สายตาของมู่หานซวงเลื่อนไปยังร่างของเย่เจียงเฉินที่ยืนอยู่กลางห้อง เหงื่อชุ่มโชกไปทั่วทั้งตัว เสื้อผ้าแนบลู่ไปกับิั แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจยิ่งกว่าคือท่าทางที่ยังคงสงบนิ่ง ไม่มีความอ่อนล้าให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
"รีบไปล้างเหงื่อซะ เดี๋ยวฉันจะพานายไปเข้ารับการทดสอบเพื่อจัดอันดับ" น้ำเสียงของเธอเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยความพึงพอใจ มู่หานซวงหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้เย่เจียงเฉินยืนอยู่ในห้องจำลองแรงโน้มถ่วงเพียงลำพัง
“เมื่อกี้เธอยิ้มรึเปล่านะ” เย่เจียงเฉินพึมพำกับตัวเอง ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ เหมือนในเสี้ยววินาทีหนึ่ง มู่หานซวงจะเผลอยิ้มออกมาจริงๆ มันเป็รอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนและแตกต่างจากใบหน้าที่เ็าของเธอโดยสิ้นเชิง
หลังจากเย่เจียงเฉินอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า มู่หานซวงก็พาเขาไปยังอีกอาคาร ภายในมีห้องที่มีแคปซูลอยู่ห้องละเครื่อง และมีเ้าหน้าที่คอยติดตามผลการทดสอบอย่างใกล้ชิด
"นี่คือห้องทดสอบจัดอันดับ การทดสอบจะวัดความสามารถในการต่อสู้ของนายกับสัตว์อสูรในโลกเสมือนจริง ระดับความยากจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามความสามารถที่นายแสดงออกมา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะถูกนำไปใช้ในการจัดอันดับของนายในสำนัก"
เย่เจียงเฉินมองไปยังประตูห้องต่างๆ ด้วยความสนใจ เขาเดินตามมู่หานซวงไปยังห้องที่ว่างอยู่ห้องหนึ่ง มู่หานซวงหันไปกล่าวกับเ้าหน้าที่ ก่อนจะสั่งให้เย่เจียงเฉินเข้าไปในแคปซูล หลังจากที่ประตูปิดตัวลง ภาพตรงหน้าก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็ห้องสีขาว เย่เจียงเฉินมองไปรอบๆ กลางห้องมีอาวุธหลายชนิดวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ พวกมันเป็อาวุธธรรมดาเหมือนกับตอนสอบเข้าสำนัก
เย่เจียงเฉินเดินไปหยิบดาบยาวเล่มหนึ่งขึ้นมา น้ำหนักของมันไม่เบาไม่หนักจนเกินไป ด้ามจับทำจากโลหะ แต่กลับสมดุลอย่างน่าประหลาด หลังจากเลือกอาวุธเสร็จ สภาพแวดล้อมรอบตัวเขาก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง กลายเป็ทุ่งหญ้าเขียวขจี ท้องฟ้าสีครามสดใส ทันใดนั้น เสียงหอนจากระยะไกลก็ดังขึ้น
สัตว์อสูรตัวแรกที่ปรากฏตัวเป็หมาป่าขนสีเทาขนาดใหญ่ ดวงตาสีแดงของมันวาวโรจน์ เขี้ยวแหลมคมเผยออกมาจากริมฝีปากที่ยกขึ้น รัศมีพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของมันบ่งบอกว่ามันอยู่ในระดับสัตว์ร้ายขั้นสูง หมาป่าตัวนั้นคำรามก้อง ก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่เย่เจียงเฉินด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ร่างกายที่แข็งแกร่งของมันเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับสายลม เขี้ยวอันแหลมคมพุ่งผ่านหน้าเย่เจียงเฉิน แรงกัดที่ทรงพลังของมันเพียงพอที่จะทำให้ต้นไม้แหลกเป็ชิ้นๆ
เย่เจียงเฉินอาศัยทักษะการย่างก้าวอัสนีที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก เพื่อหลบหลีก ดาบวาดผ่านอากาศ เข้าปะทะกับขนหนาของหมาป่า แต่กลับสร้างรอยแผลได้ไม่ลึกนัก
“ดูเหมือนการฟันธรรมดาจะยังไม่พอที่จะผ่านทะลุิัของมันได้” เย่เจียงเฉินพึมพำออกมา ก่อนจะใช้พลังปราณห่อหุ้มใบดาบ
