บทที่ 16 จากลา (รีไรต์)
ลู่หงต้าผู้นี้ ช่างต่างจากชื่อของเขาที่แปลว่ากว้างยิ่งนัก เขาทั้งโเี้ ป่าเถื่อน จิตใจดำมืดคับแคบ แต่ใครจะกล้ามีปัญหากัน ลู่หงต้า คือทายาทผู้สืบทอดตระกูลลู่ ที่เป็ความหวังมากที่สุดในรุ่นนี้ ไม่มีใครกล้าขัดเขา
ตอนนี้ ห้องหนังสือของเขาสภาพราวกับโดนพายุถล่ม ลู่หงต้ากำลังโมโหจนะเิอารมณ์ออกมา จนเขาสงบลงเล็กน้อย จึงจ้องมองลูกน้องด้วยแววตาเ็า
“แล้วไอ้โง่สองคนนั่นล่ะ เรียกมันมาพบฉัน”
“คุณชาย พวกมัน…พวกมันทั้งสองไม่ได้กลับมาครับ” ลูกน้องเขากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นเต็มใบหน้า แต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะเช็ด
“ฟิ้ว!!”
เศษอุกกาบาตที่ใช้เป็เครื่องประดับลอยเฉียดผ่านใบหูของเขาไป
ลูกน้องของเขาใสุดขีด แต่ก็กัดฟันแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะหลบ สายตาจ้องมองพื้นด้วยความหวาดกลัว
“ไปตามหาไอ้โง่สองคนนั่น คิดว่าหนีไปแล้วจะรอดหรือไง” ลู่หงต้ากัดฟันกรอด “แล้วก็ส่งคนไปที่ดาว 7133 อีกรอบ จำไว้ ต้องลากศพยัยขยะนั่นกลับมาให้ได้”
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโเี้ เขายิ้มเยาะ “ถึงยังไงเธอก็เป็พี่สาวฉัน ฝังศพให้เธอก็เป็เื่ที่ฉันควรทำ!”
แม้ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง ลูกน้องก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เมื่อในที่สุดเขาก็เอ่ยปากไล่ว่า “ไสหัวไป”
พวกเขาจึงรีบออกไปอย่างรวดเร็ว
…
ลู่จินกู้ไม่รู้เลยว่าน้องชายต่างมารดากำลังคิดร้ายกับเธอ ่นี้ชีวิตดี และมีความสุขมาก หมูหันหนึ่งตัวสามารถซื้อใจ กู้ตั๋วและลูกน้องอีกสองคนได้ พวกเขาทำงานอย่างขยันขันแข็ง ถามเธอทุกวันว่า “มีอะไรให้ช่วยไหม”
แม้แต่ให้อาหารหมู ให้อาหารไก่ พวกเขาก็แย่งกันทำ แถมยังทำอย่างกระตือรือร้นอีกด้วย ลู่จินกู้มีเื่สงสัย “พวกคุณไม่รู้สึกว่ามันเหม็นเหรอ?”
“เื่แค่นี้เอง” ซิงเหลียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ตอนที่ค้นพบดาวเคราะห์หมายเลข 6730 ใหม่ ๆ บนดาวดวงนั้นมีแต่กลิ่นเหม็นสุดสะพรึง พวกฉันเคยไปทำภารกิจทำความสะอาดที่นั่นมาก่อน หลังจากนั้น ฉันว่ากลิ่นอะไรก็รับได้หมดแหละ”
ลู่จินกู้สังเกตเห็นว่าตอนที่ได้ยินคำว่า ดาวเคราะห์หมายเลข 6730 กู้ตั๋วและทุกคนก็ทำท่าทางรังเกียจออกมาอย่างปิดไม่มิด ดูท่าสิ่งที่เขาพูดมาไม่เกินจริง
เธออดสงสัยไม่ได้ว่ากลิ่นบนดาวดวงนั้นมันจะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน?!
