แม้แต่การบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ
“ฟู่วววว...”
เอียนระวังกระทั่งลมหายใจอันน้อยนิดเพราะกลัวว่าจะปลุกแม่ให้ตื่นขึ้นมา
ทันใดนั้นใบหน้าสดใสของแม่ก็ปรากฏสู่สายตา อาจเป็เพราะมีเื่น่ายินดีเกิดขึ้นกับลูกชายคนเดียวของตนจึงดูเหมือนว่าเธอจะลืมเื่เหตุการณ์เมื่อครู่ไปแล้ว
โล่งอกไปที
วันแรกของการย้อนเวลา
เอียนเริ่มจดจ่ออยู่กับลมหายใจมานาด้วยความรู้สึกสบายใจ
[1] สิ่งประดิษฐ์ที่สามารถสวมใส่หรือพกติดตัวเพื่อเสริมพลังหรือคุณลักษณะบางประการให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น