หมาป่าโจมตีอย่างต่อเนื่อง ด้วยพละกำลังและความเร็วที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เย่เจียงเฉินต้องใช้สมาธิอย่างมากในการป้องกันและหาจังหวะสวนกลับ หลังจากการต่อสู้ยังคงดำเนินไป ในที่สุด เมื่อหมาป่าเปิดช่องว่าง เขาก็พุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวาดดาบที่แฝงไปด้วยปราณธาตุอัสนี ฟันเข้าที่บริเวณลำคอของหมาป่าอย่างแม่นยำ จนส่วนหัวขาดสะบั้น
ร่างของหมาป่าค่อยๆ สลายกลายเป็ละอองแสง เย่เจียงเฉินไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ส่วนหนึ่งคงเป็ผลมาจากการฝึกฝนอย่างหนักในห้องจำลองแรงโน้มถ่วง ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความทนทานของร่างกายให้เหนือขึ้น ราวกับเป็คนละคน
บนท้องฟ้าปรากฏตัวเลขจับเวลา 00:03:12
เย่เจียงเฉินค่อนข้างพอใจกับเวลา หลังจากผ่านไปไม่นาน เสียงหอนก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ไม่คิดจะให้พักเลยรึไง” เย่เจียงเฉินบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด
คราวนี้หมาป่าที่วิ่งเข้ามามีถึงสองตัว ทว่าแววตาของเย่เจียงเฉินกลับยังคงสงบนิ่ง หลังจากใช้ย่างก้าวอัสนี ร่างของเขาก็พุ่งเข้าหาหมาป่าทั้งสอง โดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว
หมาป่าตัวแรกวิ่งเข้ามาจากทางด้านหน้า เขี้ยวแหลมคมของมันหมายจะขย้ำคอชายหนุ่ม แต่เขาก็เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว แต่ก็็ถูกหมาป่าอีกตัวที่อ้อมมาทางด้านข้างเข้าประชิดตัวอย่างกระทันหัน เย่เจียงเฉินรับรู้ถึงอันตรายจากสัญชาตญาณ เขาหมุนตัวพร้อมกับปล่อยปราณอัสนีออกมาจากฝ่ามือ กระแทกเข้าใส่ร่างของหมาป่าที่กำลังพุ่งเข้ามา
"เปรี้ยง!"
กระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างของหมาป่า ทำให้ร่างของมันชะงัก ขนสีเทาส่งกลิ่นไหม้ เย่เจียงเฉินใช้เท้าถีบพื้น พุ่งตัวเข้าหาหมาป่าที่กำลังเสียหลัก พร้อมกับวาดดาบฟันเข้าที่ลำคอของมันอย่างแม่นยำ หัวของหมาป่ากระเด็นหลุดออกจากบ่า ร่างสลายกลายเป็ละอองแสง
หมาป่าตัวตัวที่ยังมีชีวิตอยู่คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว มันพุ่งเข้าใส่เย่เจียงเฉินด้วยความบ้าคลั่ง ไม่สนใจการป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น เพียงหวังจะใช้กรงเล็บและเขี้ยวฉีกร่างเขาเป็ชิ้นๆ
เย่เจียงเฉินสูดหายใจ เขาไม่ได้ประมาทคู่ต่อสู้แม้แต่วินาทีเดียว เขาตั้งสมาธิ รวบรวมปราณอัสนีไว้ที่ดาบ ลำแสงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยปราณอัสนีพุ่งออกไป แทงทะลุหัวหมาป่าที่พุ่งเข้ามา เืสีแดงพุ่งกระฉูด ก่อนที่ร่างของมันจะสลายกลายเป็ละอองแสงเช่นกัน
เย่เจียงเฉินหายใจหอบเล็กน้อย การต่อสู้กับสัตว์ร้ายระดับสูงสองตัวพร้อมกันนั้นต้องใช้สมาธิและพลังงานมากกว่าเดิม บนท้องฟ้า ตัวเลขจับเวลาปรากฏขึ้น 00:08:47
แต่ความท้าทายยังไม่จบสิ้น เสียงคำรามดุดันดังขึ้นอีกระลอก คราวนี้มาจากทิศทางที่แตกต่างกัน และมีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม
ในห้องควบคุม มู่หานซวงยืนเท้าแขนมองจอมอนิเตอร์ที่แสดงภาพการต่อสู้ของเย่เจียงเฉินอย่างไม่วางตา เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว และเด็กหนุ่มก็สามารถฝ่าฟันมาถึงด่านที่ห้าได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับหมาป่าพร้อมกันถึงห้าตัว ซึ่งสร้างแรงกดดันมหาศาล แต่สุดท้ายเขาก็เอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
เ้าหน้าที่หนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ มู่หานซวงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย "เด็กคนนี้อยู่ระดับนักสู้ฝึกหัดขั้นกลางจริงๆ ใช่ไหมครับ?"