ไม่ว่าอย่างไร การที่มีคนมาช่วยทำงานหนัก งานเหนื่อยให้ เธอรู้สึกดีใจมาก แต่เวลาร่ำลาก็มาถึงอย่างรวดเร็ว
เช้าวันนี้หลังทานอาหารเช้า กู้ตั๋วบอกว่าพวกเขาต้องไปแล้ว…
ถึงแม้ว่าเื่นี้ลู่จินกู้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ในใจก็ยังคงรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่ดี
เธอก้มหน้าลงเพื่อปกปิดความรู้สึก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มสดใส “ฉันนับวันรอเลยล่ะ เตรียมของกินไว้ให้พวกคุณเอาไว้กินระหว่างทางด้วย”
แน่นอนว่ากู้ตั๋วตาเป็ประกายทันทีที่ได้ยินคำว่าของกิน
ลู่จินกู้จึงยิ้มมุมปาก ก่อนจะหยิบกล่องออกมาหลายใบ
สองวันก่อน พืชผลที่เธอเพิ่งปลูกไว้ได้เก็บเกี่ยวหมดแล้ว เธอจึงนำมาทำแป้งแล้วห่อเป็เกี๊ยว จัดใส่กล่องไว้อย่างสวยงาม
“ต้องเก็บไว้ในที่เย็นนะ ทักษะของคุณเป็ธาตุน้ำแข็ง พอดีเลย”
หลังจากยื่นกล่องให้กู้ตั๋วแล้ว เธอก็หยิบกล่องอีกหลายใบยื่นให้อีฟเป็พิเศษ
“นี่คือข้าวหน้าเนื้อตุ๋นนะ อย่าเก็บไว้นาน เดี๋ยวตอนเที่ยงกินเลย”
จากนั้นเธอก็หยิบกล่องใบใหญ่มาอีกใบ “ในนี้เป็ขนมที่เก็บไว้ได้นานหน่อย แล้วก็พวกนี้…” เธอค้นหยิบขวดเล็กขวดน้อยออกมาอีกมากมาย
“เครื่องปรุงที่ยังไม่แกะซีลทั้งนั้น เอาไปให้หมดเลย”
ของมากมายก่ายกองเต็มโต๊ะไปหมด แต่ยังไม่หมดแค่นั้น
ลู่จินกู้วิ่งออกไป ครู่หนึ่งก็เดินกลับมาพร้อมกับอุ้มกระถางต้นไม้อย่างทะนุถนอม
“อันนี้ก็ให้คุณ”
“นี่มัน…” กู้ตั๋วตากลมโตด้วยความใ
“ต้นแปะก๊วยไม่เหมาะกับการปลูกในกระถาง อันนี้เรียกว่าต้นสะระแหน่” เธออธิบายอย่างละเอียด “สามารถตัดใบมาล้างแล้วชงน้ำดื่มได้ ช่วยดับร้อนได้ดี”
กู้ตั๋วชะงักค้างไป มองกระถางต้นไม้ที่ยื่นมาตรงหน้า
ใบไม้สีเขียวขจีในกระถางไหว ใบค่อย ๆ ส่ายไปมาราวกับกำลังอวดความมีชีวิตชีวา
เขาเอื้อมนิ้วออกไป ลูบไล้ใบไม้เย็น ๆ อย่างแ่เบา ความยินดีเปี่ยมล้นปรากฏชัดบนใบหน้า
แต่สุดท้ายคำพูดที่เปล่งออกมากลับเป็การปฏิเสธ “มันล้ำค่าเกินไป ฉันนำติดตัวไปด้วยไม่ได้หรอก”
“ทำไมล่ะ” เธอไม่เข้าใจ
แค่กระถางต้นสะระแหน่เล็ก ๆ ต้นเดียว ค่าพลังฮวงจุ้ยที่เพิ่มขึ้นแทบจะไม่ต้องพูดถึง ด้วยพลังจิตของเธอ เธอสามารถเนรมิตมันออกมาได้เป็สิบ ๆ กระถาง
“นอกจากที่นี่แล้ว ทั่วทั้งดวงดาวมีแค่ดาวนี้เท่านั้นที่มันสามารถมีชีวิตรอด นำมันไปด้วย มันก็คงเหี่ยวเฉาตายไปในไม่ช้า ปล่อยให้มันเติบโตที่นี่อย่างดีไม่ดีกว่าเหรอ?”