มู่หานซวงไม่ได้ละสายตาจากจอภาพ
"ด่านต่อไป อัตราความสำเร็จอยู่ที่เท่าไหร่?"
"สิปแปดเปอร์เซ็นต์ครับ ส่วนใหญ่คนที่ผ่านด่านนี้จะเป็ระดับนักรบขั้นต้นแทบทั้งสิ้น การเผชิญหน้ากับระดับกลายพันธุ์ตัวต่อตัว ระดับความยากของมันจะต่างจากตอนสอบเข้าสำนักที่ต้องร่วมมือกันอย่างสิ้นเชิง" เ้าหน้าที่ตอบด้วยความเคารพ
ในโลกเสมือนจริง หลังจากที่ร่างของหมาป่าทุกตัวสลายกลายเป็ละอองแสงสีเทา พื้นดินใต้เท้าของเย่เจียงเฉินก็เริ่มสั่นะเือย่างรุนแรง เสียงคำรามที่ดังก้องกังวานในคราวนี้แตกต่างจากเสียงหอนของหมาป่าอย่างสิ้นเชิง มันทุ้มต่ำและทรงพลัง ราวกับสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งกว่ามากกำลังปรากฏตัว
จากแนวต้นไม้ใหญ่ ร่างมหึมาค่อยๆ เผยให้เห็นรูปร่างที่น่าเกรงขาม มันคือหมีสีน้ำตาลเข้มตัวใหญ่ กรงเล็บยาวแหลมคมราวกับดาบโค้ง ดวงตาสีเหลืองอำพันเปล่งประกายกระหายเื จ้องมองมายังชายหนุ่มด้วยความดุร้าย
เย่เจียงเฉินเริ่มรู้สึกสึกประหม่า แม้จะเคยเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับนี้มาแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยสู้แบบที่ไม่มีเพื่อนร่วมทีมมาก่อน เขาพยายามควบคุมจิตใจให้สงบนิ่ง และรวบรวมสมาธิไปยังสัตว์อสูรที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะพุ่งเข้าไปฟาดฟันหมีคัวนั้นด้วยทักษะที่ฝึกฝนมา
การสู้กับอสูรระดับกลายพันธุ์ขั้นต้นนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก พละกำลังและความแข็งแกร่งของหมีตัวนั้นเหนือกว่าเย่เจียงเฉินอย่างเห็นได้ชัด เขาต้องอาศัยความเร็ว ความคล่องแคล่ว และกระบวนท่าอันแยบยลในการหลบหลีกและหาจังหวะโจมตีสวนกลับ
กรงเล็บยาวของหมีตวัดเข้าใส่ร่างของเย่เจียงเฉินด้วยความเร็ว ผิดจากขนาดตัวที่ใหญ่โตของมัน แม้เขาจะพยายามเคลื่อนไหวหลบหลีกอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจหลีกพ้นกรงเล็บนั้นไปได้ การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป เย่เจียงเฉินพยายามอย่างสุดความสามารถ แม้แขนซ้ายจะใช้งานไม่ได้แล้วก็ตาม ทว่าในที่สุด เย่เจียงเฉินก็พลาดท่าจนได้ เขาถูกหมีระดับกลายพันธุ์ใช้ฟันอันแหลมคมขย้ำเข้าที่คออย่างรุนแรง