ลู่จินกู้กลับไม่ได้คิดแบบนั้น “ที่จริงแล้วฉันกำลังจะขอร้องคุณพอดี ฉันยังออกจากดาว 7133 ไม่ได้ในตอนนี้ จึงอยากจะขอร้องให้คุณนำมันออกไปข้างนอก ดูว่าพืชที่ปลูกในพาราไดซ์ จะเป็อย่างไรเมื่อออกไปข้างนอก”
คราวนี้กู้ตั๋วไม่ปฏิเสธอีก
ท่าทางที่เขารับกระถางดอกไม้นั้น ราวกับว่าในมือของเขาเป็สมบัติล้ำค่าที่แตกหักได้ง่าย ทำให้คนอดขำไม่ได้ แต่ก็อดใจหายไม่ได้
ลู่จินกู้เกือบจะเผลอใจมอบเมล็ดพันธุ์ชุดหนึ่งให้เขาไป แต่สุดท้ายก็ฝืนใจไว้ ร้านขายเมล็ดพันธุ์ก่อนหน้านี้ก็ยังไม่เปิดให้พวกเขาเข้า เธอจะปล่อยให้ความใจอ่อนมาทำลายแผนการของเธอไม่ได้
“ฉันจะรีบจัดคนมาที่นี่โดยเร็วที่สุด” กู้ตั๋วให้สัญญาอย่างหนักแน่น
“เดินทางปลอดภัยนะ” ลู่จินกู้กล่าวอวยพรพวกเขา
ทั้งสามคนค่อย ๆ ก้าวขึ้นยาน ขณะหันกลับมามองเธอโบกมือลา ยานลำเล็กค่อย ๆ ลอยขึ้นฟ้า ก่อนจะเร่งความเร็วหายลับไปในชั่วพริบตา
เธอลูบหัวต้าไป๋เบา ๆ แล้วถอนหายใจ “เฮ้อ... ทีนี้ก็เหลือแค่เราแล้วนะ”
เ้าต้าไป๋กระดิกหางอย่างร่าเริง
“แกดูมีความสุขดีนะ เอาล่ะ! ต่อไปนี้จะได้กินข้าวโดยที่ไม่มีคนแอบใช้พลังจิตมารังแกแล้ว”
เธอหันไปมองพาราไดซ์ แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านกิ่งไม้และดอกไม้นั้น ช่างดูเงียบสงบและเย็นะเื
หลังจากยืนเหม่ออยู่นาน เธอก็ตัดสินใจ พับแขนเสื้อขึ้นพร้อมกับะโอย่างมุ่งมั่นว่า “เอาล่ะ! ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ!”
ลู่จินกู้จึงพาต้าไป๋ไปที่ร้านขายเมล็ดพันธุ์
ร้านแห่งนี้จะเปิดอย่างเป็ทางการก็ต่อเมื่อเธอเป็คนเปิดประตูด้วยตัวเองเท่านั้น
บนชั้นวางของโบราณที่งดงาม เต็มไปด้วยโหลแก้วหลากหลายขนาด ในแต่ละโหลนั้นอัดแน่นไปด้วยเมล็ดพันธุ์ บนกระดาษแผ่นเล็กขนาดฝ่ามือเขียนชื่อของมันเอาไว้
เมื่อมีร้านขายเมล็ดพันธุ์ พื้นที่เพาะปลูกทั้งหกแปลงนั้นก็จะสามารถแสดงผลได้มากขึ้น
แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดก็คือ คำอธิบายของเมล็ดพันธุ์บางส่วนมีการระบุเป็พิเศษว่ารุ่นปรับปรุงสามารถเจริญเติบโตได้ แม้ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย
ลู่จินกู้รู้สึกอย่างเลือนลางว่ายุคแห่งดวงดาวที่พืชเกือบสูญพันธุ์ อาจจะสอดคล้องกับคำว่าสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายก็เป็ได้ ด้วยเหตุผลนี้ เธอจึงเลือกที่จะไม่เปิดร้านขายเมล็ดพันธุ์ให้กู้ตั๋วได้เห็น
ไม่ใช่กลัวว่าเขาจะเป็บ้าเพราะเื่นี้ แต่กลัวว่าตัวเองจะคาดเดาผิด มอบความหวังให้แล้วกลับต้องมาผิดหวัง นั่นเป็เื่ที่โหดร้ายที่สุด
ดังนั้น เธอจึงต้องตรวจสอบการคาดเดาของตัวเองก่อน
ว่าแล้วก็ลงมือทำทันที ลู่จินกู้เลือกเมล็ดทานตะวันที่มีคำว่ารุ่นปรับปรุง ติดอยู่ไม่กี่เมล็ด ถืออุปกรณ์แล้วออกจากเขตพาราไดซ์
การเปลี่ยนแปลงของอากาศภายในและภายนอกนั้นเห็นได้ชัดเจนที่สุด เหมือนกับว่าปอดถูกเผาไหม้เมื่อหายใจ ไม่นานก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะ
ต้าไป๋ตื่นตระหนกอย่างมาก มันคาบชายเสื้อของเธอไว้แน่น พยายามลากเธอกลับไป
“ไม่ต้องห่วง ฉันเสร็จแล้ว”
เธอลูบหัวมันเบา ๆ เพื่อปลอบใจ คราวนี้มันไม่กล้าลากเธอไปไกลแล้ว ลู่จินกู้ขุดหลุมเล็ก ๆ ฝังเมล็ดพันธุ์ลงไป จากนั้นก็รดน้ำอย่างทะนุถนอม
ลู่จินกู้ใช้ก้อนหินวางล้อมรอบเป็สัญลักษณ์ จากนั้นก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในเขตพาราไดซ์ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลายวันผ่านไปลู่จินกู้ไปรดน้ำต้นไม้ทุกวัน…
แต่จนถึงตอนนี้ สถานที่ที่ล้อมรอบด้วยก้อนหินก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจรอต่อไปอีกสองสามวัน
ต้าไป๋ไม่ชอบออกจากเขตพาราไดซ์ แต่มันก็ยังคงติดตามเธอทุกวัน วันนี้ก็เช่นกัน
ลู่จินกู้ถือน้ำที่ตักมาจากบ่อน้ำในเขตพาราไดซ์ รดน้ำตรงนั้นอย่างช้า ๆ พลางพึมพำกับตัวเอง
“เมล็ดพันธุ์น้อย ๆ ทั้งหลาย พวกเ้าต้องขยันกันหน่อยนะ ดูยุคสมัยนี้สิ ดาวเคราะห์เจ็ดพันกว่าดวงกลับไม่มีแม้แต่ต้นไม้ มันเปล่าเปลี่ยวเพียงใด ผืนแผ่นดินกว้างใหญ่กำลังรอคอยพวกเ้าไปแต่งแต้มสีสัน”
ลู่จินกู้บ่นพึมพำ ค่อย ๆ รดน้ำจนชุ่ม ขณะกำลังจะลุกขึ้น ต้าไป๋ก็พลันส่งเสียงร้องอย่างเกรี้ยวกราด เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองภาพเบื้องหน้า ดวงตาก็กระตุกวูบ