ความเ็ปแสนสาหัสแล่นปราดไปทั่วร่าง ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะดับวูบลง ภาพของเย่เจียงเฉินค่อยๆ เลือนรางและสลายกลายเป็ละอองแสงสีขาวจางๆ กระจายหายไปในอากาศ ดูเหมือนว่าความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเพียงอย่างเดียว จะไม่อาจทลายช่องว่างของระดับพลังที่กว้างจนไม่อาจถม แม้จะต่อสู้อย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้ายกำแพงที่มองไม่เห็นก็สูงเกินกว่าที่เขาจะสามารถปีนข้ามไปได้
ภายในห้องทำงานที่ตกแต่งอย่างหรูหรา โจวเทียนหลงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องสว่างบนใบหน้าเคร่งขรึม เขาเคาะนิ้วเป็จังหวะ พลางใช้สายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"คุณเรียกผมมาทำไม อัยการโจว" ชายหนุ่มหนุ่มคนนั้นกล่าว ท่าทีของเขาไม่ได้ดูเกรงกลัวโจวเทียนหลงเลยแม้แต่น้อย
"เซี่ยหยางเฉิง อีกไม่กี่อาทิตย์การไต่สวนก็จะเริ่มขึ้นแล้ว เื่ที่นายซ้อมคู่อริจนปางตาย บางทีฉันอาจจะช่วยให้นายรอดคดีนี้ได้" โจวเทียนหลงกล่าวเสียงเรียบ
"คุณคงไม่ได้ช่วยผมฟรีๆ ใช่ไหม" เซี่ยหยางเฉินถามอย่างระแวง
โจวเทียนหลงยื่นรูปถ่ายใบหนึ่งให้กับเด็กหนุ่ม
"ฉันอยากให้นายทำให้มันนอนติดเตียงไปตลอดชีวิต นายพอจะทำได้ไหม"
เซี่ยหยางเฉินมองรูปในมือ ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็รูปของเย่เจียงเฉิน คนที่ได้อันดับหนึ่งในงานประลองที่ผ่านมา "สำนักเล่ยถิงห้ามศิษย์ทำร้ายกันถึงขั้นปางตาย คุณอยากให้ผมถูกไล่ออกจากสำนักรึไง"
"ถูกไล่ออกก็ดีกว่าถูกส่งเข้าเรือนจำ ถ้านายกลัวขนาดนั้นก็ทำให้มันดูเหมือนเป็อุบัติเหตุสิ" โจวเทียนหลงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็า
แววตาของเซี่ยหยางเฉินดูลังเลเล็กน้อย ทว่าในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้
"ก็ได้ แต่ผมหวังว่าคุณจะมีค่าเหนื่อยให้ด้วยนะ"
"ไม่มีปัญหา หลังจากที่งานเสร็จ ฉันจะโอนให้นายหนึ่งแสนเครดิต ตกลงไหม" โจวเทียนหลงยื่นข้อเสนอ
"ค่อยน่าฟังขึ้นมาหน่อย" เซี่ยหยางเฉินยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
พวกเขาจับมือกันเป็การตกลง หลังจากเซี่ยหยางเฉิงลุกจากไป โจวเทียนหลงเอนหลังพิงเก้าอี้ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็ความมุ่งร้าย เหตุผลที่เขา้าเล่นงานเย่เจียงเฉินนั้นมาจากเื่ที่โจวซือหาวถูกทำร้าย แม้หลานชายของเขาจะเป็ฝ่ายผิด แต่เขาก็้าสั่งสอนคนที่กล้าท้าทายอำนาจของตระกูลโจว เพื่อกอบกู้หน้าตาและศักดิ์ศรีที่เสียไปกลับคืนมา